๓. รถการีเปตวัตถุ
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. รถการีเปตวัตถุ ว่าด้วยผลกรรมทำให้ได้อยู่ร่วมกับนางเวมานิกเปรต มาณพคนหนึ่งถามนางเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า
ดูกรนางเทวีผู้มีอานุภาพมาก ท่านขึ้นสู่วิมานมีเสาเป็นวิการแก้วไพฑูรย์ งามผุดผ่อง มีรูปภาพอันวิจิตรต่างๆ อยู่ในวิมานนั้น ดุจพระจันทร์ ในวันเพ็ญ งามโชติช่วงในท้องฟ้า ฉะนั้น อนึ่ง รัศมีของท่านมีสีดัง ทองคำ ท่านมีรูปร่างอันอุดมน่าดูน่าชมยิ่งนัก นั่งอยู่แต่ผู้เดียวบนบัลลังก์ อันประเสริฐมีค่ามาก สามีของท่านไม่มีหรือ ก็สระโบกขรณีของท่าน เหล่านี้มีอยู่โดยรอบ มีกอบัวต่างๆ เป็นอันมาก มีบัวขาวมาก เกลื่อน กล่นด้วยทรายทองโดยรอบ ในสระโบกขรณีนั้น หาเปือกตมและ จอกแหนมิได้ มีหงส์น่าดูน่าชมน่ารื่นรมย์ใจเที่ยวเลาะเวียนไปในน้ำ ทุกเมื่อ หงส์ทั้งปวงนั้นมีเสียงไพเราะพากันมาประชุมร่ำร้องอยู่ เสียง ร่ำร้องแห่งหงส์ในสระโบกขรณีของท่าน มิได้ขาดเสียง ดุจเสียง กลอง ท่านมียศงามรุ่งเรือง ลงนั่งอยู่ในเรือ ท่านมีคิ้วโก่งดำดี มีหน้า ยิ้มแย้มพูดจาน่ารักใคร่ มีอวัยวะทั้งปวงงามรุ่งเรืองยิ่งนัก วิมานของ ท่านนี้ปราศจากละอองธุลี ตั้งอยู่ที่ภาคพื้นอันราบเรียบ มีสวนนันทวัน อันให้เกิดความยินดีเพลิดเพลินเจริญใจ ดูกรนารีผู้มีรูปร่างน่าดูน่าชม เราปรารถนาเพื่อจะอยู่บันเทิงกับท่านในสวนนันทวันของท่านนี้. นางเวมานิกาเปรตกล่าวว่า ท่านจงทำกรรมอันจะให้ท่านได้เสวยผลในวิมานของเรานี้ และจิตของ ท่านจงน้อมมาในวิมานนี้ด้วย ท่านทำกรรมอันบันเทิงในที่นี้แล้วจักได้ อยู่รวมกับเราสมความประสงค์ มาณพนั้นรับคำนางเวมานิกเปรตนั้นแล้ว จึงได้ทำกรรมอันเป็นกุศล อันส่งผลให้เกิดในวิมานนั้น ครั้นแล้วได้ เข้าถึงความเป็นสหายของนางเวมานิกเปรตนั้น. จบ รถการีเปตวัตถุที่ ๓. จบ ภาณวารที่ ๒.
|๑๑๓.๔๒๒| ๓ เวฬุริยตฺถมฺภํ รุจิรํ ปภสฺสรํ วิมานมารุยฺห อเนกจิตฺตํ ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว ปถทฺธนิ ปณฺณรเสว จนฺโท ฯ |๑๑๓.๔๒๓| วณฺโณ จ เต กนกสฺส สนฺนิโภ อุตฺตมรูโป ภุสทสฺสเนยฺโย ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ อตุเล นิสินฺนา เอกา ตุวํ นตฺถิ ตุยฺหํ สามิโก ฯ |๑๑๓.๔๒๔| อิมา จ เต โปกฺขรญฺญา สมนฺตโต ปหูตมาสา พหุปุณฺฑรีกา โสวณฺณจุณฺเณหิ สมนฺตโมตตา น ตตฺถ ปงฺโก ปณฺณโก จ วิชฺชติ ฯ |๑๑๓.๔๒๕| หํสาปิเม ทสฺสนียา มโนรมา อุทกสฺมึ อนุปริยนฺติ สพฺพทา สมยฺย วคฺคูปนทนฺติ สพฺเพ พินฺทุสฺสรา ทุนฺทุภีนํ ว โฆโส ฯ |๑๑๓.๔๒๖| ททฺทลฺลมานา ยสสา ยสสฺสินี นาวาย จ ตฺวํ อวลมฺพ ติฏฺฐสิ อาฬารปเมฺห หสิเต ปิยํวเท สพฺพงฺคกลฺยาณิ ภุสํ วิโรจสิ ฯ |๑๑๓.๔๒๗| อิทํ วิมานํ วิรชํ สเมฏฺฐิตํ อุยฺยานวนํ รตินนฺทวฑฺฒนํ อิจฺฉามิ เต นาริ อโนมทสฺสเน ตยา สห นนฺทเน อิธ โมทิตุนฺติ ฯ |๑๑๓.๔๒๘| กโรหิ กมฺมํ อิธ เวทนียํ จิตฺตญฺจ เต อิธ นิตญฺจ โหตุ กตฺวาน กมฺมํ อิธ โมทนียํ เอวํ มมํ ลจฺฉสิ กามกามินินฺติ ฯ |๑๑๓.๔๒๙| สาธูติ โส ตสฺสา ปฏิสุณิตฺวา อกาสิ กมฺมํ ตหึ เวทนียํ กตฺวาน กมฺมํ ตหึ เวทนียํ อุปฺปชฺชิ มาณโว ตสฺสา สหพฺยตนฺติ ฯ รถการีเปตวตฺถุ ตติยํ ฯ ภาณวารํ ทุติยํ ฯ