๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
พ่อค้าผู้ไม่ตั้งใจทำการงาน
บทว่า ปาปณิโก แปลว่า พ่อค้าในตลาด เจ้าของร้าน.
คำว่า ปาปณิโก นั่น เป็นชื่อของพ่อค้า ผู้เปิดร้านขายของ.
บทว่า อภพฺโพ แปลว่า เป็นบุคคลไม่เหมาะสม.
บทว่า น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ ความว่า การงานที่ตั้งใจทำอย่างใด จึงจะนับว่ามั่นคง งานที่ตั้งใจไว้ย่อมสำเร็จสมความตั้งใจด้วยประการใด เขาไม่ตั้งใจทำให้สำเร็จด้วยตนเองอย่างนั้น.
ในบทว่า น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺติ อธิฏฺฐาติ นั้น พึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้
เวลาเช้ามืด พ่อค้าลุกขึ้นตามประทีป แต่ไม่นั่งจัดสินค้า ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำงานโดยเคารพ ในเวลาเช้า. ด้วยว่า พ่อค้าผู้นี้จะไม่ได้เป็นเจ้าของ พลาดโอกาส สิ่งของที่ควรจะได้ที่มีโอกาสทั้ง ๓ เป็นปัจจัย คือ สิ่งของที่พวกโจรลักในตอนกลางคืน รีบมาตลาดด้วยคิดว่า เราจักปล่อยของนี้ให้พ้นมือของเราแล้ว ขายให้โดยราคาย่อมเยา ๑ ของที่คนจำนวนมากผู้เป็นคู่แข่งแย่งซื้อแย่งขาย เวลากลางคืนอยู่ในเมือง เช้ามืดไปตลาดซื้อเอา ๑ หรือของที่ผู้คนประสงค์จะไปยังชนบทจะรีบไปตลาดแต่เช้าแล้วซื้อเอา ๑.
ในเวลาที่คนอื่นพักรับประทานอาหารกัน เขาก็กลับมารับประทานอาหารบ้าง คือเก็บสินค้าแต่เช้าตรู่ แล้วกลับไปบ้าน รับประทานอาหารแล้วนอนหลับ ตอนเย็นจึงกลับมายังร้านตลาดอีกครั้นหนึ่ง อย่างนี้ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำการงานโดยเคารพในเวลาเที่ยงวัน.
ด้วยพ่อค้านั้นจะไม่ได้เป็นเจ้าของ หมดโอกาส สิ่งของที่ควรจะได้อันมีโอกาสทั้งสองเป็นปัจจัย คือ สิ่งที่พวกโจรมาปล่อยไม่ทันในตอนเช้าตรู่ แต่เวลากลางวัน ขณะที่คนอื่นๆ ยังไม่สัญจรไปมา พวกโจรก็จะไปยังร้านตลาด แล้วขายให้ด้วยราคาถูก ๑ สิ่งใดที่พวกอิสรชนผู้มีบุญใช้คนไปให้นำมาในเวลารับประทานอาหาร ด้วยสั่งว่าควรจะได้สิ่งนี้ๆ มาจากร้านตลาด ๑.
ส่วนเวลาเย็น จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาตีบอกยาม เขาก็ไม่ตามประทีปแล้วนั่ง ภายในร้านตลาด อย่างนี้ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำงานโดยเคารพในเวลาเย็น.
ด้วยว่า พ่อค้านั้นจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งของที่ควรได้ ที่มีโอกาสนั้นเป็นปัจจัย คือ สิ่งของที่พวกโจรมาปล่อยไม่ทันทั้งเวลาเช้าและเวลากลางวัน แต่กลับไปยังร้านตลาดในตอนเย็น แล้วขายให้ด้วยราคาถูก.
ภิกษุไม่ตั้งใจฝึกสมาธิ
บทว่า น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ความว่า ภิกษุไม่เข้าสมาธิโดยกิริยาที่เคารพ.
ก็ในบทว่า น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
ภิกษุทำวัตรที่ลานเจดีย์และลานโพธิ์แล้วเข้าไปสู่เสนาสนะ แต่ว่าไม่ยอมนั่งเข้าสมาบัติจนถึงเวลาภิกษาจาร ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดนิมิตโดยเคารพ. ส่วนเวลาภายหลังฉันภัตตาหาร เธอกลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าไปยังที่พักกลางคืน และที่พักกลางวัน แต่ว่าไม่นั่งเข้าสมาบัติจนถึงเวลาเย็น ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดสมาธินิมิตโดยเคารพในเวลาเที่ยงวัน.
อนึ่ง เวลาเย็น เธอไหว้เจดีย์ ทำการบำรุงพระเถระ แล้วเข้าไปสู่เสนาสนะ แต่ว่าไม่ยอมนั่งเข้าสมาบัติตลอดปฐมยาม ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดสมาธินิมิตโดยเคารพในเวลาเย็น.
ส่วนความหมายพึงทราบตามนัยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้วในสุกปักษ์.
อนึ่ง ในบทนี้ ในที่ที่ท่านกล่าวไว้ว่า สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา เข้าสมาบัติ เมื่อไม่มีสมาบัติ แม้วิปัสสนาก็ควร.
และในบทว่า สมาธินิมิตฺตํ แม้อารมณ์ของสมาธิก็ควรเช่นกัน.
สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า แม้สมาธิก็ชื่อว่าสมาธินิมิต แม้อารมณ์ของสมาธิก็ชื่อว่าสมาธินิมิต.
จบอรรถกถาปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------