This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation37 lines1 editions

อรรถกถาเถรีคาถา สัตตกนิบาต ๑. อรรถกถาอุตตราเถรีคาถา

ในสัตตกนิบาต คาถาว่า มุสลานิ คเหตฺวาน ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระอุตตราเถรี มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

พระเถรีแม้รูปนี้ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สะสมกุศลซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ ได้บำเพ็ญกุศลมูล สร้างสมธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์มาโดยลำดับ มีธรรมเครื่องอบรมบ่มวิมุตติแก่กล้า.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนของครอบครัวแห่งหนึ่ง ได้นามว่าอุตตรา รู้เดียงสาแล้วเข้าไปยังสำนักพระปฏาจาราเถรี.

พระเถรีได้กล่าวธรรมแก่นาง นางฟังธรรมเกิดสังเวชในสังสารวัฏ เป็นผู้เลื่อมใสยิ่งในศาสนาก็บวช ครั้นบวชแล้ว ทำกิจเบื้องต้นเสร็จ เริ่มวิปัสสนาในสำนักของพระปฏาจาราเถรี ประกอบภาวนาอยู่เนืองๆ คร่ำเคร่งวิปัสสนาอยู่ไม่นานนัก ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะอินทรีย์แก่กล้า เหตุที่สมบูรณ์ด้วยอุปนิสัย.

ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้วพิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า

พระปฏาจาราเถรี ให้โอวาทว่า

มาณพทั้งหลายพากันถือสากตำข้าวอยู่ ได้ทรัพย์มา

เลี้ยงดูบุตรภรรยา ท่านทั้งหลายก็จงพากเพียรในคำสั่งสอน

ของพระพุทธเจ้า ที่ทำแล้วไม่ต้องเดือดร้อนในภายหลัง

ท่านทั้งหลายจงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง

จงเข้าไปตั้งจิตไว้ให้มีอารมณ์เดียว ตั้งมั่นด้วยดีแล้วพิจารณา

สังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของแปรปรวนและโดยความ

เป็นของไม่ใช่ตน.

พระอุตตราเถรีกล่าวว่า

ข้าพเจ้าได้ฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้น

แล้ว ล้างเท้าเข้าไปนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ในปฐมยามแห่ง

ราตรี ข้าพเจ้าก็ระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิมยามแห่งราตรี

ก็ชำระทิพยจักษุได้หมดจด ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ก็

ทำลายกองแห่งความมืด [อวิชชา] ได้

ข้าพเจ้าได้บรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะในภาย

หลัง ข้าพเจ้าทำตามคำพร่ำสอนของแม่ท่านแล้ว ข้าพเจ้า

เป็นผู้มีวิชชา ๓ ไม่มีอาสวะ ห้อมล้อมแม่ท่านอยู่ ดุจทวย

เทพชั้นดาวดึงส์พากันห้อมล้อมท้าวสักกะผู้ชนะสงคราม

ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวาน ได้แก่ เข้าไปตั้งจิต ประกอบด้วยภาวนาไว้ในกัมมัฏฐาน อย่างไรคือให้จิตมีอารมณ์เดียว ตั้งมั่นด้วยดี.

บทว่า เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ปจฺจเวกฺขถ ได้แก่ ท่านทั้งหลายจงพิจารณาการปฏิบัติ.

อธิบายว่า ท่านทั้งหลายจงเห็นแจ้งลักษณะสามในสังขารว่าเป็นของไม่เที่ยงบ้าง ว่าเป็นทุกข์บ้าง ว่าเป็นอนัตตาบ้าง.

ก็คำนี้พระเถรีกล่าวคล้อยตามโอวาทของภิกษุณีเหล่าอื่น และพระเถรีเป็นต้นของตนในเวลาโอวาท.

บทว่า ปฏาจารานุสาสนึ ได้แก่ คำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรี.

อีกอย่างหนึ่ง บาลีว่า ปฏาจาราย สาสนํ ดังนี้ก็มี ได้แก่คำสั่งสอนของพระปฏาจาราเถรี.

บทว่า อถ วุฏฺาสึ ความว่า เพราะข้าพเจ้าบรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะภายหลัง.

วันหนึ่ง พระเถรีแม้รูปนี้ชำระกัมมัฏฐานในสำนักของพระปฏาจาราเถรีแล้ว เข้าไปสถานที่อยู่ของตนแล้วนั่งขัดสมาธิ ตกลงใจว่า ข้าพเจ้าจักไม่เลิกนั่งขัดสมาธินี้ ตราบเท่าที่จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะความไม่ถือมั่นคร่ำเคร่งวิปัสสนาโดยลำดับ ก็บรรลุ พระอรหัตมีอภิญญาและปฏิสัมภิทาเป็นบริวารตามลำดับแห่งมรรค.

ครั้นปัจจเวกขณญาณ ๑๙ อย่างดำเนินไป ก็เกิดโสมนัสว่า บัดนี้เราทำกิจเสร็จแล้ว ก็กล่าวอุทานคาถาเหล่านี้ เหยียดเท้าออกไปในเวลาอรุณขึ้น ต่อแต่นั้น ราตรีสว่างก็ไปยังสำนักของพระเถรี ได้กล่าวซ้ำคาถาเหล่านี้.

ด้วยเหตุนั้น พระอุตตราเถรีจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า กตา เต อนุสาสนี ข้าพเจ้าได้ทำตามคำพร่ำสอนของท่านแล้ว.

คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาในหนหลังหมดแล้ว.

จบอรรถกถาอุตตราเถรีคาถาที่ ๑ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑