Law collection / ประมวลรัษฎากร / ส่วน ๑๒ อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา๘๘๓๖๓ เจ้าพนังานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่ เพิ่ม เบี้ยปรับและ เงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ (๑) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้ ที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (๒) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดง รายการภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้าโดยแสดงจำนวนภาษีที่ต้องเสียต่ำกว่าความเป็น จริง (๓) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินหรือไม่ยอม ตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๔) ผู้ประกอบการไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีในกรณีภาษีซื้อ หรือสำเนาใบกำกับ ภาษีในกรณีภาษีขายพร้อมทั้งหลักฐานอื่นเพื่อการคำนวณภาษีหรือการเครดิตภาษี (๕) ผู้ประกอบการไม่เก็บสำเนาใบกำกับภาษีในกรณีภาษีขายและหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการลงรายงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือ (๖) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้ประกอบการซึ่งต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา๘๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔

ประมวลรัษฎากร · 2481

Section ๘๘

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหมวดนี้ ในเมื่อปรากฏว่ บุ คลใดออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มี สิทธิที่จะออกตามกฎหมายตามมาตรา ๘๖/๑๓โดยให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมิน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้นั้นได้ มาตรา๘๘/๒๓๖๕ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา๘๘และมาตรา๘๘/๑ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ

(๑) จัดทำรายการลงในแบบแสดงรายการภาษีแบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้า ตามหลักฐานที่เห็นว่าถูกต้อง เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขนสินค้า

(๒) แก้ไขเพิ่มเติ รายการในแบบแสดงรายการภาษีแบบนำส่งภาษี หรือแบบใบขน สินค้าเพื่อให้ถูกต้อง

(๓) ประเมินภาษีในกรณีที่มีหลักฐานแสดงว่า ผู้ประกอบการเสียภาษีหรือแสดง มูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง

(๔) กำหนดมูลค่าที่ควรได้รับโดยพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ หรือพฤติการณ์ของ ผู้ประกอบการ หรือสถิติการค้าของผู้ประกอบการเองหรือของผู้ประกอบการที่กระทำกิจการทำนอง เดียวกัน หรือพิจารณาจากหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงมูลค่าที่ได้รับได้โดยสมควร

(๕) แก้ไขเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสินค้าที่ซื้อหรือของค่าบริการจากการรับบริการ แล้วแต่กรณี เมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๘(๓) (๔) หรือ (๕)

(๖) ประเมินภาษีตามที่ รู้เห็นหรือพิจารณาว่าถูกต้องเมื่อมีกรณีตามมาตรา๘๘(๓) (๔) หรือ

(๕) โดยไม่จำต้องปฏิบัติตาม

(๑) ถึง

(๔) ก็ได้ ในการใช้อำนาจของเจ้าพนังานประเมินเมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๘(๖) ให้ถือว่า ผู้ประกอบการซึ่งต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๕/๑แต่มิได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม มีความรับผิดในการเสียภาษีเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน มาตรา๘๘/๓๓๖๖ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการของ ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือไม่ หรือในสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องระหว่าง พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบการ และทำการตรวจสอบ เพื่อให้ทราบว่าผู้ประกอบการได้ปฏิบัติการโดยถูกต้องตามบทบัญญัติในหมวดนี้หรือไม่ ในการนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งผู้ประกอบการหรือบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้นให้ปฏิบัติการเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆอันควรแก่เรื่อง และมีอ นาจยึดเอกสาร หลักฐานเหล่านั้นมาตรวจสอบไต่สวนได้ มาตรา ๘๘/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๘/๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๘/๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานประเมินแสดงบัตรประจำตัวพร้อม ทั้งหนังสือหรือหลักฐานต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าไปทำการตรวจสอบ มาตรา๘๘/๔๓๖๗ ในการดำเนินการของเจ้ พนักงานประเมินในส่วนนี้ เจ้าพนักงาน ประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้ทำการแทน หรือพยานกับมีอำนาจสั่งบุคคล เหล่านั้นให้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาตรวจสอบไต่สวนได้ หรือออกคำสั่งให้ พยานตอบคำถามเป็นหนังสือ แต่จะต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันได้รับหมายเรียก หรือได้รับคำสั่ง มาตรา๘๘/๕๓๖๘ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๘หรือมาตรา ๘๘/๑แล้ว ให้แจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุคคลตาม มาตรา๘๘/๑ในกรณีนี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือบุคคลตามมาตรา ๘๘/๑จะใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมิน ตามบทบัญญัติในส่วน ๒ของหมวด๒ลัษณะ๒ก็ได้ เว้นแต่ในกรณีที่เจ้าพนังานประเมินได้ทำ การประเมินเพราะเหตุตามมาตรา๘๘(๓) ห้ามมิให้อุทธรณ์ มาตรา ๘๘/๖๓๖๙ การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินให้กระทำได้ภายใน กำหนดเวลาดังต่อไปนี้

(๑) สำหรับผู้ประกอบการ (ก) สองปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวัน สุดท้ายแห่งกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไปแล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว (ข) สองปีนับแต่วันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษี ทั้งนี้ เฉพาะ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีหลังวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาดังกล่าวใน (ก) แต่ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี (ค) สิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ในกรณีที่ ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดย แสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ ฐานภาษีที่แสดงในแบบแสดงรายการภาษี

(๒) สำหรับผู้นำเข้าซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการสองปีนับแต่วันยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่กรณี ที่ผู้นำเข้ามีข้อโต้แย้งตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือเป็นคดีในศาลสองปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำวินิจฉัยข้อโต้แย้งอากรขาเข้าเป็นหนัสือหรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี

(๓) สำหรับผู้ที่มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๓/๕มาตรา๘๓/๖หรือ มาตรา ๘๘/๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๘/๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๘/๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๘๓/๗สองปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลานำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่ อว่ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หรือผู้ หน้ ที่นำส่ ภาษีมูลค่าเพิ่มแสดงรายการตามแบบแสดงรายการภาษีแบบใบขนสินค้าหรือแบบนำส่งภาษีไม่ถูกต้อง ตามความเป็นจริ หรือไม่สมบูรณ์ ให้เจ้าพนังานประเมินโดยอนุมัติอธิบดีประเมินภาษีได้ภายใน กำหนดเวลาห้าปีนับแต่กำหนดเวลาตาม

(๑) (ก)

(๒) และ(๓) แล้วแต่กรณี

The citation link pins the edition with ?v=2481 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Where this text comes from

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:6f35e9ddb537 · 2026-08-24

ประมวลรัษฎากร Section ๘๘