Law collection

พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484

Consolidated edition — not the text as first promulgated2484107 sections16 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 39 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ.พิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณวันที่ ๑๔ตุลาคมพุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นปีที่ ๘ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่ สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่ ด้วยการป่ ไม้ ให้ เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

Sections in this chapter

Show as list
  1. บทเฉพาะกาล2 sections
  2. Section ๗๖

    สัมปทานและใบอนุญาตที่ได้ออกให้แก่บุคคลใดเพื่อทำไม้หรือเก็บหา ของป่าไว้แล้วในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้คงใช้ได้ต่อไปเสมือนหนึ่งเป็นสัมปทานและใบอนุญาตที่ ออกให้ตามความในพระราชบัญญัตินี้เพียงเท่ากำหนดอายุของสัมปทานและใบอนุญาตนั้น

  3. Section ๗๗

    บรรดาตราประทับไม้ของเอกชนที่ได้จดทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียม ไว้แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้คงใช้ได้ต่อไปมีกำหนดร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าเจ้าของตราประทับไม้ของเอกชนประสงค์จะใช้ตรานั้นต่อจากนั้นไป ต้องนำไปขอจดทะเบียนใหม่ ตามความในพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนอีก ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม (๑) แบบพิมพ์คำขอ ฉบับละ ๒๕ สตางค์ (๒) การอนุญาตเจาะต้นตะเคียน ตาแมวทำชันเจาะต้นสน เอายาง สับหรือกรีด ต้นเยลูตองเอายาง ต้นละ ๒ บาท (๓) การอนุญาตเจาะเผาต้นยาง ทำน้ำมันยาง ต้นละ ๕๐ สตางค์ (๔) การอนุญาตเจาะ สับ หรือ กรีดไม้ชนิดอื่น ๆเอาน้ำมัน ชัหรือยาง ต้นละ ๑๐ บาท (๕) ใบอนุญาตทำไม้เพื่อการค้า ฉบับละ ๒๐ บาท (๖) ใบอนุญาตเก็บหาของป่า หวงห้าม ฉบับละ ๑๐ บาท (๗) ใบอนุญาตค้าของป่าหวงห้าม หรือใบอนุญาตมีไว้ ในครอบครองซึ่งของป่า หวงห้าม ฉบับละ ๒๐ บาท (๘) ใบอนุญาตเก็บไม้ไหลลอย ฉบับละ ๑๐ บาท (๙) ใบอนุญาตตั้งโรงงาน แปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร คิดตามจำนวนแรงม้า แรงม้าละ ๕๐บาท (๑๐)ใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูป ไม้โดยใช้แรงคน คิดตาม จำนวนคนงาน คนละ ๑๐ บาท (๑๑)ใบอนุญาตทำการแปรรูปไม้ เพื่อการค้า คิดตามปริมาตร ไม้ที่ยังมิได้แปรรูป ลูกบาศก์เมตรละ ๑๐ บาท (๑๒)ใบอนุญาตค้าหรือมีไว้ ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วย ไม้หวงห้าม ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๓)ใบอนุญาตมีไม้แปรรูป อัตราค่าธรรมเนียมแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน ๐.๒๐ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครองครอง ฉบับละ ๒๐บาท (๑๔)ใบอนุญาตตั้งโรงค้าไม้ แปรรูป ฉบับละ ๑,๐๐๐บาท (๑๕)ใบอนุญาตอื่น ๆ ฉบับละ ๕บาท (๑๖)ใบแทนใบอนุญาตเท่ากับ อัตราค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตนั้น แต่ไม่เกิน ฉบับละ ๑๐บาท (๑๗)ใบอนุญาตผูกขาด ทำไม้สัก ฉบับละ๑๕,๐๐๐บาท (๑๘)ใบอนุญาตผูกขาดทำไม้ หวงห้ามธรรมดา นอกจากไม้สัก ฉบับละ ๗,๕๐๐บาท (๑๙)ใบอนุญาตผูกขาดเก็บหา ของป่าหวงห้าม ฉบับละ ๑,๐๐๐บาท (๒๐)ใบแทนใบอนุญาต ผูกขาด ฉบับละ ๒๕บาท (๒๑)สัมปทานทำไม้สัก ฉบับละ๓๐,๐๐๐บาท (๒๒)สัมปทานทำไม้หวงห้าม ธรรมดานอกจากไม้สัก ฉบับละ๑๕,๐๐๐บาท (๒๓)สัมปทานเก็บหาของป่า หวงห้าม ฉบับละ ๓,๐๐๐บาท (๒๔)ใบแทนสัมปทาน ฉบับละ ๕๐๐บาท (๒๕)การโอนใบอนุญาตหรือ สัมปทานคิดครึ่งอัตรา ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หรือสัมปทานนั้น ๆ (๒๖)ใบเบิกทาง (ก) ไม้สัก ฉบับละ ๕๐บาท (ข) ไม้ชนิดอื่น ๆ ฉบับละ ๒๐บาท (ค) ของป่า ฉบับละ ๕บาท (๒๗)การอุทธรณ์ (ก) เรื่องเกี่ยวกับการ อนุญาตการผู ขาด หรือสัมปทาน ครั้งละ ๑๐๐บาท (ข) เรื่องการขอตั้งหรือ ต่ออายุใบอนุญาต สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้เครื่องจัครั้งละ ๑๐๐บาท (ค) เรื่องการขอตั้งหรือ ต่ออายุใบอนุญาต โรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้แรงคน ครั้งละ ๕๐บาท (ง) เรื่องการขออนุญาต ตั้งโรงค้าไม้ แปรรูป ครั้งละ ๕๐บาท (จ) เรื่องอื่น ๆ ครั้งละ ๑๐บาท (๒๘)ใบคู่มือคนงานหรือ ผู้รับจ้าง หรือใบแทน ฉบับละ ๑บาท (๒๙)ค่าจดทะเบียนตรา ประทับไม้เอกชน ดวงละ ๒๐๐บาท (๓๐)ค่าธรรมเนียมขอตรวจ เอกสาร ฉบับละ ๕บาท (๓๑)ค่าธรรมเนียมคัดหรือ ถ่ายภาพเอกสารและ รับรองสำเนา หน้าละ ๑๐บาท (๓๒)ค่าธรรมเนียมขอตรวจ แผนที่ป่า ครั้งละ ๑๐๐บาท (๓๓)ค่าธรรมเนียมคัดหรือถ่าย ภาพแผนที่ป่าและรับรอง สำเนา ฉบับละ ๕๐๐บาท (๓๔)ค่าธรรมเนียมทำการ ล่วงเวลา คิดร้อยละสิบ ของเงินค่าภาคหลวง ที่คำนวณได้ในครั้งนั้น ๆ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๔๐๐ บาท (๓๕)ค่าธรรมเนียมรับคืน ไม้ไหลลอย ท่อนละ ๒๐บาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๔๙๑ มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๙ สัมปทานและใบอนุญาตผูกขาดที่ได้ออกให้แก่ผู้ใด เพื่อการทำไม้หรือ เก็บหาของป่าไว้แล้ว ในวันใช้พระราชบัญญัตินี้ อันขัดต่อบทบัญญัติมาตรา ๑๑หรือมาตรา ๒๙แห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖และมาตรา ๑๑แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้คงใช้ได้ต่อไปเพียงเท่ากำหนดอายุของสัมปทานหรือใบอนุญาตผูกขาดนั้น มาตรา ๒๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๑ลงวันที่ ๖มกราคมพ.ศ. ๒๕๐๒ หมายเหตุ:- โดยที่ไม้ในป่าเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติและการทำไม้ซึ่งมิได้อยู่ในความควบคุมโดย ถูกต้องเป็นภัยอันร้ายแรง และโดยที่ปรากฏว่าขณะนี้ได้มีการทำไม้ด้วยวิธีการอันไม่สุจริตเช่นใช้วิธี แสดงเท็จ อ้างว่าที่ป่าที่ทำไม้เป็นที่ดินที่อยู่ในสิทธิครอบครองของเอกชนเป็นเหตุทำให้ไม้ในป่าซึ่งควร สงวนถูกทำลายไปเป็นจำนวนมากคณะปฏิวัติเห็นเป็นการจำเป็นต้องระงับความเสียหายนั้น และ เห็นสมควรให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยป่าไม้เสียใหม่ให้รัดกุม แต่ก่อนที่จะได้มีการแก้ไข ควรที่จะมีข้อกำหนดบางประการเพื่อป้องกันและระงับความเสียหายดังที่ได้กล่าวแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๙ บทบัญญัติมาตรา ๕และมาตรา ๗ไม่กระทบกระทั่งบรรดาใบอนุญาต การทำไม้ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้ตามความในมาตรา ๗และมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ จนกว่าใบอนุญาตนั้น ๆจะสิ้นอายุ มาตรา ๒๐ ในระหว่างเวลาที่ยังมิได้มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดอัตรา ค่าภาคหลวงตามความในมาตรา ๙การเสียค่าภาคหลวงให้เป็นไปตามอัตราที่รัฐมนตรีได้กำหนดไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๑ ในระหว่างเวลาที่ ยังมิได้มีพระราชกฤษฎีากำหนดไม้หวงห้ามอื่น นอกจากไม้สักและไม้ยางตามความในมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๖๕/ตอนที่๖๘/หน้า๗๖๘/๓๐พฤศจิกายน๒๔๙๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๖๘/ตอนที่๔๖/หน้า๑๐๒๖/๑๗กรกฎาคม๒๔๙๔ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๗๖/ตอนที่๓/หน้า๓/๖มกราคม๒๕๐๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๗๗/ตอนที่ ๖๒/ฉบับพิเศษหน้า๑๑/๒๕กรกฎาคม๒๕๐๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ไม้อื่นนอกจากไม้สักและไม้ยางจะเป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้เป็นไป ตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔บางมาตรา มีข้อความไม่รัดกุมเหมาะสมกับกาลสมัย โดยเฉพาะบทกำหนดโทษกำหนดไว้ต่ำมากไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว หรือเข็ดหลาบ เป็นช่องทาง ให้มีการลักลอบตัดฟันไม้ทำลายป่ารวมทั้งลักลอบทำการแผ้วถางป่ามากขึ้น เพราะไม้หรือของป่าทุก ชนิดมีราคาสูงขึ้น จึงเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อ เป็นการป้องกันการทำลายป่าไม้ อันเป็นทรัพยากรของชาติ ให้มีสภาพอันจะอำนวยประโยชน์แก่รัฐ และประชาชนด้วยดีสืบไป ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ลงวันที่ ๑๐เมษายนพ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ความในมาตรา ๓๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ไม่ใช้บังคับแก่การนำไม้สักที่เคยอยู่ในสภาพเป็น สิ่งปลูกสร้างหรือเคยเป็นเครื่องใช้มาแล้วเคลื่อนที่โดยมีหนังสืออนุญาตของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ก่อน วันใช้บังคับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๑๒ ผู้ใดมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองอยู่ก่อนหรือในวันที่ประกาศของคณะ ปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับไม่เกิน ๐.๒๐ลูกบาศก์เมตรถ้าประสงค์จะครอบครองไม้สักแปรรูปนั้นต่อไป ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสืออนุญาตให้ครอบครองได้โดยไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ข้อ ๑๓ ใบอนุญาตแปรรูปไม้ ใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ใบอนุญาตค้าไม้แปรรูป ใบอนุญาตมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองซึ่งได้ออกให้ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ และในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุดังกล่าวมิให้นำความใน มาตรา ๖๑วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลซึ่งเป็นผู้ไม่ มีลักษณะตามมาตรา ๔๙(๑) หรือมีลัษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๙(๒) (๓) หรือ(๔) อยู่ก่อนวันที่ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ข้อ ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๘๙/ตอนที่ ๕๙/ฉบับพิเศษหน้า๑/๑๑เมษายน๒๕๑๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ:- โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า กฎหมายป่าไม้ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีข้อความไม่ รัดกุมเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็ช่องทางให้ผู้ทุจริตฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ใช้ อุบายต่าง ๆให้เกิดการลักลอบตัดฟันไม้หวงห้ามและเก็บหาของป่าหวงห้ามเพื่อนำออกมาจำหน่าย รวมทั้งเปิดช่องให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานไม้แปรรูปกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายจึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายป่าไม้เพื่อกำหนดปริมาณการครอบครองไม้สักและไม้แปรรูปเสียใหม่เพื่อสกัดกั้นมิให้ผู้รับ อนุญาตแปรรูปไม้กระทำฝ่าฝืนกฎหมายได้โดยง่าย และในขณะเดียวกันสมควรเพิ่มอำนาจการสั่งพัก ใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายป่าไม้ได้มากยิ่งขึ้น พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๙ ให้ยกเลิ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔และให้ใช้ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๓๐ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ทำไม้ หรือเป็ผู้รับสัปทานอยู่แล้วในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและได้นำหรือประสงค์จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆที่ตนมิได้เป็นเจ้าของ เข้าไปในเขตป่าที่ได้รับอนุญาต หรือในเขตสัมปทาน ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตามแบบที่ รัฐมนตรีกำหนด เมื่อพ้ กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆที่ผู้รับอนุญาตทำไม้หรือผู้รับสัมปทานนำเข้าไปใน เขตป่าที่ได้รับอนุญาตหรือในเขตสัมปทานโดยมิได้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เป็นของผู้รับ อนุญาตทำไม้ หรือผู้รับสัมปทาน แล้วแต่กรณี มาตรา ๓๑ ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามที่ออกตามมาตรา ๗แห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓และมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ที่ใช้บังคับอยู่ในวันประกาศ พระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา เป็นพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติี้ มาตรา ๓๒ ให้ถือว่าขนาดจำกัดที่ำหนดขึ้ และใช้อยู่ ในวัประกาศ พระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นขนาดจำกัดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๑๐แห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๓๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๙๒/ตอนที่ ๕/ฉบับพิเศษหน้า๑/๙มกราคม๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ บางมาตรามีข้อความไม่รัดกุม และไม่เหมาะสมกับกาลสมัย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อคุ้มครองและบำรุ รักษาป่าไม้อันเป็ทรัพยากรธรรมชาติให้ได้ผลดี ยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ได้ใช้ บังคับมานานแล้ว บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดโทษไม่เหมาะสมแก่สภาวการณ์ปัจจุบัน เห็นสมควรแก้ไขเพิ่ เติมอัตราโทษให้สูงขึ้น จึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๕ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากว่าขณะนี้ เป็นที่ยอมรับกัน โดยทั่วไปว่า ยังมีประชาชนในชนบทอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเงินจะไปซื้อไม้และอุปกรณ์ต่าง ๆมา สร้างบ้านอยู่อาศัย ก็เนื่องจากความยากจนเป็นเหตุ จึงได้กระทำผิดไปด้วยความจำเป็น โดยไปตัดไม้ ในป่ามาสร้างบ้านของตนเองบ้าง ซ่อมแซมบ้านของตนเองบ้าง มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีบ้านอยู่อาศัย หรือมี ไม้ไว้ในความครอบครองเล็ก ๆน้อย ๆเพื่อซ่อมแซมบ้านก็ดี หรือมีไม้ไว้เพื่อทำเครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ บ้างก็ด จึงเป็นกรณีที่่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง แม้บางครั้งศาลสถิตย์ยุติธรรมจะให้ วามปราณี อย่างไร ก็ยังทำให้ประชาชนผู้ยากไร้ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอยู่ดี เพราะติดขัด อยู่ที่ตัวบทกฎหมายเพื่อให้ศาลสถิตย์ยุติธรรมได้มีโอกาสพิิ จพิเคราะห์ถึงความหนักเบาของ ข้อเท็จจริงแต่ละคดี ในการที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดได้ดีและมากขึ้น จึงสมควรแก้ไขโทษขั้นต่ำ ของมาตรา ๖๙,๗๓บางกรณี เสียใหม่ให้ต่ำลงเล็กน้อย ส่วนโทษขั้ สูงก็เพิ่ ใหู้ ขึ้น บางกรณี เช่นเดียวกัน เพื่อลงโทษผู้ที่ทำลายป่าไม้ให้หนัก พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ บรรดาสัมปทานที่ได้ออกให้แก่บุคคลใดไว้แล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ มีผลใช้บังคับ และพื้นที่สัมปทานดังกล่าวทั้งแปลงหรือบางส่วนอยู่ในแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า ให้สิทธิการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานในเขตพื้นที่ดังกล่าวสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ พระราชกำหนดนี้มีผลใช้บังคับ และให้ผู้รับสัมปทานมีสิทธิได้รับเงินชดเชยความเสียหายตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๖๘ฉมาตรา ๖๘สัตต มาตรา ๖๘อัฏฐ มาตรา ๖๘นวมาตรา ๖๘ทศและมาตรา ๖๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๖/ตอนที่๖๔/ฉบับพิเศษหน้า ๙/๒๘เมษายน๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๙/ตอนที่๓๓/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๕มีนาคม๒๕๒๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๐๖/ตอนที่ ๘/ฉบับพิเศษหน้า๙/๑๔มกราคม๒๕๓๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เอกาทศแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ และให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบถึงการสิ้นสุดของสัมปทานโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในการบังคับตามมาตรา ๖๘จัตวา และมาตรา ๖๘เบญจแห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ ให้ถือว่าสิทธิการทำ กิจการที่ได้รับสัมปทานซึ่งสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง เป็นการสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี ตาม พระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราช กำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัสภาพป่าไม้ของ ประเทศได้ถูกทำลายจนทำให้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติขาดความสมดุล อันจะยังผลให้ภัยพิบัติ สาธารณะดังเช่นที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑อาจเกิดขึ้นอี ได้ จำเป็นต้อง ระงับยับยั้งมิให้มีการทำไม้ออกจากป่าและเร่งรัดฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นโดยเร็ว แต่โดยที่พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔มิได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในอันที่จะยับยั้งการทำไม้ออกจากป่าที่ได้ เปิดการทำไม้โดยให้สัมปทานไปแล้วได้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องให้อำนาจดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการกำหนดให้สัมปทานที่มีพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสิ้นสุดลง ทั้งนี้ โดยให้ผู้รับสัมปทานที่ สัมปทานต้องสิ้ นสุดลงด้วยเหตุดังกล่าวมีสิทธิได้รับเงินชดเชยความ เสียหายภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมทั้งแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและ ประโยชน์ของเอกชน และโดยที่เป็กรณีฉุ เฉิ ที่มี วามจำเป็รีบด่วนในอัที่จะรักษาความ ปลอดภัยสาธารณะและเพื่อป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ *พระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการของกรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๐ โดยผลของบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๓๐วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยพระราชกฤษฎีานี้มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมาย ดังนี้ (๕) ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช๒๔๘๔ให้แก้ไขคำว่า “รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์”เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” มาตรา ๑๑ ในวาระเริ่มแรก ให้กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม มีส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๐/ตอนที่ ๙๓ก/หน้า ๖/๓๐กันยายน๒๕๔๖ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๔๕โดยอนุโลม จนกว่าจะมีกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นใหม่ มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือเนื่องจากพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕และพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของ ส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้กำหนดให้กรมป่าไม้เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และให้กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดปัญหาการบริหาร ทั้งในด้านนโยบาย วิชาการ บุคลากร และการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้ง เป็เหตุให้ะบบการบริหารงานและการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ ดัง้น เพื่อให้การ บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบูรณาการตามกลุ่มภารกิจด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและนโยบายของรัฐบาลสมควรโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณหนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการลูกจ้าง ตำแหน่งและอัตรากำลัง ไปเป็นกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สมควรที่จะได้ปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช รวมทั้งโอนอำนาจหน้าที่และกิจการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองไปเป็ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพัธุ์พืชเพื่อให้การ บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีขอบเขตที่ รับผิดชอบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ สมควรแก้ไขการใช้อำนาจของรัฐมนตรีและการใช้อำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกรมป่าไม้ และกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพัธุ์พืช ให้สอดคล้องกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราช กฤษฎีกานี้ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๖/๒๕๕๗เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๕๙เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ข้อ ๔ ในระหว่างที่ยังไม่มีการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการยื่นคำขออนุญาตและ การอนุญาตให้ทำไม้หวงห้ามประเภท ก. ชนิดไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุ ไม้ชิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า ให้นำหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับการทำไม้สัก ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่าตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๔(พ.ศ. ๒๕๑๘)ออกตามความใน พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ว่าด้วยการทำไม้หวงห้ามและที่แก้ไขเพิ่มเติม มาใช้บังคับ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ๑๔๓ง/หน้า ๑๕/๓๐กรกฎาคม๒๕๕๗ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๓/ตอนพิเศษ๑๓๙ง/หน้า๑๒/๒๑มิถุนายน ๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับการยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำไม้หวงห้ามประเภทก. ดังกล่าวโดยอนุโลมไปพลางก่อน ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ข้อ ๕ ในระหว่างที่ยังไม่มารออกระเบียบเพื่ อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการ อนุญาตนำไม้หวงห้ามหรือไม้ที่มีชื่อหรือชนิดตรงกับไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเครื่องใช้ เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดตามมาตรา ๓๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับการอนุญาตให้ เคลื่อนย้ายไม้ออกนอกเขตจังหวัดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการนำไม้สักที่เคยอยู่ใน สภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้มาแล้วกว่า ๕ปี เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดพ.ศ. ๒๕๔๒ มาใช้บังคับกับการยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตให้นำไม้หวงห้ามหรือไม้ที่มีชื่อหรือชนิดตรงกับ ไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็สิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้ดังกล่าว เคลื่อนย้ายออกนอกเขต จังหวัดโดยอนุโลมไปพลางก่อน ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ข้อ ๖ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติ นี้ ให้ใช้บังคับตั้ งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๙ บรรดาไม้สักไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้ กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุ ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควายไม้ เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย ที่ขึ้นในป่า ให้เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.ตามพระราชบัญญัติป่า ไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔จนกว่าจะได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๗แห่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐ การดำเนินการออกระเบียบตามมาตรา ๑๘/๑มาตรา ๑๘/๒และ มาตรา ๑๘/๓แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหากไม่สามารถ ดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการกำหนดให้ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจที่ขึ้นใน ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๖/ตอนที่ ๕๐ก/หน้า ๑๐๖/๑๖เมษายน๒๕๖๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ดินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ป่าเป็นไม้หวงห้าม จึงทำให้การทำไม้และการเคลื่อนย้ายไม้ในที่ดินดังกล่าว ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ดังนั้น เพื่อให้การทำไม้และการเคลื่อนย้ายไม้ นั้นเป็นไปได้โดยสะดวกไม่เกิดภาระแก่ประชาชนทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้และ การบริหารจัดการด้านการป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพสมควรแก้ไขเพิ่ มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้เพื่อ กำหนดให้ไม้ที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวง ห้าม หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม รวมทั้งกำหนดเพิ่ม หลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองไม้เพื่อประโยชน์ในการจำแนกแหล่งที่มาของไม้ซึ่งเป็นมาตรการใน การป้องกันการนำไม้ที่ลักลอบทำออกจากป่ามาสวมสิทธิว่าเป็นไม้ที่ทำออกจากที่ดินดังกล่าวและเพื่อ การค้าหรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นุสรา/ปรับปรุง ๒๕เมษายน๒๕๖๒

Notes and footnotes

มาตรา ๑๘/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๘/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๖๒ ส่วนที่ ๓การยกเว้นค่าภาคหลวงมาตรา ๑๙ถึงมาตรา ๒๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ ส่วนที่ ๔ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม มาตรา ๒๕ถึงมาตรา ๒๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๙ตรี แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ มาตรา ๔๐แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๐๖/๒๕๕๗เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ลงวันที่ ๒๑กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๗๓ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๔ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๗๔ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗๔จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การรักษาพระราชบัญญัติ

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://epa.onep.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://epa.onep.go.th/storage/upload/law/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202484.pdf39 pp.
File checksum
sha256:27d4e6ed32668412349716f08b580e8969d2e4109130c9054f937a54451580f9Pulled at 2026-08-24T07:46:08.658Z
Text extraction
pdftotext -layoutPassed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484