This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๒. ธนิยสูตร ว่าด้วยการโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า
๑๘(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีดน้ำนมโคไว้แล้ว อยู่ร่วมกับบริวารช่วยเหลือกัน ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี มุงหลังคากั้นฝาเรือน นำไฟมาติดไว้เรียบร้อย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๑๙(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราเป็นผู้ไม่โกรธ ปราศจากกิเลสดุจตะปูตรึงใจ พักแรม ๑ ราตรี ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี เพิงที่พักคืออัตภาพ ก็ปราศจากหลังคาเครื่องมุงบัง กองไฟคือราคะเป็นต้นก็ดับหมดแล้ว ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ นิวรณ์ หมายถึงธรรมเป็นเครื่องกั้นความดี มี ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) @(๒) พยาบาท (ความคิดร้าย) (๓) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) @(๔) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ) (๕) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๗/๒๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
๒๐(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ฝูงโคของข้าพเจ้าไม่มีเหลือบและยุงมารบกวน เที่ยวหากิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำที่มีหญ้างอกงาม จึงสามารถทนฝนที่ตกลงมาได้ดี ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๑(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราผูกแพคืออริยมรรค ตกแต่งคือบำเพ็ญดีแล้ว กำจัดห้วงน้ำคือกิเลสได้แล้ว ข้ามไปจนถึงฝั่งแล้ว จึงไม่มีความต้องการแพนั้นอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๓(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) จิตของเราเชื่อฟังเรา หลุดพ้นกิเลสแล้ว เราฝึกอบรมมานานจนเป็นจิตที่ฝึกหัดดีแล้ว ดังนั้น เราจึงไม่มีความชั่ว ใดๆ ต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ ข้ามไปจนถึงฝั่ง หมายถึงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑/๓๓) @ โลเล หมายถึงความลุ่มหลง ความอยากของสตรี มี ๕ อย่าง (๑) โลเลในอาหาร (๒) โลเลในเครื่อง @ประดับ (๓) โลเลในบุรุษอื่น (๔) โลเลในทรัพย์ (๕) โลเลในการเที่ยวเตร่ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓) @ ความชั่ว (บาป) ที่นายธนิยะกล่าวนั้นหมายถึงความประพฤตินอกใจ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓) @ ความชั่ว ที่พระผู้มีพระภาคตรัสนั้นหมายถึงกายสมาจาร วจีสมาจาร มโนสมาจาร และอาชีวะที่ไม่บริสุทธิ์ @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๓/๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
๒๔(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าเป็นผู้ทำการงานของตนเองเลี้ยงชีวิต ทั้งบุตรธิดาของข้าพเจ้าก็พร้อมหน้า ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ความชั่ว ใดๆ ของบุตรธิดาเหล่านั้น ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๕(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราไม่เป็นลูกจ้างใคร เที่ยวไปด้วยความเป็นสัพพัญญู ผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราจึงไม่มีความต้องการด้วยค่าจ้างอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๖(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ในจำนวนฝูงโคของข้าพเจ้านี้ มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๗(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ในจำนวนฝูงโคคือศาสนธรรมของเรานี้ ไม่มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก @เชิงอรรถ : @ ความชั่ว ของบุตรธิดาที่นายธนิยะกล่าวนั้น หมายถึงความเป็นโจร เป็นภรรยาของคนอื่น หรือเป็นผู้ทุศีล @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๔/๓๖) @ ไม่เป็นลูกจ้างใคร หมายถึงไม่เป็นทาสแห่งตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๕/๓๖) @ โครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ในที่นี้หมายถึงปริยุฏฐานกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๘(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปักเสาสำหรับล่ามโคไว้แน่นหนา ไม่โยกคลอน เชือกพิเศษสำหรับล่ามโคทั้งหลาย ก็ฝั้นด้วยหญ้าปล้องใหม่ๆ มีรูปทรงกะทัดรัดดี ถึงแม้โคหนุ่มๆ จะดิ้นดึง ก็ไม่สามารถทำให้ขาดได้เลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๒๙(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราได้ตัดเครื่องผูกทั้งหลาย เหมือนโคอุสภะสลัดเชือกที่ล่ามไว้จนขาดสะบั้น ทำลายเถาหัวด้วนเหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วนจนแหลกละเอียด จึงไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด
๓๐(พระสังคีติกาจารย์กล่าวดังนี้) ทันใดนั่นเอง ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมา จนน้ำท่วมเต็มทั้งที่ลุ่มและที่ดอน นายธนิยะเจ้าของโคได้ยินเสียงฝนที่กำลังตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความดังนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ ลูกโคที่ยังดื่มนม ในที่นี้หมายถึงอนุสัยกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร @(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โควัยเจริญพันธุ์ ในที่นี้หมายถึงตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ โคจ่าฝูง ในที่นี้หมายถึงอภิสังขารวิญญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ พระองค์ทรงทำลายเถาหัวด้วน คือ โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ ด้วยโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค @และอนาคามิมรรค เหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วน ทรงตัดเครื่องผูกคืออุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ @ด้วยอรหัตตมรรคเหมือนโคอุสภะสลัดเชือก (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๙/๓๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร
๓๑เป็นลาภของพวกข้าพระองค์ไม่น้อยเลย ที่พวกข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พวกข้าพระองค์ขอถึงพระองค์เป็นสรณะ ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดา ของพวกข้าพระองค์เถิด
๓๒ข้าพระองค์และภรรยามีศรัทธาเชื่อฟังพระองค์ ขอประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระสุคต ข้าพระองค์ทั้งสองขอเป็นผู้ไปถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะ จะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
๓๓(มารผู้มีบาปกล่าวดังนี้) คนมีบุตรก็เพลิดเพลินบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เพลิดเพลินโค เพราะคนมีอุปธิ เป็นเหตุเพลิดเพลิน คนที่ไม่มีอุปธิย่อมไม่เพลิดเพลินเลย
๓๔(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนมีบุตรก็เศร้าโศกเพราะบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เศร้าโศกเพราะโค เพราะคนมีอุปธิเป็นเหตุเศร้าโศก คนที่ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เศร้าโศกเลย ธนิยสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ อุปธิ หมายถึงกิเลสที่ทำให้ติดอยู่ในวัฏฏสงสารมี ๔ อย่าง คือ (๑) กามูปธิ (อุปธิคือกาม) (๒) ขันธูปธิ @(อุปธิคือขันธ์) (๓) กิเลสูปธิ (อุปธิคือกิเลส) (๔) อภิสังขารูปธิ (อุปธิคืออภิสังขาร) (ขุ.สุ.อ. ๑/๓๓/๔๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๖}