Law collection

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564

As promulgated — later amendments not consolidated256450 sections7 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาSource PDF · 19 pages
What edition is this?

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Contents of this text

Preamble

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๕ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางขึ้นเป็นองค์การมหาชน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

Sections in this chapter

Show as list
  1. บทเฉพาะกาล6 sections
  2. Section ๔๕

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๑ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ

  3. Section ๔๖

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ แต่งตั้งข้าราชการในสังกัด กระทรวงคมนาคมปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการ อาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงาน ต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติม ให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่างปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ไม่ต่ากว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับ การคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม

  4. Section ๔๗

    ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ภายในสามสิบวันนับแต่ วันครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แล้วแต่กรณี ในระหว่างดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ หรือผู้อำนวยการ ตามมาตรา ๔๖ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๒ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

  5. Section ๔๘

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สถาบัน ตามความจำเป็น

  6. Section ๔๙

    ในวาระเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใด ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานที่สถาบัน เป็นการชั่วคราวโดยไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติมให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่าง ปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานได้รับอนุมัติ ให้มาปฏิบัติงานในสถาบันเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิมไม่ต่ากว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มา ปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกัน เสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม

  7. Section ๕๐

    เมื่อสถาบันดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่า ในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๓ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนา และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องพึ่งพาองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบรางได้อย่างยั่งยืน และลดการพึ่งพาต่างประเทศ จึงสมควรจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้มีหน้าที่ศึกษา วิจัย เปรียบเทียบ เทคโนโลยีระบบราง และประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้ในการวางยุทธศาสตร์ ของประเทศ การบริหารจัดการงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและ การขนส่งทางราง ตลอดจนการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในระบบการขนส่งทางราง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13837ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTI0Nzk2MDUtMjBlZS00MTI5LWIzZjMtOTMxZGEwNjFhY2RlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTQ24LiBLTE1LlBERiJ9.U8ixmArWk99NjszQ4JNbgX02R27pbNwF-AxPkv6L30819 pp.
File checksum
sha256:4d10fd7f07ba7df7e47f34a547f25d84e7e9ca309607dfca4a382b4e06fe8c49Pulled at 2026-08-23T18:45:36.465Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564