๑
อรรถกถาแปลไทย
๘. อรรถกถาวิชยาเถรีคาถา
คาถาว่า จตุกฺขตฺตุํ ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระวิชยาเถรี.
พระเถรีแม้รูปนี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สะสมกุศลซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ ผู้มีกุศลมูลอันพอกพูนมาโดยลำดับ เที่ยวเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ก็ได้บังเกิดในเรือนของครอบครัวหนึ่งในกรุงราชคฤห์ รู้เดียงสาแล้วก็เป็นสหายของพระเขมาเถรีครั้งเป็นคฤหัสถ์.
ได้ฟังมาว่าพระนางเขมานั้นทรงผนวชแล้ว ก็คิดว่า พระมเหสีแม้นั้นยังทรงผนวชจะป่วยกล่าวไปไยถึงเราเล่า ก็อยากจะบวชบ้าง จึงเข้าไปหาพระเขมาเถรี.
พระเถรีทราบอัธยาศัยของนางแล้ว ก็แสดงธรรมโดยวิธีที่นางจะมีใจสังเวชในสงสาร จักเลื่อมใสยิ่งขึ้นในพระศาสนา. นางฟังธรรมนั้นแล้วเกิดสังเวช และได้ศรัทธาแล้วก็ขอบวช.
พระเถรีให้นางได้บวชแล้ว นางครั้นบวชแล้ว ทำกิจเบื้องต้นเสร็จก็เริ่มวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะสมบูรณ์ด้วยเหตุสัมปทา ได้พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้ายังทำจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้
ความสงบใจ ออกจากที่อยู่ไปข้างนอก ๔-๕ ครั้ง
ข้าพเจ้าเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณีไต่ถามโดย
เคารพ ท่านได้แสดงธรรมคือ ธาตุ อายตนะ อริยสัจ ๔
อินทรีย์ พละ โพชฌงค์และอัฏฐังคิกมรรค โปรดข้าพเจ้า
เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด
ข้าพเจ้าฟังคำของท่านแล้ว กระทำตามคำพร่ำ
สอน ในปฐมยามแห่งราตรีนั้น ก็รู้ปุพเพนิวาสญาณ
ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจด
ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ก็ได้อาสวักขยญาณ ทำลาย
กองแห่งความมืดได้
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีปีติและสุขแผ่ไปทั่วกายอยู่
ในราตรีที่ครบ ๗ ข้าพเจ้าทำลายกองแห่งความมืด
แล้ว จึงเหยียดเท้าออกได้.
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ พระเถรีกล่าวหมายถึงพระเขมาเถรี.
บทว่า โพชฺฌงฺคฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ได้แก่โพชฌงค์ ๗ และอริยมรรคมีองค์ ๘.
บทว่า อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ได้แก่ เพื่อบรรลุพระอรหัต หรือนิพพานเท่านั้น.
บทว่า ปีติสุเขน ได้แก่ ด้วยปีติและสุข เนื่องด้วยผลสมาบัติ.
บทว่า กายํ ได้แก่ นามกายที่ประกอบกัน และรูปกายที่ไปตามนามกายนั้น.
บทว่า ผริตฺวา ได้แก่ ถูกต้องหรือซึมซาบไป.
บทว่า สตฺตมิยา ปาเท ปสาเรสึ ความว่า นับจากวันเริ่มวิปัสสนาไปในราตรีที่ ๗ ข้าพเจ้าจึงคลายการนั่งขัดสมาธิเหยียดเท้าได้.
ถามว่าทำลายกองแห่งความมืดได้อย่างไร.
ตอบว่า ทำลายกองโมหะที่ยังไม่เคยทำลายด้วยดาบคืออรหัตมรรคญาณ.
คำที่เหลือมีนัยดังที่กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น.
จบอรรถกถาวิชยาเถรีคาถาที่ ๘ จบอรรถกถาฉักกนิบาต -----------------------------------------------------