This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๗. เทศนาสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๖๐๓–๖๐๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค5 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เทศนาสูตร

๖๐๓

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกอัมพวัน ใกล้ เมืองนาฬันทา ครั้งนั้นนายบ้านนามว่าอสิพันธกบุตร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง ที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคทรงเกื้อกูล อนุเคราะห์สัตว์ทั่วหน้าอยู่มิใช่หรือ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อย่างนั้นนาย- *คามณี ตถาคตเกื้อกูลอนุเคราะห์สัตว์ทั่วหน้าอยู่ ฯ คา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เมื่อเช่นนั้น เพราะเหตุไรพระผู้มีพระภาค จึงทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ไม่ทรงแสดงธรรมโดยเคารพเหมือน อย่างนั้นแก่คนบางพวก ฯ พ. ดูกรนายคามณี ถ้าอย่างนั้นเราจักทวนถามท่านถึงในข้อนี้ ปัญหา ควรแก่ท่านด้วยประการใด ท่านพึงพยากรณ์ปัญหานั้นด้วยประการนั้น ดูกรนาย- *คามณี ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน นาของคฤหบดีชาวนาในโลกนี้มีอยู่ ๓ ชนิด คือ ชนิดหนึ่งเป็นนาดี ชนิดหนึ่งเป็นนาปานกลาง ชนิดหนึ่งเป็นนาเลวมี ดินเหลว เค็ม พื้นดินเลว ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คฤหบดีชาวนา ต้องการจะหว่านพืช จะพึงหว่านในนาไหนก่อนเล่า ฯ คา. คฤหบดีชาวนาต้องการจะหว่านพืช พึงหว่านพืชในนาดีก่อน ครั้น- *หว่านในนานั้นแล้ว พึงหว่านในนาปานกลาง ครั้นหว่านในนาปานกลางนั้นแล้ว ในนาเลว มีดินเหลว เค็ม พื้นดินเลว พึงหว่านบ้างไม่หว่านบ้าง ข้อนั้นเพราะ เหตุไร เพราะที่สุดจักเป็นอาหารโค ฯ

เอกํ สมยํ ภควา นาฬนฺทายํ วิหรติ ปาวาริกมฺพวเน ฯ อถ โข อสิพนฺธกปุตฺโต คามณี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อสิพนฺธกปุตฺโต คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ นนุ ภนฺเต ภควา สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรตีติ ฯ เอวํ คามณิ ตถาคโต สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรตีติ ฯ อถ กิญฺจรหิ ภนฺเต ภควา เอกจฺจานํ สกฺกจฺจํ ธมฺมํ เทเสติ เอกจฺจานํ โน ตถา สกฺกจฺจํ ธมฺมํ เทเสตีติ ฯ เตนหิ คามณิ ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ ฯ ยถา เต ขเมยฺย ตถา นํ พฺยากเรยฺยาสิ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ คามณิ อิธ กสฺสกสฺส คหปติโน ตีณิ เขตฺตานิ เอกํ เขตฺตํ อคฺคํ เอกํ เขตฺตํ มชฺฌิมํ เอกํ เขตฺตํ หีนํ ชงฺคลํ โอสรํ ปาปภูมิ ฯ {๖๐๓.๑} ตํ กึ มญฺญสิ คามณิ อสุ กสฺสโก คหปติ วีชานิ ปติฏฺฐเปตุกาโม กตฺถ ปฐมํ ปติฏฺฐเปยฺย ยํ วา อทุํ เขตฺตํ อคฺคํ ยํ วา อทุํ เขตฺตํ มชฺฌิมํ ยํ วา อทุํ เขตฺตํ หีนํ ชงฺคลํ โอสรํ ปาปภูมินฺติ ฯ อสุ ภนฺเต กสฺสโก คหปติ พีชานิ ปติฏฺฐเปตุกาโม ยํ อทุํ เขตฺตํ อคฺคํ ตตฺถ ปติฏฺฐเปยฺย ตตฺถ ปติฏฺฐเปตฺวา ยํ อทุํ เขตฺตํ มชฺฌิมํ ตตฺถ ปติฏฺฐเปยฺย ตตฺถ ปติฏฺฐเปตฺวา ยํ อทุํ เขตฺตํ หีนํ ชงฺคลํ โอสรํ ปาปภูมิ ตตฺถ ปติฏฺฐเปยฺยปิ โนปิ ปติฏฺฐเปยฺย ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อนฺตมโส โคภตฺตํปิ ภวิสฺสตีติ ฯ

๖๐๔

พ. ดูกรนายคามณี เปรียบเหมือนนาดีฉันใด เราย่อมแสดง ธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่ภิกษุและภิกษุณีของเรา เหล่านั้น (ก่อน) ฉันนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะภิกษุและภิกษุณีเหล่านี้ มีเราเป็นที่พึ่ง มีเราเป็นที่เร้น มีเราเป็นที่ต้านทาน มีเราเป็นสรณะอยู่ ดูกรนาย- *คามณี นาเลว มีดินเหลว เค็ม พื้นดินเลวฉันใด เราย่อมแสดงธรรมอันงาม ในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้ง พยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่อัญเดียรถีย์ สมณะ พราหมณ์และ ปริพาชกของเราเหล่านั้น (ในที่สุด) ฉันนั้น ฯ

เสยฺยถาปิ คามณิ ยํ อทุํ เขตฺตํ อคฺคํ เอวเมว มยฺหํ ภิกฺขุ ภิกฺขุนิโย เตสาหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอเต หิ คามณิ มํทีปา มํเลณา มํตาณา มํสรณา วิหรนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ คามณิ ยํ อทุํ เขตฺตํ มชฺฌิมํ เอวเมว มยฺหํ อุปาสกา อุปาสิกาโย เตสาหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอเต หิ คามณิ มํทีปา มํเลณา มํตาณา มํสรณา วิหรนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ คามณิ ยํ อทุํ เขตฺตํ หีนํ ชงฺคลํ โอสรํ ปาปภูมิ เอวเมว มยฺหํ อญฺญติตฺถิยา สมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกา เนสํ จาหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ

๖๐๕

ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอัญเดียรถีย์ สมณะ พราหมณ์ และปริพาชกจะพึงรู้ธรรมแม้บทเดียว ความรู้ของเขานั้นพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ สุขแก่เขาสิ้นกาลนาน ดูกรนายคามณี บุรุษมีขวดน้ำ ๓ ใบ คือ ขวดน้ำใบหนึ่ง ไม่มีช่อง ใส่น้ำไม่ได้ เจ้าของไม่ใช้ ใบหนึ่งไม่มีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ ใบหนึ่งมีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ ดูกรนายคามณี ท่านจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน บุรุษคนโน้นต้องการจะกรอกน้ำใส่ พึงกรอกน้ำใส่ในขวดไม่มีช่อง ใส่น้ำไม่ได้ เจ้าของไม่ใช้ หรือขวดน้ำไม่มีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ หรือว่า ขวดน้ำที่มีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ก่อน ฯ คา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุรุษคนโน้นต้องการจะกรอกน้ำใส่ พึงกรอก น้ำใส่ในขวดน้ำไม่มีช่อง ใส่น้ำไม่ได้ เจ้าของไม่ใช้ แล้วพึงกรอกน้ำใส่ใน ขวดน้ำไม่มีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ แล้วพึงกรอกน้ำใส่ในขวดน้ำมีช่อง ใส่น้ำ ได้ เจ้าของใช้บ้าง ไม่กรอกใส่บ้าง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะที่สุดจักเป็นน้ำ สำหรับล้างสิ่งของ ฯ

ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อปฺเปวนาม เอกปทมฺปิ อาชาเนยฺยุํ ตํ เนสํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ฯ เสยฺยถาปิ คามณิ ปุริสสฺส ตโย อุทกมณิกา เอโก อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท อหาริอปริหารี เอโก อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท หาริปริหารี เอโก อุทกมณิโก ฉิทฺโท หาริปริหารี ฯ ตํ กึ มญฺญสิ คามณิ อสุ ปุริโส อุทกํ นิกฺขิปิตุกาโม ตตฺถ ปฐมํ นิกฺขิเปยฺย โย วา โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท อหาริอปริหารี โย วา โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท หาริปริหารี โย วา โส อุทกมณิโก ฉิทฺโท หาริปริหารี ฯ อสุ ภนฺเต ปุริโส อุทกํ นิกฺขิปิตุกาโม โย โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท อหาริอปริหารี ตตฺถ นิกฺขิเปยฺย ตตฺถ นิกฺขิปิตฺวา โย โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท หาริปริหารี ตตฺถ นิกฺขิเปยฺย ตตฺถ นิกฺขิปิตฺวา โย โส อุทกมณิโก ฉิทฺโท หาริปริหารี ตตฺถ นิกฺขิเปยฺยปิ โนปิ นิกฺขิเปยฺย ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อนฺตมโส ภณฺฑโธวนํปิ ภวิสฺสตีติ ฯ

๖๐๖

พ. ดูกรนายคามณี ขวดน้ำไม่มีช่อง ใส่น้ำไม่ได้ เจ้าของไม่ใช้ ฉันใด เราย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่ ภิกษุและภิกษุณีของเราเหล่านั้น ฉันนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะภิกษุและ ภิกษุณีเหล่านี้ มีเราเป็นที่พึ่ง มีเราเป็นที่เร้น มีเราเป็นที่ต้านทาน มีเราเป็น สรณะอยู่ ดูกรนายคามณี ขวดน้ำไม่มีช่อง ใส่น้ำได้ เจ้าของใช้ ฉันใด เราย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศ พรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่อุบาสกและ อุบาสิกาของเราเหล่านั้น (เป็นที่สอง) ฉันนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะ อุบาสกและอุบาสิกาเหล่านี้ มีเราเป็นที่พึ่ง มีเราเป็นที่เร้น มีเราเป็นที่ต้านทาน มีเราเป็นสรณะอยู่ ดูกรนายคามณี ขวดน้ำมีช่อง ใส่น้ำได้ ทั้งเจ้าของใช้ ฉันใด เราย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศ พรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง แก่อัญเดียรถีย์ สมณะ พราหมณ์ และปริพาชกของเราเหล่านั้น (ในที่สุด) ฉันนั้น ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะแม้ไฉนอัญเดียรถีย์ สมณะ พราหมณ์ และปริพาชกจะ พึงรู้ทั่วถึงธรรมนั้นแม้บทเดียว ความรู้นั้นก็พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่เขาสิ้น กาลนาน ฯ

เสยฺยถาปิ คามณิ โย โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท อหาริอปริหารี เอวเมว มยฺหํ ภิกฺขุ ภิกฺขุนิโย เตสาหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอเต หิ คามณิ มํทีปา มํเลณา มํตาณา มํสรณา วิหรนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ คามณิ โย โส อุทกมณิโก อจฺฉิทฺโท หาริปริหารี เอวเมว มยฺหํ อุปาสกา อุปาสิกาโย เตสํ อหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอเต หิ คามณิ มํทีปา มํเลณา มํตาณา มํสรณา วิหรนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ คามณิ โย โส อุทกมณิโก ฉิทฺโท หาริปริหารี เอวเมว มยฺหํ อญฺญติตฺถิยา สมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกา เตสํ อหํ ธมฺมํ เทเสมิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสมิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อปฺเปวนาม เอกปทมฺปิ อาชาเนยฺยุํ ตํ เนสํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ฯ

๖๐๗

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว นายบ้านนามว่าอสิพันธก- *บุตรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของ พระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้ง นัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ดุจหงายของที่คว่ำ เปิด ของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง หรือส่องไฟในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจัก เห็นรูปได้ ฉันนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับทั้ง พระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๗

เอวํ วุตฺเต อสิพนฺธกปุตฺโต คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๗. เทศนาสูตร