This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation32 lines1 editions

๘. อรรถกถาวิชยาเถรีคาถา

คาถาว่า จตุกฺขตฺตุํ ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระวิชยาเถรี.

พระเถรีแม้รูปนี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สะสมกุศลซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ ผู้มีกุศลมูลอันพอกพูนมาโดยลำดับ เที่ยวเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ก็ได้บังเกิดในเรือนของครอบครัวหนึ่งในกรุงราชคฤห์ รู้เดียงสาแล้วก็เป็นสหายของพระเขมาเถรีครั้งเป็นคฤหัสถ์.

ได้ฟังมาว่าพระนางเขมานั้นทรงผนวชแล้ว ก็คิดว่า พระมเหสีแม้นั้นยังทรงผนวชจะป่วยกล่าวไปไยถึงเราเล่า ก็อยากจะบวชบ้าง จึงเข้าไปหาพระเขมาเถรี.

พระเถรีทราบอัธยาศัยของนางแล้ว ก็แสดงธรรมโดยวิธีที่นางจะมีใจสังเวชในสงสาร จักเลื่อมใสยิ่งขึ้นในพระศาสนา. นางฟังธรรมนั้นแล้วเกิดสังเวช และได้ศรัทธาแล้วก็ขอบวช.

พระเถรีให้นางได้บวชแล้ว นางครั้นบวชแล้ว ทำกิจเบื้องต้นเสร็จก็เริ่มวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะสมบูรณ์ด้วยเหตุสัมปทา ได้พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า

ข้าพเจ้ายังทำจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้

ความสงบใจ ออกจากที่อยู่ไปข้างนอก ๔-๕ ครั้ง

ข้าพเจ้าเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณีไต่ถามโดย

เคารพ ท่านได้แสดงธรรมคือ ธาตุ อายตนะ อริยสัจ ๔

อินทรีย์ พละ โพชฌงค์และอัฏฐังคิกมรรค โปรดข้าพเจ้า

เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด

ข้าพเจ้าฟังคำของท่านแล้ว กระทำตามคำพร่ำ

สอน ในปฐมยามแห่งราตรีนั้น ก็รู้ปุพเพนิวาสญาณ

ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจด

ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ก็ได้อาสวักขยญาณ ทำลาย

กองแห่งความมืดได้

ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีปีติและสุขแผ่ไปทั่วกายอยู่

ในราตรีที่ครบ ๗ ข้าพเจ้าทำลายกองแห่งความมืด

แล้ว จึงเหยียดเท้าออกได้.

บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ พระเถรีกล่าวหมายถึงพระเขมาเถรี.

บทว่า โพชฺฌงฺคฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ได้แก่โพชฌงค์ ๗ และอริยมรรคมีองค์ ๘.

บทว่า อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ได้แก่ เพื่อบรรลุพระอรหัต หรือนิพพานเท่านั้น.

บทว่า ปีติสุเขน ได้แก่ ด้วยปีติและสุข เนื่องด้วยผลสมาบัติ.

บทว่า กายํ ได้แก่ นามกายที่ประกอบกัน และรูปกายที่ไปตามนามกายนั้น.

บทว่า ผริตฺวา ได้แก่ ถูกต้องหรือซึมซาบไป.

บทว่า สตฺตมิยา ปาเท ปสาเรสึ ความว่า นับจากวันเริ่มวิปัสสนาไปในราตรีที่ ๗ ข้าพเจ้าจึงคลายการนั่งขัดสมาธิเหยียดเท้าได้.

ถามว่าทำลายกองแห่งความมืดได้อย่างไร.

ตอบว่า ทำลายกองโมหะที่ยังไม่เคยทำลายด้วยดาบคืออรหัตมรรคญาณ.

คำที่เหลือมีนัยดังที่กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น.

จบอรรถกถาวิชยาเถรีคาถาที่ ๘ จบอรรถกถาฉักกนิบาต -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑