This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๙ · สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

Other items in this volume

อวิชชาสูตรอุปัฑฒสูตรสารีปุตตสูตรพราหมณสูตรกิมัตถิยสูตรภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒วิภังคสูตรสุกสูตรนันทิยสูตรวิหารสูตร ที่ ๑วิหารสูตร ที่ ๒เสขสูตรอุปปาทสูตร ที่ ๑อุปปาทสูตร ที่ ๒ปริสุทธิสูตร ที่ ๑ปริสุทธิสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๑กุกกุฏารามสูตร ที่ ๒กุกกุฏารามสูตร ที่ ๓มิจฉัตตสูตรอกุศลธรรมสูตรปฏิปทาสูตร ที่ ๑ปฏิปทาสูตร ที่ ๒อสัปปุริสสูตร ที่ ๑อสัปปุริสสูตร ที่ ๒กุมภสูตรสมาธิสูตรเวทนาสูตรอุตติยสูตรปฏิปัตติสูตรปฏิปันนสูตรวิรัทธสูตรปารสูตรสามัญญสูตร ที่ ๑สามัญญสูตร ที่ ๒พรหมัญญสูตร ที่ ๑พรหมัญญสูตร ที่ ๒พรหมจริยสูตร ที่ ๑พรหมจริยสูตร ที่ ๒วิราคสูตรกัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…กัลยาณมิตตสูตร ที่ ๑ สีลสัมปทาสูตร ที่ ๑ ฉันทสัมปทาสูตร ที่ ๑ อัตตสัมปทาสูตร…คังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรคังคาปาจีนนินนสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ ตถาคตสูตร ที่ ๒ ตถาคตสูตร ที่ ๓ ตถาคตสูตร ที่ ๔ ปทสูตร กูฏสูตร…พลกรณียสูตร ที่ ๑-๔พีชสูตรนาคสูตรรุกขสูตรกุมภสูตรสุกกสูตรอากาสสูตรเมฆสูตร ที่ ๑เมฆสูตร ที่ ๒นาวาสูตรอาคันตุกาคารสูตรนทีสูตรเอสนาสูตร ที่ ๑-๘วิธาสูตรอาสวสูตรภวสูตรทุกขตาสูตรขีลสูตรมลสูตรนิฆสูตรเวทนาสูตรตัณหาสูตร ที่ ๑ตัณหาสูตร ที่ ๒โอฆสูตรหิมวันตสูตรกายสูตรสีลสูตรวัตตสูตรภิกขุสูตรกุณฑลิยสูตรกูฏสูตรอุปวาณสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒ปาณูปมสูตรสุริยูปมสูตร ที่ ๑สุริยูปมสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๑คิลานสูตร ที่ ๒คิลานสูตร ที่ ๓ปารคามีสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพานสูตรโพธนสูตรเทสนาสูตรฐานิยสูตรอโยนิโสสูตรอปริหานิยสูตรขยสูตรนิโรธสูตรนิพเพธสูตรเอกธัมมสูตรอุทายิสูตรกุสลสูตร ที่ ๑กุสลสูตร ที่ ๒อุปกิเลสสูตรอโยนิโสสูตรโยนิโสสูตรวุฑฒิสูตรอาวรณานีวรณสูตรรุกขสูตรนีวรณสูตรวิธาสูตรจักกวัตติสูตรมารสูตรทุปปัญญสูตรปัญญวาสูตรทฬิททสูตรอทฬิททสูตรอาทิจจสูตรอังคสูตร ที่ ๑อังคสูตร ที่ ๒อาหารสูตรปริยายสูตรอัคคิสูตรเมตตสูตรสคารวสูตรอภยสูตร๗. อานาปานาทิเปยยาล ๘. นิโรธวรรค๙. คังคาเปยยาล ๑๐. อัปปมาทวรรค ๑๑. พลกรณียวรรค ๑๒. เอสนาวรรค ๑๓. โอฆวรรค ๑๔.…อัมพปาลิสูตรสติสูตรภิกขุสูตรโกสลสูตรอกุสลราสิสูตรสกุณัคฆีสูตรมักกฏสูตรสูทสูตรคิลานสูตรภิกขุนีสูตรมหาปุริสสูตรนาฬันทสูตรจุนทสูตรเจลสูตรพาหิยสูตรอุตติยสูตรอริยสูตรพรหมาสูตรเสทกสูตร ที่ ๑เสทกสูตร ที่ ๒สีลสูตรฐิติสูตรปริหานสูตรสุทธกสูตรพราหมณสูตรปเทสสูตรสมัตตสูตรโลกสูตรสิริวัฑฒสูตรมานทินนสูตรอนนุสสุตสูตรวิราคสูตรวิรัทธสูตรภาวนาสูตรสติสูตรอัญญสูตรฉันทสูตรปริญญาสูตรภาวนาสูตรวิภังคสูตรอมตสูตรสมุทยสูตรมัคคสูตรสติสูตรกุสลราสิสูตรปาฏิโมกขสูตรทุจริตสูตรมิตตสูตรเวทนาสูตรอาสวสูตร๖. คังคาทิเปยยาลสุทธิกสูตรโสตาสูตร ที่ ๑โสตาสูตร ที่ ๒อรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒ทัฏฐัพพสูตรวิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒ปฏิลาภสูตรสังขิตตสูตร ที่ ๑สังขิตตสูตร ที่ ๒สังขิตตสูตร ที่ ๓วิตถารสูตร ที่ ๑วิตถารสูตร ที่ ๒วิตถารสูตร ที่ ๓ปฏิปันนสูตรอุปสมสูตรอาสวักขยสูตรปุนัพภวสูตรชีวิตินทริยสูตรอัญญาตาวินทริยสูตรเอกาภิญญาสูตรสุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตร ที่ ๑อรหันตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒สุทธกสูตรโสตาปันนสูตรอรหันตสูตรสมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๑วิภังคสูตร ที่ ๒วิภังคสูตร ที่ ๓อรหันตสูตรอุปปฏิกสูตรชราสูตรอุณณาภพราหมณสูตรสาเกตสูตรปุพพโกฏฐกสูตรปุพพารามสูตร ที่ ๑ปุพพารามสูตร ที่ ๒ปุพพารามสูตร ที่ ๓ปุพพารามสูตร ที่ ๔ปิณโฑลภารทวาชสูตรสัทธาสูตรโกสลสูตรมัลลกสูตรเสขสูตรปทสูตรสารสูตรปติฏฐิตสูตรพรหมสูตรสูกรขาตาสูตรอุปาทสูตร ที่ ๑อุปาทสูตร ที่ ๒สัญโญชนาสูตรอนุสยสูตรปริญญาสูตรอาสวักขยสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๑รุกขสูตร ที่ ๒รุกขสูตร ที่ ๓รุกขสูตร ที่ ๔๘. คังคาทิเปยยาลสัมมัปปธานสังยุตต์พลสังยุตต์อปารสูตรวิรัทธสูตรอริยสูตรนิพพุตสูตรปเทสสูตรสัมมัตตสูตรภิกขุสูตรพุทธสูตรญาณสูตรเจติยสูตรปุพพสูตรมหัปผลสูตรฉันทสูตรโมคคัลลานสูตรพราหมณสูตรสมณพราหมณ์สูตร ที่ ๑สมณพราหมณ์สูตร ที่ ๒อภิญญาสูตรเทสนาสูตรวิภังคสูตรมรรคสูตรอโยคุฬสูตรภิกขุสุทธกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒โมคคัลลานสูตรตถาคตสูตร๔. คังคาทิเปยยาลรโหคตสูตร ที่ ๑รโหคตสูตร ที่ ๒สุตนุสูตรกัณฏกีสูตร ที่ ๑กัณฏกีสูตร ที่ ๒กัณฏกีสูตร ที่ ๓ตัณหักขยสูตรสลฬาคารสูตรอัมพปาลิสูตรคิลานสูตรสหัสสสูตรฌานสังยุตต์เอกธรรมสูตรโพชฌงคสูตรสุทธิกสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒อริฏฐสูตรกัปปินสูตรทีปสูตรเวสาลีสูตรกิมิลสูตรอิจฉานังคลสูตรโลมสกังภิยสูตรอานันทสูตร ที่ ๑อานันทสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตร ที่ ๑ภิกขุสูตร ที่ ๒สังโยชนสูตรอนุสยสูตรอัทธานสูตรอาสวักขยสูตรราชาสูตรโอคธสูตรฑีฆาวุสูตรสาริปุตตสูตร ที่ ๑สาริปุตตสูตร ที่ ๒ถปติสูตรเวฬุทวารสูตรคิญชกาวสถสูตร ที่ ๑คิญชกาวสถสูตร ที่ ๒คิญชกาวสถสูตร ที่ ๓สหัสสสูตรพราหมณสูตรอานันทสูตรทุคติสูตร ที่ ๑ทุคติสูตร ที่ ๒มิตตามัจจสูตร ที่ ๑มิตตามัจจสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๑เทวจาริกสูตร ที่ ๒เทวจาริกสูตร ที่ ๓มหานามสูตร ที่ ๑มหานามสูตร ที่ ๒โคธาสูตรสรกานิสูตร ที่ ๑สรกานิสูตร ที่ ๒ทุสีลยสูตร ที่ ๑ทุสีลยสูตร ที่ ๒เวรภยสูตร ที่ ๑เวรภยสูตร ที่ ๒ลิจฉวีสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓เทวปทสูตร ที่ ๑เทวปทสูตร ที่ ๒สภาคตสูตรมหานามสูตรวัสสสูตรกาฬิโคธาสูตรนันทิยสูตรอภิสันทสูตร ที่ ๑อภิสันทสูตร ที่ ๒อภิสันทสูตร ที่ ๓มหัทธนสูตร ที่ ๑มหัทธนสูตร ที่ ๒ภิกขุสูตรนันทิยสูตรภัททิยสูตรมหานามสูตรโสตาปัตติยังคสูตรสคาถกสูตรวัสสวุตถสูตรธรรมทินนสูตรคิลายนสูตรผลสูตร ที่ ๑ผลสูตร ที่ ๒ผลสูตร ที่ ๓ผลสูตร ที่ ๔ปฏิลาภสูตรวุฒิสูตรเวปุลลสูตรมหาปัญญสูตรสมาธิสูตรปฏิสัลลานสูตรกุลปุตตสูตร ที่ ๑กุลปุตตสูตร ที่ ๒สมณพราหมณสูตร ที่ ๑สมณพราหมณสูตร ที่ ๒วิตักกสูตรจินตสูตรวิคคาหิกกถาสูตรติรัจฉานกถาสูตรตถาคตสูตร ที่ ๑ [ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร]ตถาคตสูตร ที่ ๒ขันธสูตรอายตนสูตรธารณสูตร ที่ ๑ธารณสูตร ที่ ๒อวิชชาสูตรวิชชาสูตรสังกาสนสูตรตถสูตรวัชชีสูตร ที่ ๑วัชชีสูตร ที่ ๒สัมมาสัมพุทธสูตรอรหันตสูตรอาสวักขยสูตรมิตตสูตรตถสูตรโลกสูตรปริญเญยยสูตรควัมปติสูตรสีสปาสูตรขทิรสูตรทัณฑสูตรเจลสูตรสัตติสตสูตรปาณสูตรสุริยูปมาสูตร ที่ ๑สุริยูปมาสูตร ที่ ๒อินทขีลสูตรวาทีสูตรจินตสูตรปปาตสูตรปริฬาหสูตรกูฎสูตรวาลสูตรอันธการีสูตรฉิคคฬสูตร ที่ ๑ฉิคคฬสูตร ที่ ๒สิเนรุสูตร ที่ ๑สิเนรุสูตร ที่ ๒นขสิขาสูตรโปกขรณีสูตรสัมเภชชสูตร ที่ ๑สัมเภชชสูตร ที่ ๒ปฐวีสูตร ที่ ๑ปฐวีสูตร ที่ ๒สมุททสูตร ที่ ๑สมุททสูตร ที่ ๒ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๑ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๒อัญญตรสูตรปาณาติปาตสูตรนัจจสูตร๑๐. อามกธัญญเปยยาล จตุตถวรรค

Commentary

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

ตถาคตสูตร ที่ ๑ ตถาคตสูตร ที่ ๒ ตถาคตสูตร ที่ ๓ ตถาคตสูตร ที่ ๔ ปทสูตร กูฏสูตร…

ข้อ ๒๔๕–๒๖๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค19 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

อปฺปมาทวคฺโค ทสโม

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อัปปมาทวรรคที่ ๑๐ ตถาคตสูตรที่ ๑ ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปในการสละ

Item ๒๔๕

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี มีประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บัณฑิตกล่าวว่าเป็น ผู้เลิศกว่าสัตว์เหล่านั้น ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็น มูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาทแล้ว พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.

Item ๒๔๖

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ (อุปริ ติณฺณํ สุตฺตานํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อม เจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๑ (อีก ๓ สูตรข้างหน้า พึงให้พิสดารอย่างนี้) ตถาคตสูตรที่ ๒ ผู้เจริญอริยมรรคมีการกำจัดราคะเป็นที่สุด

Item ๒๔๗

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี ... อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.

Item ๒๔๘

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็น ที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัด โมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๒ ตถาคตสูตรที่ ๓ ผู้เจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ

Item ๒๔๙

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี ... อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.

Item ๒๕๐

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อม เจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๓ ตถาคตสูตรที่ ๔ ความไม่ประมาทเลิศกว่ากุศลธรรม

Item ๒๕๑

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี มีประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บัณฑิตกล่าวว่าเป็น ผู้เลิศกว่าสัตว์เหล่านั้น ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้น เหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.

Item ๒๕๒

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อม เจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๔ ปทสูตร กุศลธรรมทั้งปวงมีความไม่ประมาทเป็นมูล

Item ๒๕๓

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยานิ กานิจิ ชงฺคลานํ ปาณานํ ปทชาตานิ สพฺพานิ ตานิ หตฺถิปเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ หตฺถิปทํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ยทิทํ มหนฺตตฺเตน ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย ผู้สัญจรไปบน แผ่นดิน ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้นย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้าง บัณฑิต กล่าวว่าเลิศกว่ารอยเท้าเหล่านั้น เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูลรวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าว ว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึง หวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘.

Item ๒๕๔

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อม เจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๕ กูฏสูตร ว่าด้วยเรือนยอด

Item ๒๕๕

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว กูฏาคารสฺส ยา กาจิ โคปานสิโย สพฺพา ตา กูฏงฺคมา กูฏนินฺนา กูฏสโมสรณา กูฏํ ตาสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ (ยถา เหฏฺฐิมสุตฺตนฺตํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กลอนแห่งเรือนยอดอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งหมดนั้นไปสู่ยอด น้อมไปสู่ยอด ประชุมเข้าที่ยอด ยอดแห่งเรือนยอดนั้น บัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่ากลอนเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาท เป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๖ มูลคันธสูตร ว่าด้วยกลิ่นที่ราก

Item ๒๕๖

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ มูลคนฺธา โกฏฺฐานุสาริยํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่รากชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม้กลัม- *พัก บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่รากเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๗ สารคันธสูตร ว่าด้วยกลิ่นที่แก่น

Item ๒๕๗

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ สารคนฺธา โลหิตจนฺทนํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่แก่นชนิดใดชนิดหนึ่ง จันทน์ แดง บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่แก่นเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๘ ปุปผคันธสูตร ว่าด้วยกลิ่นที่ดอก

Item ๒๕๘

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ ปุปฺผคนฺธา วสฺสิกํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่ดอกชนิดใดชนิดหนึ่ง มะลิ บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่ดอกเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมด นั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๙ กุฏฐราชาสูตร ว่าด้วยพระราชาผู้เลิศ

Item ๒๕๙

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ กุฏฺฐราชาโน สพฺเพ เต รญฺโญ จกฺกวตฺติโน อนุยนฺตา ภวนฺติ ราชา เตสํ จกฺกวตฺติ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาผู้น้อย (ชั้นต่ำ) เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นผู้ตามเสด็จพระเจ้าจักรพรรดิ พระเจ้าจักรพรรดิบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าพระ- *ราชาผู้น้อยเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาท เป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๑๐ จันทิมสูตร ว่าด้วยพระจันทร์

Item ๒๖๐

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยา กาจิ ตารกรูปานํ ปภา สพฺพา ตา จนฺทิมาปภาย กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ จนฺทปฺปภา ตาสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แสงสว่างแห่งดวงดาวชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แสงสว่างของพระจันทร์ แสงสว่างของพระจันทร์ บัณฑิต กล่าวว่าเลิศกว่าแสงสว่างของดวงดาวเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมด นั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล ... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๑๑ สุริยสูตร ว่าด้วยพระอาทิตย์

Item ๒๖๑

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน สพฺพํ อากาสคตํ ตมคตํ อภิวิหจฺจ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสรทสมัยท้องฟ้าบริสุทธิ์ ปราศจากเมฆ พระอาทิตย์ขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ย่อมส่องแสงและแผดแสงไพโรจน์ กำจัดความมืดอันมีอยู่ในอากาศ ทั่วไป แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล ... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ จบ สูตรที่ ๑๒ วัตถสูตร ว่าด้วยผ้า

Item ๒๖๒

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยานิ กานิจิ ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ วาสิกวตฺถํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อปฺปมาทมูลกา อปฺปมาทสโมสรณา อปฺปมาโท เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ ฯ อปฺปมตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกริสฺสตีติ ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่ทอด้วยด้ายชนิดใดชนิดหนึ่ง ผ้าของ ชาวกาสี บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าผ้าที่ทอด้วยด้ายเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิต กล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘.

Item ๒๖๓

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อปฺปมตฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรตีติ ฯ อปฺปมาทวคฺโค สมตฺโต ฯ ตสฺสุทฺทานํ ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน วสฺสิกํ ราชา จนฺทิมสุริยา จ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ฯ (ยทปิ ตถาคตํ ตทปิ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ ---------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อม เจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๑๓ จบ อัปปมาทวรรค ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ตถาคตสูตรที่ ๑ ๒. ตถาคตสูตรที่ ๒ ๓. ตถาคตสูตรที่ ๓ ๔. ตถาคตสูตร ที่ ๔ ๕. ปทสูตร ๖. กูฏสูตร ๗. มูลคันธสูตร ๘. สารคันธสูตร ๙. ปุปผคันธสูตร ๑๐. กุฏฐราชาสูตร ๑๑. จันทิมสูตร ๑๒. สุริยสูตร ๑๓. วัตถสูตร -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย