พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจมาตรา ๕–๘ · 4
- หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สินมาตรา ๙–๑๒ · 4
- หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการมาตรา ๑๓–๓๔ · 22
- หมวด ๔ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสถาบันมาตรา ๓๕–๓๙ · 5
- หมวด ๕ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสถาบันมาตรา ๔๐–๔๓ · 4
- หมวด ๖ การกำกับดูแลมาตรา ๔๔ · 1
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๔๕–๕๐ · 6
ปรารภ
เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๕ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางขึ้นเป็นองค์การมหาชน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการบทเฉพาะกาล
6 มาตรา- ๔๕
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๑ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ
- ๔๖
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ แต่งตั้งข้าราชการในสังกัด กระทรวงคมนาคมปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการ อาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงาน ต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติม ให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่างปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ไม่ต่ากว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับ การคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม
- ๔๗
ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ภายในสามสิบวันนับแต่ วันครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แล้วแต่กรณี ในระหว่างดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ หรือผู้อำนวยการ ตามมาตรา ๔๖ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๒ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
- ๔๘
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สถาบัน ตามความจำเป็น
- ๔๙
ในวาระเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใด ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานที่สถาบัน เป็นการชั่วคราวโดยไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติมให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่าง ปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานได้รับอนุมัติ ให้มาปฏิบัติงานในสถาบันเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิมไม่ต่ากว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มา ปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกัน เสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม
- ๕๐
เมื่อสถาบันดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่า ในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๓ ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนา และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องพึ่งพาองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบรางได้อย่างยั่งยืน และลดการพึ่งพาต่างประเทศ จึงสมควรจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้มีหน้าที่ศึกษา วิจัย เปรียบเทียบ เทคโนโลยีระบบราง และประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้ในการวางยุทธศาสตร์ ของประเทศ การบริหารจัดการงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและ การขนส่งทางราง ตลอดจนการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในระบบการขนส่งทางราง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13837ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTI0Nzk2MDUtMjBlZS00MTI5LWIzZjMtOTMxZGEwNjFhY2RlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTQ24LiBLTE1LlBERiJ9.U8ixmArWk99NjszQ4JNbgX02R27pbNwF-AxPkv6L30819 pp.
- checksum ของไฟล์
- sha256:4d10fd7f07ba7df7e47f34a547f25d84e7e9ca309607dfca4a382b4e06fe8c49ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:45:36.465Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR