๕. หริตจชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. หริตจชาดก (๔๓๑) ว่าด้วยหริตจดาบสโพธิสัตว์ (พระราชาตรัสถามหริตจดาบสว่า)
ท่านมหาพรหม โยมทราบข่าวมาว่า หริตจดาบสบริโภคกาม คำกล่าวนั้นคงเป็นเท็จใช่ไหม พระคุณเจ้ายังบริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม (หริตจดาบสกราบทูลว่า)
ขอถวายพระพรมหาบพิตร ข้อนี้เป็นจริงตามที่พระองค์ได้ทรงสดับมา อาตมภาพหมกมุ่นอยู่ในกามคุณอันทำให้ลุ่มหลง ได้เดินทางผิดไปแล้ว (พระราชาตรัสว่า)
ใจบรรเทาราคะที่เกิดขึ้นไม่ได้ด้วยปัญญาใด ปัญญานั้นเป็นธรรมชาติละเอียด คิดแต่สิ่งที่ดีๆ จะมีประโยชน์อะไร ท่านไม่อาจบรรเทาจิตได้หรือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๙. นวกนิบาต] ๕. หริตจชาดก (๔๓๑) (หริตจดาบสกราบทูลว่า)
ขอถวายพระพรมหาบพิตร ในโลกนี้มีสิ่งที่หยาบ มีกำลังอย่างยิ่งที่ปัญญาหยั่งไม่ถึง ๔ ประการ คือ ๑. ราคะ (ความกำหนัด) ๒. โทสะ (ความโกรธ) ๓. มทะ (ความเมา) ๔. โมหะ (ความหลง) (พระราชาตรัสว่า)
โยมได้ยกย่องพระคุณเจ้าไว้ว่า ท่านหริตจดาบสเป็นพระอรหันต์ ถึงพร้อมด้วยศีล ประพฤติบริสุทธิ์ เป็นนักปราชญ์ เป็นบัณฑิต (หริตจดาบสกราบทูลว่า)
ขอถวายพระพรมหาบพิตร ฤๅษีแม้มีปัญญา ยินดีแล้วในคุณธรรม ยังถูกความคิดลามกประกอบด้วยราคะ ที่ยึดถือว่างาม เบียดเบียนเอาได้ (พระราชาตรัสว่า)
ราคะที่เกิดขึ้นในสรีระนี้เกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุประทุษร้ายผิวพรรณ พระคุณเจ้าจงละราคะนั้นเสีย ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระคุณเจ้า พระคุณเจ้าได้รับยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์ของคนหมู่มาก (หริตจดาบสกราบทูลว่า)
อาตมภาพจักค้นหารากเหง้าของกามเหล่านั้น ที่ทำให้มืดบอด มีทุกข์มาก มีพิษร้ายแรง จักตัดราคะพร้อมทั้งเครื่องผูก (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
ครั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ หริตจฤๅษีผู้ยึดมั่นสัจจะ คลายกามราคะแล้ว เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก หริตจชาดกที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๐๘}