ในกรณีที่
(๑) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณ มาตรา๗๐วรรคสองเพิ่มโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๖ลงวันที่ ๑๕กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ มาตรา๗๐ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๗๐ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐ลงวันที่ ๗พฤศจิกายน พุทธศักราช๒๕๒๐ ภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ หรือมิได้ทำบัญชีหรือทำไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗หรือ มาตรา๖๘ทวิ หรือไม่น บัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นมาให้เจ้าพนักงานประเมิ ทำการไต่สวนตาม มาตรา๑๙หรือมาตรา ๒๓เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีในอัตราร้อยละ ๕ของยอด รายรับก่อนหักรายจ่ ยใดๆหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่อย่าง ใดจะมากกว่า ถ้ายอดรายรับก่อนหักรายจ่ายหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายดังกล่าวไม่ปรากฏ เจ้า พนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยอาศัยเทียบเคียงกับยอดในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนนั้นขึ้นไป ถ้ายอดในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนนั้นขึ้นไปไม่ปรากฏให้ประเมินได้ตามที่เห็นสมควร
(๒) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด มิได้ลงรายการหรือลงรายการไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงตามความจริงในบัญชีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา๑๗หรือมาตรา๖๘ทวิ เป็นเหตุให้ไม่ต้อง เสียภาษี หรือเสียภาษีน้อยลง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีที่ขาดตามอัตราภาษีใน มาตรา๖๗และอาจสั่งให้ผู้ต้องเสียภาษีเสียเงิ เพิ่มขึ้นอีกสองเท่าของจำนวนภาษีที่ขาดก็ได้
(๓) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีซึ่งสั่งตาม มาตรา๑๗เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นปฏิบัติตามคำสั่ง ของอธิบดีให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน หรือสั่งให้จัดบุคคล มาปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดี ณสำนักงานของเจ้าพนักงานประเมินให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ดังกล่าวแล้วก็ได้ ถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน เจ้า พนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีในอัตราและตามวิธีการดังที่กล่าวใน
(๑) บทบัญญัติมาตรานี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่ เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินให้เสีย ภาษีตามบทบัญญัติในมาตราอื่น การประเมินตามความในมาตรานี้ จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้