This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๕. สัมภวชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation40 items1 editions

๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) ว่าด้วยสัมภวกุมาร (พระราชาตรัสถามปัญหากับพราหมณ์สุจีรตะว่า)

๑๓๘

ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าบรรลุถึงราชสมบัติ และความเป็นอธิบดีแล้ว แต่ยังปรารถนา เพื่อบรรลุถึงความเป็นใหญ่และเพื่อชนะทั่วทั้งปฐพีนี้

๑๓๙

โดยธรรม มิใช่โดยอธรรม ข้าพเจ้าหาพอใจอธรรมไม่ ท่านอาจารย์สุจีรตะ พระราชาต้องประพฤติธรรมให้เป็นกิจอันสำคัญ

๑๔๐

ท่านพราหมณ์ เพราะเหตุใด เราทั้งหลาย จะไม่ถูกนินทาในโลกนี้ ละไปแล้วก็จะไม่ถูกนินทา และพึงถึงความมียศในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

๑๔๑

ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรม ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) (สุจีรตพราหมณ์ไม่สามารถจะทูลตอบปัญหาได้ จึงกราบทูลว่า)

๑๔๒

ขอเดชะพระขัตติยราช พระองค์ทรงปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรมใด อรรถและธรรมนั้นใครอื่นนอกจากวิธุรพราหมณ์ หาควรที่จะกล่าวชี้แจงไม่ (พระราชาทรงประสงค์จะส่งสุจีรตพราหมณ์ไป จึงตรัสว่า)

๑๔๓

มาเถิด ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าจะส่งท่านไป ท่านจงไปยังสำนักวิธุรพราหมณ์ จงนำทองคำแท่งนี้ไปด้วย พึงมอบทองคำแท่งนี้กระทำให้เป็นเครื่องบูชา สำหรับคำสอนอรรถและธรรม (พระศาสดาเมื่อจะทรงเผยความนั้น จึงตรัสว่า)

๑๔๔

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักวิธุรพราหมณ์แล้ว ได้เห็นวิธุรพราหมณ์นั้นกำลังบริโภคอาหารอยู่ในเรือนของตน (สุจีรตพราหมณ์ถูกถามถึงเหตุที่มา จึงกล่าวว่า)

๑๔๕

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม วิธุระเพื่อน เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด (วิธุรพราหมณ์กล่าวว่า)

๑๔๖

สหายพราหมณ์ เราเกิดความขวนขวายขึ้นว่า จักปิดกั้นแม่น้ำคงคา ก็ไม่อาจจะปิดกั้นแม่น้ำใหญ่นั้นได้ เพราะเหตุนั้น จักมีโอกาสได้อย่างไร

๑๔๗

เราถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่สามารถจะบอกท่านได้ แต่ภัทรการบุตรของเรา เป็นลูกในไส้เกิดแต่ตัวเราแท้ๆ ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด พราหมณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความนั้น จึงตรัสว่า)

๑๔๘

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นได้ไปถึงสำนักภัทรการแล้ว ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตน (สุจีรตพราหมณ์จึงกล่าวว่า)

๑๔๙

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม ภัทรการหลานรัก เจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นแก่ลุงเถิด (ภัทรการพราหมณ์ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ จึงส่งเขาไปยังสำนักน้องชาย ชื่อสัญชัยกุมารว่า)

๑๕๐

ข้าพเจ้าเหมือนคนละทิ้งหาบเนื้อติดตามเหี้ยอยู่ ถึงถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้

๑๕๑

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ผมมีน้องชายชื่อว่าสัญชัย เขาเป็นน้องชายของผม ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)

๑๕๒

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัญชัยแล้ว ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตนจึงกล่าวว่า

๑๕๓

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม สัญชัยหลานรัก ลุงถามแล้ว ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด (สัญชัยกุมารกล่าวว่า)

๑๕๔

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ พญามัจจุราชย่อมกลืนกินข้าพเจ้าทุกเมื่อ ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า ข้าพเจ้าถูกท่านถามอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕)

๑๕๕

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ข้าพเจ้ามีน้องชายชื่อว่าสัมภวะ เขาเป็นน้องชายของข้าพเจ้า ขอท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด (สุจีรตพราหมณ์กล่าวว่า)

๑๕๖

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย น่าอัศจรรย์หนอ ปัญหาธรรมนี้พวกเรายังไม่พอใจ บิดาและบุตรทั้ง ๓ คนนั้น ก็ยังไม่มีปัญญาจะหยั่งรู้ถึงปัญหาธรรมนี้เลย

๑๕๗

ท่านทั้ง ๓ คนถูกถามถึงอรรถและธรรมนั้นก็ไม่อาจจะบอกได้ ไฉนเล่า เด็กถูกถามถึงอรรถและธรรมจะพึงรู้ได้ (สัญชัยกุมารได้ฟังดังนั้น จึงสรรเสริญสัมภวกุมารว่า)

๑๕๘

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้ว อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

๑๕๙

ดวงจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาสธาตุ ย่อมสว่างไสวกว่าหมู่ดาวทั้งสิ้นในโลกด้วยรัศมีแม้ฉันใด

๑๖๐

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

๑๖๑

ท่านพราหมณ์ เดือนจิตตมาสแห่งคิมหันตฤดู ย่อมงามยิ่งนักกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้แม้ฉันใด

๑๖๒

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

๑๖๓

ท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อคันธมาทน์ ดารดาษไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เป็นที่อยู่แห่งหมู่มหาภูต ย่อมสว่างไสวและตลบอบอวลไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถแม้ฉันใด @เชิงอรรถ : @ มหาภูต หมายถึงหมู่เทพ (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖๓/๒๖๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕)

๑๖๔

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

๑๖๕

ท่านพราหมณ์ ไฟป่ามีเปลวไฟเป็นช่อ เรืองโรจน์ ลุกโพลงอยู่ที่กอไม้ในป่า ไม่อิ่มต่อเชื้อเพลิง มีทางดำ

๑๖๖

กินเปรียงเป็นอาหาร มีควันเป็นธง ไหม้ลามจนถึงยอดไพรสณฑ์ มีเชื้อไฟเพียงพอ โชติช่วงอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืนฉันใด

๑๖๗

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

๑๖๘

ม้าดีจะรู้ได้เพราะความว่องไว โคพลิพัทท์จะรู้ได้ในเมื่อมีภาระที่จะต้องลากไป แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนม และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจาฉันใด

๑๖๙

สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้ (พระศาสดาเมื่อทรงเปิดเผยความนั้น จึงตรัสว่า)

๑๗๐

มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัมภวกุมารแล้ว ได้เห็นเขากำลังเล่นอยู่นอกบ้าน (สุจีรตพราหมณ์ได้ถามปัญหาว่า)

๑๗๑

เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม พ่อหนูสัมภวะ ลุงถามเจ้าแล้ว ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๖. มหากปิชาดก (๕๑๖) (สัมภวกุมารกล่าวว่า)

๑๗๒

เอาเถิด ข้าพเจ้าจักบอกลุงตามอย่างคนที่ฉลาด ก็พระราชาย่อมจะทรงทราบปัญหานั้นได้ แต่จะทรงกระทำหรือไม่เท่านั้น (และเมื่อจะบอกปัญหาจึงกล่าวว่า)

๑๗๓

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงกราบทูลราชกิจที่จะทำในวันนี้ว่า พึงทำในวันพรุ่งนี้ ขอพระเจ้ายุธิฏฐิละอย่าทรงเชื่อฟังยับยั้งอยู่เลยในเมื่อประโยชน์เกิดขึ้น

๑๗๔

ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงกราบทูลปัญหาที่เป็นไปภายในเท่านั้น ไม่พึงให้ทรงดำเนินไปสู่หนทางที่ชั่วดุจคนหลงหาความคิดมิได้

๑๗๕

พระราชาไม่ควรลืมตน ไม่ควรประพฤติอธรรม ไม่ควรหยั่งลงไปในลัทธิที่ผิด ไม่พึงประกอบในสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์

๑๗๖

ขัตติยราชาพระองค์ใดทรงรู้จักทำเหตุเหล่านี้ ขัตติยราชาพระองค์นั้นย่อมทรงเจริญทุกเมื่อเหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น

๑๗๗

พระองค์ย่อมทรงเป็นที่รักแห่งหมู่พระญาติ และทรงรุ่งโรจน์ในหมู่มิตร ทรงมีพระปรีชา เมื่อพระวรกายแตกทำลายไป จะทรงเข้าถึงโลกสวรรค์ สัมภวชาดกที่ ๕ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้