๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ ว่าด้วยเปรตญาติพระสานุวาสีเถระ
พระเถระชาวกุณฑินครรูปหนึ่ง อยู่ที่ภูเขาสานุวาสี มีนามว่า โปฏฐ ปาทะ เป็นสมณะผู้มีอินทรีย์ อันอบรมดีแล้ว มารดาบิดาและพี่ชายของ ท่านเกิดในยมโลก เสวยทุกขเวทนาเพราะทำกรรมลามก จึงไปจาก โลกนี้สู่เปตโลก เปรตเหล่านั้นถึงทุคติ มีช่องปากเท่ารูเข็ม ลำบากยิ่ง นัก เปลือยกายซูบผอม มีความเกรงกลัวสะดุ้งหวาดเสียวมาก มีการ งานทารุณ ไม่อาจแสดงตนแก่พระเถระได้ เปรตผู้เป็นพี่ชายของท่าน ตนเดียว เปลือยกายรีบไปนั่งคุกเข่าประนมมือแสดงตนแก่พระเถระ พระเถระไม่ใส่ใจถึง เป็นผู้นิ่งเดินเลยไป เปรตนั้นจึงบอกให้พระเถระ รู้ว่า ข้าพเจ้าพี่ชายของท่านไปแล้วสู่เปตโลก ข้าแต่ท่านผู้เจริญ มารดา บิดาของท่านเกิดในยมโลกเสวยทุกข์ เพราะทำบาปกรรม จึงไปจาก โลกนี้สู่เปตโลก เปรตผู้เป็นมารดาบิดาของท่านทั้งสองนั้น มีช่องปาก เท่ารูเข็ม ลำบากมาก เปลือยกาย ซูบผอม มีความเกรงกลัวสะดุ้ง หวาดเสียวมาก มีการงานทารุณ ไม่อาจแสดงตนแก่ท่าน ขอท่านจง เป็นผู้มีความกรุณา อนุเคราะห์แก่มารดาบิดา จงให้ทานแล้วอุทิศส่วน กุศลไปให้พวกเรา พวกเราผู้มีการงานอันทารุณ จักยังอัตภาพให้ เป็นไปได้เพราะทานอันท่านให้แล้ว พระเถระกับภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป เที่ยวไปบิณฑบาตแล้ว กลับมาประชุมในที่เดียวกัน เพราะเหตุแห่ง ภัตกิจ พระเถระจึงกล่าวกะภิกษุทั้งหมดนั้นว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้ ภัตตาหารที่ท่านได้แล้วแก่ผมเถิด ผมจักทำสังฆทานเพื่ออนุเคราะห์ญาติ ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นจึงมอบถวายพระเถระ พระเถระนิมนต์สงฆ์ ถวายสังฆทานแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศ เจตนาว่า ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลาย จงมีความสุขเถิด ในลำดับที่อุทิศให้นั่นเอง โภชนะอันประณีต สมบูรณ์ มีแกงและกับหลายอย่าง เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น ภายหลัง เปรต ผู้เป็นพี่ชายมีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข ได้ไปแสดงตนแก่พระเถระ แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ โภชนะอันมากมายที่พวกข้าพเจ้าได้แล้ว แต่ขอท่านจงดูข้าพเจ้าทั้งหลายยังเป็นคนเปลือยกายอยู่ ขอท่านจง พยายามให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ผ้านุ่งผ้าห่มด้วยเถิด พระเถระเลือกเก็บ ผ้าจากกองหยากเยื่อเอามาทำจีวรแล้ว ถวายสงฆ์อันมาแล้วจากจาตุรทิศ ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนา ว่า ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ขอพวกญาติของเราจงมีความ สุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง ผ้าทั้งหลายได้เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่า นั้น ภายหลัง เปรตเหล่านั้นนุ่งห่มผ้าเรียบร้อยแล้วได้มาแสดงตนแก่ พระเถระกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายมีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข มีผ้านุ่งผ้าห่มมากกว่าผ้าที่มีในแคว้นของพระเจ้านันทราช ผ้านุ่งผ้าห่มทั้งหลายของพวกเรา ไพบูลย์และมีค่ามาก คือ ผ้าไหม ผ้า ขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย ผ้าป่าน ผ้าด้ายแกมไหม ผ้าเหล่านั้น แขวนอยู่ในอากาศ ข้าพเจ้าทั้งหลายเลือกนุ่งห่มแต่ผืนที่พอใจ (แต่ว่า พวกข้าพเจ้ายังไม่มีบ้านเรือนอยู่) ขอท่านจงพยายามให้พวกข้าพเจ้าได้ บ้านเรือนเถิด พระเถระสร้างกุฎีอันมุงด้วยใบไม้ แล้วได้ถวายสงฆ์ซึ่ง มาแต่จาตุรทิศครั้นแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วย อุทิศเจตนาว่า ขอผลแห่งการถวายกุฎีนี้ จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เรือน ทั้งหลาย คือ ปราสาทและเรือนอย่างอื่นๆ อันบุญกรรมกำหนด แบ่งไว้เป็นส่วนๆ เกิดขึ้นแล้วแก่เปรตเหล่านั้น เรือนของพวกเรา ในเปตโลกนี้ ไม่เป็นเช่นกับเรือนในมนุษยโลก เรือนของพวกเราใน เปตโลกนี้งามรุ่งเรืองสว่างไสวไปทั่วทั้ง ๘ ทิศ เหมือนเรือนในเทว โลกแต่พวกเรายังไม่มีน้ำดื่ม ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงพยายามให้ พวกข้าพเจ้าได้ดื่มน้ำด้วยเถิด พระเถระจึงตักน้ำเต็มธรรมกรก แล้ว ถวายสงฆ์ซึ่งมาแต่จาตุรทิศ ครั้นแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและ พี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง น้ำ ดื่มคือสระโบกขรณี กว้าง ๔ เหลี่ยม ลึก มีน้ำเย็น มีท่าราบเรียบดี น้ำเย็นมีกลิ่นหอมหาที่เปรียบมิได้ ดารดาษด้วยกอปทุมและอุบล เต็ม ด้วยละอองเกสรบัวอันล่วงบนวารี ได้เกิดขึ้น เปรตเหล่านั้นอาบและ ดื่มกินในสระนั้นแล้ว ไปแสดงตนแก่พระเถระแล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่าน ผู้เจริญ น้ำดื่มของพวกข้าพเจ้ามากเพียงพอแล้ว บาปย่อมเผล็ดผลเป็น ทุกข์แก่พวกข้าพเจ้า พวกข้าพเจ้าพากันเที่ยวไปลำบากในภูมิภาคอันมี ก้อนกรวดและหน่อหญ้าคา ขอท่านพยายามให้พวกข้าพเจ้าได้ยานอย่าง ใดอย่างหนึ่งเถิด พระเถระได้รองเท้าแล้ว ถวายสงฆ์ซึ่งมาแต่จาตุรทิศ ครั้นแล้วอุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอ ผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุข เถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เปรตทั้งหลายได้พากันมาแสดงตน ให้ปรากฏด้วยรถ แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าเป็นผู้อัน ท่านอนุเคราะห์แล้ว ด้วยการให้ข้าว ผ้านุ่งผ้าห่ม เรือน น้ำดื่ม และ ยาน เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงมาเพื่อจะไหว้ท่านผู้เป็นมุนีมี ความกรุณาในโลก. จบ สานุวาสีเถรเปตวัตถุที่ ๒.
|๑๑๒.๓๙๑| ๒ กุณฺฑินคริโย เถโร สานวาสินิวาสิโก โปฏฺฐปาโทติ นาเมน สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย ฯ |๑๑๒.๓๙๒| ตสฺส มาตา ปิตา ภาตา ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา ฯ |๑๑๒.๓๙๓| เต ทุคฺคตา สูจิกฏฺฐา กิลนฺตา นคฺคิโน กิสา โอตฺตปฺปนฺตา มหตฺตาสา น เทสฺสนฺติ กุรูริโน ฯ |๑๑๒.๓๙๔| ตสฺส ภาตา วิตริตฺวา นคฺโค เอกปเถกโก จตุกุณฺฑิโก ภวิตฺวาน เถรสฺส ทสฺสยิตุมํ ฯ |๑๑๒.๓๙๕| เถโร จามนสิกตฺวา ตุณฺหีภูโต อติกฺกมิ โส จ วิญฺญาปยิ เถรํ ภาตา เปตํ คโต อหํ ฯ |๑๑๒.๓๙๖| มาตา ปิตา จ เต ภนฺเต ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา |๑๑๒.๓๙๗| เต ทุคฺคตา สูจิกฏฺฐา กิลนฺตา นคฺคิโน กิสา โอตฺตปฺปนฺตา มหตฺตาสา น เทสฺสนฺติ กุรูริโน ฯ |๑๑๒.๓๙๘| อนุกมฺปสฺสุ การุณิโก ทตฺวา อนฺวาทิสาหิ โน ตว ทินฺเนน ทาเนน ยาเปสฺสนฺติ กุรูริโนติ ฯ |๑๑๒.๓๙๙| เถโร จริตฺวา ปิณฺฑาย ภิกฺขู อญฺเญ จ ทฺวาทส เอกชฺฌํ สนฺนิปตึสุ ภตฺตวิสฺสคฺคการณา ฯ |๑๑๒.๔๐๐| เถโร สพฺเพปิ เต อาห ยถา ลทฺธํ ททาถ เม สงฺฆภตฺตํ กริสฺสามิ อนุกมฺปาย ญาตีนํ ฯ |๑๑๒.๔๐๑| นิยฺยาทยึสุ เถรสฺส เถโร สงฺฆํ นิมนฺตยิ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๐๒| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ โภชนํ อุปปชฺชถ สุจึ ปณีตํ สมฺปนฺนํ อเนกรสพฺยญฺชนํ |๑๑๒.๔๐๓| ตโต อุทฺทิสฺสติ ภาตา วณฺณวา พลวา สุขี ฯ ปหูตํ โภชนํ ภนฺเต ปสฺส นคฺคมฺหเส มยํ ตถา ภนฺเต ปรกฺกมฺม ยถา วตฺถํ ลภามฺหเส ฯ |๑๑๒.๔๐๔| เถโร สงฺการกูฏโต อุจฺจินิตฺวาน นนฺตเก ปิโลติกํ ปฏํ กตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ |๑๑๒.๔๐๕| ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๐๖| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วตฺถานิ อุปปชฺชึสุ ตโต สุวตฺถวสโน เถรสฺส ทสฺสยีตุมํ ฯ |๑๑๒.๔๐๗| วณฺณวา พลวา สุขี ยาวตา นนฺทราชสฺส วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉาทา ตโต พหุตฺตรา ภนฺเต ฯ |๑๑๒.๔๐๘| วตฺถานิจฺฉาทนานิ โน โกเสยฺยกมฺพลียานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ วิปุลา จ มหคฺฆา จ |๑๑๒.๔๐๙| เต จากาเสวลมฺพเร เต มยํ ปริทหาม ยํ ยํ หิ มนโส ปิยํ ตถา ภนฺเต ปรกฺกาม ยถา เคหํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๐| เถโร ปณฺณกุฏึ กตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา จ อุทฺทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๑๑| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ ฆรานิ อุปปชฺชึสุ กูฏาคารา นิเวสนา วิภตฺตา ภาคโส มิตา ฯ |๑๑๒.๔๑๒| น มนุสฺเสสุ อีทิสา ยาทิสา โน ฆรา อิธ อปิ ทิพฺเพสุ ยาทิสา ตาทิสา โน ฆรา อิธ |๑๑๒.๔๑๓| ททฺทลฺลมานา อาเภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา ฯ ตถา ภนฺเต ปรกฺกม ยถา ปานํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๔| เถโร กรกํ ปูเรตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๑๕| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ ปานียํ อุปปชฺชถ คมฺภีรา จตุรสฺสา จ โปกฺขรญฺญา สุนิมฺมิตา |๑๑๒.๔๑๖| สีตุทกา สุปติตฺถา จ สีตา อปฺปฏิคนฺธิยา ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา วาริกิญฺชกฺขปูริตา ฯ |๑๑๒.๔๑๗| ตตฺถ นหาตฺวา ปิวิตฺวา เถรสฺส ปฏิทสฺสยุํ ปหูตํ ปานียํ ภนฺเต ปาปา ทุกฺขผลนฺติ โน |๑๑๒.๔๑๘| อาหิณฺฑมานา ขญฺชาม สกฺขเร กุสกณฺฏเก ตถา ภนฺเต ปรกฺกม ยถา ยานํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๙| เถโร สิปาฏิกํ ลทฺธา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๒๐| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ เปตา รเถน มาคมุํ อนุกมฺปิตมฺห ภทนฺเต ภตฺเตน ฉาทเนน จ |๑๑๒.๔๒๑| ฆเรน ปานียทาเนน ยานทาเนน จูภยํ มุนึ การุณิกํ โลเก ตํ ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ สานุวาสิตฺเถรเปตวตฺถุ ทุติยํ ฯ