๒. อัฏฐสัททชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. อัฏฐสัททชาดก ว่าด้วยนิพพาน
๒ อฏฺฐสทฺทชาตกํ
สระมงคลโบกขรณีนี้ แต่ก่อนเป็นที่ลุ่มลึก มีน้ำมาก ปลาก็มาก เป็น ที่อยู่อาศัยของพระยานกยาง เป็นที่อยู่แห่งบิดาของเรา บัดนี้ น้ำแห้ง วันนี้พวกเราจะพากันเลี้ยงชีพด้วยกบ แม้พวกเราจะถูกความบีบคั้นถึง เพียงนี้ ก็จะไม่ละที่อยู่.
อิทํ ปุเร นินฺนมาหุ พหุมจฺฉํ มโหทกํ อาวาโส พกราชสฺส เปตฺติกํ ภวนํ มม ตฺยชฺช ภิงฺเคน ยาเปม โอกํ น วิชฺชหามเส
ใครจะทำลายนัยน์ตาข้างที่สองของนายพันธุระ ผู้มีอาวุธในมือให้แตกได้ ใครจักกระทำลูก และรังของเรา และตัวเราให้มีความสวัสดีได้?
โก ทุติยํ อสีลิสฺส พนฺธุรสฺสกฺขิ เภชฺชติ โก เม ปุตฺเต กุลาวกํ มญฺจ โสตฺถึ กริสฺสติ ฯ
ดูกรมหาบพิตร คติของกระพี้ไม้นั้นมีอยู่เพียงใด กระพี้ไม้ทั้งหมด แมลงภู่เจาะกินสิ้นแล้วเพียงนั้น แมลงภู่หมดอาหารแล้ว ย่อมไม่ยินดี ในไม้แก่น.
สพฺพา ปริกฺขตา เผคฺคุ ยาว ตสฺสา คตี อหุ ขีณภกฺโข มหาราช สาเร น รมตี ฆุโณ ฯ
ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้ บันเทิงใจ ชมต้นไม้ กิ่งไม้ที่มีดอก ทำรังอาศัยอยู่ตามประสาของเรา.
สา นูนาหํ อิโต คนฺตฺวา รญฺโญ มุตฺตา นิเวสนา อตฺตานํ รมยิสฺสามิ ทุมสาขานิเกตินี ฯ
ไฉนหนอ เราจึงจะจากที่นี่ไปให้พ้นจากราชนิเวศน์เสียได้ จักนำหน้าฝูง ไปดื่มน้ำที่ดีเลิศได้.
โส นูนาหํ อิโต คนฺตฺวา รญฺโญ มุตฺโต นิเวสนา อคฺโคทกานิ ปิวิสฺสามิ ยูถสฺส ปุรโต วชํ ฯ
นายพรานภรตะชาวพาหิกรัฐ นำเราผู้มัวเมาด้วยกามทั้งหลาย ผู้กำหนัด หมกมุ่นอยู่ในกามมาแล้ว ลิงนั้นกล่าวว่า ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ขอท่านจงปล่อยข้าพเจ้าเถิด.
ตํ มํ กาเมหิ สมฺมตฺตํ รตฺตํ กาเมสุ มุจฺฉิตํ อานยี ภรโต ลุทฺโธ พาหิโก ภทฺทมตฺถุ เต ฯ
เมื่อความมืดตื้อปรากฏเบื้องบนภูเขาอันแข็งคม นางกินนรีนั้นได้กล่าว กะเราด้วยถ้อยคำอันไพเราะอ่อนหวานว่า ท่านอย่าจรดเท้าลงบนแผ่นดิน.
อนฺธการติมิสายํ ตุงฺเค อุปริ ปพฺพเต สา มํ สเณฺหน มุทุนา มา ปาทํ ขณิยสฺมนิ ฯ
เราเห็นนิพพานอันเป็นที่สิ้นชาติ ไม่ต้องเวียนมายังกำเนิดคัพภไสยาอีก ต่อไป โดยไม่ต้องสงสัย ความเกิดของเรานี้เป็นชาติมีในที่สุดกำเนิด คัพภไสยาก็มีในภายหลัง สงสารเพื่อภพใหม่ต่อไปของเราสิ้นสุดแล้ว. จบ อัฏฐสัททชาดกที่ ๒.
อสํสยํ ชาติขยนฺตทสฺสี น คพฺภเสยฺยํ ปุนราวฏิสฺสํ อยมนฺติมา ปจฺฉิมคพฺภเสยฺยา ขีโณ เม สํสาโร ปุนพฺภวายาติ ฯ อฏฺฐสทฺทชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------