Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๑ · อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๑ · อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ภัตตุเทสกสูตร
จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ โทสาคตึ คจฺฉติ โมหาคตึ คจฺฉติ ภยาคตึ คจฺฉติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ฯ จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ จตูหิ น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ น โทสาคตึ คจฺฉติ น โมหาคตึ คจฺฉติ น ภยาคตึ คจฺฉติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ เยเกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา อธมฺมิกา โหนฺติ อธมฺมคารวา ฉนฺทา จ โทสา จ ภยา จ คามิโน ปริสกสโฏ จ ปเนส วุจฺจติ เอวํ หิ วุตฺตํ สมเณน ชานตา ตสฺมา หิ เต สปฺปุริสา ปสํสิยา ธมฺเม ฐิตา เย น กโรนฺติ ปาปกํ น ฉนฺทโทสา น ภยา จ คามิโน ฯ ปริสาย มณฺโฑ จ ปเนส วุจฺจติ เอวํ หิ วุตฺตํ สมเณน ชานตาติ ฯ จรวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ จารํ สีลํ ปธานานิ สํวรํ ปญฺญตฺติปญฺจมํ โสขุมฺมํ ตโย อคตี ภตฺตุทฺเทเสน เต ทสาติ ฯ -----------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมถึง ฉันทาคติ ย่อมถึงโทสาคติ ย่อมถึงโมหาคติ ย่อมถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำไป วางไว้ในสวรรค์ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมไม่ถึงฉันทาคติ ย่อมไม่ถึงโทสาคติ ย่อมไม่ถึงโมหาคติ ย่อมไม่ถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำไปวางไว้ ในสวรรค์ ฯ ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่สำรวมในกาม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่เคารพในธรรม มีปรกติถึงฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ ก็แลบุคคลนี้เราเรียกว่า เป็นหยากเยื่อในบริษัท อันสมณะผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ชนเหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม มี ปรกติไม่ถึงฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ ย่อมไม่ กระทำกรรมอันลามก เพราะฉะนั้น บุคคลนั้นชื่อว่า เป็น สัตบุรุษที่น่าสรรเสริญ ก็แลบุคคลนี้เราเรียกว่าเป็นผู้ผุดผ่อง ในบริษัท อันสมณะผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๒ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. จารสูตร ๒. ศีลสูตร ๓. ปธานสูตร ๔. สังวรสูตร ๕. ปัญญัติสูตร ๖. โสขุมมสูตร ๗. อคติสูตรที่ ๑ ๘. อคติสูตรที่ ๒ ๙. อคติสูตรที่ ๓ ๑๐. ภัตตุเทสกสูตร ฯ -----------------------------------------------------