This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๒ · อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

Other items in this volume

๑. สังขิตตสูตร๒. วิตถตสูตร๓. ทุกขสูตร๔. ภตสูตร๕. สิกขสูตร๖. สมาปัตติสูตร๗. กามสูตร๘. จวนสูตร๙. อคารวสูตร ที่ ๑๑๐. อคารวสูตร ที่ ๒๑. อนนุสสุตสูตร๒. กูฏสูตร๓. สังขิตสูตร๔. วิตถตสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. ปุนกูฏสูตร๗. หิตสูตร ที่ ๑๘. หิตสูตร ที่ ๒๙. หิตสูตร ที่ ๓๑๐. หิตสูตร ที่ ๔๑. คารวสูตร ที่ ๑๒. คารวสูตร ที่ ๒๓. อุปกิเลสสูตร๔. ทุสสีลสูตร๕. อนุคคหสูตร๖. วิมุตติสูตร๗. สมาธิสูตร๘. อังคิกสูตร๙. จังกมสูตร๑๐. นาคิตสูตร๑. สุมนสูตร๒. จุนทิสูตร๓. อุคคหสูตร๔. สีหสูตร๕. ทานานิสังสสูตร๖. กาลทานสูตร๗. โภชนทานสูตร๘. สัทธานิสังสสูตร๙. ปุตตสูตร๑๐. สาลสูตร๑. อาทิยสูตร๒. สัปปุริสสูตร๓. อิฏฐสูตร๔. มนาปทายีสูตร๕. อภิสันทสูตร๖. สัมปทาสูตร๗. ธนสูตร๘. ฐานสูตร๙. โกสลสูตร๑๐. นารทสูตร๑. อาวรณสูตร๒. ราสิสูตร๓. อังคสูตร๔. สมยสูตร๕. มาตุปุตติกสูตร๖. อุปัชฌายสูตร๗. ฐานสูตร๘. กุมารลิจฉวีสูตร๙. ทุลลภสูตร ที่ ๑๑๐. ทุลลภสูตร ที่ ๒๑. สัญญาสูตร ที่ ๑๒. สัญญาสูตร ที่ ๒๓. วัฑฒิสูตร ที่ ๑๔. วัฑฒิสูตร ที่ ๒๕. สากัจฉสูตร๖. สาชีวสูตร๗. อิทธิปาทสูตร ที่ ๑๘. อิทธิปาทสูตร ที่ ๒๙. นิพพิทาสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. เจโตวิมุติสูตร ที่ ๑๒. เจโตวิมุติสูตร ที่ ๒๓. ธรรมวิหาริกสูตร ที่ ๑๔. ธรรมวิหาริกสูตร ที่ ๒๕. โยธาชีวสูตร ที่ ๑๖. โยธาชีวสูตร ที่ ๒๗. อนาคตสูตร ที่ ๑๘. อนาคตสูตร ที่ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๓๑๐. อนาคตสูตร ที่ ๔๑. รัชนียสูตร๒. วีตราคสูตร๓. กุหกสูตร๔. อสัทธสูตร๕. อักขมสูตร๖. ปฏิสัมภิทาสูตร๗. สีลสูตร๘. เถรสูตร๙. เสขสูตร ที่ ๑๑๐. เสขสูตร ที่ ๒๑. สัมปทาสูตร ที่ ๑๒. สัมปทาสูตร ที่ ๒๓. พยากรณสูตร๔. ผาสุสูตร๕. อกุปปสูตร๖. สุตสูตร๗. กถาสูตร๘. อรัญญสูตร๙. สีหสูตร๑๐. กกุธสูตร๑. เวสารัชชกรณสูตร๒. สังกิตสูตร๓. โจรสูตร๔. สุขุมาลสูตร๕. ผาสุวิหารสูตร๖. อานันทสูตร๗. สีลสูตร๘. อเสขิยสูตร๙. จาตุทิสสูตร๑๐. อรัญญสูตร๑. กุลุปกสูตร๒. ปัจฉาสมณสูตร๓. สมาธิสูตร๔. อันธกวินทสูตร๕. มัจฉริยสูตร๖. วรรณนาสูตร๗. อิสสาสูตร๘. ทิฏฐิสูตร๙. วาจาสูตร๑๐. วายามสูตร๑. คิลานสูตร๒. สติปัฏฐานสูตร๓. อุปัฏฐากสูตร ที่ ๑๔. อุปัฏฐากสูตร ที่ ๒๕. อนายุสสสูตร ที่ ๑๖. อนายุสสสูตร ที่ ๒๗. อวัปปกาสสูตร๘. สมณทุกขสูตร๙. ปริกุปปสูตร๑๐. สัมปทาสูตร๑. จักกสูตร๒. อนุวัตตนสูตร๓. ราชสูตร๔. ยัสสทิสสูตร๕. ปัตถนาสูตร ที่ ๑๖. ปัตถนาสูตร ที่ ๒๗. อัปปสุปติสูตร๘. ภัตตาทกสูตร๙. อักขมสูตร๑๐. โสตวสูตร๑. ทัตวาอวชานาติสูตร๒. อารภสูตร๓. สารันททสูตร๔. ติกัณฑกีสูตร๕. นิรยสูตร๖. มิตตสูตร๗. อสัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสทานสูตร๙. สมยวิมุตตสูตร ที่ ๑๑๐. สมยวิมุตตสูตร ที่ ๒๑. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๑๒. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๒๓. สัทธรรมนิยามสูตร ที่ ๓๔. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๑๕. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๒๖. สัทธรรมสัมโมสสูตร ที่ ๓๗. ทุกถาสูตร๘. สารัชชสูตร๙. อุทายิสูตร๑๐. ทุพพิโนทยสูตร๑. อาฆาตวินยสูตร ที่ ๑๒. อาฆาตวินยสูตร ที่ ๒๓. สากัจฉาสูตร๔. สาชีวสูตร๕. ปัญหาปุจฉาสูตร๖. นิโรธสูตร๗. โจทนาสูตร๘. สีลสูตร๙. นิสันติสูตร๑๐. ภัททชิสูตร๑. สารัชชสูตร๒. วิสารทสูตร๓. นิรยสูตร๔. เวรสูตร๕. จัณฑาลสูตร๖. ปีติสูตร๗. วณิชชสูตร๘. ราชสูตร๙. คิหิสูตร๑๐. ภเวสิสูตร๑. อารัญญกสูตร๒. ปังสุกูลิกสูตร๓. รุกขมูลิกสูตร๔. โสสานิกสูตร๕. อัพโภกาสิกสูตร๖. เนสัชชิกสูตร๗. ยถาสันถติกสูตร๘. เอกาสนิกสูตร๙. ขลุปัจฉาภัตติกสูตร๑๐. ปัตตปิณฑิกสูตร๑. โสณสูตร๒. โทณสูตร๓. สังคารวสูตร๔. การณปาลีสูตร๕. ปิงคิยานีสูตร๖. สุบินสูตร๗. วัสสสูตร๘. วาจาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. นิสสารณียสูตร๑. กิมพิลสูตร๒. ธัมมัสสวนสูตร๓. อาชานิยสูตร๔. พลสูตร๕. เจโตขีลสูตร๖. วินิพันธสูตร๗. ยาคุสูตร๘. ทันตกัฏฐสูตร๙. คีตสูตร๑๐. มุฏฐัสสติสูตร๑. อักโกสกสูตร๒. ภัณทนสูตร๓. สีลสูตร๔. พหุภาณีสูตร๕. อขันติสูตร ที่ ๑๖. อขันติสูตร ที่ ๒๗. อปาสาทิกสูตร ที่ ๑๘. อปาสาทิกสูตร ที่ ๒๙. อัคคิสูตร๑๐. มธุราสูตร๑. ทีฆจาริกสูตร ที่ ๑๒. ทีฆจาริกสูตร ที่ ๒๓. อภินิวาสสูตร๔. มัจฉรสูตร๕. กุลุปกสูตร ที่ ๑๖. กุลุปกสูตร ที่ ๒๗. โภคสูตร๘. ภัตตสูตร๙. สัปปสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปสูตร ที่ ๒๑. อาวาสิกสูตร๒. อัปปิยสูตร๓. โสภณสูตร๔. พหุปการสูตร๕. อนุกัมปกสูตร๖. ยถาภตอวรรณสูตร๗. ยถาภตเคธสูตร๘. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๑๙. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๒๑๐. ยถาภตมัจเฉรสูตร ที่ ๓๑. ทุจริตสูตร๒. กายทุจริตสูตร๓. วจีทุจริตสูตร๔. มโนทุจริตสูตร๕. อปรทุจริตสูตร๖. อปรกายทุจริตสูตร๗. อปรวจีทุจริตสูตร๘. อปรมโนทุจริตสูตร๙. สีวถิกาสูตร๑๐. ปุคคลปสาทสูตรพระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค๑. อาหุเนยยสูตร ที่ ๑๒. อาหุเนยยสูตร ที่ ๒๓. อินทริยสูตร๔. พลสูตร๕. อาชานิยสูตร ที่ ๑๖. อาชานิยสูตร ที่ ๒๗. อาชานิยสูตร ที่ ๓๘. อนุตตริยสูตร๙. อนุสสติสูตร๑๐. มหานามสูตร๑. สาราณิยสูตร ที่ ๑๒. สาราณิยสูตร ที่ ๒๓. เมตตาสูตร๔. ภัททกสูตร๕. อนุตัปปิยสูตร๖. นกุลสูตร๗. กุสลสูตร๘. มัจฉสูตร๙. มรณัสสติสูตร ที่ ๑๑๐. มรณัสสติสูตร ที่ ๒๑. สามกสูตร๒. อปริหานิยสูตร๓. ภยสูตร๔. หิมวันตสูตร๕. อนุสสติฏฐานสูตร๖. กัจจานสูตร๗. สมยสูตร ที่ ๑๘. สมยสูตร ที่ ๒๙. อุทายีสูตร๑๐. อนุตตริยสูตร๑. เสกขสูตร๒. อปริหานิยสูตร ที่ ๑๓. อปริหานิยสูตร ที่ ๒๔. โมคคัลลานสูตร๕. วิชชาภาคิยสูตร๖. วิวาทมูลสูตร๗. ทานสูตร๘. อัตตการีสูตร๙. นิทานสูตร๑๐. กิมมิลสูตร๑๑. ทารุกขันธสูตร๑๒. นาคิตสูตร๑. นาคสูตร๒. มิคสาลาสูตร๓. อิณสูตร๔. มหาจุนทสูตร๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑๖. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๒๗. เขมสุมนสูตร๘. อินทรียสังวรสูตร๙. อานันทสูตร๑๐. ขัตติยาธิปปายสูตร๑๑. อัปปมาทสูตร๑๒. ธรรมิกสูตร๑. โสณสูตร๒. ผัคคุณสูตร๓. ฉฬาภิชาติยสูตร๔. อาสวสูตร๕. ทารุกัมมิกสูตร๖. จิตตหัตถิสาริปุตตสูตร๗. ปรายนสูตร๘. อุทกสูตร๙. นิพเพธิกสูตร๑๐. พลสูตรอนาคามิสูตรอรหัตตสูตรมิตตสูตรฐานสูตร (อารามสูตร)เทวตาสูตรสติสูตรสักขิสูตรพลสูตรฌานสูตรที่ ๑ฌานสูตรที่ ๒๑. ทุกขสูตร๒. อรหัตตสูตร๓. อุตตริมนุสสธรรมสูตร๔. สุขสูตร๕. อธิคมสูตร๖. มหัตตสูตร๗. นิรยสูตรที่ ๑๘. นิรยสูตรที่ ๒๙. อัคคธรรมสูตร๑๐. รัตติสูตร๑. สีติสูตร๒. ภัพพสูตร๓. อาวรณตาสูตร๔. สุสสูสาสูตร๕. ปหาตัพพสูตร๖. ปหีนสูตร๗. อุปปาเทตัพพสูตร๘. สัตถริสูตร๙. กัญจิสังขารสูตร๑๐. มาตริสูตร๑๑. สยกตสูตร๑. ปาตุภาวสูตร๒. อานิสังสสูตร๓. อนิจจสูตร๔. ทุกขสูตร๕. อนัตตสูตร๖. นิพพานสูตร๗. อโนทิสสูตรที่ ๑๘. อโนทิสสูตรที่ ๒๙. อโนทิสสูตรที่ ๓๑๐. ภวสูตร๑๑. ตัณหาสูตร๑. ราคสูตร๒. ทุจริตสูตร๓. วิตักกสูตร๔. สัญญาสูตร๕. ธาตุสูตร๖. อัสสาทสูตร๗. อรติสูตร๘. ตุฏฐิสูตร๙. อุทธัจจสูตรที่ ๑๑๐. อุทธัจจสูตรที่ ๒พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

๔. การณปาลีสูตร

Text only · no interpretationข้อ ๑๙๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต1 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๔. การณปาลีสูตร

Item ๑๙๔Commentary

เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ เตน โข ปน สมเยน การณปาลี พฺราหฺมโณ ลิจฺฉวีนํ กมฺมนฺตํ กาเรติ อทฺทสา โข การณปาลี พฺราหฺมโณ ปิงฺคิยานึ พฺราหฺมณํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ปิงฺคิยานึ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ หนฺท กุโต นุ ภวํ ปิงฺคิยานี อาคจฺฉติ ทิวา ทิวสฺสาติ ฯ อิธาหํ โภ อาคจฺฉามิ สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกาติ ตํ กึ มญฺญติ ภวํ ปิงฺคิยานี สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ปณฺฑิโต มญฺเญติ โกจาหํ โภ โก จ สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ชานิสฺสามิ โสปิ นูนสฺส ตาทิโสว โย สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ ชาเนยฺยาติ อุฬาราย ขลุ ภวํ ปิงฺคิยานี สมณํ โคตมํ ปสํสาย ปสํสตีติ โกจาหํ โภ โก จ สมณํ โคตมํ ปสํสิสฺสามิ ปสฏฺฐปสฏฺโฐ จ โส ภวํ โคตโม เสฏฺโฐ เทวมนุสฺสานนฺติ กึ ปน ภวํ ปิงฺคิยานี อตฺถวสํ สมฺปสฺสมาโน สมเณ โคตเม เอวํ อภิปฺปสนฺโนติ {๑๙๔.๑} เสยฺยถาปิ โภ ปุริโส อคฺครสปริติตฺโต น อญฺเญสํ หีนานํ รสานํ ปิเหติ เอวเมว โข โภ ยโต ยโต ตสฺส โภโต โคตมสฺส ธมฺมํ สุณาติ ยทิ สุตฺตโส ยทิ เคยฺยโส ยทิ เวยฺยากรณโส ยทิ อพฺภุตธมฺมโส ตโต ตโต น อญฺเญสํ ปุถุสมณปฺปวาทานํ ปิเหติ {๑๙๔.๒} เสยฺยถาปิ โภ ปุริโส ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรโต มธุปิณฺฑิกํ อธิคจฺเฉยฺย โส ยโต ยโต สาเยถ ลภเตว สาทุรสํ อเสจนกํ เอวเมว โข โภ ยโต ยโต ตสฺส โภโต โคตมสฺส ธมฺมํ สุณาติ ยทิ สุตฺตโส ยทิ เคยฺยโส ยทิ เวยฺยากรณโส ยทิ อพฺภุตธมฺมโส ตโต ตโต ลภเตว อตฺตมนตํ ลภติ เจตโส ปสาทํ ฯ {๑๙๔.๓} เสยฺยถาปิ โภ ปุริโส จนฺทนฆฏิกํ อธิคจฺเฉยฺย หริจนฺทนสฺส วา โลหิตจนฺทนสฺส วา ยโต ยโต ฆาเยถ ยทิ มูลโต ยทิ มชฺฌโต ยทิ อคฺคโต อธิคจฺฉเตว สุรภิคนฺธํ อเสจนกํ เอวเมว โข โภ ยโต ยโต ตสฺส โภโต โคตมสฺส ธมฺมํ สุณาติ ยทิ สุตฺตโส ยทิ เคยฺยโส ยทิ เวยฺยากรณโส ยทิ อพฺภุตธมฺมโส ตโต ตโต อธิคจฺฉติ ปามุชฺชํ อธิคจฺฉติ โสมนสฺสํ ฯ {๑๙๔.๔} เสยฺยถาปิ โภ ปุริโส อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ตสฺส กุสโล ภิสโก ฐานโส อาพาธํ นีหเรยฺย เอวเมว โข โภ ยโต ยโต ตสฺส โภโต โคตมสฺส ธมฺมํ สุณาติ ยทิ สุตฺตโส ยทิ เคยฺยโส ยทิ เวยฺยากรณโส ยทิ อพฺภุตธมฺมโส ตโต ตโต โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสา อพฺภตฺถํ คจฺฉนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ โภ โปกฺขรณี อจฺโฉทกา สาโตทกา สีโตทกา เสโตทกา สุปติฏฺฐา รมณียา อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ฆมฺมาภิตตฺโต ฆมฺมปเรโต กิลนฺโต ตสิโต ปิปาสิโต โส ตํ โปกฺขรณึ โอคาเหตฺวา นฺหาตฺวา จ ปิวิตฺวา จ สพฺพทรถกิลมถปริฬาหํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺย เอวเมว โข โภ ยโต ยโต ตสฺส โภโต โคตมสฺส ธมฺมํ สุณาติ ยทิ สุตฺตโส ยทิ เคยฺยโส ยทิ เวยฺยากรณโส ยทิ อพฺภุตธมฺมโส ตโต ตโต สพฺพทรถกิลมถปริฬาหา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ฯ {๑๙๔.๕} เอวํ วุตฺเต การณปาลี พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทกฺขิณชานุมณฺฑลํ ปฐวิยํ นิหนฺตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุทานํ อุทาเนสิ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ อภิกฺกนฺตํ โภ ปิงฺคิยานิ อภิกฺกนฺตํ โภ ปิงฺคิยานิ เสยฺยถาปิ โภ ปิงฺคิยานิ นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ เอวเมว โภตา ปิงฺคิยานินา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต ฯ เอสาหํ โภ ปิงฺคิยานิ ตํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภวํ ปิงฺคยานี ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี สมัยนั้น การณปาลีพราหมณ์ใช้คนให้ทำการงานของเจ้าลิจฉวีอยู่ ได้เห็นปิงคิยานีพราหมณ์เดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้ถามว่า อ้อ ท่านปิงคิยานี มาจากไหนแต่ยังวัน (แต่วันนัก) ปิงคิยานีพราหมณ์ตอบว่า ข้าพเจ้ามาจากสำนัก พระสมณโคดม ฯ กา. ท่านปิงคิยานีย่อมเข้าใจพระปรีชา (ความฉลาดด้วยปัญญา) ของ พระสมณโคดมว่า เห็นจะเป็นบัณฑิตนั้นอย่างไร ฯ ปิ. ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าคือใคร และเป็นอะไรจึงจักรู้พระปรีชาของ พระสมณโคดม ผู้ใดพึงรู้พระปรีชาของพระสมณโคดม แม้ผู้นั้นพึงเป็นเช่นกับ พระสมณโคดมนั้นแน่นอน ฯ กา. ได้ยินว่า ท่านปิงคิยานีสรรเสริญพระสมณโคดมยิ่งนัก ฯ ปิ. ข้าพเจ้าคือใคร และเป็นอะไรจึงจักสรรเสริญพระสมณโคดม และ ท่านพระสมณโคดมพระองค์นั้น อันเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายสรรเสริญแล้วๆ ว่า เป็นผู้ประเสริฐที่สุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ กา. ก็ท่านปิงคิยานีเห็นอำนาจประโยชน์อะไร จึงเลื่อมใสยิ่งนักใน พระสมณโคดมอย่างนี้ ฯ ปิ. ท่านผู้เจริญ เปรียบเหมือนบุรุษผู้อิ่มในรสอันเลิศแล้ว ย่อมไม่ ปรารถนารสที่เลวเหล่าอื่น ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้น โดยลักษณะใดๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณ์ หรือโดยอัพภูตธรรม ย่อมไม่ปรารถนาวาทะของสมณะเป็นอันมากเหล่าอื่น โดยลักษณะนั้นๆ ฉันนั้น เปรียบเหมือนบุรุษผู้ถูกความหิว และความอ่อนเพลียครอบงำ พึงได้รวงผึ้ง เขา พึงลิ้มรสโดยลักษณะใดๆ ก็ย่อมได้รสดีอันไม่เจือ ฉันใด บุคคลฟังธรรมของ ท่านพระโคดมพระองค์นั้น โดยลักษณะใดๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณ์ หรือโดยอัพภูตธรรม ย่อมได้ความดีใจ ย่อมได้ความเลื่อมใส แห่งใจ โดยลักษณะนั้นๆ ฉันนั้น เปรียบเหมือนบุรุษพึงได้ไม้จันทน์แห่งจันทน์ เหลืองหรือจันทน์แดง พึงสูดกลิ่นจากที่ใดๆ เช่นจากราก จากลำต้น หรือ จากยอด ก็ย่อมได้กลิ่นหอมดี กลิ่นแท้ ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดม พระองค์นั้น โดยลักษณะใดๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณ์ หรือโดยอัพภูตธรรม ก็ย่อมได้ความปราโมทย์ ย่อมได้โสมนัส โดยลักษณะนั้น ฉันนั้น เปรียบเหมือนบุรุษผู้อาพาธ มีทุกข์ เป็นไข้หนัก นายแพทย์ผู้ฉลาดพึง บำบัดอาพาธของเขาโดยเร็ว ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้น โดยลักษณะใดๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณ์ หรือโดยอัพภูตธรรม ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจของเขา ย่อมหมดไปโดยลักษณะนั้นๆ ฉันนั้น เปรียบเหมือนสระน้ำมีน้ำใสน่าเพลินใจ น้ำเย็น น้ำขาว มีท่าราบเรียบ น่ารื่นรมย์ บุรุษผู้ร้อนเพราะแดด ถูกแดดเผา เหน็ดเหนื่อย หิว ระหาย เดินมาถึง เขาลงไปในสระน้ำนั้น อาบ ดื่ม พึง ระงับ ความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวง ฉันใด บุคคลฟังธรรมของท่านพระโคดมพระองค์นั้น โดยลักษณะใดๆ คือ โดยสุตตะ โดยเคยยะ โดยไวยากรณ์ หรือโดยอัพภูตธรรม ความกระวนกระวาย ความ เหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงของเขา ก็ย่อมระงับไป โดยลักษณะนั้นๆ ฉันนั้น ฯ เมื่อปิงคิยานีพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว การณปาลีพราหมณ์ลุกจากที่นั่ง ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง คุกเข่าข้างขวาลงบนแผ่นดิน ประนมอัญชลีไปทางที่พระผู้มี พระภาคประทับอยู่ เปล่งอุทานสามครั้งว่า ขอความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น แล้วกล่าวต่อไปว่า ท่านปิงคิยานี ภาษิต ของท่านแจ่มแจ้งยิ่งนัก ท่านปิงคิยานี ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งยิ่งนัก ท่านปิงคิยานี ประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้ ฉะนั้น ข้าพเจ้านี้ขอถึงท่านพระโคดมพระองค์นั้น กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุ สงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอท่านปิงคิยานีจงจำข้าพเจ้าว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จำเดิมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๔

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย