Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๒ · อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๒๒ · อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๒. สังกิตสูตร
ปญฺจหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิโต โหติ ปาปภิกฺขูติ อปิ อกุปฺปธมฺโม กตเมหิ ปญฺจหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เวสิยโคจโร วา โหติ วิธวาโคจโร วา โหติ ถุลฺลกุมารีโคจโร วา โหติ ปณฺฑกโคจโร วา โหติ ภิกฺขุนีโคจโร วา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิโต โหติ ปาปภิกฺขูติ อปิ อกุปฺปธมฺโมติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นที่รังเกียจสงสัยว่าเป็นปาปภิกษุ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรม ธรรม ๕ ประการ เป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้คบหาหญิงแพศยา ย่อมเป็นผู้คบ หาหญิงหม้าย ย่อมเป็นผู้คบหาสาวเทื้อ ย่อมเป็นผู้คบหาบัณเฑาะก์ ย่อมเป็นผู้คบหา ภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็นที่ รังเกียจสงสัยว่าเป็นปาปภิกษุ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรม ฯ จบสูตรที่ ๒