This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๑ · อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต

Other items in this volume

อนุพุทธสูตรปปติตสูตรขตสูตร ที่ ๑ขตสูตร ที่ ๒อนุโสตสูตรอัปปสุตสูตรสังฆโสภณสูตรเวสารัชชสูตรตัณหาสูตรโยคสูตรจารสูตรศีลสูตรปธานสูตรสังวรสูตรปัญญัติสูตรโสขุมมสูตรอคติสูตร ที่ ๑อคติสูตร ที่ ๒อคติสูตร ที่ ๓ภัตตุเทสกสูตรอุรุเวลสูตร ที่ ๑อุรุเวลสูตร ที่ ๒โลกสูตรกาฬกสูตรพรหมจริยสูตรกุหสูตรสันตุฏฐิสูตรอริยวังสสูตรธรรมปทสูตรปริพาชกสูตรจักกสูตรสังคหสูตรสีหสูตรปสาทสูตรวัสสการสูตรโทณสูตรอปริหานิสูตรปฏิลีนสูตรอุชชยสูตรอุทายสูตรสมาธิสูตรปัญหาสูตรโกธสูตร ที่ ๑โกธสูตร ที่ ๒โรหิตัสสสูตร ที่ ๑โรหิตัสสสูตร ที่ ๒สุวิทูรสูตรวิสาขสูตรวิปัลลาสสูตรอุปกิเลสสูตรปุญญาภิสันทสูตร ที่ ๑ปุญญาภิสันทสูตร ที่ ๒สังวาสสูตร ที่ ๑สังวาสสูตร ที่ ๒สมชีวิสูตร ที่ ๑สมชีวิสูตร ที่ ๒สุปปวาสสูตรสุทัตตสูตรโภชนสูตรคิหิสามีจิสูตรปัตตกรรมสูตรอันนนาถสูตรสพรหมสูตรนิรยสูตรรูปสูตรสราคสูตรอหิสูตรเทวทัตตสูตรปธานสูตรธรรมิกสูตรปธานสูตรทิฏฐิสูตรสัปปุริสสูตรอัคคสูตร ที่ ๑อัคคสูตร ที่ ๒กุสินาราสูตรอจินติตสูตรทักขิณาสูตรวณิชชสูตรกัมโมชสูตรปาณาติปาตสูตรมุสาสูตรวัณณสูตรโกธสูตรตมสูตรโอณตสูตรปุตตสูตรสังโยชนสูตรทิฏฐิสูตรขันธสูตรอสุรสูตรสมาธิสูตร ที่ ๑สมาธิสูตร ที่ ๒สมาธิสูตร ที่ ๓ฉลาวาตสูตรราคสูตรนิสันติสูตรอัตตหิตสูตรสิกขาสูตรโปตลิยสูตรวลาหกสูตร ที่ ๑วลาหกสูตร ที่ ๒กุมภสูตรอุทกรหทสูตรอัมพสูตรมูสิกาสูตรพลิพัททสูตรรุกขสูตรอาสีวิสสูตรเกสีสูตรชวสูตรปโตทสูตรนาคสูตรฐานสูตรอัปปมาทสูตรอารักขสูตรสังเวชนียสูตรภยสูตร ที่ ๑ภยสูตร ที่ ๒ภยสูตร ที่ ๑ภยสูตร ที่ ๒ฌานสูตร ที่ ๑ฌานสูตร ที่ ๒เมตตาสูตร ที่ ๑เมตตาสูตร ที่ ๒อัจฉริยสูตร ที่ ๑อัจฉริยสูตร ที่ ๒อัจฉริยสูตร ที่ ๓อัจฉริยสูตร ที่ ๔สังโยชนสูตรที่ ๑ ข้อ [๑๓๑] ปฏิภาณสูตรที่ ๒ ข้อ [๑๓๒] อุคฆฏิตัญญุสูตรที่ ๓ ข้อ…๕. อาภาวรรค๑. อินทรียวรรค๒. ปฏิปทาวรรค๓. สัญเจตนิยวรรค๔. โยธาชีววรรค๕. มหาวรรค๑. สัปปุริสวรรค๒. โศภนวรรค๓. ทุจริตวรรค๔. กรรมวรรค๕. อาปัตติภยวรรค๖. อภิญญาวรรค๗. กรรมปถวรรคพระสูตรที่ไม่นับเป็นปัณณาสก์

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

โยคสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๑๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต1 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต โยคสูตร

Item ๑๐Commentary

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว โยคา กตเม จตฺตาโร กามโยโค ภวโยโค ทิฏฺฐิโยโค อวิชฺชาโยโค ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กามโยโค อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ตสฺส กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานโต โย กาเมสุ กามราโค กามนนฺทิ กามสิเนโห กามมุจฺฉา กามปิปาสา กามปริฬาโห กามชฺโฌสานํ กามตณฺหา สานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กามโยโค ฯ อิติ กามโยโค ฯ {๑๐.๑} ภวโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ตสฺส ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานโต โย ภเวสุ ภวราโค ภวนนฺทิ ภวสิเนโห ภวมุจฺฉา ภวปิปาสา ภวปริฬาโห ภวชฺโฌสานํ ภวตณฺหา สานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภวโยโค ฯ อิติ กามโยโค ภวโยโค ฯ {๑๐.๒} ทิฏฺฐิโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ตสฺส ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานโต โย ทิฏฺฐีสุ ทิฏฺฐิราโค ทิฏฺฐินนฺทิ ทิฏฺฐิสิเนโห ทิฏฺฐิมุจฺฉา ทิฏฺฐิปิปาสา ทิฏฺฐิปริฬาโห ทิฏฺฐิชฺโฌสานํ ทิฏฺฐิตณฺหา สานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิโยโค ฯ อิติ กามโยโค ภวโยโค ทิฏฺฐิโยโค ฯ {๑๐.๓} อวิชฺชาโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ตสฺส ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานโต ยา ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อวิชฺชา อญฺญาณํ สานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อวิชฺชาโยโค ฯ อิติ กามโยโค ภวโยโค ทิฏฺฐิโยโค อวิชฺชาโยโค ฯ สมฺปยุตฺโต ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สงฺกิเลสิเกหิ โปโนพฺภวิเกหิ สทเรหิ ทุกฺขวิปาเกหิ อายตึชาติชรามรณิเกหิ ตสฺมา อโยคกฺเขมีติ วุจฺจติ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร โยคา ฯ {๑๐.๔} จตฺตาโรเม ภิกฺขเว วิสํโยคา กตเม จตฺตาโร กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค อวิชฺชาโยควิสํโยโค ฯ กตโม จ ภิกฺขเว กามโยควิสํโยโค อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ตสฺส กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย กาเมสุ กามราโค กามนนฺทิ กามสิเนโห กามมุจฺฉา กามปิปาสา กามปริฬาโห กามชฺโฌสานํ กามตณฺหา สา นานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กามโยควิสํโยโค ฯ อิติ กามโยควิสํโยโค ฯ {๑๐.๕} ภวโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ตสฺส ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย ภเวสุ ภวราโค ภวนนฺทิ ภวสิเนโห ภวมุจฺฉา ภวปิปาสา ภวปริฬาโห ภวชฺโฌสานํ ภวตณฺหา สา นานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภวโยควิสํโยโค ฯ อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ฯ {๑๐.๖} ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ตสฺส ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย ทิฏฺฐีสุ ทิฏฺฐิราโค ทิฏฺฐินนฺทิ ทิฏฺฐิสิเนโห ทิฏฺฐิมุจฺฉา ทิฏฺฐิปิปาสา ทิฏฺฐิปริฬาโห ทิฏฺฐิชฺโฌสานํ ทิฏฺฐิตณฺหา สา นานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค ฯ อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค ฯ {๑๐.๗} อวิชฺชาโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ตสฺส ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต ยา ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อวิชฺชา อญฺญาณํ สา นานุเสติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อวิชฺชาโยควิสํโยโค ฯ อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค อวิชฺชาโยควิสํโยโค ฯ วิสํยุตฺโต ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สงฺกิเลสิเกหิ โปโนพฺภวิเกหิ สทเรหิ ทุกฺขวิปาเกหิ อายตึชาติชรามรณิเกหิ ตสฺมา โยคกฺเขมีติ วุจฺจติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วิสํโยคาติ ฯ กามโยเคน สํยุตฺตา ภวโยเคน จูภยํ ทิฏฺฐิโยเคน สํยุตฺตา อวิชฺชาย ปุรกฺขตา สตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารํ ชาติมรณคามิโน ฯ เย จ กาเม ปริญฺญาย ภวโยคญฺจ สพฺพโส ทิฏฺฐิโยคํ สมูหจฺจ อวิชฺชญฺจ วิราชยํ สพฺพโยควิสํยุตฺตา เต เว โยคาติคา มุนีติ ฯ ภณฺฑคามวคฺโค ปฐโม ตสฺสุทฺทานํ อนุพุทฺธํ ปปติตํ เทฺวขตํ อนุโสตปญฺจมํ อปฺปสฺสุโต จ โสเภนฺติ (เวสารชฺชํ) ตณฺหาโยเคน เต ทสาติ ฯ ---------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โยคะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ กามโยคะ ๑ ภวโยคะ ๑ ทิฏฐิโยคะ ๑ อวิชชาโยคะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กามโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อ เขาไม่รู้ชัดซึ่ง ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่ง กามทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะกาม ความเพลิดเพลินเพราะ กาม ความเยื่อใยเพราะกาม ความหมกมุ่นเพราะกาม ความกระหายเพราะกาม ความเร่าร้อนเพราะกาม ความหยั่งลงในกาม และความทะยานอยากเพราะกาม ในกามทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น นี้เราเรียกว่ากามโยคะ กามโยคะเป็นดังนี้ ก็ ภวโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อ เขาไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพ ทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะภพ ความเพลิดเพลินเพราะภพ ความเยื่อใยเพราะภพ ความหมกมุ่นเพราะภพ ความกระหายเพราะภพ ความ เร่าร้อนเพราะภพ ความหยั่งลงในภพ และความทะยานอยากเพราะภพ ในภพ ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าภวโยคะ กามโยคะ ภวโยคะเป็นดังนี้ ก็ทิฏฐิโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อ เขาไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิ ทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะทิฐิ ความเพลิดเพลินเพราะทิฐิ ความเยื่อใยเพราะทิฐิ ความหมกมุ่นเพราะทิฐิ ความกระหายเพราะทิฐิ ความ เร่าร้อนเพราะทิฐิ ความหยั่งลงเพราะทิฐิ และความทะยานอยากเพราะทิฐิ ในทิฐิ ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าทิฏฐิโยคะ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ เป็นดังนี้ ก็อวิชชาโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้ชัดซึ่งความ เกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ประการ ตามความเป็นจริง เมื่อเขาไม่รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบาย เครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ประการ ตามความเป็นจริง ความไม่รู้ ความ ไม่หยั่งรู้ ในผัสสายตนะ ๖ ย่อมเกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าอวิชชาโยคะ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ เป็นดังนี้ บุคคลผู้ประกอบด้วยอกุศล ธรรมอันลามก อันเป็นเครื่องเศร้าหมอง เป็นเหตุให้เกิดในภพใหม่ มีความ กระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก มีชาติ ชราและมรณะต่อไปอีก ฉะนั้น เรา จึงเรียกว่า ผู้ไม่เกษมจากโยคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โยคะ ๔ ประการเหล่านี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพรากจากโยคะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการ เป็นไฉน คือ ความพรากจากกามโยคะ ๑ ความพรากจากภวโยคะ ๑ ความ พรากจากทิฏฐิโยคะ ๑ ความพรากจากอวิชชาโยคะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความ พรากจากกามโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย ตามความ เป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัด ออกแห่งกามทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะกาม ความเพลิด- *เพลินเพราะกาม ความเยื่อใยเพราะกาม ความหมกมุ่นเพราะกาม ความกระหาย เพราะกาม ความเร่าร้อนเพราะกาม ความหยั่งลงในกาม ความทะยานอยากเพราะ กาม ในกามทั้งหลาย ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากกามโยคะเป็นดังนี้ ก็ความพรากจากภวโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่ง ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะภพ ความเพลิดเพลินเพราะภพ ความ เยื่อใยเพราะภพ ความหมกมุ่นเพราะภพ ความกระหายเพราะภพ ความเร่าร้อน เพราะภพ ความหยั่งลงในภพ และความทะยานอยากเพราะภพ ในภพทั้งหลาย ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าความพรากจากภวโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะ เป็นดังนี้ ก็ความพรากจากทิฏฐิโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่ง ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะทิฐิ ความเพลิดเพลินเพราะทิฐิ ความ เยื่อใยเพราะทิฐิ ความหมกมุ่นเพราะทิฐิ ความกระหายเพราะทิฐิ ความเร่าร้อน เพราะทิฐิ ความหยั่งลงในทิฐิ และความทะยานอยากเพราะทิฐิ ในทิฐิทั้งหลาย ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าความพรากจากทิฏฐิโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะ ความพรากจากทิฏฐิโยคะ เป็นดังนี้ ก็ความพรากจาก อวิชชาโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่ง ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ประการ ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ประการ ตามความเป็นจริง ความ ไม่รู้ ความไม่หยั่งรู้ ในผัสสายตนะ ๖ ประการ ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่า ความพรากจากอวิชชาโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะ ความพรากจากทิฏฐิโยคะ ความพรากจากอวิชชาโยคะ เป็นดังนี้ บุคคลผู้พรากจาก อกุศลธรรมอันลามก อันเป็นเครื่องเศร้าหมอง เป็นเหตุให้เกิดในภพใหม่ มีความ กระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก มีชาติ ชรา และมรณะต่อไปอีก ฉะนั้น เราจึง เรียกว่า ผู้เกษมจากโยคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพรากจากโยคะ ๔ ประการ นี้แล ฯ สัตว์ทั้งหลายผู้ประกอบด้วยกามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ ย่อมเป็นผู้มีปรกติถึงชาติและมรณะ ไปสู่ สงสาร ส่วนสัตว์เหล่าใด กำหนดรู้กามทั้งหลายและภวโยคะ โดยประการทั้งปวง ถอนขึ้นซึ่งทิฏฐิโยคะ และสำรอก อวิชชาเสียได้ สัตว์เหล่านั้นแล เป็นผู้พรากจากโยคะทั้งปวง เป็นมุนีผู้ล่วงพ้นโยคะเสียได้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบภัณฑคามวรรคที่ ๑ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อนุพุทธสูตร ๒. ปปติตสูตร ๓. ขตสูตรที่ ๑ ๔. ขตสูตรที่ ๒ ๕. อนุโสตสูตร ๖. อัปปสุตสูตร ๗. สังฆโสภณสูตร ๘. เวสารัชชสูตร ๙. ตัณหาสูตร ๑๐. โยคสูตร -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย