This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๑ · อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต

Other items in this volume

อนุพุทธสูตรปปติตสูตรขตสูตร ที่ ๑ขตสูตร ที่ ๒อนุโสตสูตรอัปปสุตสูตรสังฆโสภณสูตรเวสารัชชสูตรตัณหาสูตรโยคสูตรจารสูตรศีลสูตรปธานสูตรสังวรสูตรปัญญัติสูตรโสขุมมสูตรอคติสูตร ที่ ๑อคติสูตร ที่ ๒อคติสูตร ที่ ๓ภัตตุเทสกสูตรอุรุเวลสูตร ที่ ๑อุรุเวลสูตร ที่ ๒โลกสูตรกาฬกสูตรพรหมจริยสูตรกุหสูตรสันตุฏฐิสูตรอริยวังสสูตรธรรมปทสูตรปริพาชกสูตรจักกสูตรสังคหสูตรสีหสูตรปสาทสูตรวัสสการสูตรโทณสูตรอปริหานิสูตรปฏิลีนสูตรอุชชยสูตรอุทายสูตรสมาธิสูตรปัญหาสูตรโกธสูตร ที่ ๑โกธสูตร ที่ ๒โรหิตัสสสูตร ที่ ๑โรหิตัสสสูตร ที่ ๒สุวิทูรสูตรวิสาขสูตรวิปัลลาสสูตรอุปกิเลสสูตรปุญญาภิสันทสูตร ที่ ๑ปุญญาภิสันทสูตร ที่ ๒สังวาสสูตร ที่ ๑สังวาสสูตร ที่ ๒สมชีวิสูตร ที่ ๑สมชีวิสูตร ที่ ๒สุปปวาสสูตรสุทัตตสูตรโภชนสูตรคิหิสามีจิสูตรปัตตกรรมสูตรอันนนาถสูตรสพรหมสูตรนิรยสูตรรูปสูตรสราคสูตรอหิสูตรเทวทัตตสูตรปธานสูตรธรรมิกสูตรปธานสูตรทิฏฐิสูตรสัปปุริสสูตรอัคคสูตร ที่ ๑อัคคสูตร ที่ ๒กุสินาราสูตรอจินติตสูตรทักขิณาสูตรวณิชชสูตรกัมโมชสูตรปาณาติปาตสูตรมุสาสูตรวัณณสูตรโกธสูตรตมสูตรโอณตสูตรปุตตสูตรสังโยชนสูตรทิฏฐิสูตรขันธสูตรอสุรสูตรสมาธิสูตร ที่ ๑สมาธิสูตร ที่ ๒สมาธิสูตร ที่ ๓ฉลาวาตสูตรราคสูตรนิสันติสูตรอัตตหิตสูตรสิกขาสูตรโปตลิยสูตรวลาหกสูตร ที่ ๑วลาหกสูตร ที่ ๒กุมภสูตรอุทกรหทสูตรอัมพสูตรมูสิกาสูตรพลิพัททสูตรรุกขสูตรอาสีวิสสูตรเกสีสูตรชวสูตรปโตทสูตรนาคสูตรฐานสูตรอัปปมาทสูตรอารักขสูตรสังเวชนียสูตรภยสูตร ที่ ๑ภยสูตร ที่ ๒ภยสูตร ที่ ๑ภยสูตร ที่ ๒ฌานสูตร ที่ ๑ฌานสูตร ที่ ๒เมตตาสูตร ที่ ๑เมตตาสูตร ที่ ๒อัจฉริยสูตร ที่ ๑อัจฉริยสูตร ที่ ๒อัจฉริยสูตร ที่ ๓อัจฉริยสูตร ที่ ๔สังโยชนสูตรที่ ๑ ข้อ [๑๓๑] ปฏิภาณสูตรที่ ๒ ข้อ [๑๓๒] อุคฆฏิตัญญุสูตรที่ ๓ ข้อ…๕. อาภาวรรค๑. อินทรียวรรค๒. ปฏิปทาวรรค๓. สัญเจตนิยวรรค๔. โยธาชีววรรค๕. มหาวรรค๑. สัปปุริสวรรค๒. โศภนวรรค๓. ทุจริตวรรค๔. กรรมวรรค๕. อาปัตติภยวรรค๖. อภิญญาวรรค๗. กรรมปถวรรคพระสูตรที่ไม่นับเป็นปัณณาสก์

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

โรหิตัสสสูตร ที่ ๒

Text only · no interpretationข้อ ๔๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต1 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต โรหิตัสสสูตรที่ ๒

Item ๔๖Commentary

อถโข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิมํ ภิกฺขเว รตฺตึ โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิโต โข ภิกฺขเว โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต มํ เอตทโวจ ยตฺถ นุ โข ภนฺเต น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ สกฺกา นุ โข ภนฺเต คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาตุํ วา ทฏฺฐุํ วา ปาปุณิตุํ วาติ ฯ เอวํ วุตฺเต อหํ ภิกฺขเว โรหิตสฺสํ เทวปุตฺตํ เอตทโวจํ ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาตยฺยํ ทฏฺฐยฺยํ ปตฺตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ {๔๖.๑} เอวํ วุตฺเต ภิกฺขเว โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต มํ เอตทโวจ อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภุตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาตยฺยํ ทฏฺฐยฺยํ ปตฺตยฺยนฺติ วทามีติ ภูตปุพฺพาหํ ภนฺเต โรหิตสฺโส นาม อิสิ อโหสึ โภชปุตฺโต อิทฺธิมา เวหาสงฺคโม ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูโป ชโว อโหสิ เสยฺยถาปิ นาม ทฬฺหธมฺโม ธนุคฺคโห สุสิกฺขิโต กตหตฺโถ กตุปาสโน ลหุเกน อสเนน อปฺปกสิเรน ติริยํ ตาลจฺฉายํ อติปาเตยฺย เอวรูโป ปทวีติหาโร อโหสิ เสยฺยถาปิ นาม ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโม สมุทฺโท ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูเปน ชเวน สมนฺนาคตสฺส เอวรูเปน จ ปทวีติหาเรน เอวรูปํ อิจฺฉาคตํ อุปฺปชฺชิ อหํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ปาปุณิสฺสามีติ โส โข อหํ ภนฺเต อญฺญเตฺรว อสิตปีตขายิตสายิตา อญฺญตฺร อุจฺจารปสฺสาวกมฺมา กมฺมา อญฺญตฺร นิทฺทากิลมถปฏิวิโนทนา วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี วสฺสสตํ คนฺตฺวา อปฺปตฺวาว โลกสฺส อนฺตํ อนฺตราเยว กาลกโต อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภุตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาตยฺยํ ทฏฺฐยฺยํ ปตฺตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ {๔๖.๒} เอวํ วุตฺเต อหํ ภิกฺขเว โรหิตสฺสํ เทวปุตฺตํ เอตทโวจํ ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาตยฺยํ ทฏฺฐยฺยํ ปตฺตยฺยนฺติ วทามิ น จาหํ อาวุโส อปฺปตฺวาว โลกสฺส อนฺตํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยํ วทามิ อปิจาหํ อาวุโส อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญาเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปทนฺติ ฯ คมเนน น ปตฺตพฺโพ โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ ฯ ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจาติ ฯ

ครั้งนั้นแล เมื่อราตรีนั้นผ่านไปแล้ว พระผู้มีพระภาค ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ เมื่อปฐมยาม ล่วงไปแล้ว โรหิตัสสเทวบุตร มีรัศมีงามยิ่งนัก ยังวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง ไสว เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ อภิวาทเราแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้ว ได้ถามเราว่า ข้าแต่พระองค์เจริญ สัตว์ย่อมไม่เกิด ย่อมไม่แก่ ย่อมไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาสใดหนอแล พระองค์อาจหรือหนอเพื่อจะทรง ทราบ เพื่อจะทรงเห็น หรือเพื่อจะทรงถึงที่สุดแห่งโลกด้วยการไปในโอกาสนั้น ดังนี้ เมื่อเทวบุตรกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวกะเทวบุตรนั้นว่า ดูกรอาวุโส สัตว์ย่อมไม่เกิด ย่อมไม่แก่ ย่อมไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาส ใดแล เราย่อมไม่กล่าวโอกาสนั้นว่าเป็นที่สุดแห่งโลก ที่ควรรู้ ควรเห็น ควรถึง ด้วยการไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรากล่าวอย่างนี้แล้ว โรหิตัสสเทวบุตร ได้กล่าวกะเราว่า น่าอัศจรรย์ พระเจ้าข้า สิ่งไม่เคยมีได้มีขึ้น พระเจ้าข้า เท่าที่พระผู้มีพระภาคตรัสพระดำรัสนี้ว่า สัตว์ย่อมไม่เกิด ย่อมไม่แก่ ย่อม ไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาสใดแล เราย่อมไม่กล่าวโอกาสนั้น ว่าเป็นที่สุดแห่งโลก ที่ควรรู้ ควรเห็น ควรถึง ด้วยการไป เป็นอันตรัสดี แล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว ข้าพระองค์เป็นฤาษีชื่อโรหิตัสสะ เป็นบุตรนายบ้านมีฤทธิ์ไปในอากาศได้ ความเร็วของข้าพระองค์นั้น เปรียบได้กับ นายขมังธนู ผู้มีธนูอันมั่นเหมาะ ศึกษาดีแล้ว เคยแสดงให้ปรากฏแล้ว พึงยิงลูกศรอันเบาให้ผ่านเงาตาลด้านขวางไปได้โดยไม่สู้ยาก ฉะนั้น การยกย่างเท้า แต่ละก้าวของข้าพระองค์ เปรียบด้วยสมุทรด้านตะวันตกไกลจากสมุทรด้านตะวัน ออก ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความปรารถนาเห็นปานนี้ว่า เราจักถึงที่สุด แห่งโลกด้วยการไป ดังนี้ ได้เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์นั้น ผู้ประกอบด้วยกำลัง เร็วเห็นปานนั้น และด้วยการยกย่างเท้าเห็นปานนั้น ข้าพระองค์นั้นแล เว้น จากการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม เว้นจากการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ เว้นจากการหลับและการบรรเทาความเหน็ดเหนื่อย เป็นผู้มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี ในคราวที่มนุษย์มีอายุร้อยปี ไปตลอดร้อยปี ไม่ทันถึงที่สุดแห่งโลก ได้ทำกาละ เสียในระหว่างทีเดียว น่าอัศจรรย์ พระเจ้าข้า สิ่งไม่เคยมีได้มีขึ้น พระเจ้าข้า เท่าที่พระผู้มีพระภาคตรัสพระดำรัสนี้ว่า ดูกรอาวุโส สัตว์ย่อมไม่เกิด ย่อมไม่แก่ ย่อมไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาสใด เราไม่กล่าวโอกาสนั้น ว่าเป็นที่สุดแห่งโลก ที่ควรรู้ ควรเห็น ควรถึง ด้วยการไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเทวบุตรกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวกะเทวบุตรว่า ดูกรอาวุโส สัตว์ย่อม ไม่เกิด ย่อมไม่แก่ ย่อมไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาสใด เราไม่กล่าวโอกาสนั้น ว่าเป็นที่สุดแห่งโลก ที่ควรรู้ ควรเห็น ควรถึง ด้วยการไป และเราย่อมไม่กล่าวการกระทำที่สุดแห่งทุกข์ เพราะไปไม่ถึงที่สุดแห่งโลก แต่เราย่อมบัญญัติโลก เหตุเกิดแห่งโลก ความดับแห่งโลก ปฏิปทาเครื่องให้ถึง ความดับแห่งโลก ในอัตภาพอันมีประมาณวาหนึ่ง มีสัญญาและมีจิตนี้เท่านั้น ในกาลไหนๆ ที่สุดแห่งโลกอันใครๆ ไม่พึงถึงด้วยการไป และการเปลื้องทุกข์ย่อมไม่มี เพราะไม่ถึงที่สุดแห่งโลก เพราะฉะนั้นแล ท่านผู้รู้แจ้งโลก มีเมธาดี ถึงที่สุดแห่งโลก มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว เป็นผู้มีบาปอันสงบ รู้ที่สุดแห่งโลก แล้ว ย่อมไม่หวังโลกนี้ และโลกหน้า ฯ จบสูตรที่ ๖

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย