๒. กัณหชาดก
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. กัณหชาดก ว่าด้วยขอพร
๒ กณฺหชาตกํ
บุรุษนี้ดำจริงหนอ บริโภคโภชนะก็ดำ อยู่ในภูมิประเทศก็ดำ ไม่เป็น ที่ชอบใจของเราเลย.
กโณฺห วตายํ ปุริโส กณฺหํ ภุญฺชติ โภชนํ กเณฺห ภูมิปฺปเทสสฺมึ น มยฺหํ มนโส ปิโย ฯ
คนไม่ชื่อว่าเป็นคนดำเพราะผิวหนัง เพราะคนที่มีแก่นภายในจึงชื่อว่าเป็น พราหมณ์ ผู้ใดมีบาปกรรม ผู้นั้นแหละชื่อว่าเป็นคนดำ นะท้าวสุชัมบดี.
น กโณฺห ตจสา โหติ อนฺโตสาโร หิ พฺราหฺมโณ ยสฺมึ ปาปานิ กมฺมานิ สเว กโณฺห สุชมฺปติ ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะ ให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาให้ความประพฤติของตน อย่าให้มี ความโกรธ อย่าให้มีโทสะ อย่าให้มีความโลภ อย่าให้มีความสิเนหา ขอได้ทรงโปรดประทานพร ๔ ประการนี้แก่ข้าพระองค์เถิด.
วรญฺจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร สุนิกฺโกธํ สุนิทฺโทสํ นิลฺโลภํ วุตฺติมตฺตโน นิเสฺนหมภิกงฺขามิ เอเต เม จตุโร วเร ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านเห็นโทษในความโกรธ ในโทสะ ในโลภะ และในสิเนหาเป็นอย่างไรหรือ ข้าพเจ้าขอถามความนั้น ขอท่านจงบอก แก่ข้าพเจ้าเถิด?
กินฺนุ โกเธ วา โทเส วา โลเภ เสฺนเหว พฺราหฺมณ อาทีนวํ สมฺมสสิ ตมฺเม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ความโกรธเกิดแต่ความไม่อดทน ทีแรกเป็นของน้อย แต่ภายหลังเป็น ของมาก ย่อมเจริญขึ้นโดยลำดับ ความโกรธมักทำความเกี่ยวข้อง มี ความคับแค้นมาก เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจความโกรธ.
อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช อาสงฺคิ พหุปายาโส ตสฺมา โกธํ น โรจเย ฯ
วาจาของผู้ประกอบด้วยโทสะ เป็นวาจาหยาบคาย ถัดจากนั้นก็เกิด ปรามาสถูกต้องกัน ต่อจากนั้นก็ชกต่อยกันด้วยมือ ต่อไปก็หยิบท่อน ไม้เข้าทุบตีกัน จนถึงจับศาตราเข้าฟันแทงกันเป็นที่สุด โทสะเกิดแต่ ความโกรธ เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจโทสะ.
ทุฏฺฐสฺส ผรุสา วาจา ปรามาโส อนนฺตรา ตโต ปาณิ ตโต ทณฺโฑ สตฺถสฺส ปรมา คติ โทโส โกธสมุฏฺฐาโน ตสฺมา โทสํ น โรจเย ฯ
ความโลภเป็นอาการหยาบ เป็นเหตุให้เที่ยวปล้นขู่เอาสิ่งของแสดงของ ปลอมเปลี่ยนเอาของคนอื่น ทำอุบายล่อลวง บาปธรรมทั้งหลายนี้ มี ปรากฏอยู่เพราะโลภธรรม เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจโลภะ.
อาโลปสาหสาการา นิกติ วญฺจนานิ จ ทิสฺสนฺติ โลภธมฺเมสุ ตสฺมา โลภํ น โรจเย ฯ
กิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย อันสิเนหาผูกรัดเข้าอีก เป็นของสำเร็จด้วย ใจ นอนเนื่องอยู่เป็นอันมาก ย่อมทำให้บุคคลเดือดร้อนยิ่งนัก เพราะ ฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจความสิเนหา.
เสฺนหสงฺคนฺถิตา คนฺถา เสนฺติ มโนมยา ปุถู เต ภุสํ อุปตาเปนฺติ ตสฺมา เสฺนหํ น โรจเย ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้า จะให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ ข้าพระองค์ ขออาพาธทั้งหลายอันเป็นของร้ายแรง ซึ่งจะทำอันตรายตบะ กรรมได้ อย่าพึงบังเกิดแก่ข้าพระองค์ผู้อยู่ในป่า ซึ่งอยู่แต่ผู้เดียว เป็นนิตย์.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร อรญฺเญ เม วิหรโต นิจฺจํ เอกวิหาริโน อาพาธา น อุปฺปชฺเชยฺยุํ อนฺตรายกรา ภุสา ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้า จะให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ข้า พระองค์ ขอใจหรือร่างกายของข้าพระองค์ อย่าเข้าไปกระทบกระทั่ง ใครๆ ในกาลไหนๆ เลย ขอได้ทรงโปรดประทานพรนี้เถิด. จบ กัณหชาดกที่ ๒.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร น มโน วา สรีรํ วา มงฺกุเต สกฺก กสฺสจิ กทาจิ อุปหญฺเญถ เอตํ สกฺก วรํ วเรติ ฯ กณฺหชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------