Law collection

พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

Consolidated edition — not the text as first promulgated252283 sections5 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 47 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๘พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

Sections in this chapter

Show as list
  1. บทเฉพาะกาล5 sections
  2. Section ๖๘

    เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีประจำปี ในกรณีที่เป็นรถที่จดทะเบียน แล้ว การเสียภาษีประจำปีในปีแรกภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียน เปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาการเสียภาษีใหม่ โดยเฉลี่ยจำนวนรถที่จะต้องเสียภาษีออกไปเป็นราย เดือนตามระยะเวลาและจำนวนที่นายทะเบียนเห็นสมควร และประกาศณที่ทำการของนายทะเบียน ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ หนึ่งเดือน ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการภายในสอง ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การคิดภาษีเป็นรายเดือนตามวรรคหนึ่ง ให้คิดเฉลี่ยจากอัตราภาษีประจำปีสำหรับ รถชนิดนั้น

  3. Section ๖๙

    สำหรับรถและเครื่องอุปกรณ์ของรถอันมิชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ที่มี อยู่แล้วในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา หรือที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้รัฐมนตรีมีอำนาจผ่อน ผันได้ตามควรแก่กรณี และถ้าจะอนุญาตให้ใช้ต่อไป ให้มีกำหนดเวลาไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา

  4. Section ๗๐

    บรรดากฎกระทรวง คำสั่ง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงคำสั่ง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖๗ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐

  5. Section ๗๑

    ในท้องที่ใดที่ได้มีการประกาศให้การประกอบการรับจ้างบรรทุกคน โดยสารโดยใช้รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ต้องดำเนินการโดยบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท จำกัดหรือสหกรณ์ และต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓รวมทั้งที่ได้มีการขยายระยะเวลาตามประกาศดังกล่าว ให้ถือว่าประกาศนั้นเป็น ประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการในท้องที่ดังกล่าวอยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓และต้องดำเนินการโดยบริษัท มหาชนจำกัดบริษัทจำกัดหรือสหกรณ์ต่อไป [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]

  6. Section ๗๒

    บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่า จะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนต์นั้น [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓) แผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นละ ๑๐๐ บาท (๓/๑)๘๙ การขอใช้หมายเลขทะเบียนรถ (ก) การขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ออกให้ สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีก คันหนึ่ง ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ข) การขอใช้หมายเลขทะเบียนซึ่ง ยังไม่เคยออกให้สำหรับรถคันใด มาใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้ว ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ค) การขอใช้หมายเลขทะเบียน ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษที่ได้จากการประมูล ตามมาตรา ๑๐/๑กับกรณีตาม(ก) หรือ (ข) ครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท (๔) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการ ในทะเบียนรถและใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๕๐ บาท (๕) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ ๑๐๐ บาท (๖) การย้ายรถ (ก) รถยนต์ ครั้งละ ๕๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๒๐ บาท (๗) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต์ คันละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ ๕๐ บาท (๗/๑)๙๐ เครื่องหมายแสดงการใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑วรรคสอง หรือวรรคสาม แผ่นละ ๑,๐๐๐ บาท (๗/๒)๙๑ การอนุญาตให้ใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑วรรคสาม ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙)๙๒ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท อัตราค่าธรรมเนียม (๓/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๗/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๗/๒)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ (๑๐)๙๓ เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ อันละ ๕๐๐ บาท (๑๑)๙๔ สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา ๒๗ เล่มละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๒)ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจร ทางถนนทำนครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ซึ่ง ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ ๑๕สิงหาคม๒๕๐๕ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๓)๙๕ ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๔)๙๖ ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ตามมาตรา ๔๓(๑) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๕)๙๗ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๖)๙๘ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๗)๙๙ ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๘)๑๐๐ ใบอนุญาตขับรถสามล้อสาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙)๑๐๑ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙/๑)๑๐๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๐)๑๐๓ ใบอนุญาตขับรถบดถนน ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๑)๑๐๔ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๒)๑๐๕ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๙) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๓)๑๐๖ (ยกเลิก) อัตราค่าธรรมเนียม (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๐)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๑)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๓)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๔)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๕)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๖)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๗)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม(๑๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๑๙/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๓)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ (๒๔)๑๐๗ (ยกเลิก) (๒๕)๑๐๘ (ยกเลิก) (๒๖)๑๐๙ (ยกเลิก) (๒๗)๑๑๐ (ยกเลิก) (๒๘)การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ ๕๐ บาท (๒๙)หนังสืออนุญาตตามมาตรา ๑๗วรรคสอง หรือมาตรา ๑๘ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๐)ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๑)ใบแทนใบอนุญาตครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตแต่ไม่เกินฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓๒)ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ ๒๐ บาท (๓๓)ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ ๒๕ บาท (๓๔)ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ ๒๐ บาท (๓๕)การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ ๒๐ บาท (๓๖)๑๑๑ การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตขับรถแต่ละฉบับ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๔)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๕)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๖)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๒๗)ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราค่าธรรมเนียม (๓๖)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖ อัตราภาษีประจำปี (๑)๑๑๒ รถยนต์ั่ ส่วนบุ คลไม่เกิ เจ็ดคนให้เก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกันของ เครื่องยนต์ของรถยนต์แต่ละคัน ในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ๖๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตรแรก ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๐.๕๐ บาท (ข) ส่วนที่เกิน ๖๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๑.๕๐ บาท (ค) ส่วนที่เกิ ๑,๘๐๐ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๔.๐๐ บาท รถยนต์ตาม (๑) ที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของ และมิได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อในการประกอบธุ กิจ เกี่ยวกับการให้เช่าซื้อของนิติบุคคลนั้น ให้เก็บภาษีในอัตราสองเท่า (๒) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๑๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๐๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๐๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๐๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๔๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๖๐๐ บาท อัตราภาษีประจำปี (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔ (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๒๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๐๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๓,๖๐๐ บาท (๓)๑๑๓ รถจักรยานยนต์ให้คำนวณภาษีประจำปีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๑๐๐ บาท (ข) รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ ๑๐๐ บาท (๔)๑๑๔ รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๕๐ บาท (๕) รถพ่วงนอกจาก(๔) คันละ ๑๐๐ บาท (๖) รถบดถนน คันละ ๒๐๐ บาท (๗) รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ ๕๐ บาท (๘) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ อัตราภาษีประจำปี (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ อัตราภาษีประจำปี (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ กิโลกรัม คันละ ๓,๙๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๓๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๒๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๗๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัคันละ ๖,๑๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๖,๖๐๐ บาท (๙) รถยนต์รับจ้าง ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๑๘๕ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๑๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๕๖๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๘๕ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๗๕ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๖๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๒๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๔๓๕ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๒๕ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๘๑๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๐๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๘๕ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๓๗๕ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๖๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๒,๗๕๐ บาท (๑๐) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วน บุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร ให้เก็บภาษีตาม น้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิ ๕๐๐กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑- ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑- ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๐๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑- ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑- ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๙๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑- ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑- ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑- ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑- ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑- ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๕๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑- ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑- ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๕๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑- ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๑๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑- ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑- ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๗๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑กิโลกรัขึ้นไป คันละ ๔,๐๕๐ บาท (๑๐/๑)๑๑๕ รถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทนิยามคำว่า “รถ”ในมาตรา ๔ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราตาม (๑๐) (๑๑)๑๑๖ รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานอื่นโดยมิได้ใช้เครื่องยนต์ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ให้จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตราตาม (๒) (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตาม (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐)แล้วแต่กรณี (๑๒)๑๑๗ รถที่ขับเคลื่ อนด้วยเครื่ องยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนพลังานอนุรัษ์สิ่ แวดล้อม หรือ พลังงานอย่างประหยัดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่ กำหนดไว้ (๑๓)๑๑๘ รถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบด้วย ก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิง ให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเพียงอย่างเดียวในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด ไว้ (ข) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราสามในสี่ ของอัตราที่กำหนดไว้ ในการคำนวณน้ำหนัก ให้รวมน้ำหนัของรถและเครื่องอุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถตามปกติแต่ไม่รวม น้ำหนักน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำ และเครื่องมือประจำรถ ถ้ามีเศษของกิโลกรัมให้ปัดทิ้ง อัตราภาษีประจำปี (๑๐/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗ อัตราภาษีประจำปี (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ อัตราภาษีประจำปี (๑๒)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐ อัตราภาษีประจำปี (๑๓)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้ ประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ บเป็นเวลาเกือบห้าสิบปีแล้ว และในระหว่างระยะเวลา ดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วประมาณยี่สิบครั้ง อย่างไรก็ดียังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราที่ใช้อยู่ ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณ์ของบ้านเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมและ รัดกุมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๔๑๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๕เป็นต้น ไป มาตรา ๕ อัตราภาษีประจำปีของรถยนตร์ตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่รถยนตร์ที่ได้เสียภาษีในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ไว้แล้ว และรถยนตร์ที่ค้างชำระภาษีประจำปีก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากหลักเกณฑ์และอัตราการ เก็บภาษีรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนยังไม่เหมาะสม สมควรเปลี่ยนหลักเกณฑ์และอัตราภาษี รถยนตร์ดักล่ วเพื่อก่อให้เกิดการใช้้ำมันโดยประหยัดตามสภาวะของการขาดแคลนน้ำมันใน ปัจจุบัน นอกจากนั้น สมควรเพิ่มอัตราภาษีรถยนต์ดังกล่าวสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ที่นิติบุคคลบางประเภทเป็นเจ้าของ เพราะภาษีรถยนต์ย่อมถือเป็รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้ของนิติบุคคลดังกล่าวอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๕๑๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปรากฏว่าพระราชบัญญัติ รถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒บัญญัติให้ “ผู้ใด”(อันหมายถึงเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนตร์) จะไปขอจด ทะเบียนรถให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนานั้น ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ และความต้องการของประชาชนในปัจจุบันเพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้ซื้อรถยนต์ในระบบ “เช่าซื้อ” การขอจดทะเบียนรถจึงตกเป็นหน้าที่ของผู้ขายคือบริษัทรถยนตร์ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในที่ต่าง ๆการต่อ ทะเบียนก็ดี การตรวจสภาพรถยนตร์ก็ดีจะต้องกระทำที่นายทะเบียนในท้องที่นั้นเมื่อประชาชนซื้อรถ ไปใช้ในท้องถิ่นอื่น การกระทำตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ี้จึงเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนเป็นอย่างมาก และเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก็ยากแก่การติดตามผู้กระทำความผิด เพราะเจ้าของรถและผู้ครอบครองมิใช่บุคคลคนเดียวกัน จึงจำเป็ต้องแก้ไขเพิ่มเติ พระราชบัญญัติ นี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่๑๓๙/ฉบับพิเศษหน้า ๔/๒๔สิงหาคม๒๕๒๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๙/ตอนที่ ๑๗/ฉบับพิเศษหน้า๑/๕กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๒๗๑๒๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากมาตรา ๖วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถ เว้นแต่รถนั้นเป็นรถที่จดทะเบียน และเสียภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นครบถ้วนถูกต้องแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖วรรคหนึ่ง ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทตามมาตรา ๕๙โดยมิได้แยกประเภทความผิดกรณีการใช้รถที่จด ทะเบียนแล้ว แต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นให้ครบถ้วนถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ทำให้ ผู้ใช้รถในกรณีที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปีต้องได้รับโทษในอัตราเดียวกันกับกรณีการใช้รถที่ยังมิได้จด ทะเบียนตามมาตรา ๕๙ซึ่งเป็นความผิดที่เปรียบเทียบไม่ได้ สมควรกำหนดแยกประเภทความผิด เกี่ยวกับการใช้รถที่ จดทะเบียนแล้วแต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี ออกจากความผิดเกี่ยวกับการใช้รถที่ ยังมิได้จดทะเบียน โดยให้มีอัตราโทษแตกต่างกันและมีอัตราโทษเหมาะสมแก่กรณีด้วย โดยกำหนด โทษสำหรับความผิดกรณีการใช้รถที่ จดทะเบียนแล้ว แต่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี เป็ความผิดที่ เปรียบเทียบได้ นอกจากนั้นเนื่องจากได้มีการกำหนดให้รถใช้งานเกษตรกรรมเป็น “รถ”ตาม กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ซึ่งจะต้องมีการจดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสภาพรถ และเพื่อเป็นการ ส่งเสริมเกษตรกรรมของประเทศ สมควรกำหนดให้รถดังกล่าวได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนตร์ และโดยที่สมควรกำหนดให้เงินที่เป็นค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถได้นำมาใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการผลิตแผ่นป้ายสำหรับยานพาหนะต่อไปโดยไม่ต้องจัดสรรให้แก่ราชการ ส่วนท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยปรากฏว่าการใช้รถยนต์ส่วน บุคคลที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุ คลหรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจะใช้เป็รถยนต์บรรทุก ส่วนบุคคล หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งผิดไปจากประเภทจดทะเบียนไว้ไม่ได้ เป็นเหตุให้ประชาชนที่ สามารถมีรถได้เพียงคันเดียวได้รับความเดือดร้อนโดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ได้บัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนตร์ไว้ โดย กำหนดให้ผู้ที่จะมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตร์ได้จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ใน ความเป็นจริงแล้วปรากฏว่าเด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดนั้นส่วนมากมี รถจักรยานยนตร์ใช้เป็พาหนะทั้งสิ้ เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถจักรยานยนตร์ขับขี่ไป ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่๑๑๒/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๒๔สิงหาคม๒๕๒๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่๙๕/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๕กรกฎาคม๒๕๒๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๒/ตอนที่ ๑๕๔/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๒๔ตุลาคม๒๕๒๘ โรงเรียนหรือใช้ในกิจการด้านอื่น ๆเนื่องจากสถานศึกษาอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก ซึ่งการกระทำ ดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นเพื่อให้เด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้ ปีีใบอนุญาตขับขี่ รถจักรยานยนตร์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวเสีย และเนื่องจาก ในปัจจุบันกฎหมายบัญญัติให้บุคคลที่มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ต้องไปทำบัตรประจำตัวประชาชนทุกคน ดังนั้นจึงสมควรอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตร์ได้เช่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๔ มาตรา ๕ อัตราภาษีตามที่กำหนดในมาตรา ๒๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ไม่ใช้บังคับแก่รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษี ประจำปีไว้แล้ว และรถยนต์ที่ค้างชำระภาษีประจำปี ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ หรับภาษีประจำปีที่เสียไว้แล้วหรือที่ค้างชำระนั้น มาตรา ๖ รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีไว้แล้วในวันที่พระราช กำหนดนี้ใช้บังคับ หากเป็นรถยนต์ตามมาตรา ๒๙(๓) หรือเจ้าของรถได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นรถยนต์ ตามมาตรา ๒๙(๓) อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ และได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้แล้ว หรือได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตามมาตรา ๑๔ต่อนายทะเบียนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระ ราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้เสียภาษีรถประจำปีสำหรับปีต่อไปดังต่อไปนี้ (๑) ปีที่หนึ่ง ให้เสียในอัตราสองเท่าของอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้ ย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๒) ปีที่สอง ให้เสียในอัตราสามเท่าของอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้าย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๓) ปีต่ อไป ให้เสียในอัตราสี่เท่าของอัตราตามที่ กำหนดในบัญชีอัตราภาษีท้าย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ผู้ซึ่งได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่ง ไม่ต้องรับโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีรถยนตร์จำนวน มากใช้หรือเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดความจำเป็นในการสั่งน้ำมันดีเซล หรือก๊าซเข้ามาในราชอาณาจัดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้มีการเพิ่มจำนวนรถที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซ เป็นเชื้อเพลิง และเพื่อเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว สมควรแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๓/ตอนที่ ๑๕/ฉบับพิเศษหน้า ๒๗/๓๑มกราคม๒๕๒๙ ประกาศสำนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติ พระราชบัญญัติ รถยนตร์พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๕ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอขอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒พ.ศ. ๒๕๒๙นั้น ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๕/๒๕๒๙(สมัยสามัญ) วันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน๒๕๒๙ที่ประชุมได้ลงมติไม่อนุมัติ จึ ประกาศมาตามความในมาตรา ๑๕๗ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่ อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๒ ให้โอนอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับ การรักษาการตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ไปเป็นของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม มาตรา ๑๓ บรรดากฎกระทรวงข้อบังคับระเบียบประกาศหรือคำสั่งใด ๆออก ตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่ใช้ บัคับอยู่ในวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บ คับ ให้ใช้บัคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ ไม่ขดหรือแย้ กับ พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๔ คำขออนุญาตใดๆที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕ บรรดาใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี มาตรา ๑๖ บรรดาแผ่ ป้ายทะเบียนรถและเครื่ องหมายการเสียภาษีประจำปี สำหรับรถที่ออกให้แก่รถที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีครบถ้วนและถูกต้องตาม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่๑๕๗/ฉบับพิเศษหน้า ๒/๑๑กันยายน๒๕๒๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๐๔/ตอนที่ ๑๓๙/ฉบับพิเศษหน้า ๕/๒๓กรกฎาคม๒๕๓๐ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียน รถและเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี หรับรถนั้น ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากได้มีการโอนอำนาจหน้าที่ และกิจการบริหารบางส่วนของกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์และกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน ไปเป็นของกรมการขนส่งทางบกกระทรวง คมนาคมในการนี้สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ให้สอดคล้องกับการโอน อำนาจหน้าที่และกิจการบริหารดังกล่าว และแก้ไขให้อธิบดี รมการขนส่งทางบกหรือผู้ซึ่งอธิบดี กรมการขนส่งทางบกมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวได้ เพื่อ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนนอกจากนี้สมควรแก้ไขให้สถานตรวจสภาพที่ได้ับอนุญาตตาม กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งเป็นของเอกชนมีส่วนในการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วย รถยนตร์ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้ทำความตกลง กับประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ภายในประเทศซึ่งกันและกัน และโดยที่ประเทศไทยอาจทำความตกลงในทำนองเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆด้วย ซึ่งความตกลงดังกล่าวจะมีผลให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ สมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ หรือจากรัฐบาลของประเทศที่ประเทศไทยมีความตกลงด้วยสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถนั้น ขับรถในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยู่กับ ต่างประเทศตามความตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ เห็นสมควรกำหนดให้ใบอนุญาตขับรถระหว่าง ประเทศสำหรับรถยนตร์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนตร์ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทาง ถนนทำณนครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเมื่อวันที่ ๑๕สิงหาคม ๒๕๐๕เป็น ใบอนุญาตขับรถชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๓๗๑๒๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกไม่อาจใช้ใบอนุญาตนั้นขับรถที่จดทะเบียนตาม กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้ ทั้ง ๆที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ซึ่งมีความสามารถขับรถขนาดใหญ่ย่อม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่๒๐๗/ฉบับพิเศษหน้า ๔๙/๒๘ธันวาคม๒๕๓๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๑๑/ตอนที่ ๖๔ก/หน้า ๑๘/๓๑ธันวาคม๒๕๓๗ สามารถขับรถที่มีขนาดเล็กกว่าได้ สมควรกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางบกขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ในบางประเภทได้ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่กฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ใน ปัจจุบันได้กำหนดบทนิยามคำว่า “รถยนตร์ส่วนบุคคล” ไว้ไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับหลักการ เกี่ยวกับการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกนอกจากนั้น ยังมิได้กำหนดให้มีผู้ตรวจการเพื่อ ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนตร์ให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเฉพาะ ดังนั้น เพื่อให้ บทนิยามคำว่า “รถยนตร์ส่วนบุคคล”ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์มีความหมายชัดเจนโดยไม่มี ความหมายครอบคลุมถึงรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคนและรถยนตร์บรรทุก ส่วนบุคคลที่ีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัมซึ่งใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสิ จ้ งที่อยู่ภายใต้ บังคับของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และเพื่อให้การตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนตร์ เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการตรวจสอบการขนส่งตาม กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ในส่วนที่ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๑๑)พ.ศ. ๒๕๔๔๑๓๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้นำรถที่ ขับเคลื่อนด้วยกำลัไฟฟ้ามาใช้และในอนาคตมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการนำรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงาน อื่นมาใช้ภายในประเทศด้วย แต่โดยที่พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒มิได้กำหนดอัตราภาษี ประจำปีสำหรับรถลักษณะดังกล่าวไว้ สมควรกำหนดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถลัษณะดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖๑๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนชื่อพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒เป็นพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๒๐ก/หน้า ๑๘/๒๕มีนาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่๑๑๒ก/หน้า ๒๔/๔ธันวาคม๒๕๔๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๐/ตอนที่ ๔๘ก/หน้า ๑/๒๙พฤษภาคม๒๕๔๖ ให้แก้ไขคำว่า “รถยนตร์” “รถจักรยานยนตร์” และ “เครื่องยนตร์” ใน พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นคำว่า “รถยนต์”“รถจักรยานยนต์” และ“เครื่องยนต์”ทุกแห่ง มาตรา ๑๕ รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้นายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพร้อมทั้งจำนวนภาษีค้างชำระไว้ ณ ที่ทำการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๒) ให้เจ้าของรถทำความตกลงกับนายทะเบียนในการชำระภาษีค้างชำระภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวับแต่วันที่นายทะเบียนได้มีประกาศตาม (๑) โดยให้ได้รับยกเว้นเงิ เพิ่ม หากมี ภาษีค้างชำระเกินกว่าสามปี ให้คิดภาษีค้างชำระเพียงสามปี และให้ผ่อนชำระเป็นงวดได้ ตามระเบียบ ที่อธิบดีประกาศกำหนด (๓) เจ้าของรถที่มิได้ดำเนินการตาม (๒) ต้องเสียภาษีค้างชำระทั้งหมดพร้อมทั้งเงิน เพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบต่อปีของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ (๔) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตาม (๒) รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีตั้งแต่สามปีขึ้น ไปหรือรถที่ค้างชำระภาษีประจำปีไม่ถึงสามปี แต่ต่อมาภายหลังค้างชำระภาษีติดต่อกันครบสามปี ให้ ถือว่าทะเบียนรถเป็นอันระงับไป และให้เจ้าของรถมีหน้าที่ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียน และนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายใน สามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาตาม(๒) หรือนับแต่วันค้างชำระภาษีติดต่อกันครบสามปี แล้วแต่กรณี ให้ มาตรา ๓๕/๑มาตรา ๓๕/๒วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๓๕/๓ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ โดยอนุโลม เจ้าของรถผู้ใดไม่ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อ นายทะเบียนตามความใน(๔) ให้นำโทษตามมาตรา ๖๑แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรา ๔๔แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้คิดค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม มาตรา ๑๗ ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถตลอดชีพอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นได้ต่อไป การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ให้นำมาตรา ๕๕แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒มาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้คิดค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งร้อยบาท มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการจดทะเบียนรถ เพื่อให้ได้หมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่นิยมยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมรวมทั้งยังมีการละเลยหรือ หลีกเลี่ยงการชำระภาษีประจำปี ทำให้มีภาษีประจำปีค้างชำระเพิ่มขึ้นทุกปี สมควรกำหนดให้มีการ ประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่นิยมอันจะเป็นการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติ และช่วยเพิ่ม รายได้ให้แก่รัฐอีกทางหนึ่ง ตลอดจนปรับปรุงมาตรการในการจัดเก็บภาษีประจำปีที่ค้างชำระให้ได้ผล อย่างจริงจัง และปรับปรุงอายุใบอนุญาตขับรถให้เหมาะสมยิ่ งขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคุ สมบัติและ ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗๑๓๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ใช้ได้ต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถจัรยานยนต์ประเภทนั้น ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรา ๔๔แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตาม มาตรา ๔๓(๖/๑) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้นให้ใช้ใบอนุญาตขับ รถจักรยานยนต์ดังกล่าวแทนได้ มาตรา ๓๓ รถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เจ้ ของรถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับถ้า ประสงค์จะนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ให้ดำเนินการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์นั้นเป็นรถจักรยานยนต์าธารณะตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๑/ตอนพิเศษ๗๐ก/หน้า๑/๑๒พฤศจิกายน๒๕๔๗ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้นให้สามารถนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมารับจ้างบรรทุก คนโดยสารได้ มาตรา ๓๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำ รถจักรยานยนต์มาใช้รับส่งคนโดยสารเพื่อสินจ้างเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ยังไม่มี บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร สมควร กำหนดให้มีบทบัญญัติในลักษณะดังกล่าวเพื่อให้การรับจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย แก่คนโดยสาร นอกจากนี้ สมควรกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมา ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามภายหลังที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วได้ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔)พ.ศ. ๒๕๕๐๑๓๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ราคา น้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหาทางด้ นมลภาวะทางอากาศที่เพิ่ มากขึ้น และเพื่อ เป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอื่นทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใช้พลังงานอย่าง ประหยัดและการใช้พลังงานสะอาดเพื่ออนุร ษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัจจุบันมีผู้นำรถที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานไฟฟ้าและพลังงานอื่นโดยมิได้ใช้เครื่องยนต์มาใช้ภายในประเทศด้วย อันจะเป็นการช่วยให้มี การใช้พลังงานอย่างเหมาะสมและคุ้มค่ และก่อให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศสมควรส่งเสริมการใช้รถที่ใช้พลังงานดังกล่าวและกำหนดให้มีอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถ เหล่านี้เป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๕)พ.ศ. ๒๕๕๑๑๓๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่สังหาริมทรัพย์หลายประเภท สามารถจดจำนองเป็นประกันหนี้ได้ ดังเช่น เรือกำปั่น หรือเรือมีระวางตั้งแต่ ๖ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่ ๕ตันขึ้นไป แพสัตว์พาหนะ สามารถจดจำนองได้ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๓ส่วนเครื่องจักรสามารถจดจำนองได้ตามกฎหมายเครื่องจักร แต่ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่๑๐๒ก/หน้า ๓/๓๐ธันวาคม๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๒๕/ตอนที่ ๓๒ก/หน้า ๓๓/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ปรากฏว่ารถยนต์ ได้แก่ รถยนต์สาธารณะรถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งรถพ่วง รถ บดถนนและรถแทรคเตอร์ เป็นสังหาริ ทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่สามารถจดทะเบียนจำนองเป็น ประกันหนี้ได้ตามกฎหมาย ในกรณีที่ต้องใช้เป็นประกันหนี้จึงต้องใช้วิธีการโอนขายแก่เจ้าหนี้ และทำ เป็นสัญญาเช่าซื้อซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเป็นภาระแก่ประชาชนและ ผู้ประกอบการหลายล้านคนทั่วประเทศ สมควรบรรเทาภาระดังกล่าวนี้ และทำให้รถดังกล่าวเป็น สินทรัพย์ที่มีมูลค่า มีราคา ที่สามารถจำนองเป็นประกันหนี้ได้ และผู้เป็นเจ้าของยังคงมีสิทธิ์ ครอบครองใช้สอยได้ดังเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๕๖๑๓๕ มาตรา ๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีของรถของหน่วยงานตามมาตรา ๙(๓) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ค้างชำระไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็อันระงับไป มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทำให้มีหน่วยงานของรัฐรูปแบบต่าง ๆเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางราชการ ที่มีอยู่เดิม อีกทั้งหน่วยงานทางราชการเดิมบางหน่วยก็ได้มีการปรับเปลี่ยนฐานะหรือรูปแบบการ ดำเนินการใหม่ อันมีผลทำให้หน่วยงานนั้ ๆมิได้มีฐานะเป็นกระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงาน ตามที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี อย่างไรก็ดี เนื่องจาก หน่วยงานที่เกิดขึ้นหรือปรับเปลี่ยนใหม่นั้นมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์เพื่อให้รถของหน่วยงานดังกล่าวได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๕๗๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๑ รถยนต์่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ทะเบียนรถและเอกสารที่เกี่ยวข้องนั้นใช้ได้ต่อไป โดยถือว่าเป็นทะเบียน รถและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่๔๙ก/หน้า ๑/๗มิถุนายน ๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๑๓๑/ตอนที่ ๘๓ก/หน้า ๑๕/๒๓ธันวาคม๒๕๕๗ ให้นายทะเบียนดำเนินการทางทะเบียนรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในวันที่เจ้ ของรถมาชำระ ภาษีประจำปีของรถนั้นครั้งแรกหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้ง ปวงสำหรับการดำเนิ การดังกล่าว มาตรา ๒๒ บทบัญญัติในมาตรา ๖/๑แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับกับรถที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรชั่วคราว โดย ที่ผู้นำเข้าไม่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยทำ ไว้กับรัฐบาลของประเทศที่ผู้นำเข้ามีสัญชาติหรือที่รถนั้นจดทะเบียน มาตรา ๒๓ รถที่ได้ยึดไว้ตามมาตรา ๓๕วรรคสองหรือมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้อธิบดี รมการขนส่งทาง บกประกาศให้เจ้าของรถมาขอรับคืนรถภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้นาย ทะเบียนยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถนั้นไว้แทนรถที่ขอรับคืน รถที่ยึดตามวรรคหนึ่ ง และได้มีการจัดการขายทอดตลาดรถนั้ นแล้ว ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้หักค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึดและขายรถ ให้นำ เงินส่วนที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถนั้นคืนแก่เจ้าของรถแทน ในกรณีที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดในประกาศตามวรรคหนึ่งและเจ้าของ รถมิได้มาขอรับคืนรถ ให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจัดให้มีการขายทอดตลาดรถนั้น และเมื่อได้หัค่าภาษีค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึดและขายรถแล้ว ให้นำเงินส่วนที่เหลือจากการขาย ทอดตลาดรถนั้นส่ คลัเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม่ เพื่ อให้สอดคล้องกับ เทคโนโลยีการผลิตรถในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก และสอดคล้องกับการใช้รถ ตลอดจนเพื่อให้การควบคุมและการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้มีอัตราค่าธรรมเนียมและอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ วิชพงษ์/ผู้จัดทำ ๗มกราคม๒๕๕๘

Notes and footnotes

มาตรา ๕(๑๔)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕(๑๕)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕(๑๕/๑)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร์(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถดังต่อไปนี้ (๑) รถที่ยังมิได้จดทะเบีย (๒) รถที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน (๓) รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี (๔) รถที่แจ้งการไม่ใช้รถ (๕) รถที่ทะเบียนระงับ

มาตรา ๒๕วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ๕๘๗๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕(๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐)(๑๑)(๑๕)หรือ(๑๖)ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพับาท

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://www.otp.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.otp.go.th/uploads/tiny_uploads/Laws/TrasportLaws/Laws-2/law-1.pdf47 pp.
File checksum
sha256:edda87eabe0a3b90ef0ab4df1f3c5b7f60c5a215ec5d91d578b5d07ac111990cPulled at 2026-08-24T04:57:06.947Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522