This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๕

Other items in this volume

๑. สรณคมน์๒. ทสสิกขาบท๓. ทวัตติงสาการ๔. สามเณรปัญหา๕. มงคลสูตร๖. รตนสูตร๗. ติโรกุฑฑสูตร๘. นิธิกัณฑสูตร๙. เมตตสูตร๑. ยมกวรรค๒. อัปปมาทวรรค๓. จิตตวรรค๔. ปุปผวรรค๕. พาลวรรค๖. ปัณฑิตวรรค๗. อรหันตวรรค๘. สหัสสวรรค๙. ปาปวรรค๑๐. ทัณฑวรรค๑๑. ชราวรรค๑๒. อัตตวรรค๑๓. โลกวรรค๑๔. พุทธวรรค๑๕. สุขวรรค๑๖. ปิยวรรค๑๗. โกธวรรค๑๘. มลวรรค๑๙. ธัมมัฏฐวรรค๒๐. มัคควรรค๒๑. ปกิณณกวรรค๒๒. นิรยวรรค๒๓. นาควรรค๒๔. ตัณหาวรรค๒๕. ภิกขุวรรค๒๖. พราหมณวรรค๑. ปฐมโพธิสูตร๒. ทุติยโพธิสูตร๓. ตติยโพธิสูตร๔. นิหุหุงกสูตร๕. พราหมณสูตร๖. มหากัสสปสูตร๗. อชกลาปกสูตร๘. สังคามชิสูตร๙. ชฏิลสูตร๑๐. พาหิยสูตร๑. มุจจลินทสูตร๒. ราชสูตร๓. ทัณฑสูตร๔. สักการสูตร๕. อุปาสกสูตร๖. คัพภินีสูตร๗. เอกปุตตกสูตร๘. สุปปวาสาสูตร๙. วิสาขาสูตร๑๐. ภัททิยสูตร๑. กัมมวิปากชสูตร๒. นันทสูตร๓. ยโสชสูตร๔. สารีปุตตสูตร๕. มหาโมคคัลลานสูตร๖. ปิลินทวัจฉสูตร๗. สักกุทานสูตร๘. ปิณฑปาติกสูตร๙. สิปปสูตร๑๐. โลกสูตร๑. เมฆิยสูตร๒. อุทธตสูตร๓. โคปาลกสูตร๔. ยักขปหารสูตร๕. นาคสูตร๖. ปิณโฑลสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. สุนทรีสูตร๙. อุปเสนสูตร๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร๑. ปิยตรสูตร๒. อัปปายุกสูตร๓. สุปปพุทธกุฏฐิสูตร๔. กุมารกสูตร๕. อุโปสถสูตร๖. โสณสูตร๗. กังขาเรวตสูตร๘. สังฆเภทสูตร๙. สธายมานสูตร๑๐. จูฬปันถกสูตร๑. อายุสังขาโรสสัชชนสูตร๒. สัตตชฏิลสูตร๓. ปัจจเวกขณสูตร๔. ปฐมนานาติตถิยสูตร๕. ทุติยนานาติตถิยสูตร๖. ตติยนานาติตถิยสูตร๗. สุภูติสูตร๘. คณิกาสูตร๙. อุปาติธาวันติสูตร๑๐. อุปปัชชันติสูตร๑. ปฐมลกุณฏกภัททิยสูตร๒. ทุติยลกุณฏกภัททิยสูตร๓. ปฐมสัตตสูตร๔. ทุติยสัตตสูตร๕. อปรลกุณฏกภัททิยสูตร๖. ตัณหาสังขยสูตร๗. ปปัญจักขยสูตร๘. กัจจานสูตร๙. อุทปานสูตร๑๐. อุเทนสูตร๑. ปฐมนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๒. ทุติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๓. ตติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๔. จตุตถนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๕. จุนทสูตร๖. ปาฏลิคามิยสูตร๗. ทวิธาปถสูตร๘. วิสาขาสูตร๙. ปฐมทัพพสูตร๑๐. ทุติยทัพพสูตร๑. โลภสูตร๒. โทสสูตร๓. โมหสูตร๔. โกธสูตร๕. มักขสูตร๖. มานสูตร๗. สัพพปริญญาสูตร๘. มานปริญญาสูตร๙. โลภปริญญาสูตร๑๐. โทสปริญญาสูตร๑. โมหปริญญาสูตร๒. โกธปริญญาสูตร๓. มักขปริญญาสูตร๔. อวิชชานีวรณสูตร๕. ตัณหาสังโยชนสูตร๖. ปฐมเสขสูตร๗. ทุติยเสขสูตร๘. สังฆเภทสูตร๙. สังฆสามัคคีสูตร๑๐. ปทุฏฐจิตตสูตร๑. ปสันนจิตตสูตร๒. เมตตสูตร๓. อุภยัตถสูตร๔. อัฏฐิปุญชสูตร๕. มุสาวาทสูตร๖. ทานสูตร๗. เมตตาภาวนาสูตร๑. ทุกขวิหารสูตร๒. สุขวิหารสูตร๓. ตปนียสูตร๔. อตปนียสูตร๕. ปฐมสีลสูตร๖. ทุติยสีลสูตร๗. อาตาปีสูตร๘. ปฐมนกุหนสูตร๙. ทุติยนกุหนสูตร๑๐. โสมนัสสสูตร๑. วิตักกสูตร๒. เทสนาสูตร๓. วิชชาสูตร๔. ปัญญาปริหีนสูตร๕. สุกกธัมมสูตร๖. อชาตสูตร๗. นิพพานธาตุสูตร๘. ปฏิสัลลานสูตร๙. สิกขานิสังสสูตร๑๐. ชาคริยสูตร๑๑. อาปายิกสูตร๑๒. ทิฏฐิคตสูตร๑. มูลสูตร๒. ธาตุสูตร๓. ปฐมเวทนาสูตร๓. ปฐมเวทนาสูตร๕. ปฐมเอสนาสูตร๖. ทุติยเอสนาสูตร๗. ปฐมอาสวสูตร๘. ทุติยอาสวสูตร๙. ตัณหาสูตร๑๐. มารเธยยสูตร๑. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร๒. จักขุสูตร๓. อินทริยสูตร๔. อัทธาสูตร๕. ทุจจริตสูตร๖. สุจริตสูตร๗. โสเจยยสูตร๘. โมเนยยสูตร๙. ปฐมราคสูตร๑๐. ทุติยราคสูตร๑. มิจฉาทิฏฐิกสูตร๒. สัมมาทิฏฐิกสูตร๓. นิสสรณิยสูตร๔. สันตตรสูตร๕. ปุตตสูตร๖. อวุฏฐิกสูตร๗. สุขปัตถนาสูตร๘. ภิทุรสูตร๙. ธาตุโสสังสันทนสูตร๑๐. ปริหานสูตร๑. วิตักกสูตร๒. สักการสูตร๓. เทวสัททสูตร๔. ปัญจปุพพนิมิตตสูตร๕. พหุชนหิตสูตร๖. อสุภานุปัสสีสูตร๗. ธัมมานุธัมมปฏิปันนสูตร๘. อันธกรณสูตร๙. อันตรามลสูตร๑๐. เทวทัตตสูตร๑. อัคคัปปสาทสูตร๒. ชีวกสูตร๓. สังฆาฏิกัณณสูตร๔. อัคคิสูตร๕. อุปปริกขสูตร๖. กามูปปัตติสูตร๗. กามโยคสูตร๘. กัลยาณสีลสูตร๙. ทานสูตร๑๐. เตวิชชสูตร๑. พราหมณธัมมยาคสูตร๒. สุลภสูตร๓. อาสวักขยสูตร๔. สมณพราหมณสูตร๕. สีลสัมปันนสูตร๖. ตัณหุปปาทสูตร๗. สพรหมกสูตร๘. พหุการสูตร๙. กุหสูตร๑๐. นทีโสตสูตร๑๑. จรสูตร๑๒. สัมปันนสีลสูตร๑๓. โลกสูตร๑. อุรคสูตร๒. ธนิยสูตร๓. ขัคควิสาณสูตร๔. กสิภารทวาชสูตร๕. จุนทสูตร๖. ปราภวสูตร๗. วสลสูตร๘. เมตตสูตร๙. เหมวตสูตร๑๐. อาฬวกสูตร๑๑. วิชยสูตร๑๒. มุนิสูตร๑. รตนสูตร๒. อามคันธสูตร๓. หิริสูตร๔. มงคลสูตร๕. สูจิโลมสูตร๖. ธัมมจริยสูตร๗. พราหมณธัมมิกสูตร๘. นาวาสูตร๙. กิงสีลสูตร๑๐. อุฏฐานสูตร๑๑. ราหุลสูตร๑๒. วังคีสสูตร๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร๑๔. ธัมมิกสูตร๑. ปัพพัชชาสูตร๒. ปธานสูตร๓. สุภาสิตสูตร๔. สุนทริกภารทวาชสูตร๕. มาฆสูตร๖. สภิยสูตร๗. เสลสูตร๘. สัลลสูตร๙. วาเสฏฐสูตร๑๐. โกกาลิกสูตร๑๑. นาลกสูตร๑๒. ทวยตานุปัสสนาสูตร๑. กามสูตร๒. คุหัฏฐกสูตร๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร๔. สุทธัฏฐกสูตร๕. ปรมัฏฐกสูตร๖. ชราสูตร๗. ติสสเมตเตยยสูตร๘. ปสูรสูตร๙. มาคันทิยสูตร๑๐. ปุราเภทสูตร๑๑. กลหวิวาทสูตร๑๒. จูฬวิยูหสูตร๑๓. มหาวิยูหสูตร๑๔. ตุวฏกสูตร๑๕. อัตตทัณฑสูตร๑๖. สารีปุตตสูตรวัตถุกถา๑. อชิตมาณวกปัญหา๒. ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหา๓. ปุณณกมาณวกปัญหา๔. เมตตคูมาณวกปัญหา๕. โธตกมาณวกปัญหา๖. อุปสีวมาณวกปัญหา๗. นันทมาณวกปัญหา๘. เหมกมาณวกปัญหา๙. โตเทยยมาณวกปัญหา๑๐. กัปปมาณวกปัญหา๑๑. ชตุกัณณิมาณวกปัญหา๑๒. ภัทราวุธมาณวกปัญหา๑๓. อุทยมาณวกปัญหา๑๔.โปสาลมาณวกปัญหา๑๕. โมฆราชมาณวกปัญหา๑๖. ปิงคิยมาณวกปัญหา

Scripture

๘. สัลลสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation20 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๘. สัลลสูตร ว่าด้วยลูกศรคือกิเลส (พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระสูตรนี้แก่อุบาสกคนหนึ่งผู้โศกเศร้าเพราะบุตรตาย ด้วยพระคาถาดังนี้)

Item ๕๘๐

ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีนิมิต ใครๆ รู้ไม่ได้ ทั้งลำบาก สั้นนิดเดียว และประกอบด้วยทุกข์

Item ๕๘๑

วิธีที่สัตว์ผู้เกิดมาแล้วจะไม่ตายย่อมไม่มี แม้จะอยู่ไปจนถึงชรา ก็จะต้องถึงแก่ความตาย เพราะสัตว์ทั้งหลายมีความตายอย่างนี้เป็นธรรมดา

Item ๕๘๒

สัตว์ที่เกิดมาแล้ว มีภัยจากความตายเป็นนิตย์ เหมือนผลไม้สุกแล้วมีภัยจากการหล่นไปในเวลาเช้า ฉะนั้น

Item ๕๘๓

ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำไว้ทั้งหมด มีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็เป็นฉันนั้น @เชิงอรรถ : @ ไม่มีนิมิต หมายถึงไม่มีกิริยาอาการบ่งบอกว่าจะตาย (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๘๐/๒๘๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๘. สัลลสูตร

Item ๕๘๔

มนุษย์ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ โง่ และฉลาด ทั้งหมด ย่อมไปสู่อำนาจความตาย มีความตายรออยู่ข้างหน้า

Item ๕๘๕

เมื่อมนุษย์เหล่านั้นถูกความตายครอบงำอยู่ กำลังจะจากโลกนี้ไปสู่ปรโลก บิดาก็ต้านทานบุตรไว้ไม่ได้ หรือหมู่ญาติก็ต้านทานญาติไว้ไม่ได้

Item ๕๘๖

เมื่อพวกญาติ กำลังเพ่งมองดูอยู่ รำพันกันเป็นอันมากอยู่นั่นแหละว่า จงดูสัตว์แต่ละตนๆ ถูกความตายนำไป เหมือนโคถูกนำไปฆ่า ฉะนั้น

Item ๕๘๗

สัตว์โลกถูกความแก่และความตายครอบงำอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายทราบชัด ความเป็นจริงของสัตว์โลกแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก

Item ๕๘๘

ท่านไม่รู้ทางของผู้มาหรือผู้ไป เมื่อไม่เห็นที่สุดทั้ง ๒ นี้ ถึงจะคร่ำครวญไปก็ไร้ประโยชน์

Item ๕๘๙

หากผู้ที่หลงคร่ำครวญ เบียดเบียนตนอยู่ จะพึงนำประโยชน์อะไรมาได้บ้าง บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ก็จะพึงกระทำเช่นนั้นบ้าง

Item ๕๙๐

บุคคลจะได้รับความสงบใจ เพราะการร้องไห้ เพราะความเศร้าโศกก็หาไม่ ทุกข์ย่อมเกิดแก่ผู้นั้นยิ่งขึ้น และร่างกายของเขามีแต่จะซีดเซียวลง @เชิงอรรถ : @ ข้อ ๕๘๒-๕๘๗ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๓๙/๑๔๒-๑๔๗, ขุ.ชา (แปล) ๒๘/๑๑๙/๒๐๑ @ ดู ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๙๐/๓๖๙ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๘. สัลลสูตร

Item ๕๙๑

ผู้ที่เบียดเบียนตนเอง ย่อมจะซูบผอม ไม่ผ่องใส สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลก หาคุ้มครองตนอยู่ด้วยการคร่ำครวญนั้นได้ไม่ ฉะนั้น การคร่ำครวญจึงเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์

Item ๕๙๒

ผู้ทอดถอนใจถึงคนที่ตายไปแล้วอยู่เสมอ บรรเทาความเศร้าโศกไม่ได้ ตกอยู่ในอำนาจแห่งความเศร้าโศก ย่อมได้รับทุกข์มากขึ้น

Item ๕๙๓

ท่านจงดูแม้คนเหล่าอื่นผู้ใกล้จะตายไปตามกรรม และสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ผู้ตกอยู่ในอำนาจมัจจุราช ต่างพากันดิ้นรนอยู่ทั้งนั้น

Item ๕๙๔

อาการใดๆ ที่สัตว์ทั้งหลายสำคัญหมาย อาการนั้นๆ ย่อมแปรผันเป็นอื่นไป การพลัดพรากจากกันและกันเช่นนี้ มีอยู่เป็นประจำ ท่านจงพิจารณาดูความเป็นจริงของสัตว์โลกเถิด

Item ๕๙๕

บุคคลแม้จะดำรงชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี หรือเกินไปบ้างก็ตาม ก็ต้องพลัดพรากจากหมู่ญาติ และต้องละทิ้งชีวิตไว้ในโลกนี้แน่นอน

Item ๕๙๖

เพราะฉะนั้น บุคคลฟังธรรมเทศนาของพระอรหันต์แล้ว เห็นคนล่วงลับดับชีวิตไป กำหนดรู้ว่าผู้ล่วงลับดับชีวิตไปนั้น ไม่สามารถฟื้นคืนชีวิตอยู่ร่วมกับเราได้อีก ควรกำจัดความคร่ำครวญ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๙๑/๓๖๙ @ หมายถึงที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้มีอายุยืน’ ก็กลับกลายเป็นสิ่งตรงข้ามคือตายไป @และที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้ไม่มีโรค’ ก็กลับกลายมีโรค เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๙๔/๒๘๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๙. วาเสฏฐสูตร

Item ๕๙๗

ธีรชนผู้มีปัญญา ฉลาดปราชญ์เปรื่อง ควรขจัดความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เหมือนลมพัดนุ่นปลิวไป เหมือนคนใช้น้ำดับไฟที่กำลังไหม้ลุกลาม ฉะนั้น

Item ๕๙๘

บุคคลผู้แสวงหาความสุขแก่ตน ควรกำจัดความคร่ำครวญ ความทะยานอยาก และโทมนัสของตน ควรถอนลูกศรคือกิเลสของตน

Item ๕๙๙

บุคคลผู้ถอนลูกศรคือกิเลสได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย ถึงความสงบใจ ล่วงพ้นความเศร้าโศกได้ทั้งหมด ไม่มีความเศร้าโศก ชื่อว่าดับกิเลสได้แล้ว สัลลสูตรที่ ๘ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้