This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๒

Other items in this volume

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑. พุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๒. ปัจเจกพุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๖. อนุรุทธเถราปทาน (๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๗. ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน (๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๘. อุปาลีเถราปทาน (๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๐. ปิณโฑภารทวาชเถราปทาน (๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๑. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน (๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๓. นันทเถราปทาน (๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๔. จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๖. ราหุลเถราปทาน (๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน (๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๘. รัฐปาลเถราปทาน (๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑๐. สุมังคลเถราปทาน (๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน (๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๖. ธูปทายกเถราปทาน (๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๘. อุตติยเถราปทาน (๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน (๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑๐. โขมทายกเถราปทาน (๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑. กุณฑธานเถราปทาน (๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๓. มหากัจจายนเถราปทาน (๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๔. กาฬุทายีเถราปทาน (๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๖. อธิมุตตกเถราปทาน (๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๗. ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๘. อายาตทายกเถราปทาน (๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๙. ธรรมจักกิกเถราปทาน (๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน (๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน (๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน (๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๕. ปัญจหัตถยเถราปทาน (๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน (๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๗. สยนทายกเถราปทาน (๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๘. จังกมทายกเถราปทาน (๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑. วิธูปนทายกเถราปทาน (๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๒. สตรังสิยเถราปทาน (๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๓. สยนทายกเถราปทาน (๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๔. คันโธทกทายกเถราปทาน (๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๕. โอปวุยหเถราปทาน (๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๖. สปริวาราสนเถราปทาน (๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๗. ปัญจทีปกเถราปทาน (๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๘. ธชทายกเถราปทาน (๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๙. ปทุมเถราปทาน (๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑. สกจิตตนิยเถราปทาน (๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน (๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน (๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๕. ภิสทายกเถราปทาน (๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๖. สุจินติตเถราปทาน (๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๗. วัตถทายกเถราปทาน (๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๘. อัมพทายกเถราปทาน (๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๙. สุมนเถราปทาน (๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน (๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑. นาคสมาลเถราปทาน (๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๒. ปทสัญญกเถราปทาน (๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๓. สุสัญญกเถราปทาน (๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๕. เอกสัญญกเถราปทาน (๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๗. สูจิทายกเถราปทาน (๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๒. คตสัญญกเถราปทาน (๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๓. นิปันนัญชลิกเถราปทาน (๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๔. อโธปุปผิยเถราปทาน (๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๖. รังสิสัญญิกเถราปทาน (๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๘. สัททสัญญกเถราปทาน (๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๙. โพธิสิญจกเถราปทาน (๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑๐. ปทุมปุปผิยเถราปทาน (๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน (๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๒. สุปีฐิยเถราปทาน (๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน (๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๔. สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๕. คันธมาลิยเถราปทาน (๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๖. ติปุปผิยเถราปทาน (๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน (๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๘. เสนาสนทายกเถราปทาน (๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๙. เวยยาวัจจกเถราปทาน (๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน (๑๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑. ภิกขทายกเถราปทาน (๑๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน (๑๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๓. อุปลหัตถิยเถราปทาน (๑๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๔. ปทปูชกเถราปทาน (๑๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน (๑๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๖. อุทกปูชกเถราปาน (๑๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๗. นฬมาลิยเถราปทาน (๑๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน (๑๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน (๑๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑. มหาปริวารเถราปทาน (๑๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๒. สุมังคลเถราปทาน (๑๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทาน (๑๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๔. เอกาสนิยเถราปทาน (๑๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน (๑๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๖. จิตกปูชกเถราปทาน (๑๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน (๑๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน (๑๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน (๑๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน (๑๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑. เสเรยยเถราปทาน (๑๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๓. ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๙. คันธปุปผิยเถราปทาน (๑๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน (๑๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๓. จันทนปูชกเถราปทาน (๑๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๑๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน (๑๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน (๑๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๙. สาลาทารกเถราปทาน (๑๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑๐. ผลทายกเถราปทาน (๑๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑. อธิฉัตติยเถราปทาน (๑๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๓. เวทิการกเถราปทาน (๑๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๔. สปริวาริยเถราปทาน (๑๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๕. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๑๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน (๑๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๗. มรรคทายกเถราปทาน (๑๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๘. ผลกทายกเถราปทาน (๑๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๙. วฏังสกิยเถราปทาน (๑๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน (๑๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน (๑๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน (๑๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๗. ติณสูลกเถราปทาน (๑๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน (๑๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑. สุปาริจริยเถราปทาน (๑๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน (๑๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๓. ขัชชทายกเถราปทาน (๑๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๔. เทสปูชกเถราปทาน (๑๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๖. สัปปิทายกเถราปทาน (๑๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน (๑๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๘. ทุสสทายกเถราปทาน (๑๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๙. สมาทปกเถราปทาน (๑๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน (๑๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๑๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๒. นิสเสณีทายกเถราปทาน (๑๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๓. รัตติยปุปผิยเถราปทาน (๑๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๔. อุทปานทายกเถราปทาน (๑๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๕. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน (๑๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๗. เอกทีปิยเถราปทาน (๑๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๙. ติกิจฉกเถราปทาน (๑๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน (๑๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน (๑๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๒. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๓. โกตุมพริยเถราปทาน (๑๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน (๑๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน (๑๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๖. โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๗. เอกจินติกเถราปทาน (๑๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๘. ติกรรณิปุปผิยเถราปทาน (๑๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๙. เอกจาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑๐. ติวัณฏิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน (๑๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๑๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน (๑๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๔. อโสกปูชกเถราปทาน (๑๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๕. อังโกลกเถราปทาน (๑๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๗. ตินทุกทายกเถราปทาน (๑๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๘. คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน (๑๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑. กณิการปุปผิยเถราปทาน (๒๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๒. มิเนลปุปผิยเถราปทาน (๒๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๓. กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๔. ตรณิยเถราปทาน (๒๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๕. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๒๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๖. อุทกทายกเถราปทาน (๒๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๗. สลฬมาลิยเถราปทาน (๒๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๘. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน (๒๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๙. อาธารทายถเถราปทาน (๒๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑. หัตถิทายกเถราปทาน (๒๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๒. ปานธิทายกเถราปทาน (๒๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๓. สัจจสัญญกเถราปทาน (๒๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๔. เอกสัญญกเถราปทาน (๒๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๒๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๖. สันธิตเถราปทาน (๒๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน (๒๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๙. สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑. อาลัมพนทายกเถราปทาน (๒๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๒. อชินทายกเถราปทาน (๒๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๓. เทวรัตนิยเถราปทาน (๒๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๔. อารักขทายกเถราปทาน (๒๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๕. อพยาธิกเถราปทาน (๒๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๖. วกุลปุปผิยเถราปทาน (๒๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๗. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๘. มิญชวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๙. สุกตาเวฬิยเถราปทาน (๒๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑๐. เอกวันทนิยเถราปทาน (๒๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑. อุทกาสนทายกเถราปทาน (๒๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๒. ภาชนทายกเถราปทาน (๒๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๓. สาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๔. กิลัญชทายกเถราปทาน (๒๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๕. เวทิทายกเถราปทาน (๒๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๖. วรรณการเถราปทาน (๒๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๗. ปิยาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๘. อัมพยาคทายกเถราปทาน (๒๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๙. ชคติการกเถราปทาน (๒๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑๐. วาสิทายกเถราปทาน (๒๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑. ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน (๒๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๒. นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๓. นฬินเกสริยเถราปทาน (๒๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๔. วิรวิปุปผิยเถราปทาน (๒๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๕. กุฏิธูปกเถราปทาน (๒๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๖. ปัตตทายกเถราปทาน (๒๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๗. ธาตุปูชกเถราปทาน (๒๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๘. สัตตสัตตลิปุปผปูชกเถราปทาน (๒๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๙. พิมพิชาลปุปผิยเถราปทาน (๒๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑๐. อุททาลทายกเถราปทาน (๒๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑. โถมกเถราปทาน (๒๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๒. เอกาสนทายกเถราปทาน (๒๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๓. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๔. จัมปกปุปผิยเถราปาน (๒๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน (๒๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๖. อุปหนทายกเถราปทาน (๒๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๗. มัญชริปูชกเถราปทาน (๒๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๘. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๙. กุฏิทายกเถราปทาน (๒๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน (๒๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑. อากาสุกขิปิยเถราปทาน (๒๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๒. เตลมักขิยเถราปทาน (๒๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๓. อัฑฒจันทิยเถราปทาน (๒๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๔. ทีปทายกเถราปทาน (๒๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๕. วิฬาลิทายกเถราปทาน (๒๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๖. มัจฉทายกเถราปทาน (๒๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๗. ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๘. สลฬปุปผิกเถราปทาน (๒๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๙. อุปาคตหาสนิยเถราปทาน (๒๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑. สุวรรณพิมโพหนิยเถราปทาน (๒๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๒. ติลมุฏฐิยเถราปทาน (๒๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๓. จังโกฏกิยเถราปทาน (๒๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน (๒๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๕. เอกัญชลิยเถราปทาน (๒๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๖. โปตถทายกเถราปทาน (๒๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๘. อาลุวทายกเถราปทาน (๒๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๙. ปุณฑรีกเถราปทาน (๒๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๒. ผลทายกเถราปทาน (๒๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน (๒๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๔. เอกปุปผิยเถราปทาน (๒๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน (๒๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๗. อปทานิยเถราปทาน (๒๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน (๒๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน (๒๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๒. ปุปผธารกเถราปทาน (๒๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๓. ฉัตตทายกเถราปทาน (๒๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๔. สัททสัญญกเถราปทาน (๒๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน (๒๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๖. ปทปูชกเถราปทาน (๒๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๗. เทสกิตติกเถราปทาน (๒๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๘. สรณคมนิยเถราปทาน (๒๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน (๒๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน (๓๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑. ปทุมเกสริยเถราปทาน (๓๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. สรรพคันธิยเถราปทาน (๓๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๓. ปรมันนทายกเถราปทาน (๓๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๔. ธรรมสัญญกเถราปทาน (๓๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๕. ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๖. สัมปสาทิกเถราปทาน (๓๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๗. อารามทายกเถราปทาน (๓๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๘. อนุเลปทายกเถราปทาน (๓๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๙. พุทธสัญญิกเถราปทาน (๓๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑๐. ปัพภารทายกเถราปทาน (๓๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑. อารักขทายกเถราปทาน (๓๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๒. โภชนทายกเถราปทาน (๓๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๓. คตสัญญกเถราปทาน (๓๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน (๓๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน (๓๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๖. อาสนถวิกเถราปทาน (๓๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๗. สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๘. ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน (๓๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๓๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๓๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๓๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๓. หาสชนกเถราปทาน (๓๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน (๓๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน (๓๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน (๓๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑. คันธธูปิยเถราปทาน (๓๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๒. อุทกปูชกเถราปทาน (๓๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๓๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน (๓๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๖. ปภังกรเถราปทาน (๓๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๙. ธรรมสวนิยเถราปทาน (๓๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑. เอกปทุมิยเถราปทาน (๓๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๒. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๓. ธชทายกเถราปทาน (๓๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน (๓๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๕. นฬาคาริกเถราปทาน (๓๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๗. ปทุมปูชกเถราปทาน (๓๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (๓๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน (๓๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน (๓๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑. สัททสัญญิกเถราปทาน (๓๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๒. ยวกลาปิยเถราปทาน (๓๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๓. กิงสุกปูชกเถราปทาน (๓๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๔. สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๕. ทัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๖. อัมพยาคุทายกเถราปทาน (๓๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. ปุฏกปูชกเถราปทาน (๓๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๘. วัจฉทายกเถราปทาน (๓๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๙. สรณาคมนิยเถราปทาน (๓๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑๐. ปิณฑปาติกเถราปทาน (๓๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑. มันทารวิยเถราปทาน (๓๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๒. กักการุปุปผิยเถราปทาน (๓๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๓. ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน (๓๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๔. เกสรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๕. อังโกลปุปผิยเถราปทาน (๓๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๓๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๗. อุททาลกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน (๓๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑. โพธิวันทกเถราปทาน (๓๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๒. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๓๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๓. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๔. ปัตติปุปผิยเถราปทาน (๓๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๕. สัตตปัณณิยเถราปทาน (๓๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๖. คันธมุฏฐิยเถราปทาน (๓๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๓๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๘. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน (๓๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๙. สุมนทามิยเถราปทาน (๓๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑๐. กาสุมาริผลทายกเถราปทาน (๓๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน (๓๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๒. ลพุชทายกเถราปทาน (๓๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน (๓๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน (๓๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน (๓๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน (๓๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๒. เสลเถราปทาน (๓๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๓. สรรพกิตติกเถราปทาน (๓๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๗. คิริมานันทเถราปทาน (๓๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน (๓๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน (๔๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๒. ปุณณกเถราปทาน (๔๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๓. เมตตคูเถราปทาน (๔๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๖. นันทกเถราปทาน (๔๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๗. เหมกเถราปทาน (๔๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)

Scripture

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation78 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

สุภูติวรรคที่ ๓ ๒๑. อรรถกถาสุภูติเถราปทาน

อปทานของท่านพระสุภูติเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

ท่านสุภูติเถระแม้นี้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นนาถะของโลก ยังไม่เสด็จอุบัติขึ้น ในที่สุดแห่งแสนกัปแต่ภัทรกัปนี้ ท่านเกิดเป็นบุตรน้อยคนหนึ่งของพราหมณ์มหาศาลคนหนึ่ง ในหังสวดีนคร. พราหมณ์ได้ตั้งชื่อท่านว่า นันทมาณพ.

นันทมาณพนั้นเจริญวัยแล้ว เรียนไตรเพท เมื่อไม่เห็นสิ่งที่เป็นสาระในไตรเพทนั้น จึงบวชเป็นฤาษีอยู่ที่เชิงเขาพร้อมด้วยมาณพ ๔๔,๐๐๐ ผู้เป็นบริวารของตน ยังสมาบัติ ๘ และอภิญญา ๕ ให้เกิดแล้ว, ทั้งได้บอกกรรมฐานให้แก่อันเตวาสิกทั้งหลายอีกด้วย. แม้อันเตวาสิกเหล่านั้นต่างก็ได้ฌานโดยกาลไม่นานเลย.

ก็โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก อาศัยหังสวดีนครประทับอยู่ วันหนึ่ง ในเวลาใกล้รุ่งทรงตรวจดูสัตว์โลก ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งพระอรหัตของเหล่าชฎิลผู้เป็นอันเตวาสิกของนันทดาบส และความปรารถนาตำแหน่งสาวกอันประกอบไปด้วยองค์สองของนันทดาบส จึงทรงกระทำการปฏิบัติพระสรีระแต่เช้าตรู่ ในเวลาเช้าทรงถือบาตรและจีวร ไม่ทรงชวนภิกษุไรๆ อื่น เป็นดุจสีหะ เสด็จไปเพียงพระองค์เดียว.

ขณะนั้น อันเตวาสิกของนันทดาบสไปหาผลาผล เมื่อนันทดาบสมองเห็นอยู่นั่นแล เสด็จลงจากอากาศ ประทับยืนอยู่ที่พื้นดิน โดยทรงพระดำริว่า ขอนันทดาบสจงรู้ว่าเราเป็นพระพุทธเจ้า ดังนี้.

นันทดาบสเห็นพุทธานุภาพ และความบริบูรณ์แห่งพระลักษณะ พิจารณาดูมนต์สำหรับทำนายพระลักษณะแล้วรู้ว่า ขึ้นชื่อว่าผู้ประกอบด้วยลักษณะเหล่านี้ เมื่ออยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เมื่อออกบวชจะได้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ตัดวัฏฏะในโลกได้ขาด, บุรุษอาชาไนยผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย แล้วกระทำการต้อนรับ ไหว้โดยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วปูอาสนะถวาย.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้แล้ว. ฝ่ายนันทดาบสเลือกอาสนะที่สมควรแก่ตน แล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง.

สมัยนั้น ชฎิล ๔๔,๐๐๐ คนถือเอาผลาผลมีรสโอชาล้วนแต่ประณีตมายังสำนักของอาจารย์ มองดูอาสนะที่พระพุทธเจ้าและอาจารย์แล้วพูดว่า ข้าแต่อาจารย์ พวกข้าพเจ้าทั้งหลายวิจารณ์กันว่า ในโลกนี้ ไม่มีใครใหญ่กว่าท่าน แต่ชะรอยบุรุษนี้จักใหญ่กว่าท่าน.

นันทดาบสกล่าวว่า พ่อคุณ พวกท่านพูดอะไร (อย่างนั้น) พวกท่านประสงค์จะเปรียบเขาสิเนรุราชซึ่งสูง ๖๘๐,๐๐๐ โยชน์กับเมล็ดพันธุ์ผักกาด พวกท่านอย่าเอาเราไปเปรียบกับพระสัพพัญญูพุทธเจ้าเลย.

ลำดับนั้น ดาบสเหล่านั้นคิดว่า ถ้าท่านผู้นี้จักเป็นคนต่ำต้อย อาจารย์ของพวกเราคงไม่หาข้อเปรียบเทียบอย่างนี้ บุรุษอาชาไนยนี้ ใหญ่ขนาดไหนหนอ ดังนี้แล้ว พากันหมอบลงแทบเท้า แล้วนมัสการด้วยเศียรเกล้า.

ลำดับนั้น อาจารย์กล่าวกะดาบสเหล่านั้นว่า พ่อทั้งหลาย ไทยธรรมอันสมควรแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลายของเราไม่มี และพระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จมาในเวลาภิกขาจาร เพราะฉะนั้น พวกเราจักถวายไทยธรรมตามกำลัง พวกท่านจงนำเอาผลาผลอันประณีตบรรดามี ที่ท่านทั้งหลายนำแล้ว มาเถิด ดังนี้แล้ว ให้นำผลาผลมา ล้างมือแล้วใส่ลงในบาตรของพระตถาคตเจ้าด้วยตนเอง.

เพียงเมื่อพระศาสดาทรงรับผลาผลเท่านั้น เทวดาทั้งหลายก็ใส่โอชะอันเป็นทิพย์ลงไป. ดาบสกรองน้ำถวายด้วยตนเองทีเดียว.

ลำดับนั้น เมื่อพระศาสดาเสวยเสร็จแล้ว ดาบสผู้เป็นอาจารย์จึงเรียกอันเตวาสิกทั้งหมดมา กล่าวสาราณียกถาในสำนักของพระศาสดา นั่งแล้ว.

พระศาสดาทรงดำริว่า ขอภิกษุจงมา. ภิกษุทั้งหลายที่เป็นพระขีณาสพประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูปรู้พระดำริของพระศาสดาแล้ว พากันมาถวายบังคมพระศาสดา แล้วยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง.

ลำดับนั้น นันทดาบสเรียกอันเตวาสิกทั้งหลายมาแล้วกล่าวว่า พ่อทั้งหลาย แม้อาสนะที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายประทับนั่งก็ต่ำ. อีกทั้งอาสนะของพระสมณะ ๑๐๐,๐๐๐ รูปก็ไม่มี วันนี้ท่านทั้งหลายควรกระทำสักการะแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า และภิกษุสงฆ์ให้โอฬาร ท่านทั้งหลายจงนำดอกไม้อันสมบูรณ์ด้วยสีและกลิ่นมาจากเชิงเขา.

ดาบสทั้งหลายนำดอกไม้ที่สมบูรณ์ด้วยสีและกลิ่นมาโดยครู่เดียวเท่านั้น ปูอาสนะดอกไม้ประมาณ ๑ โยชน์ ถวายพระพุทธเจ้าแล้ว, เพราะเหตุที่วิสัยของท่านผู้มีฤทธิ์ เป็นอจินไตย. สำหรับพระอัครสาวกมีเนื้อที่ประมาณ ๓ คาวุต. สำหรับภิกษุทั้งหลายที่เหลือมีเนื้อที่ประมาณกึ่งโยชน์เป็นต้นเป็นประเภท สำหรับสังฆนวกะได้มีเนื้อที่ประมาณ ๑ อุสภะ.

เมื่อดาบสทั้งหลายปูอาสนะเสร็จแล้วอย่างนี้ นันทดาบสยืนประคองอัญชลีอยู่เบื้องหน้าพระตถาคต แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงเสด็จขึ้นสู่อาสนะดอกไม้นี้ ประทับนั่ง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ข้าพระองค์ตลอดกาลนาน.

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้แล้ว.

เมื่อพระศาสดาประทับแล้วอย่างนี้ ภิกษุทั้งหลายรู้อาการของพระศาสดาแล้ว จึงนั่งบนอาสนะที่ถึงแล้วแก่ตนๆ.

นันทดาบสถือฉัตรดอกไม้ใหญ่ยืนกั้นไว้เหนือพระเศียรของพระตถาคตเจ้า. พระศาสดาทรงพระดำริว่า ขอสักการะนี้ของดาบสทั้งหลายจงมีผลมากแล้วเข้านิโรธสมาบัติ. แม้ภิกษุทั้งหลายรู้ว่าพระศาสดาเข้าสมาบัติแล้วก็พากันเข้าสมาบัติ.

เมื่อพระตถาคตเจ้าประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติตลอด ๗ วัน เมื่อถึงเวลาภิกขาจาร อันเตวาสิกทั้งหลายต่างบริโภคมูลผลาผลในป่า ในเวลาที่เหลือก็ยืนประคองอัญชลีแด่พระพุทธเจ้า.

ส่วนนันทดาบสไม่ยอมไปภิกขาจาร กั้นฉัตรดอกไม้ ยังเวลาให้ล่วงไปด้วยปีติสุขอย่างเดียวตลอด ๗ วัน.

พระศาสดาตรัสสั่งพระสาวกรูปหนึ่งผู้ประกอบด้วยองค์ ๒ คือองค์ของภิกษุอยู่โดยไม่มีกิเลสและองค์แห่งภิกษุผู้เป็นทักขิไณยบุคคลว่า เธอจะกระทำอนุโมทนาถึงอาสนะที่สำเร็จด้วยดอกไม้แก่หมู่ฤาษี.

ภิกษุรูปนั้นมีใจยินดีแล้วดุจทหารผู้ใหญ่ได้รับพระราชทานลาภใหญ่จากสำนักของพระเจ้าจักรพรรดิ (เลือกสรร) เฉพาะพุทธวจนะคือพระไตรปิฎก มาทำอนุโมทนา ในที่สุดแห่งเทศนาของภิกษุนั้น พระศาสดาทรงแสดงธรรมด้วยพระองค์เอง.

ในเวลาจบเทศนา ดาบส ๔๔,๐๐๐ ทั้งหมดบรรลุพระอรหัตแล้ว พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ออก ตรัสว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภิกษุ มาเถิด. ผมและหนวดของดาบสเหล่านั้น อันตรธานไปในทันใดนั่นเอง. บริขาร ๘ สวมใส่อยู่แล้วในกายครบถ้วน ดาบสเหล่านั้นเป็นดุจพระเถระผู้มีพรรษา ๖๐ แวดล้อมพระศาสดาแล้ว.

ส่วนนันทดาบสไม่ได้บรรลุคุณพิเศษ เพราะมีจิตฟุ้งซ่าน.

ได้ยินว่า นันทดาบสนั้นจำเดิมแต่เริ่มฟังธรรมในสำนักของพระเถระผู้อยู่อย่างปราศจากกิเลส ได้เกิดจิตตุปบาทขึ้นว่า โอหนอ แม้เราพึงได้คุณอันสาวกนี้ได้แล้ว ในศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งผู้จักเสด็จอุบัติในอนาคตกาล.

ด้วยปริวิตกนั้น นันทดาบสจึงไม่สามารถทำการแทงตลอดมรรคและผลได้. แต่ท่านได้ถวายบังคมแด่พระตถาคตเจ้า ประคองอัญชลีแล้วยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์ กราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้กระทำอนุโมทนาถึงอาสนะที่ทำด้วยดอกไม้ต่อหมู่ฤาษีนี้ มีชื่ออย่างไรในศาสนาของพระองค์.

พระศาสดาตรัสตอบว่า ภิกษุนั้นชื่อว่าถึงแล้วซึ่งตำแหน่งเอตทัคคะในองค์แห่งภิกษุผู้อยู่อย่างไม่มีกิเลสและในองค์แห่งภิกษุผู้เป็นทักขิไณยบุคคล. ท่านได้ทำความปรารถนาไว้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สักการะนี้ใดที่ข้าพระองค์ผู้เข้าไปทรงไว้ซึ่งฉัตรคือดอกไม้ ตลอด ๗ วัน กระทำแล้วด้วยอธิการนั้น ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาสมบัติอื่น แต่ในอนาคตกาล ขอข้าพระองค์พึงเป็นสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ ๒ ดุจพระเถระนี้ ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิด.

พระศาสดาทรงส่งอนาคตังสญาณไปตรวจดูอยู่ว่า ความปรารถนาของดาบสนี้จักสำเร็จหรือไม่หนอ ทรงตรวจดูอยู่ ทรงเห็นความปรารถนาของดาบสจะสำเร็จโลยล่วงแสนกัปไปแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนดาบส ความปรารถนาของท่านจักไม่เป็นโมฆะ ในอนาคตกาลผ่านแสนกัปไปแล้ว. พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมจักเสด็จอุบัติขึ้น ความปรารถนาของท่านจักสำเร็จในสำนักของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมนั้น แล้วตรัสธรรมกถา ทรงแวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์แล้วแล่นไปสู่อากาศ.

นันทดาบสได้ยืนประคองอัญชลีแล้วอุทิศเฉพาะพระศาสดา และภิกษุสงฆ์จนกระทั่งลับคลองจักษุ. ในเวลาต่อมา ท่านเข้าไปเฝ้าพระศาสดาฟังธรรมตามกาลเวลา. มีฌานไม่เสื่อมแล้วทีเดียว ทำกาละไปบังเกิดในพรหมโลก และจุติจากพรหมโลกนั้นแล้วบวชอีก ๕๐๐ ชาติ ได้เป็นผู้มีการอยู่ป่าเป็นวัตร.

แม้ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ก็ได้บวชเป็นผู้มีการอยู่ป่าเป็นวัตร บำเพ็ญคตปัจจาคตวัตร ให้บริบูรณ์แล้ว.

ได้ยินว่า ผู้ที่ไม่ได้บำเพ็ญวัตรนี้ ชื่อว่าจะบรรลุถึงความเป็นพระมหาสาวกไม่ได้เลย ก็คตปัจจาคตวัตรพึงทราบโดยนัยท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาที่มาแล้วทั้งหลายนั้นแล บังเกิดในภพดาวดึงส์เทวโลก.

ก็นันทดาบสนั้นเสวยทิพยสมบัติด้วยสามารถแห่งการเกิด สลับกันไปในดาวดึงส์พิภพด้วยประการฉะนี้ จุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้วเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ และเป็นเจ้าประเทศราชในมนุษย์โลก. นับได้หลายร้อยครั้ง เสวยมนุษยสมบัติอันโอฬาร.

ต่อมาในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย. เกิดเป็นน้องชายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ในเรือนสุมนเศรษฐี ณ กรุงสาวัตถี ได้มีนามว่า สุภูติ.

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ทรงประกาศธรรมจักร เสด็จไปยังกรุงราชคฤห์โดยลำดับ ทรงกระทำการอนุเคราะห์สัตวโลก โดยการรับมอบพระวิหารเวฬุวันเป็นต้นในกรุงราชคฤห์นั้น อาศัยกรุงราชคฤห์ประทับอยู่ในป่าสีตวัน.

ครั้งนั้น ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีถือเอาเครื่องมือของผู้หมั่นขยันในนครสาวัตถี สร้างเรือนของเศรษฐีชาวเมืองราชคฤห์ สดับข่าวการเสด็จอุบัติแห่งพระพุทธเจ้า จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดาผู้เสด็จประทับอยู่ ณ ป่าสีตวัน ดำรงอยู่แล้วในโสดาปัตติผลโดยการเฝ้าครั้งแรกทีเดียว แล้วทูลขอให้พระศาสดาเสด็จมากรุงสาวัตถีอีก. ให้สร้างพระวิหารโดยการบริจาคทรัพย์ ๑ แสนไว้ในที่ห่างกันโยชน์หนึ่งๆ ในระยะทาง ๔๕ โยชน์ ถัดจากกรุงสาวัตถีนั้นมีที่สวนของพระราชกุมารทรงพระนามว่าเชตะ ประมาณ ๘ กรีสโดยมาตราวัดหลวง ด้วยการเอาทรัพย์ปูลาดไปเป็นโกฏิๆ.

ในวันที่พระศาสดาทรงรับพระวิหาร สุภูติกุฏุมพีนี้ได้ไปพร้อมกับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังเทศนา ได้มีศรัทธาบรรพชาแล้ว.

ท่านอุปสมบทแล้วทำมาติกา ๒ ให้คล่องแคล่ว ให้อาจารย์บอกกรรมฐาน บำเพ็ญสมณธรรมในป่า เจริญวิปัสสนา มีเมตตาฌานเป็นบาทบรรลุพระอรหันต์แล้ว.

ก็เพราะเมื่อท่านแสดงธรรม ย่อมแสดงธรรมไม่เจาะจง ตามทำนองที่พระศาสดาทรงแสดงแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงได้นามว่าเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุผู้อยู่โดยไม่มีข้าศึก. เมื่อเที่ยวบิณฑบาตก็เข้าฌานแผ่เมตตาไปทุกๆ บ้าน ออกจากฌานแล้วจึงรับภิกษา. ด้วยคิดว่า โดยวิธีนี้ทายกทั้งหลายจักมีผลมาก. เพราะฉะนั้น ท่านจึงชื่อว่าเป็นผู้เลิศแห่งทักขิไณยบุคคลทั้งหลาย.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งอันเลิศอันประกอบด้วยองค์ ๒ ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระสุภูติเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุสาวกของเราผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่มีกิเลส พระสุภูติเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุสาวกของเราผู้เป็นทักขิไณยบุคคลดังนี้.

พระมหาเถระนี้บรรลุพระอรหัตอันเป็นที่สุดของผลแห่งบารมีที่ตนได้บำเพ็ญมา เป็นผู้ฉลาดเปรื่องปราชญ์ในโลก เที่ยวจาริกไปตามชนบท เพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่ชนหมู่มาก ถึงกรุงราชคฤห์แล้วโดยลำดับด้วยประการฉะนี้.

พระเจ้าพิมพิสารทรงสดับการมาของพระเถระแล้ว เสด็จเข้าไปหา ทรงไหว้แล้วตรัสว่า ท่านผู้เจริญ นิมนต์ท่านอยู่ในที่นี้แหละ ข้าพเจ้าจะสร้างที่อยู่ถวายดังนี้แล้ว เสด็จหลีกไป.

พระเถระเมื่อไม่ได้เสนาสนะก็ยังกาลให้ผ่านไปในอัพโภกาส (กลางแจ้ง). ด้วยอานุภาพของพระเถระ ฝนไม่ตกเลย.

มนุษย์ทั้งหลายถูกภาวะฝนแล้งปิดกั้นคุกคาม จึงพากันไปทำการร้องทุกข์ ที่ประตูวังของพระราชา.

พระราชาทรงใคร่ครวญว่า ด้วยเหตุอะไรหนอแล ฝนจึงไม่ตก แล้วทรงพระดำริว่า ชะรอยพระเถระจะอยู่กลางแจ้ง ฝนจึงไม่ตก แล้วรับสั่งให้สร้างกุฏีมุงด้วยใบไม้ถวายพระเถระแล้วรับสั่งว่า ท่านผู้เจริญ นิมนต์ท่านอยู่ในบรรณกุฏีนี้แหละ ไหว้แล้วเสด็จหลีกไป.

พระเถระไปสู่กุฏีแล้วนั่งขัดสมาธิบนอาสนะที่ลาดด้วยหญ้า.

ในครั้งนั้น ฝนหยาดเม็ดเล็กๆ ตกลงมาทีละน้อยๆ ไม่ยังสายธารให้ชุ่มชื่นทั่วถึง.

ลำดับนั้น พระเถระประสงค์จะบำบัดภัยอันเกิดแต่ฝนแล้งแก่ชาวโลก เมื่อจะประกาศความไม่มีอันตรายที่เป็นวัตถุภายในและภายนอกของตน จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า ฉนฺนา เม กุฏิกา ดังนี้.

ความแห่งคำเป็นคาถานั้น ท่านกล่าวไว้แล้วในเถรคาถานั่นแล.

ข้อว่า ก็เพราะเหตุไร พระมหาเถระเหล่านั้นจึงประกาศคุณของตน.

ความว่า พระอริยะทั้งหลายมักน้อยอย่างยิ่ง พิจารณาถึงโลกุตตรธรรมที่ตนบรรลุแล้ว อันสงบประณีตอย่างยิ่ง ลึกซึ้งอย่างยิ่งที่ตนไม่เคยบรรลุโดยกาลนานนี้ จึงประกาศคุณของตน เพื่อแสดงอุทานอันกำลังปีติช่วยกระตุ้นเตือนให้อาจหาญ และเพื่อแสดงภาวะที่พระศาสนาเป็นธรรมนำสัตว์ออกจากทุกข์. ด้วยอำนาจอัธยาศัยของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย พระโลกนาถจึงทรงประกาศคุณของพระองค์ โดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตผู้ประกอบด้วยทศพลญาณ เป็นผู้แกล้วกล้าในเวสารัชชญาณดังนี้ ฉันใด แม้คาถานี้ก็เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลฉันนั้น.

ท่านได้บรรลุพระอรหัตผล และได้รับตำแหน่งเอตทัคคะอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หิมวนฺตสฺส ความว่า ในที่ไม่ไกล คือในที่ใกล้เคียง ได้แก่ ณ เชิงแห่งหิมวันตบรรพต.

อธิบายว่า เป็นที่สัญจรอันสมบูรณ์ด้วยคมนาคมแห่งเหล่ามนุษย์.

บทว่า นิสโภ นาม ปพฺพโต เชื่อมความว่า ได้มีภูเขาอันล้วนแล้วด้วยหิน ว่าโดยชื่อ ชื่อว่านิสภะ เพราะประเสริฐที่สุดกว่าภูเขาทั้งหลาย.

บทว่า อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ความว่า ได้สร้างที่อยู่ด้วยดีให้เป็นอาศรม เพื่อประโยชน์แก่การอยู่ของเราที่ภูเขานั้น.

อธิบายว่า สร้างโดยอาการอย่างดี ด้วยสามารถแห่งกุฏีที่พักกลางคืน ที่พักกลางวัน มีรั้วล้อมรอบเป็นต้น.

บทว่า ปณฺณสาลา สุมาปิตา ความว่า ศาลาที่มุงด้วยใบไม้ได้สร้างให้สำเร็จด้วยดี เพื่อเป็นที่อาศัยของเรา.

บทว่า โกสิโย นาม นาเมน ความว่า โดยนามที่มารดาบิดาตั้งให้ว่าโกสิยะ. มีเดชรุ่งเรืองคือมีเดชปรากฏ ได้แก่มีเดชกล้า. เราผู้เดียวเท่านั้น เพราะไม่มีผู้อื่นเป็นเพื่อนสอง.

เชื่อมความว่า เราเป็นชฎิลดาบสคือผู้ทรงไว้ซึ่งชฎา ไม่มีเพื่อนสองคือเว้นจากดาบสคนที่ ๒ ในกาลนั้น เราอยู่ที่ภูเขาชื่อว่านิสภะ.

บทว่า ผลํ มูลญฺจ ปณฺณญฺจ น ภุญฺชามิ อหํ ตทา ความว่า ในกาลนั้น คือในกาลที่เราอยู่ที่นิสภบรรพตนั้น เราไม่ได้บริโภคผลไม้ เหง้ามันและใบไม้ที่เก็บจากต้น.

เมื่อจะแสดงถึงข้อนั้นว่า เป็นเช่นนี้จะเป็นอยู่ได้อย่างไร จึงกล่าวว่า ปวตฺตํ ว สุปาตาหํ ดังนี้.

เชื่อมความว่า ในกาลนั้นเราอาศัยใบไม้เป็นต้นที่หล่นเองในที่นั้นๆ คือที่ตกไปตามธรรมดาของตน เป็นอาหารเลี้ยงชีพ.

อีกอย่างหนึ่งบาลีว่า ปวตฺตปรฺฑุปณฺณานิ ดังนี้ก็มี. ความว่า เราอาศัยใบไม้เหลืองที่หล่นเองเลี้ยงชีพ.

บทว่า นาหํ โกเปมิ อาชีวํ ความว่า เราแม้เมื่อจะสละชีวิตคือเมื่อทำการบริจาค ย่อมไม่ยังสัมมาอาชีวะให้กำเริบคือให้พินาศ ในการแสวงหาอาหารมีมูลผลาผลเป็นต้น ด้วยอำนาจตัณหา.

บทว่า อาราเธมิ สกํ จิตฺตํ ความว่า ย่อมยังจิตคือใจของตนให้ยินดี คือให้เลื่อมใส ด้วยความมักน้อยและสันโดษ.

บทว่า วิวชฺเชมิ อเนสนํ ความว่า เราเว้นการแสวงหาอันไม่สมควรด้วยอำนาจกรรมมีเวชกรรมและทูตกรรมเป็นต้น ให้ห่างไกล.

บทว่า ราคูปสํหิตํ จิตฺตํ ความว่า เมื่อใดคือในกาลใด จิตของเราสัมปยุตด้วยราคะย่อมเกิดขึ้น ในกาลนั้นเราพิจารณาตนด้วยตนเอง คือพิจารณาด้วยญาณแล้วบรรเทา.

บทว่า เอกคฺโค ตํ ทเมมหํ ความว่า เราเป็นผู้มีอารมณ์ตั้งมั่นในอารมณ์แห่งกรรมฐานอย่างหนึ่ง ย่อมฝึกคือกระทำการทรมานจิตที่ประกอบด้วยราคะ.

บทว่า รชฺชเส รชฺชนีเย จ ความว่า ท่านกำหนัด คือติดอยู่ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด คือในวัตถุมีรูปารมณ์เป็นต้น.

บทว่า ทุสฺสนีเย จ ทุสฺสเส ความว่า ท่านขัดเคืองในอารมณ์อันเป็นที่ขัดเคือง คือในวัตถุอันกระทำความประทุษร้าย.

บทว่า มุยฺหเส โมหนีเย จ ความว่า ท่านเป็นผู้ลุ่มหลงในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง คือในวัตถุอันกระทำซึ่งความหลง.

เชื่อมความว่า เพราะฉะนั้น เราย่อมฝึกตนอย่างนี้ว่า ท่านจงออกไปคือหลีกไปจากป่า คือจากการอยู่ป่า.

บทว่า ติมฺพรูสกวณฺณาโภ ความว่า พระพุทธเจ้าผู้มีพระรัศมี เหมือนผลมะพลับมีสีดังทองคำ.

อธิบายว่า มีสีเหมือนทองชมพูนุท.

คำที่เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสุภูติเถราปทาน -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร