This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation786 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทศพร ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) ว่าด้วยพระเจ้าเวสสันดรทรงบำเพ็ญบารมีชาติสุดท้าย กัณฑ์ทศพร (ท้าวสักกะตรัสว่า)

Item ๑๖๕๕

ผุสดีผู้มีรัศมีผิวพรรณอันประเสริฐ มีอวัยวะส่วนด้านหน้าสวยงาม เธอจงเลือกเอาพร ๑๐ ประการ ในปฐพีอันเป็นที่รักแห่งหฤทัยของเธอเถิด (เทพธิดาผุสดีกราบทูลว่า)

Item ๑๖๕๖

ข้าแต่ท้าวเทวราช หม่อมฉันขอนอบน้อมพระองค์ หม่อมฉันได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หรือ พระองค์จึงให้หม่อมฉันจุติจากสถานอันน่ารื่นรมย์ ดุจลมพัดต้นไม้ใหญ่ให้โค่นไป (ท้าวสักกะตรัสว่า)

Item ๑๖๕๗

เธอมิได้ทำบาปกรรมอะไรไว้เลย และเธอจะไม่เป็นที่รักของเราก็หามิได้ แต่บุญของเธอได้หมดสิ้นแล้ว เหตุนั้น เราจึงกล่าวกับเธออย่างนี้

Item ๑๖๕๘

ความตายใกล้เธอแล้ว เธอจักต้องพลัดพรากจากไป เธอจงรับพร ๑๐ ประการนี้ของเราผู้กำลังจะให้ @เชิงอรรถ : @ พระศาสดาประทับอยู่ ณ นิโครธาราม กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงปรารภฝนโบกขรพรรษ (ฝนดุจน้ำตกในใบบัว @มีสีแดง ผู้ต้องการให้เปียกจึงเปียก) ให้เป็นเหตุ ตรัสเวสสันดรชาดกแก่ภิกษุทั้งหลาย @(ขุ.ชา.อ. ๑๐/๕๔๗/๓๑๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทศพร (เทพธิดาผุสดีกราบทูลว่า)

Item ๑๖๕๙

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าพระองค์จะประทานพรแก่หม่อมฉัน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอให้หม่อมฉัน พึงเกิดในพระราชนิเวศน์ของพระเจ้ากรุงสีพี

Item ๑๖๖๐

ข้าแต่ท้าวปุรินททะ ขอให้หม่อมฉัน (๑) พึงเป็นผู้มีตาดำเหมือนลูกเนื้อทราย ซึ่งมีนัยน์ตาดำ (๒) พึงมีขนคิ้วดำ (๓) พึงมีนามว่าผุสดีในพระราชนิเวศน์นั้น

Item ๑๖๖๑

(๔) พึงได้โอรสผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ ประกอบความเกื้อกูลในยาจก มิได้ตระหนี่ ซึ่งพระราชาทุกประเทศบูชา มีเกียรติยศ

Item ๑๖๖๒

(๕) เมื่อหม่อมฉันตั้งครรภ์ ขออย่าให้ครรภ์นูนขึ้น พึงมีครรภ์ไม่นูนเสมอดังคันศร ที่นายช่างศรเหลาเกลี้ยงเกลาแล้ว

Item ๑๖๖๓

(๖) ข้าแต่ท้าววาสวะ ขอถันทั้งคู่ของหม่อมฉันอย่าได้หย่อนยาน (๗) ขอผมหงอกจงอย่าได้มี (๘) ขอผงธุลีอย่าได้ติดเปรอะเปื้อนกาย (๙) ขอหม่อมฉันพึงได้ปลดปล่อยนักโทษผู้ต้องประหาร

Item ๑๖๖๔

(๑๐) ขอให้หม่อมฉันได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงสีพี ในพระราชนิเวศน์นั้นอันกึกก้องไปด้วยเสียงร้องของนกยูง และนกกระเรียน แวดล้อมด้วยหมู่ขัตติยนารี มีทั้งคนเตี้ยและคนค่อมเกลื่อนกล่น ที่พ่อครัวชาวแคว้นมคธเลี้ยงดู

Item ๑๖๖๕

กึกก้องไปด้วยเสียงกลอนและเสียงบานประตูอันวิจิตร มีคนเชิญให้ดื่มสุราและกินกับแกล้มเถิด พระเจ้าข้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์ (ท้าวสักกะตรัสว่า)

Item ๑๖๖๖

นางผู้งามทั่วทั้งสรรพางค์กาย พร ๑๐ ประการใด ที่เราได้ให้เธอ เธอจักได้พรเหล่านั้นทั้งหมด ในแคว้นของพระเจ้ากรุงสีพี

Item ๑๖๖๗

ท้าววาสวมฆวานสุชัมบดีเทวราช ครั้นตรัสพระดำรัสนี้ จึงโปรดประทานพร แก่พระนางผุสดีแล้วทรงอนุโมทนา กัณฑ์ทศพร จบ กัณฑ์หิมพานต์ (พระศาสดาตรัสเนื้อความนี้ว่า) พระนางผุสดีนั้น จุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นแล้ว มาบังเกิดในตระกูลกษัตริย์ ได้ทรงอยู่ร่วมกับพระเจ้าสัญชัยในกรุงเชตุดร พระนางผุสดีทรงครรภ์ถ้วนทศมาสแล้ว เมื่อทรงทำประทักษิณพระนคร ได้ประสูติเราในท่ามกลางถนนของพวกพ่อค้า ชื่อของเรามิได้เนื่องมาแต่พระมารดาและมิได้เกิดแต่พระบิดา เราเกิดที่ถนนของพวกพ่อค้า ฉะนั้น เราจึงชื่อว่า เวสสันดร เมื่อเรายังเป็นเด็กเล็กเกิดได้ ๘ ขวบ นั่งอยู่บนปราสาท คิดที่จะบริจาคทานว่า เราพึงให้หทัย ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกาย ถ้าว่าจะมีใครมาขอเรา เราก็ยินดีบริจาคให้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์ เมื่อเราคิดจะบริจาคทานตามสภาพความเป็นจริง ใจก็ไม่หวั่นไหวมุ่งมั่นอยู่ในกาลนั้น เหมือนแผ่นดินมีภูเขาสิเนรุและหมู่ไม้เป็นเครื่องประดับ (พระเวสสันดรตรัสกับพวกพราหมณ์ผู้มาทูลขอช้างว่า)

Item ๑๖๖๘

พวกพราหมณ์ผู้มีขนรักแร้ดก และมีเล็บยาว มีขี้ฟันเขรอะ มีธุลีบนศีรษะ เหยียดแขนข้างขวาออก จะขออะไรฉันหรือ (พวกพราหมณ์กราบทูลว่า)

Item ๑๖๖๙

ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอรัตนะ ที่เป็นเครื่องทำให้แคว้นของชาวกรุงสีพีเจริญ ขอได้โปรดพระราชทานช้างตัวประเสริฐ มีงาดุจงอนไถ มีกำลังสามารถเถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๖๗๐

เราจะให้ช้างพลายซับมันตัวประเสริฐ ซึ่งเป็นช้างพาหนะอันสูงสุด ที่พวกพราหมณ์ขอเรา เรามิได้หวั่นไหว

Item ๑๖๗๑

พระราชาผู้ทรงผดุงแคว้นให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี มีพระทัยน้อมไปในการบริจาค เสด็จลงจากคอช้าง ทรงให้ทานแก่พราหมณ์ทั้งหลาย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๖๗๒

เมื่อพระเจ้ากรุงสีพีพระราชทานช้างตัวประเสริฐแล้ว คราวนั้นความน่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้าก็ได้เกิดขึ้น แผ่นดินก็กัมปนาทหวั่นไหว

Item ๑๖๗๓

เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานช้างตัวประเสริฐแล้ว คราวนั้นความน่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้าก็ได้เกิดขึ้น ชาวพระนครก็กำเริบเสิบสาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๖๗๔

เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานช้างตัวประเสริฐแล้ว ชาวเมืองก็วุ่นวายสับสนเสียงดังเซ็งแซ่ เป็นที่น่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปมากมาย พระนครก็ปั่นป่วน เมื่อพระเวสสันดร ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ได้พระราชทานช้างตัวประเสริฐแล้ว เสียงอื้ออึงอันน่าสะพรึงกลัวเป็นอันมากก็เป็นไปในนครนั้น (พระศาสดาตรัสว่า)

Item ๑๖๗๕

พวกคนผู้มีชื่อเสียง พระราชบุตร แพศย์ ชาวนา พราหมณ์ กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ

Item ๑๖๗๖

ชาวนิคมและชาวกรุงสีพีทั้งมวลมาประชุมพร้อมกัน ชนเหล่านั้นเห็นพวกพราหมณ์นำพญาช้างไป จึงกราบทูลแด่พระเจ้ากรุงสญชัยให้ทรงทราบว่า

Item ๑๖๗๗

ข้าแต่สมมติเทพ แคว้นของพระองค์ถูกกำจัดแล้ว เพราะเหตุไร พระเวสสันดรพระโอรสของพระองค์ จึงพระราชทานช้างตัวประเสริฐของเราทั้งหลาย ที่ชาวแคว้นบูชา

Item ๑๖๗๘

ทำไม พระเวสสันดรจึงได้พระราชทาน พญากุญชรของเราทั้งหลายตัวมีงาดุจงอนไถ แกล้วกล้าสามารถ รู้จักเขตแห่งการรบทั้งปวง เผือกผ่องประเสริฐสุด

Item ๑๖๗๙

คลุมด้วยผ้ากัมพลเหลือง ซับมัน อาจย่ำยีศัตรูได้ มีงาน่าชอบใจ เผือกผ่องดังภูเขาไกรลาส พร้อมทั้งพัดวาลวีชนี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๖๘๐

ทำไม พระเวสสันดรจึงได้พระราชทาน พญาช้างราชพาหนะซึ่งเป็นยานชั้นเลิศ เป็นทรัพย์อย่างประเสริฐ พร้อมทั้งฉัตรขาว เครื่องลาด หมอช้าง และคนเลี้ยงช้างแก่พวกพราหมณ์

Item ๑๖๘๑

พระเวสสันดรนั้นควรจะพระราชทาน ข้าว น้ำ ผ้านุ่งห่ม และที่นั่งที่นอน ทานเช่นนี้แหละเหมาะสม ทานนั้นแหละสมควรแก่พราหมณ์

Item ๑๖๘๒

ข้าแต่พระเจ้ากรุงสญชัย ทำไม พระเวสสันดรพระโอรส ผู้เป็นพระราชาโดยสืบพระราชวงศ์ของพระองค์นี้ ผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจึงพระราชทานพญาคชสารไป

Item ๑๖๘๓

ถ้าพระองค์จักไม่ทรงทำตามคำนี้ของชาวกรุงสีพี ชาวกรุงสีพีเห็นทีจักยึดอำนาจพระองค์ พร้อมทั้งพระโอรสไว้ในเงื้อมมือ (พระเจ้าสัญชัยตรัสว่า)

Item ๑๖๘๔

ถึงชนบทจะไม่มี และแม้แคว้นจะพินาศไปก็ตามเถิด เราจะไม่พึงเนรเทศพระราชบุตรผู้ไม่มีโทษ ออกไปจากแคว้นของตนตามคำของชาวกรุงสีพี เพราะพระราชบุตรเกิดจากอกของเรา

Item ๑๖๘๕

ถึงชนบทจะไม่มี และแม้แคว้นจะพินาศไปก็ตามเถิด เราจะไม่พึงเนรเทศพระราชบุตรผู้ไม่มีโทษ ออกไปจากแคว้นของตนตามคำของชาวกรุงสีพี เพราะพระราชบุตรเกิดแต่ตัวของเรา

Item ๑๖๘๖

อนึ่ง เราจะไม่พึงประทุษร้ายในพระราชบุตรนั้น เพราะเธอเป็นผู้มีศีลและวัตรอันประเสริฐ แม้คำติเตียนจะพึงมีแก่เรา และเราจะพึงประสบบาปเป็นอันมาก เราจะให้ประหารพระเวสสันดรโอรสของเราด้วยศัสตราได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์ (ชาวเมืองกราบทูลว่า)

Item ๑๖๘๗

พระองค์อย่าได้รับสั่งให้ประหารพระเวสสันดรนั้น ด้วยท่อนไม้หรือด้วยศัสตรา พระเวสสันดรนั้นไม่ควรแก่เครื่องจองจำ แต่จงทรงขับไล่พระเวสสันดรนั้น จากแคว้นไปอยู่ที่เขาวงกตเถิด (พระเจ้าสัญชัยตรัสว่า)

Item ๑๖๘๘

ถ้าความพอใจของชาวกรุงสีพีเป็นเช่นนี้ เราก็ไม่ขัด ขอเธอจงอยู่และบริโภคกามทั้งหลายตลอดคืนนี้

Item ๑๖๘๙

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ชาวกรุงสีพีจงพร้อมเพรียงกันขับไล่เธอเสียจากแคว้นเถิด

Item ๑๖๙๐

นายนักการ ท่านจงลุกขึ้นรีบไปทูลพระเวสสันดรว่า ขอเดชะ ชาวกรุงสีพี ชาวนิคม พากันโกรธเคืองพระองค์ มาชุมนุมกันแล้ว

Item ๑๖๙๑

พวกคนผู้มีชื่อเสียง พระราชบุตร แพศย์ พราหมณ์ กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ ทั้งชาวนิคมและชาวกรุงสีพีทั้งมวลก็มาประชุมพร้อมกันแล้ว

Item ๑๖๙๒

เมื่อสิ้นราตรีนี้แล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ชาวกรุงสีพีจะชุมนุมกันขับไล่พระองค์ออกไปจากแคว้น

Item ๑๖๙๓

นายนักการนั้น เมื่อได้รับพระราชดำรัสสั่ง จึงรีบสวมสอดเครื่องประดับมือ นุ่งห่มเรียบร้อย ประพรมด้วยจุรณแก่นจันทน์

Item ๑๖๙๔

สระศีรษะในน้ำ สวมกุณฑลแก้วมณีแล้ว รีบเข้าไปตำหนักอันน่ารื่นรมย์ ซึ่งเป็นพระราชนิเวศน์ของพระเวสสันดร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๖๙๕

ได้เห็นพระเวสสันดรราชกุมาร ซึ่งกำลังทรงพระสำราญรื่นรมย์อยู่ ในพระราชวังของพระองค์ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยหมู่อำมาตย์ ปานประหนึ่งท้าววาสวะแห่งสวรรค์ชั้นไตรทศ

Item ๑๖๙๖

นายนักการนั้นครั้นรีบไปในพระราชนิเวศน์นั้นแล้ว จึงได้กราบทูลพระเวสสันดรว่า ข้าแต่พระองค์ผู้จอมทัพ ข้าพระองค์จะกราบทูลความทุกข์แด่พระองค์ ขอพระองค์อย่าได้ทรงกริ้วข้าพระองค์เลย

Item ๑๖๙๗

นายนักการนั้นถวายบังคมแล้วพลางร้องไห้คร่ำครวญ กราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ทรงชุบเลี้ยงข้าพระองค์ ทรงนำมาซึ่งรสที่น่าใคร่ทุกอย่าง

Item ๑๖๙๘

ข้าพระบาทจะกราบทูลแด่พระองค์ เมื่อข้าพระองค์กราบทูลข่าวสาส์นเรื่องทุกข์ร้อนนั้นแล้ว ขอพระองค์จงทรงยังข้าพระองค์ให้เบาใจด้วยเกิด ขอเดชะ ชาวกรุงสีพีและชาวนิคมโกรธเคืองพระองค์ มาชุมนุมกันแล้ว

Item ๑๖๙๙

พวกคนผู้มีชื่อเสียง พระราชบุตร แพศย์ พราหมณ์ กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ ทั้งชาวนิคมและชาวกรุงสีพีทั้งมวลล้วนมาประชุมกัน

Item ๑๗๐๐

เมื่อสิ้นราตรีนี้แล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ชาวกรุงสีพีจะชุมนุมกันขับไล่พระองค์ออกไปจากแคว้น (พระเวสสันดรตรัสถามว่า)

Item ๑๗๐๑

นายนักการ เพราะเหตุไร ชาวกรุงสีพีจึงโกรธเคืองเรา ขอท่านจงบอกความชั่วที่เรามองไม่เห็น ทำไม พวกเขาจึงจะขับไล่เรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์ (นายนักการกราบทูลว่า)

Item ๑๗๐๒

พวกคนผู้มีชื่อเสียง พระราชบุตร แพศย์ พราหมณ์ กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ ต่างพากันติเตียน เพราะพระองค์พระราชทานพญาช้าง เหตุนั้น พวกเขาจึงจะขับไล่พระองค์ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๗๐๓

เราจะให้หทัย ให้จักษุ เงิน ทอง แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ หรือแก้วมณีซึ่งเป็นทรัพย์ภายนอกของเราก็จะเป็นไรไป

Item ๑๗๐๔

เมื่อยาจกมาถึง เราเห็นแล้วจะพึงให้แขนขวาแขนซ้าย ก็ไม่หวั่นไหวเลย ใจของเรายินดีในการให้

Item ๑๗๐๕

ถึงชาวกรุงสีพีทั้งมวลจะขับไล่เราหรือจะเข่นฆ่าเรา หรือตัดเราให้เป็น ๗ ท่อนก็ตามเถิด เราจะไม่งดการให้เลย

Item ๑๗๐๖

ชาวกรุงสีพีและชาวนิคมประชุมพร้อมกันกล่าวอย่างนี้ว่า พระเวสสันดรผู้มีวัตรอันงามจงเสด็จไป สู่อารัญชรคีรีทางฝั่งแม่น้ำโกนติมารา ตามทางที่พระราชาผู้ถูกขับไล่เสด็จออกไปนั้นเถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๗๐๗

เรานั้นจักไปตามทางที่พระราชาผู้มีโทษเสด็จไป ขอให้ท่านทั้งหลายจงงดโทษแก่เราคืนหนึ่งและวันหนึ่ง พอให้เราได้ให้ทานก่อนเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๗๐๘

พระราชาตรัสตักเตือนพระนางมัทรี ผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กายว่า ทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้ให้แก่พระนาง และสิ่งของที่ควรสงวนอันเป็นของพระนาง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๗๐๙

คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา หรือแก้วไพฑูรย์มีอยู่เป็นอันมาก และทรัพย์ฝ่ายบิดาของพระนางเอง ควรเก็บไว้ทั้งหมด

Item ๑๗๑๐

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ได้ทูลถามพระเวสสันดรนั้นว่า ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจะเก็บไว้ที่ไหน หม่อมฉันได้ทูลถามพระองค์แล้ว ขอได้โปรดตรัสบอกเนื้อความนั้นเถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๗๑๑

มัทรี เธอพึงให้ทานในท่านผู้มีศีลทั้งหลายตามสมควรเถิด เพราะที่พึ่งอย่างอื่นของสัตว์ทั้งปวงยิ่งไปกว่าทานไม่มี

Item ๑๗๑๒

มัทรี เธอพึงเอาใจใส่ในลูกทั้งหลาย พึงเอาใจใส่ในแม่ผัวและพ่อผัว อนึ่ง ผู้ใดพึงตกลงปลงใจว่าจะเป็นพระสวามีของเธอ ก็พึงบำรุงผู้นั้นโดยความเคารพ

Item ๑๗๑๓

ถ้าไม่มีผู้ใดตกลงปลงใจเป็นพระสวามีของเธอ เพราะเธอกับพี่จะต้องพลัดพรากจากกัน เธอก็จงแสวงหาผู้อื่นมาเป็นพระสวามีเถิด อย่าลำบากเพราะขาดเราเลย

Item ๑๗๑๔

เพราะเราจะไปสู่ป่าที่น่าสะพรึงกลัวอันประกอบไปด้วยสัตว์ร้าย เมื่อเราคนเดียวอยู่ในป่าใหญ่ ชีวิตก็น่าสงสัย

Item ๑๗๑๕

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ได้ทูลถามพระเวสสันดรนั้นว่า ทำไมพระองค์ จึงตรัสเรื่องที่ไม่เป็นจริง ทำไมจึงตรัสเรื่องไม่ดี

Item ๑๗๑๖

ข้าแต่มหาราชผู้เป็นกษัตริย์ การที่พระองค์จะพึงเสด็จไปตามลำพังนี้มิใช่ธรรม แม้หม่อมฉันก็จะตามเสด็จไปตามทางที่พระองค์เสด็จไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๗๑๗

ความตายร่วมกับพระองค์ หรือการมีชีวิตอยู่เว้นจากพระองค์ ความตายร่วมกับพระองค์นั้นเท่านั้นประเสริฐกว่า การมีชีวิตอยู่เว้นจากพระองค์จะประเสริฐอะไร

Item ๑๗๑๘

การก่อไฟให้ลุกโพลงมีเปลวเป็นอันเดียวกัน แล้วจึงตายในไฟที่ลุกโพลงนั้นประเสริฐกว่า การมีชีวิตอยู่เว้นจากพระองค์จะประเสริฐอะไร

Item ๑๗๑๙

ช้างพังติดตามพญาช้างผู้ได้รับการฝึกอยู่ในป่า เที่ยวไปตามซอกเขาเสมอบ้าง ไม่เสมอบ้างฉันใด

Item ๑๗๒๐

หม่อมฉันจะพาลูกทั้งหลายติดตามพระองค์ไปข้างหลังฉันนั้น หม่อมฉันจักเป็นผู้เลี้ยงง่ายสำหรับพระองค์ จักไม่เป็นผู้เลี้ยงยากสำหรับพระองค์

Item ๑๗๒๑

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ส่งเสียงไพเราะ พูดจาน่ารัก นั่งอยู่ที่พุ่มไม้ในป่า จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๒

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ส่งเสียงไพเราะ พูดจาน่ารัก กำลังเล่นอยู่ที่พุ่มไม้ในป่า จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๓

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ส่งเสียงไพเราะ พูดจาน่ารัก อยู่ที่อาศรมอันน่ารื่นรมย์ จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๔

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ส่งเสียงไพเราะ พูดจาน่ารัก เล่นอยู่ที่อาศรมอันน่ารื่นรมย์ จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๗๒๕

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ผู้ทัดทรงมาลาประดับองค์อยู่ที่อาศรมรมณียสถาน จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๖

เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ผู้ทัดทรงมาลาประดับองค์เล่นเพลิดเพลินอยู่ ในอาศรมอันน่ารื่นรมย์ จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๗

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ทัดทรงมาลาอยู่ในอาศรมอันน่ารื่นรมย์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๘

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารทั้งหลาย ทัดทรงมาลา กำลังฟ้อนรำ เล่นเพลิดเพลินอยู่ในอาศรมอันน่ารื่นรมย์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๒๙

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นช้างพลาย มีวัยล่วงได้ ๖๐ ปี กำลังเที่ยวไปในป่าตามลำพัง เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๐

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นช้างพลาย มีวัยล่วงได้ ๖๐ ปี กำลังเที่ยวไปทั้งในเวลาเย็นเวลาเช้า เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๑

เมื่อใด ช้างพลายมีวัยล่วงได้ ๖๐ ปี เดินนำหน้าโขลงช้างพังไป ส่งเสียงร้องดังกึกก้อง พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของช้างที่บันลือลั่นอยู่นั้น เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์หิมพานต์

Item ๑๗๓๒

เมื่อใด พระองค์ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ได้ทอดพระเนตรเห็นลำเนาไพรสองข้าง แห่งทางอันเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อร้าย เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๓

พระองค์ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นเนื้อที่เดินมาเป็นฝูง ฝูงละ ๕ ตัวในเวลาเย็นและได้ทอดพระเนตรเห็นพวกกินนร กำลังฟ้อนรำอยู่ ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๔

เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงกระเซ็นของแม่น้ำ ที่กำลังหลั่งไหลอยู่ และเสียงเพลงขับกล่อมของพวกกินนร เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๕

เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของนกเค้า ที่บินเที่ยวไปตามซอกเขา เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๖

เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของเหล่าสัตว์ร้าย คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง แรด และวัวลาน เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๗

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูง ซึ่งล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลาย กำลังรำแพนหางจับอยู่บนยอดเขา เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๓๘

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูง ที่มีขนปีกงามตระการตา ซึ่งกำลังรำแพนหางอยู่ ล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลาย เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๓๙

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูงตัวมีคอสีเขียว มีหงอนงามล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลายฟ้อนรำอยู่ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๔๐

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ทั้งหลาย มีดอกเบ่งบาน กลิ่นหอมอบอวลในฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๔๑

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพื้นดิน อันดารดาษไปด้วยแมลงค่อมทอง มีสีเขียวสดชะอุ่มในเดือนท้ายฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๔๒

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ทั้งหลาย มีดอกบานสะพรั่ง คือ อัญชันเขียวที่กำลังผลิยอดอ่อน ต้นโลท และบัวบกที่มีดอกบานสะพรั่ง มีกลิ่นหอมอบอวลไปในฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

Item ๑๗๔๓

เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นหมู่ไม้ มีดอกบานสะพรั่ง และปทุมชาติ มีดอกร่วงหล่นลงในเดือนท้ายฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ กัณฑ์หิมพานต์ จบ กัณฑ์ทานกัณฑ์ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๗๔๔

พระนางผุสดีราชบุตรีผู้ทรงยศได้ทรงสดับคำ ที่พระโอรสและพระสุณิสาพร่ำสนทนากัน ทรงคร่ำครวญว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๔๕

เรากินยาพิษตายเสียดีกว่า เรากระโดดเหวตายเสียดีกว่า เราเอาเชือกผูกคอตายเสียดีกว่า เพราะเหตุไร ชาวกรุงสีพีจึงจะให้ขับไล่ลูกเวสสันดรผู้ไม่มีโทษเล่า

Item ๑๗๔๖

เพราะเหตุไร ชาวกรุงสีพีจึงจะให้ขับไล่ลูกเวสสันดร ผู้ไม่มีโทษ ผู้ปราดเปรื่อง เป็นทานบดี ควรแก่การขอ ไม่ตระหนี่ ผู้ที่พระราชาทุกๆ ประเทศบูชา มีเกียรติยศ

Item ๑๗๔๗

เพราะเหตุไร ชาวกรุงสีพีจึงจะให้ขับไล่ลูกเวสสันดร ผู้ไม่มีโทษ ผู้เลี้ยงดูมารดาบิดา ประพฤติถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

Item ๑๗๔๘

เพราะเหตุไร ชาวกรุงสีพีจึงจะให้ขับไล่ลูกเวสสันดร ผู้ไม่มีโทษ ผู้เกื้อกูลแก่พระราชา พระเทวี พระญาติทั้งหลาย มิตรสหายทั้งหลาย และทั่วทั้งแคว้น

Item ๑๗๔๙

ชาวกรุงสีพีจะให้ขับไล่ลูกผู้ไม่มีโทษ แคว้นของพระองค์ก็จะเป็นเหมือนรังผึ้งที่ตัวแมลงผึ้งหนีจากไป และเหมือนผลมะม่วงสุกที่ร่วงหล่นลงบนดิน

Item ๑๗๕๐

พระเจ้าแผ่นดินผู้อันพวกอำมาตย์ทอดทิ้งแล้ว จักทรงลำบากอยู่ตามลำพัง เหมือนหงส์มีขนปีกสิ้นแล้ว ลำบากอยู่ในเปือกตมที่ไม่มีน้ำ

Item ๑๗๕๑

ข้าแต่มหาราช เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงขอกราบทูลพระองค์ว่า ประโยชน์อย่าได้ล่วงเลยพระองค์ไปเสีย ขอพระองค์อย่าได้ทรงขับไล่ลูกผู้ไม่มีโทษนั้น ตามคำของชาวกรุงสีพีเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์ (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๑๗๕๒

เราย่อมทำความยำเกรงต่อธรรม เราจึงขับไล่ลูกของตนผู้เป็นธงชัยของชาวกรุงสีพี ถึงแม้ลูกจะเป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเราเอง (พระนางผุสดีทรงคร่ำครวญว่า)

Item ๑๗๕๓

เมื่อก่อน ยอดธงปลิวสะบัดตามเสด็จพระเวสสันดร เหมือนดอกกรรณิการ์บานสะพรั่ง วันนี้ เธอจักเสด็จไปองค์เดียวเท่านั้น

Item ๑๗๕๔

เมื่อก่อน ยอดธงปลิวสะบัดตามเสด็จพระเวสสันดร เหมือนสวนดอกกรรณิการ์ที่บานสะพรั่ง วันนี้ เธอจักเสด็จไปองค์เดียวเท่านั้น

Item ๑๗๕๕

เมื่อก่อน กองทหารเคยตามเสด็จพระเวสสันดร เหมือนดอกกรรณิการ์ที่บานสะพรั่ง วันนี้ เธอจักเสด็จไปองค์เดียวเท่านั้น

Item ๑๗๕๖

เมื่อก่อน กองทหารเคยตามเสด็จพระเวสสันดร เหมือนสวนดอกกรรณิการ์ที่บานสะพรั่ง วันนี้ เธอจักเสด็จไปองค์เดียวเท่านั้น

Item ๑๗๕๗

เมื่อก่อน กองทหารเคยแต่งเครื่องแบบ ผ้ากัมพลเหลืองจากแคว้นคันธาระ ทอแสงแวววับเหมือนแมลงค่อมทอง เคยตามเสด็จพระเวสสันดร วันนี้ เธอจักเสด็จไปองค์เดียวเท่านั้น

Item ๑๗๕๘

เมื่อก่อน พระเวสสันดรเคยเสด็จไป ด้วยช้างพระที่นั่ง วอ และราชรถทรง ทำไมเล่า วันนี้ จะเสด็จไปด้วยพระบาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๕๙

เมื่อก่อน พระเวสสันดรเคยลูบไล้องค์ด้วยจุรณแก่นจันทน์ ตื่นอยู่ด้วยการฟ้อนรำขับร้อง ทำไมเล่า วันนี้ จักทรงหนังเสืออันหยาบแข็งและหาบบริขารไป

Item ๑๗๖๐

เพราะเหตุไร กองทหารจึงไม่ขนเอาผ้า ที่ย้อมด้วยน้ำฝาดและหนังเสือ ติดตามพระเวสสันดรผู้เสด็จไปในป่าใหญ่เล่า พระเวสสันดรจึงจะไม่ต้องนุ่งห่มผ้าคากรอง

Item ๑๗๖๑

พวกคนที่เป็นเจ้าทรงผนวช จะทรงครองผ้าคากรองได้อย่างไรหนอ แม่มัทรีจักนุ่งห่มผ้าคากรองได้อย่างไร

Item ๑๗๖๒

พระนางมัทรีเคยใช้แต่ผ้าแคว้นกาสี แคว้นโขมะ และแคว้นโกทุมพร แล้วมาใช้ผ้าคากรองจักทำได้อย่างไร

Item ๑๗๖๓

พระนางมัทรีนั้นเคยไปด้วยยาน คานหาม วอ และรถ วันนี้ จะเดินเท้าไปตามทางได้อย่างไร

Item ๑๗๖๔

พระนางมัทรีผู้มีสิริโฉม มีฝ่ามืออันอ่อนนุ่ม มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุข วันนี้ จะเดินเท้าไปตามทางได้อย่างไร

Item ๑๗๖๕

พระนางมัทรีผู้มีฝ่าเท้าอันอ่อนนุ่ม มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุข เดินไปอย่างลำบากด้วยรองเท้าทอง วันนี้ จะเดินเท้าไปตามทางได้อย่างไร

Item ๑๗๖๖

พระนางมัทรีผู้ทัดทรงมาลา เดินนำหน้านางข้าหลวงเป็นพัน วันนี้ จะเดินไปป่าคนเดียวได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๖๗

พระนางมัทรีเมื่อก่อนได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอน ก็สะดุ้งหวาดกลัวประจำ วันนี้ จะเดินไปป่าได้อย่างไร

Item ๑๗๖๘

พระนางมัทรีผู้ได้ยินเสียงนกเค้าแมว นกฮูกร้องครวญคราง ก็หวาดกลัวตัวสั่นเหมือนนางวารุณี วันนี้ จะเดินไปป่าได้อย่างไร

Item ๑๗๖๙

หม่อมฉันกลับมายังนิเวศน์อันว่างเปล่านี้แล้ว ก็จักระทมทุกข์ตลอดกาลนานเป็นแน่แท้ เหมือนแม่นกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า

Item ๑๗๗๐

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักผอมเหลืองลง เหมือนแม่นกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า

Item ๑๗๗๑

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักวิ่งพล่านไปตามที่นั้นๆ เหมือนแม่นกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า

Item ๑๗๗๒

หม่อมฉันมายังนิเวศน์อันว่างเปล่านี้แล้ว ก็จักระทมทุกข์สิ้นกาลนาน เหมือนแม่นกออกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า

Item ๑๗๗๓

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักผอมเหลืองเป็นแน่แท้ เหมือนแม่นกออกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า

Item ๑๗๗๔

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักวิ่งพล่านไปตามที่นั้นๆ เหมือนแม่นกออกที่ลูกถูกฆ่าเห็นแต่รังอันว่างเปล่า @เชิงอรรถ : @ นางวารุณี หมายถึงหญิงที่โดนผีสิง (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๗๖๘/๓๕๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๗๕

หม่อมฉันกลับมายังนิเวศน์อันว่างเปล่านี้แล้ว ก็จักระทมทุกข์ตลอดกาลนานเป็นแน่แท้ เหมือนแม่นกจักรพากซบเซาอยู่ในเปือกตมที่ไม่มีน้ำ

Item ๑๗๗๖

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักผอมเหลืองเป็นแน่แท้ เหมือนแม่นกจักรพากซบเซาอยู่ในเปือกตมที่ไม่มีน้ำ

Item ๑๗๗๗

เมื่อหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งหลาย ก็จักวิ่งพล่านไปตามที่นั้นๆ เหมือนแม่นกจักรพากวิ่งพล่านอยู่ในเปือกตมที่ไม่มีน้ำ

Item ๑๗๗๘

เมื่อหม่อมฉันพร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้ ถ้าพระองค์ยังทรงให้ขับไล่ลูกเวสสันดร ผู้ไม่มีความผิดจากแว่นแคว้นไปสู่ป่า หม่อมฉันเห็นจะละชีวิตแน่ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๗๗๙

พระสนมกำนัลในพระเจ้ากรุงสีพีถ้วนหน้า ได้ยินคำรำพันของพระนางผุสดีแล้ว ต่างพากันมาประชุมประคองแขนทั้งหลายขึ้นร่ำไห้

Item ๑๗๘๐

พระโอรสทั้งหลายและพระชายาในนิเวศน์ ของพระเวสสันดร ต่างก็นอนกันแสง เหมือนหมู่ไม้รังที่ถูกพายุพัดล้มระเนระนาด

Item ๑๗๘๑

พระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ในนิเวศน์ ของพระเวสสันดร ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายคร่ำครวญ

Item ๑๗๘๒

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ต่างก็พากันประคองแขนคร่ำครวญในนิเวศน์ของพระเวสสันดร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๘๓

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ต่อมาพระเวสสันดรก็เสด็จมาสู่โรงทาน เพื่อทรงให้ทาน โดยรับสั่งว่า

Item ๑๗๘๔

พวกท่านจงให้ผ้าแก่ผู้ต้องการผ้า ให้เหล้าแก่พวกนักเลงเหล้า ให้โภชนะแก่พวกคนผู้ต้องการโภชนะโดยทั่วถึงกัน

Item ๑๗๘๕

และพวกท่านอย่าได้เบียดเบียนพวกวณิพกผู้มา ณ ที่นี้ จงเลี้ยงดูพวกเขาให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ พวกเขาได้รับการบูชาแล้ว ก็จงไปเถิด

Item ๑๗๘๖

คราวนั้น มีเสียงอึกทึกกึกก้องน่าสะพรึงกลัว เป็นไปในพระนครนี้ว่า ชาวกรุงสีพีขับไล่พระเวสสันดรนั้นเพราะทรงบริจาคทาน ขอให้พระองค์ได้ทรงบริจาคทานต่อไปอีกเถิด

Item ๑๗๘๗

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก วณิพกเหล่านั้นก็เป็นดังคนเมามีท่าทางอิดโรย นั่งปรับทุกข์กันและกันว่า

Item ๑๗๘๘

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ชาวกรุงสีพีพากันขับไล่พระเวสสันดร ผู้ไม่มีความผิดไปจากแคว้น ก็เหมือนได้พากันตัดต้นไม้ที่มีผลต่างๆ

Item ๑๗๘๙

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ชาวกรุงสีพีพากันขับไล่พระเวสสันดร ผู้ไม่มีความผิดไปจากแคว้น ก็เหมือนได้พากันตัดต้นไม้ที่ให้สิ่งที่น่าต้องการทุกอย่าง

Item ๑๗๙๐

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ชาวกรุงสีพีพากันขับไล่พระเวสสันดร ผู้ไม่มีความผิดไปจากแคว้น ก็เหมือนได้พากันตัดต้นไม้ที่นำรสที่น่าต้องการทุกอย่างมาให้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๗๙๑

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก ทั้งคนแก่ เด็ก และคนปานกลาง ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญ

Item ๑๗๙๒

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก พวกทรงเจ้า พวกขันที สนมฝ่ายใน และโหรหลวง ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญ

Item ๑๗๙๓

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก แม้หญิงทั้งหลายที่อยู่ในกรุงนั้นต่างก็พากันร้องไห้คร่ำครวญ

Item ๑๗๙๔

สมณะ พราหมณ์ และพวกวณิพกเหล่าอื่น ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า เป็นการไม่ยุติธรรมเลย

Item ๑๗๙๕

เพราะเหตุที่พระเวสสันดรกำลังบำเพ็ญทาน อยู่ในพระราชวังของพระองค์ จะเสด็จออกไปจากแคว้นของพระองค์ เพราะคำของชาวกรุงสีพีเป็นเหตุ

Item ๑๗๙๖

พระเวสสันดรได้พระราชทานช้าง ๗๐๐ เชือก ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง อันมีสายรัดทองและสัปคับทอง

Item ๑๗๙๗

มีนายควาญช้างถือหอกซัดและขอ ขึ้นขี่คอประจำแล้ว เสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๗๙๘

พระเวสสันดรทรงพระราชทานม้า ๗๐๐ ตัว ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นม้าสินธพชาติอาชาไนย มีฝีเท้าเร็ว

Item ๑๗๙๙

มีนายสารถีถือทวนและธนู ขึ้นขี่ประจำแล้ว เสด็จออกจากแคว้นของพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๐๐

พระเวสสันดรทรงพระราชทานรถ ๗๐๐ คัน ซึ่งผูกสอดเครื่องรบชักธงขึ้น หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองและเสือโคร่ง ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง

Item ๑๘๐๑

มีนายสารถีสวมเกราะถือธนู ขึ้นขับขี่แล้ว เสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๒

พระเวสสันดรพระราชทานสตรี ๗๐๐ นาง นั่งประจำในรถคันละนาง สวมสอดด้วยสร้อยสังวาล ตบแต่งด้วยเครื่องทอง

Item ๑๘๐๓

มีเครื่องประดับ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม และประดับเครื่องอาภรณ์ล้วนแต่มีสีเหลือง มีดวงตากว้าง ใบหน้ายิ้มแย้ม สะโพกงาม เอวบางร่างน้อย แล้วเสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๔

พระเวสสันดรพระราชทานแม่โคนม ๗๐๐ ตัว พร้อมด้วยภาชนะเงินสำหรับรองรับน้ำนมทุกๆ ตัวแล้ว เสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๕

พระเวสสันดรพระราชทานทาสี ๗๐๐ คน และทาส ๗๐๐ คนแล้ว จึงเสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๖

พระเวสสันดรนี้พระราชทานช้าง ม้า รถ และนารีที่ประดับตบแต่งแล้ว จึงเสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๗

ในสมัยนั้น ได้มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้า เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานมหาทานแล้ว แผ่นดินก็สะท้านหวั่นไหว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๐๘

ในสมัยนั้น ได้มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้า เมื่อพระเวสสันดรทรงประนมมือ เสด็จออกจากแคว้นของพระองค์

Item ๑๘๐๙

คราวนั้น เสียงอึกทึกกึกก้องน่าสะพรึงกลัว เป็นไปในพระนครนี้ว่า ชาวกรุงสีพีขับไล่พระเวสสันดรนั้นเพราะบริจาคทาน ขอให้พระองค์ได้ทรงบริจาคทานต่อไปอีกเถิด

Item ๑๘๑๐

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก วณิพกเหล่านั้นก็เป็นดังคนเมามีท่าทางอิดโรย นั่งปรับทุกข์กันและกัน

Item ๑๘๑๑

พระเวสสันดรกราบทูลพระเจ้ากรุงสญชัย ผู้ประเสริฐ ผู้ทรงธรรมว่า ขอเดชะ ขอพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเนรเทศข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์จะไปยังเขาวงกต

Item ๑๘๑๒

ข้าแต่มหาราช สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งที่มีมาแล้ว ที่จะมีมา และที่มีอยู่ สัตว์เหล่านั้นยังไม่อิ่มด้วยกามเลย จะต้องพากันไปสู่สำนักของพญายม

Item ๑๘๑๓

ข้าพระองค์นั้นบำเพ็ญทานอยู่ในบุรีของตน ยังชื่อว่าเบียดเบียนชาวเมืองของตน จะต้องออกจากแคว้นของตนเพราะเหตุแห่งคำของชาวกรุงสีพี

Item ๑๘๑๔

หม่อมฉันจักต้องได้เสวยความคับแค้นนั้นๆ ในป่า อันเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อร้าย ซึ่งแรดและเสือเหลืองอยู่อาศัย ข้าพระองค์จะบำเพ็ญบุญ ขอพระองค์ประทับจมอยู่ในเปือกตมเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๑๕

ข้าแต่พระแม่เจ้า ขอพระแม่เจ้า ได้ทรงโปรดอนุญาตหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันพอใจการบวช หม่อมฉันเมื่อบำเพ็ญทานอยู่ในบุรีของตน ยังชื่อว่าเบียดเบียนชาวเมืองของตน จะต้องออกจากแคว้นของตนเพราะเหตุแห่งคำของชาวกรุงสีพี

Item ๑๘๑๖

หม่อมฉันจักต้องได้เสวยความคับแค้นนั้นๆ ในป่า อันเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อร้าย ซึ่งแรดและเสือเหลืองอยู่อาศัย หม่อมฉันจะบำเพ็ญบุญ ขอพระองค์ประทับจมอยู่ในเปือกตมเถิด (พระนางผุสดีตรัสว่า)

Item ๑๘๑๗

ลูกเอ๋ย แม่อนุญาตให้ลูก ขอการบวชของลูกจงสำเร็จ ส่วนแม่มัทรีผู้มีโฉมงาม มีสะโพกผึ่งผาย เอวบางร่างน้อยนี้ จงอยู่กับลูกๆ เถิด จักทำอะไรในป่าได้ (พระนางมัทรีกราบทูลว่า)

Item ๑๘๑๘

หม่อมฉันไม่ต้องการนำแม้ทาสีไปสู่ป่าโดยที่เธอไม่ปรารถนา ถ้าเธอปรารถนา จะติดตามไปก็ตามใจ ถ้าไม่ปรารถนาก็จงอยู่เถิด

Item ๑๘๑๙

ลำดับนั้น พระมหาราชเสด็จดำเนินไปทรงวิงวอนพระสุณิสาว่า แม่มัทรี ผู้มีร่างกายอันชโลมจันทน์ เจ้าอย่าได้ทรงไว้ซึ่งความหมักหมมด้วยละอองธุลีเลย

Item ๑๘๒๐

แม่มัทรีเคยทรงผ้าแคว้นกาสี อย่าได้ทรงผ้าคากรองเลย การอยู่ในป่าเป็นความลำบาก แม่มัทรีผู้มีลักษณะงาม เจ้าอย่าได้ไปเลยนะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๒๑

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ได้กราบทูลพระสัสสุระนั้นว่า ความสุขใดจะพึงมีแก่หม่อมฉันโดยเว้นจากพระเวสสันดร หม่อมฉันไม่พึงปรารถนาความสุขนั้น

Item ๑๘๒๒

พระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ได้ตรัสกับพระนางมัทรีนั้นว่า เชิญฟังก่อนแม่มัทรี สัตว์อันจะรบกวน ยากที่จะอดทนได้ สัตว์เหล่าใดมีอยู่ในป่า

Item ๑๘๒๓

สัตว์เหล่านั้นเป็นอันมาก คือ เหลือบ ตั๊กแตน ยุง และผึ้ง มันจะพึงเบียดเบียนเธอในป่านั้น ความทุกข์อย่างยิ่งนั้นจะพึงมีแก่เธอ

Item ๑๘๒๔

เธอจะต้องได้พบสัตว์ที่น่ากลัวอื่นอีก ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ เช่นงูเหลือม สัตว์ที่ไม่มีพิษ แต่มีกำลังมาก

Item ๑๘๒๕

มันรัดมนุษย์ หรือแม้แต่เนื้อที่มาใกล้ ด้วยขนดแล้วนำมาสู่อำนาจของมัน

Item ๑๘๒๖

แม้เนื้อร้ายอื่นๆ เช่นหมีดำ คนที่มันได้เห็นแล้วหนีขึ้นต้นไม้ก็ไม่พ้น

Item ๑๘๒๗

ควายเปลี่ยวขวิดลับปลายเขาทั้งคู่ให้แหลม เที่ยวไปอยู่ในถิ่นที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำโสตุมพะ

Item ๑๘๒๘

แม่มัทรี เธอเปรียบเสมือนแม่โคนมรักลูก เห็นฝูงเนื้อและโคถึกที่ท่องเที่ยวอยู่ในป่า จักทำอย่างไร

Item ๑๘๒๙

แม่มัทรี เธอได้เห็นลิงทะโมนไพรที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งบังเอิญประจวบเข้าที่หนทางที่เดินได้ยาก ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอันใหญ่หลวง ก็จักมีแก่เธอเพราะไม่รู้จักเขต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๓๐

แม่มัทรี เมื่อเธออยู่ในพระนคร ได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอน ยังสะดุ้งตกใจบ่อยๆ เธอไปถึงเขาวงกตจักทำอย่างไร

Item ๑๘๓๑

เมื่อฝูงนกพากันจับชุมนุมอยู่ในเวลาเที่ยงตรง ป่าใหญ่เหมือนส่งเสียงกระหึ่ม เธอปรารถนาจะไปในป่าใหญ่นั้นทำไม

Item ๑๘๓๒

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้ทรงสิริโฉม ได้กราบทูลคำนี้กับพระเจ้ากรุงสญชัยนั้นว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์ทรงพระกรุณา ตรัสบอกสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่มีอยู่ในป่าแก่หม่อมฉัน หม่อมฉันจักยอมอดทนต่อสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นทั้งหมด หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๓๓

หม่อมฉันจักแหวกต้นเป้ง หญ้าคา หญ้าคมบาง แฝก หญ้าปล้อง และหญ้ามุงกระต่ายไปด้วยอก หม่อมฉันจักไม่เป็นผู้อันพระเวสสันดรนั้นนำไปได้โดยยาก

Item ๑๘๓๔

กุมารีได้สามีด้วยวัตตจริยาเป็นอันมาก คือ ด้วยการอดอาหาร ทรมานท้อง และด้วยการผูกคาดด้วยไม้คางโค

Item ๑๘๓๕

ด้วยการบำเรอไฟ และด้วยการดำน้ำ ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๓๖

ชายใดจับมือหญิงหม้ายนั้นผู้ไม่ปรารถนาฉุดคร่าไป ชายนั้นเป็นผู้ไม่ควรบริโภคของที่เป็นเดนของหญิงหม้ายนั้น ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๓๗

ชายอื่นดูหมิ่นหญิงผู้ไม่มีสามี ให้ทุกข์มากมายมิใช่น้อยแก่หญิงผู้ไม่มีสามีนั้น ด้วยการจับผม เตะ ถีบ ถอง และผลักให้ล้มลงบนพื้นดิน ไม่ยอมหลีกไป ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๓๘

พวกผู้ชายเจ้าชู้ต้องการหญิงหม้ายผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ให้ทรัพย์เล็กน้อยแล้ว ก็เข้าใจว่า ตนเป็นผู้มีโชคดี ย่อมยื้อยุดฉุดกระชากหญิงหม้ายผู้ไม่ปรารถนาจะไป เหมือนฝูงกาพากันรุมทึ้งนกเค้า ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๓๙

อันว่าหญิงหม้าย แม้จะอยู่ในตระกูลญาติ ที่เจริญรุ่งเรืองไปด้วยเครื่องทองสัมฤทธิ์ จะไม่ได้รับคำติเตียนล่วงเกินจากพี่น้องและเพื่อนฝูงเป็นไปไม่ได้ ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๔๐

แม่น้ำที่ไม่มีน้ำก็ดี แว่นแคว้นที่ไม่มีเจ้าครองก็ดี ย่อมไร้ประโยชน์ แม้หญิงหม้ายถึงจะมีพี่น้องตั้ง ๑๐ ก็เหมือนอยู่โดดเดี่ยว ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๔๑

ธงเป็นเครื่องหมายแห่งรถ ควันเป็นเครื่องปรากฏแห่งไฟ พระราชาเป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดิน ภัสดาเป็นศรีสง่าของสตรี ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๔๒

หญิงใดผู้มีเกียรติ เป็นคนขัดสนในเวลาสามีขัดสน เป็นคนมั่งคั่งในเวลาสามีมั่งคั่ง หญิงนั้นแล เทพเจ้าทั้งหลายย่อมสรรเสริญว่า “กระทำสิ่งที่ทำไดัยาก” ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

Item ๑๘๔๓

หม่อมฉันจักบวชติดตามพระสวามีไปทุกเมื่อ ในเมื่อแม้แต่แผ่นดินยังไม่แตกสลายไป ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดของหญิง

Item ๑๘๔๔

หม่อมฉันขาดพระเวสสันดรแล้ว ก็ไม่ปรารถนาแม้แต่แผ่นดินอันมีสาครเป็นขอบเขต ซึ่งมีทรัพย์เครื่องปลื้มใจมากมาย บริบูรณ์ด้วยรัตนะนานัปปการ

Item ๑๘๔๕

หญิงเหล่าใดเมื่อสามีมีทุกข์ ย่อมปรารถนาสุขเพื่อตน หญิงเหล่านั้นเลวทรามแท้ หัวใจของพวกเธอเป็นอย่างไรหนอ

Item ๑๘๔๖

เมื่อพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จออก หม่อมฉันจักขอติดตามพระองค์ไปด้วย เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงประทาน สิ่งที่น่าต้องการทั้งปวงแก่หม่อมฉัน

Item ๑๘๔๗

พระมหาราชได้ตรัสพระดำรัสนี้ กับพระนางมัทรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กายว่า แม่มัทรีผู้มีลักษณะสวยงาม พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา ลูกทั้งหลายเหล่านี้ของเธอยังเป็นเด็ก เจ้าจงฝากฝังไว้แล้วไปเถิด พวกเราจะรับเลี้ยงดูเด็กทั้งหลายนั้นไว้เอง

Item ๑๘๔๘

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ได้กราบทูลพระเจ้าสญชัยนั้นดังนี้ว่า ข้าแต่สมมติเทพ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินาเป็นลูกรักของหม่อมฉัน ลูกทั้ง ๒ นั้นจักชโลมใจหม่อมฉัน ผู้มีชีวิตที่เศร้าโศกให้รื่นรมย์ในป่านั้นได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ทานกัณฑ์

Item ๑๘๔๙

พระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ได้ตรัสกับพระนางมัทรีนั้นว่า เด็กทั้งหลายเคยเสวยข้าวสุกแห่งข้าวสาลีที่ปรุงด้วยเนื้ออันสะอาด เมื่อมาเสวยผลไม้ จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๐

เด็กทั้งหลายเคยเสวยในถาดทองหนักประมาณ ๑๐๐ ปละ เป็นของใช้ประจำราชตระกูล เมื่อต้องมาเสวยในใบไม้ จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๑

เด็กทั้งหลายเคยสวมใส่ผ้าแคว้นกาสี แคว้นโขมะ และแคว้นโกทุมพร เมื่อต้องมาสวมใส่ผ้าคากรอง จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๒

เด็กทั้ง ๒ เคยไปด้วยคานหาม วอ และรถ เมื่อต้องเดินด้วยเท้าเปล่า จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๓

เด็กทั้งหลายเคยนอนในเรือนยอด มีบานหน้าต่างปิดมิดชิด เมื่อต้องมานอนในที่โคนไม้ จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๔

เด็กทั้งหลายเคยนอนบนพรมที่ปูลาดอย่างวิจิตรบนบัลลังก์ เมื่อต้องมานอนที่ลาดด้วยหญ้า จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๕

เด็กทั้งหลายเคยลูบไล้ด้วยกฤษณาและจันทน์หอม เมื่อต้องมาแปดเปื้อนละอองธุลี จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๖

เด็กทั้งหลายเคยดำรงอยู่ในความสุข มีผู้ใช้แส้จามรีและกำหางนกยูงพัดวีให้ ต้องถูกเหลือบและยุงกัด จักทำอย่างไร

Item ๑๘๕๗

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ได้กราบทูลพระเจ้ากรุงสญชัยดังนี้ว่า ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ทรงปริเวทนาการ และอย่าได้เสียพระทัยเลย หม่อมฉันทั้งหลายเป็นอย่างไร เด็กทั้งหลายก็จักเป็นอย่างนั้น @เชิงอรรถ : @ ผ้าทำด้วยหญ้าคา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๘๕๘

พระนางมัทรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย ครั้นกราบทูลดังนี้แล้วก็เสด็จจากไป พระนางผู้มีลักษณะโสภาทรงพาพระโอรสทั้งหลาย เสด็จไปตามทางที่พระเจ้ากรุงสีพีเคยเสด็จไป

Item ๑๘๕๙

ลำดับนั้น พระเวสสันดรผู้เป็นกษัตริย์ ครั้นได้ทรงบริจาคทานแล้วก็ถวายบังคม พระบิดาและพระมารดา และทรงทำประทักษิณ

Item ๑๘๖๐

รีบเสด็จขึ้นทรงรถพระที่นั่งอันเทียมด้วยม้าสินธพ ๔ ตัว ทรงพาพระโอรสและพระชายาเสด็จไปสู่เขาวงกต

Item ๑๘๖๑

ลำดับนั้น พระเวสสันดรเสด็จไป ในสถานที่ที่มีหมู่ชนเป็นอันมากอยู่ ตรัสบอกลาว่า เราจะไปละนะ ขอหมู่ญาติทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีโรคเถิด

Item ๑๘๖๒

เชิญดูเถิดมัทรี ที่ประทับของพระเจ้ากรุงสีพีผู้ประเสริฐ ปรากฏเป็นรูปอันน่ารื่นรมย์ ส่วนตำหนักของเราเป็นดังที่อยู่ของเปรต

Item ๑๘๖๓

พราหมณ์ทั้งหลายได้ตามพระเวสสันดรนั้นไป พวกเขาได้ทูลขอม้ากับพระองค์ พระองค์ถูกขอแล้ว จึงได้ทรงมอบม้า ๔ ตัวให้แก่พราหมณ์ทั้ง ๔ คน

Item ๑๘๖๔

เชิญดูเถิดมัทรี ละมั่งทองปรากฏร่างงดงาม เป็นดังม้าที่ได้รับการฝึกมาดีแล้ว นำเราไป

Item ๑๘๖๕

ต่อมา พราหมณ์คนที่ ๕ ในป่านั้น ได้มาทูลขอราชรถกับพระองค์ พระองค์ถูกขอแล้ว ก็ทรงพระราชทานราชรถนั้นให้แก่เขา และพระองค์มิได้มีพระทัยท้อแท้เลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๘๖๖

ลำดับนั้น พระเวสสันดรรับสั่งให้คนของพระองค์ลงแล้ว ทรงพอพระทัยมอบรถม้าพระที่นั่ง ให้แก่พราหมณ์ผู้แสวงหาทรัพย์ไป

Item ๑๘๖๗

มัทรี เธอจงอุ้มแม่กัณหาผู้เป็นน้องนี้ซึ่งเบากว่า ส่วนพี่จักอุ้มพ่อชาลี เพราะเธอเป็นพี่คงจะหนักกว่า (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๘๖๘

พระราชาทรงอุ้มพระกุมาร ส่วนพระนางมัทรีราชบุตรีทรงอุ้มทาริกา ทรงยินดีร่วมกัน ทั้งตรัสปราศรัยคำอันไพเราะ กับกันและกันดำเนินไป กัณฑ์ทานกัณฑ์ จบ กัณฑ์วนปเวสน์ (พระศาสดาตรัสเนื้อความที่พระเวสสันดรตรัสกับพระนางมัทรีว่า)

Item ๑๘๖๙

ถ้ามนุษย์บางคนเดินไปตามทาง หรือเดินสวนทางมา เราจะได้ถามทางกับพวกเขาว่า เขาวงกตอยู่ที่ไหน

Item ๑๘๗๐

พวกเขาพบเราในระหว่างทางนั้น ต่างก็พากันคร่ำครวญอย่างน่าสงสาร ทุกข์ระทมตอบเราว่า เขาวงกตยังอยู่อีกไกล (พระศาสดาตรัสเนื้อความนี้ว่า)

Item ๑๘๗๑

ถ้าทารกทั้งหลาย ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ที่มีผลในป่าใหญ่ ต่างก็ทรงกันแสง เพราะเหตุแห่งผลไม้เหล่านั้น

Item ๑๘๗๒

หมู่ไม้สูงใหญ่ดังจะเห็นทารกทรงพระกันแสง จึงโน้มกิ่งลงมาเอง จนใกล้จะถึงทารกทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๘๗๓

พระนางมัทรีผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กาย เห็นเหตุอัศจรรย์ไม่เคยมีมา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดขนพองสยองเกล้านี้แล้ว จึงกล่าวสาธุการว่า

Item ๑๘๗๔

เหตุอันน่าอัศจรรย์หนอ ไม่เคยมีมาในโลก เป็นเหตุให้เกิดขนพองสยองเกล้า ด้วยเดชแห่งพระเวสสันดร ต้นไม้จึงโน้มกิ่งลงมา

Item ๑๘๗๕

ทวยเทพทั้งหลายต่างก็ได้มาช่วยย่นทางเข้า ให้กษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์เสด็จถึงเจตราชได้ โดยใช้เวลาเสด็จเพียงวันเดียว เพื่ออนุเคราะห์ทารกทั้งหลาย

Item ๑๘๗๖

กษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์นั้นทรงดำเนินไปสิ้นทางไกล เสด็จถึงเจตราชซึ่งเป็นชนบทที่เจริญมั่งคั่ง มีเนื้อและข้าวอย่างดีเป็นอันมาก (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๘๗๗

ชาวนครเจตราชเห็นพระนางมัทรี ผู้มีลักษณะสวยงามเสด็จมา ก็ห้อมล้อมแห่แหนด้วยกล่าวกันว่า พระแม่เจ้าเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติหนอ ดำเนินมาด้วยพระบาทเปล่า

Item ๑๘๗๘

เคยทรงราชยานคานหามและราชรถ วันนี้ พระนางมัทรีต้องดำเนินด้วยพระบาทเปล่าในป่า

Item ๑๘๗๙

พระยาเจตราชทั้งหลายได้เห็นพระเวสสันดร ต่างก็ทรงกันแสงเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า ข้าแต่สมมติเทพ พระองค์ทรงพระสำราญ ปราศจากโรคาพาธหรือ พระองค์ไม่มีทุกข์หรือ พระราชบิดาของพระองค์หาพระโรคาพาธมิได้หรือ ชาวกรุงสีพีก็ไม่มีโรคหรอกหรือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๘๘๐

ข้าแต่มหาราช พลนิกายของพระองค์อยู่ที่ไหน กระบวนรถของพระองค์อยู่ที่ไหน พระองค์ไม่มีม้าทรง ไม่มีรถทรง ทรงดำเนินมาสิ้นทางแสนไกล ถูกพวกอมิตรย่ำยีหรือ จึงเสด็จมาถึงทิศนี้ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๘๘๑

สหายทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีความสุขไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง พระราชบิดาของข้าพเจ้าก็ทรงปราศจากพระโรค และชาวกรุงสีพีก็ไม่มีโรคเบียดเบียน

Item ๑๘๘๒

เพราะข้าพเจ้าได้ให้พญากุญชรมีงาดุจงอนไถ แกล้วกล้าสามารถรู้จักเขตแห่งการรบทั้งปวง เผือกผ่องประเสริฐสุด

Item ๑๘๘๓

คลุมด้วยผ้ากัมพลเหลือง ซับมัน อาจย่ำยีศัตรูได้ มีงาน่าชอบใจ เผือกผ่องดังภูเขาไกรลาส พร้อมทั้งพัดวาลวีชนี

Item ๑๘๘๔

ทำไม พระเวสสันดรจึงได้พระราชทาน พญาช้างราชพาหนะซึ่งเป็นยานชั้นเลิศ เป็นทรัพย์อย่างประเสริฐพร้อมทั้งฉัตรขาว เครื่องลาด หมอช้าง และคนเลี้ยงช้างแก่พวกพราหมณ์

Item ๑๘๘๕

เพราะเหตุนั้น ชาวกรุงสีพีจึงพากันโกรธเคืองข้าพเจ้า ทั้งพระบิดาก็ทรงกริ้วขับไล่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปเขาวงกต สหายทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงทราบโอกาสซึ่งเป็นที่อยู่ในป่าของข้าพเจ้าเถิด (พระยาเจตราชกราบทูลว่า)

Item ๑๘๘๖

ข้าแต่มหาราช พระองค์เสด็จมาดี มิได้เสด็จมาร้าย พระองค์ผู้ทรงเป็นใหญ่เสด็จมาถึงแล้ว ขอพระองค์ตรัสบอกพระประสงค์สิ่งที่มีอยู่ในเมืองนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๘๘๗

ข้าแต่มหาราช ขอเชิญพระองค์เสวยสุธาโภชนาหาร ข้าวสาลี ผักดอง เหง้ามัน น้ำผึ้ง และเนื้อเถิด พระองค์เป็นแขกที่ข้าพระองค์ทั้งหลายสมควรต้อนรับ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๘๘๘

สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายให้แล้ว ขอสิ่งนั้นทั้งหมดจงเป็นอันเราได้รับไว้แล้วเถิด บรรณาการเป็นอันท่านทั้งหลายได้ทำแล้วทุกอย่าง พระราชาทรงพิโรธข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปยังเขาวงกต สหายทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงทราบ โอกาสซึ่งเป็นที่อยู่ในป่าของข้าพเจ้าเถิด (พระยาเจตราชกราบทูลว่า)

Item ๑๘๘๙

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ ขอเชิญพระองค์เสด็จประทับ ณ เจตราชนี้ก่อนเถิด จนกว่าชาวเจตราชจักไปเฝ้าพระเจ้ากรุงสีพีเพื่อทูลขอถึงพระราชสำนัก

Item ๑๘๙๐

เพื่อทูลขอพระมหาราชผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทรงอภัยโทษให้ชาวเจตราชได้ที่พึ่งแล้ว มีความปรีดาแห่แหนแวดล้อมพระองค์ไป ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๘๙๑

ท่านทั้งหลายอย่าได้ชอบใจเลย การไปทูลขอถึงพระราชสำนักเพื่อให้พระราชาทรงอภัยโทษให้ แม้แต่พระราชาก็ไม่ทรงเป็นใหญ่ในเรื่องนี้

Item ๑๘๙๒

เพราะถ้าชาวกรุงสีพีพร้อมทั้งพลนิกาย และชาวนิคมโกรธเคืองยิ่งแล้ว ก็ปรารถนาจะกำจัดพระราชาเสียเพราะสาเหตุแห่งเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์ (พระยาเจตราชกราบทูลว่า)

Item ๑๘๙๓

ข้าแต่พระองค์ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ ถ้าเหตุการณ์นี้ในรัฐนั้นเป็นไปเช่นนี้ ขอพระองค์ทรงมี ชาวเจตราชแวดล้อมเสด็จครองราชสมบัติในรัฐนี้เถิด

Item ๑๘๙๔

รัฐนี้มั่งคั่งสมบูรณ์ ชนบทก็มั่งคั่งกว้างใหญ่ ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ทรงตกลงพระทัยครองราชสมบัติเถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๑๘๙๕

ข้าพเจ้าไม่มีความพอใจ ไม่ตกลงใจที่จะครองราชสมบัติ บุตรแห่งชาวเจตราชทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า ผู้ถูกขับไล่จากแคว้นเถิด

Item ๑๘๙๖

ชาวกรุงสีพี พลนิกาย และชาวนิคมคงไม่ยินดีว่า ชาวเจตราชได้ราชาภิเษกข้าพเจ้าผู้ถูกขับไล่จากแคว้น

Item ๑๘๙๗

แม้ความไม่เบิกบานใจจะพึงมีแก่ท่านทั้งหลาย เพราะเหตุแห่งข้าพเจ้าแน่นอน อนึ่ง ข้าพเจ้าไม่ชอบใจความบาดหมางใจ และความทะเลาะกับชาวกรุงสีพีเลย

Item ๑๘๙๘

มิใช่แต่เท่านั้น ความบาดหมางใจจะพึงรุนแรงขึ้น สงครามใหญ่ก็อาจจะมีได้ คนเป็นจำนวนมากก็จะฆ่าฟันกันเอง เพราะเหตุแห่งข้าพเจ้าผู้เดียว

Item ๑๘๙๙

สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายให้แล้ว ขอสิ่งนั้นทั้งหมดจงเป็นอันข้าพเจ้ารับไว้แล้วเถิด บรรณาการเป็นอันท่านทั้งหลายได้ทำแล้วทุกอย่าง พระราชาทรงพิโรธข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปยังเขาวงกต สหายทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงทราบ โอกาสซึ่งเป็นที่อยู่ในป่าของข้าพเจ้าเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์ (ชาวเจตราชกราบทูลว่า)

Item ๑๙๐๐

เชิญเถิด ราชฤๅษีทั้งหลายผู้ทรงบูชาไฟ มีพระทัยตั้งมั่นประทับอยู่ ณ ประเทศใด ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจักกราบทูลประเทศนั้น ขอให้ทรงทราบเหมือนอย่างผู้ฉลาดในหนทางฉะนั้นเถิด

Item ๑๙๐๑

ข้าแต่มหาราช โน่น ภูเขาคันธมาทน์ที่เป็นศิลาล้วน ซึ่งเป็นสถานที่ประทับอยู่ของพระองค์ พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายและพระชายา

Item ๑๙๐๒

พระยาเจตราชทั้งหลายต่างก็ทรงกันแสง มีพระเนตรนองด้วยพระอัสสุชล กราบทูลพระเวสสันดรให้ทรงทราบว่า ข้าแต่มหาราช จากนี้ไป ขอเชิญพระองค์ทรงบ่ายพระพักตร์ ตรงไปทางทิศเหนือเถิด

Item ๑๙๐๓

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ต่อจากนั้น พระองค์จักทรงทอดพระเนตรเห็นภูเขาเวปุลละ ซึ่งดารดาษไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ มีเงาร่มเย็น น่ารื่นรมย์ใจ

Item ๑๙๐๔

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ พระองค์เสด็จเลยภูเขาเวปุลละนั้นไป จากนั้นก็จะทอดพระเนตรเห็นแม่น้ำเกตุมดี ซึ่งเป็นแม่น้ำลึก ไหลมาจากซอกเขา

Item ๑๙๐๕

เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงปลามากมาย มีท่าน้ำราบเรียบดี มีน้ำมาก พระองค์จะได้สรงสนานและเสวย ณ ที่นั้น ปลุกปลอบพระโอรสและพระชายาให้สำราญพระทัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์วนปเวสน์

Item ๑๙๐๖

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ต่อจากนั้นไป พระองค์จักทอดพระเนตรเห็นต้นไทร ที่มีผลหวาน มีร่มเงาเยือกเย็น เป็นที่รื่นรมย์ใจ ซึ่งเกิดอยู่บนยอดเขาอันน่ารื่นรมย์

Item ๑๙๐๗

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ถัดจากนั้นไป พระองค์จักทอดพระเนตรเห็นภูเขานาลิกะซึ่งเป็นศิลาล้วน คลาคล่ำไปด้วยฝูงนกนานาพันธุ์และหมู่กินนร

Item ๑๙๐๘

ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือแห่งภูเขานาลิกะนั้น มีสระมุจลินท์ที่ดารดาษไปด้วยดอกบุณฑริก ดอกอุบลขาว และดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม

Item ๑๙๐๙

ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปยังไพรสณฑ์วนสถาน อันเขียวชะอุ่มดังเมฆอยู่เป็นนิตย์ สะพรั่งไปด้วยไม้ดอก และไม้ผลทั้ง ๒ เหมือนพญาราชสีห์ที่มุ่งเหยื่อ

Item ๑๙๑๐

ในไพรสณฑ์นั้น มีฝูงนกมากมาย ส่งเสียงขันคูกู่ร้องก้องไพเราะ ประสานเสียงกู่ร้องอยู่อึงมี่ บนต้นไม้ที่ผลิดอกออกช่อตามฤดูกาล

Item ๑๙๑๑

พระองค์เสด็จดำเนินถึงซอกเขาซึ่งเป็นทางเดินลำบาก และเป็นต้นของแม่น้ำทั้งหลาย จะได้ทอดพระเนตรเห็น สระโบกขรณีอันสะพรั่งไปด้วยไม้กุ่มและไม้รกฟ้า

Item ๑๙๑๒

เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงปลามากมาย มีท่าน้ำงาม ราบเรียบดี มีน้ำมาก เต็มเปี่ยมอยู่สม่ำเสมอ เป็นสระสี่เหลี่ยม มีน้ำอร่อย ปราศจากกลิ่นเหม็น

Item ๑๙๑๓

ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือแห่งสระโบกขรณีนั้น พระองค์ได้ทรงสร้างบรรณศาลา ครั้นแล้วพึงทรงบำเพ็ญเพียรเลี้ยงพระชนมชีพ ด้วยการเที่ยวแสวงหามูลผลาหารอยู่เถิด กัณฑ์วนปเวสน์ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก กัณฑ์ชูชก (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสว่า)

Item ๑๙๑๔

ได้มีพราหมณ์ชื่อชูชก ซึ่งอยู่ประจำในแคว้นกาลิงคะ เขามีภรรยาสาวชื่ออมิตตตาปนา

Item ๑๙๑๕

ถูกพวกหญิงในหมู่บ้านนั้นที่พากันไปตักน้ำที่ท่าน้ำ ต่างแตกตื่นกันมารุมด่าอย่างอึงมี่ว่า

Item ๑๙๑๖

มารดาของเจ้าคงเป็นศัตรูแน่นอน บิดาของเจ้าก็คงเป็นศัตรูแน่ จึงได้พากันยกเจ้า ที่ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๑๗

ไม่เกื้อกูลเลยหนอ พวกญาติของเจ้าแอบไปปรึกษากันลับๆ ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๑๘

พวกญาติของเจ้าเป็นศัตรูหนอ ได้พากันแอบไปปรึกษากันลับๆ ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๑๙

เป็นความชั่วจริงหนอ ที่พวกญาติของเจ้าได้แอบไปปรึกษากันลับๆ ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๒๐

เป็นความเลวทรามจริงหนอ ที่พวกญาติของเจ้าได้แอบไปปรึกษากันลับๆ ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๒๑

เป็นที่น่าเสียใจหนอ ที่พวกญาติของเจ้าได้แอบไปปรึกษาลับๆ ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก

Item ๑๙๒๒

เจ้าคงไม่พอใจอยู่กับผัวแก่ การที่เจ้าอยู่ในเรือนของพราหมณ์เฒ่า เจ้าตายเสียยังดีกว่าอยู่

Item ๑๙๒๓

แม่คนงามสุดสวย มารดาและบิดาของเจ้า คงหาชายอื่นมาให้เป็นผัวเจ้าไม่ได้แน่ จึงยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๒๔

ในดิถีที่ ๙ เจ้าคงจักบูชายัญไว้ไม่ดี คงจักไม่ได้ทำการบูชาไฟ มารดาและบิดาของเจ้าจึงยกเจ้า ผู้ยังเป็นสาวแรกรุ่นให้แก่พราหมณ์เฒ่าอย่างนี้

Item ๑๙๒๕

เจ้าคงสาปแช่งสมณะและพราหมณ์ ผู้มีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า ผู้มีศีล เป็นพหูสูตในโลกแน่ เจ้าจึงได้มาอยู่ในเรือนของพราหมณ์เฒ่า แต่ยังเป็นสาวแรกรุ่นอย่างนี้

Item ๑๙๒๖

การถูกงูกัดก็ไม่เป็นทุกข์ การถูกแทงด้วยหอกก็ไม่เป็นทุกข์ การได้เห็นผัวแก่นั้นแหละเป็นทุกข์หนักหนา

Item ๑๙๒๗

การเล่นหัวกับผัวแก่ก็ไม่มี การรื่นรมย์กับผัวแก่ก็ไม่มี การสนทนาปราศรัยกับผัวแก่ก็ไม่มี แม้แต่การซิกซี้ก็ไม่งาม

Item ๑๙๒๘

แต่เมื่อใด ผัวหนุ่มเมียสาวเล่นเย้าหยอกกันอยู่ในที่ลับ เมื่อนั้น ความเศร้าโศกทุกอย่าง ที่เสียดแทงหัวใจอยู่ ก็หายไปสิ้น

Item ๑๙๒๙

เจ้ายังเป็นสาวรูปงาม พวกชายหนุ่มปรารถนายิ่งนัก เจ้าจงไปอยู่อาศัยในตระกูลญาติเถิด คนแก่จักทำให้เจ้ารื่นรมย์ได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก (นางอมิตตตาปนากล่าวว่า)

Item ๑๙๓๐

พราหมณ์ ฉันจักไม่ไปตักน้ำที่ท่าน้ำเพื่อท่านต่อไปอีก เพราะพวกหญิงชาวบ้านมันรุมกันด่าฉัน เหตุที่ท่านเป็นคนแก่ (ชูชกปลอบว่า)

Item ๑๙๓๑

เธออย่าได้ทำการงานเพื่อฉัน อย่าได้ตักน้ำมาเพื่อฉัน ฉันจักตักน้ำเอง แม่มหาจำเริญ เธออย่าได้โกรธเคืองฉัน (นางอมิตตตาปนาตอบว่า)

Item ๑๙๓๒

ฉันมิได้เกิดในตระกูลที่จะใช้สามีตักน้ำ พราหมณ์ ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ฉันจักไม่อยู่ในเรือนของท่าน

Item ๑๙๓๓

พราหมณ์ ถ้าท่านจักไม่นำทาสหรือทาสีมาให้ฉัน ท่านจงทราบอย่างนี้ว่า ฉันจักไม่อยู่ในสำนักของท่าน (ชูชกกล่าวว่า)

Item ๑๙๓๔

พราหมณี ศิลปกรรมหรือทรัพย์ และข้าวเปลือกของฉันไม่มีที่ไหน ฉันจักนำทาสหรือทาสีมาให้แก่เธอผู้เจริญได้ ฉันจักอุปถัมภ์บำรุงเธอ เธออย่าได้โกรธเคืองเลย (นางอมิตตตาปนาตอบว่า)

Item ๑๙๓๕

มาเถิด ฉันจักบอกแก่ท่านตามที่ฉันได้ฟังมา โน่นพระราชาเวสสันดรประทับอยู่ที่เขาวงกต

Item ๑๙๓๖

พราหมณ์ ท่านจงไปทูลขอทาสและทาสี กับพระองค์เถิด เมื่อท่านทูลขอแล้ว พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์จักพระราชทานทาสและทาสีให้แก่ท่าน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก (ชูชกกล่าวว่า)

Item ๑๙๓๗

นางผู้เจริญ ฉันแก่แล้วเป็นคนทุพพลภาพ ทั้งหนทางก็แสนไกล เดินไปได้แสนยาก เธออย่าได้พิไรรำพัน อย่าได้เสียใจ ฉันจักอุปถัมภ์บำรุงเธอ เธออย่าได้โกรธเคืองเลย (นางอมิตตตาปนาพูดว่า)

Item ๑๙๓๘

คนขลาดยังไม่ทันถึงสนามรบ ยังไม่ทันได้รบก็ยอมแพ้ฉันใด พราหมณ์ ท่านยังไม่ทันได้ไป ก็ยอมแพ้เสียแล้วก็ฉันนั้นเหมือนกัน

Item ๑๙๓๙

พราหมณ์ ถ้าท่านจักไม่นำทาสหรือทาสีมาให้ฉัน ท่านจงทราบอย่างนี้ว่า ฉันจักไม่อยู่ในเรือนของท่าน จักทำการที่ไม่พอใจให้แก่ท่าน ข้อนั้นจักเป็นทุกข์แก่ท่าน

Item ๑๙๔๐

ในคราวมหรสพซึ่งมีในต้นฤดูนักขัตฤกษ์ ท่านจักได้เห็นฉันแต่งตัวสวยงาม รื่นรมย์อยู่กับชายอื่น ข้อนั้นจักเป็นทุกข์แก่ท่าน

Item ๑๙๔๑

พราหมณ์ เมื่อท่านที่เป็นคนแก่รำพันอยู่ เพราะไม่เห็นฉัน ร่างกายที่งอก็จักงอยิ่งขึ้น และผมที่หงอกก็จักหงอกมากขึ้น (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๙๔๒

ลำดับนั้น พราหมณ์นั้นตกใจกลัว ตกอยู่ในอำนาจของนางพราหมณี ถูกกามราคะบีบคั้น ได้กล่าวกับนางพราหมณีว่า

Item ๑๙๔๓

พราหมณี เธอจงทำเสบียงเดินทางให้ฉัน ทั้งขนมงา ขนมเทียน สัตตุก้อน สัตตุผง และข้าวผอก เธอจงจัดให้ดี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก

Item ๑๙๔๔

ฉันจักนำพระกุมารทั้ง ๒ มาให้เป็นทาส พระกุมารทั้ง ๒ องค์นั้นเป็นผู้ไม่เกียจคร้าน จักปรนนิบัติเธอทั้งกลางคืนและกลางวัน

Item ๑๙๔๕

พราหมณ์ชูชกผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพรหม ครั้นกล่าวดังนี้แล้ว ก็สวมรองเท้า พร่ำสั่งเสียต่อไป ทำประทักษิณภรรยาแล้ว

Item ๑๙๔๖

พราหมณ์นั้นสมาทานวัตร มีน้ำตานองหน้า หลีกไปยังนครอันเจริญรุ่งเรืองของชาวกรุงสีพี เที่ยวไปแสวงหาทาส

Item ๑๙๔๗

พราหมณ์ชูชกนั้นไปในเมืองนั้นแล้ว ได้ถามชนทั้งหลายผู้มาประชุมกันอยู่ในที่นั้นว่า พระราชาเวสสันดรประทับอยู่ที่ไหน เราจะไปเฝ้าพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ได้ที่ไหน

Item ๑๙๔๘

ชนเหล่านั้นผู้มาประชุมกัน ณ ที่นั้น ได้ตอบพราหมณ์ชูชกนั้นไปว่า พราหมณ์ พระเวสสันดรบรมกษัตริย์ ถูกพวกท่านเบียดเบียน เพราะทรงบริจาคทานมากเกินไป จึงถูกขับไล่ไปจากแคว้นของพระองค์ บัดนี้ ประทับอยู่ ณ เขาวงกต

Item ๑๙๔๙

พราหมณ์ พระเวสสันดรผู้เป็นกษัตริย์ ถูกพวกท่านเบียดเบียน เพราะทรงบริจาคทานมากเกินไป จึงทรงพาพระโอรสและพระชายา ไปประทับอยู่ ณ เขาวงกต

Item ๑๙๕๐

พราหมณ์ชูชกนั้นเป็นผู้มีความติดใจในกาม ถูกนางพราหมณีอมิตตตาตักเตือน จึงได้เสวยทุกข์เป็นอันมากในป่าที่มีสัตว์ร้ายพลุกพล่าน เป็นที่อาศัยอยู่ของแรดและเสือเหลือง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก

Item ๑๙๕๑

แกถือไม้เท้าสีเหมือนผลมะตูม เครื่องบูชาไฟ และเต้าน้ำ เข้าไปสู่ป่าใหญ่ ในที่ที่จะได้ทราบข่าว พระเวสสันดรผู้ประทานสิ่งที่น่าใคร่

Item ๑๙๕๒

เมื่อแกเข้าไปยังป่าใหญ่ ถูกฝูงสุนัขรุมล้อมกัด แกร้องเสียงหลง เดินผิดทางถอยห่างออกไปจากทาง

Item ๑๙๕๓

ลำดับนั้น พราหมณ์นั้นผู้โลภในโภคะ ไม่สำรวม เดินผิดทางที่จะไปยังเขาวงกต ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

Item ๑๙๕๔

ใครเล่าจะพึงบอกพระราชบุตร พระนามว่าเวสสันดรผู้ประเสริฐสุด ทรงชนะความตระหนี่ที่ใครๆ ให้แพ้ไม่ได้ ประทานความปลอดภัยในเวลามีภัยแก่เรา

Item ๑๙๕๕

พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งของพวกยาจก เหมือนธรณีเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราชผู้เปรียบดังธรณีแก่เราได้

Item ๑๙๕๖

พระองค์ทรงเป็นที่เข้าเฝ้าของพวกยาจก เหมือนสาครเป็นที่ไหลรวมแห่งแม่น้ำทั้งหลาย ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราชผู้เปรียบดังทะเลแก่เราได้

Item ๑๙๕๗

ใครจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนห้วงน้ำมีท่าสวยงาม สะอาด มีน้ำเยือกเย็นเป็นที่รื่นรมย์ใจ ดารดาษไปด้วยดอกบุณฑริก สะพรั่งไปด้วยเกสรดอกบัวแก่เราได้

Item ๑๙๕๘

ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นโพธิ์ที่เกิดอยู่ริมทาง มีร่มเงาเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พำนักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก

Item ๑๙๕๙

ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นไทรที่เกิดอยู่ริมทาง มีร่มเงาเยือกเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พำนักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้

Item ๑๙๖๐

ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นมะม่วงที่เกิดอยู่ริมทาง ที่มีร่มเงาเยือกเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พำนักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้

Item ๑๙๖๑

ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นสาละที่มีร่มเงาเยือกเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พำนักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้

Item ๑๙๖๒

ใครเล่าจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เกิดอยู่ริมทาง มีร่มเงาเยือกเย็น เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พำนักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้

Item ๑๙๖๓

ก็เมื่อเราเข้าไปในป่าใหญ่ เพ้อรำพันอยู่อย่างนี้ ผู้ใดพึงบอกว่า เรารู้จัก ผู้นั้นจะพึงทำความเพลิดเพลินให้เกิดแก่เราได้

Item ๑๙๖๔

ก็เมื่อเราเข้าไปในป่าใหญ่ เพ้อรำพันอยู่อย่างนี้ ผู้ใดพึงบอกสถานที่ประทับอยู่ ของพระเวสสันดรได้ว่า เรารู้จัก ผู้นั้นพึงประสบบุญมิใช่น้อยด้วยคำคำเดียวนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ชูชก (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๑๙๖๕

เจตบุตรพรานป่าได้ตอบพราหมณ์ชูชกว่า พราหมณ์ พระเวสสันดรผู้เป็นกษัตริย์ถูกพวกท่านรบกวน เพราะทรงบริจาคทานมากเกินไป จึงถูกขับไล่ออกจากแคว้น ของพระองค์ไปประทับอยู่ที่เขาวงกต

Item ๑๙๖๖

พราหมณ์ พระเวสสันดรผู้เป็นกษัตริย์ถูกพวกท่านรบกวน เพราะทรงบริจาคทานมากเกินไป จึงทรงพาพระโอรส และพระชายาไปประทับอยู่ที่เขาวงกต

Item ๑๙๖๗

ท่านเป็นคนโง่เขลา ทำสิ่งที่ไม่น่าทำ จากแคว้นมาป่าใหญ่ เที่ยวแสวงหาพระราชบุตร เหมือนนกยางเที่ยวเสาะหาปลาในน้ำ

Item ๑๙๖๘

พราหมณ์ ณ ที่นี้ เราจักไม่ให้ท่านมีชีวิตอยู่ได้ ลูกศรที่เรายิงนี้แหละจักดูดกินโลหิตของท่าน

Item ๑๙๖๙

พราหมณ์ เราจะตัดศีรษะของท่าน ผ่าหัวใจพร้อมด้วยไส้พุง บูชายัญชื่อปันถสกุณะ พร้อมด้วยเนื้อของท่าน

Item ๑๙๗๐

พราหมณ์ เราจะเชือดเฉือนเอาหัวใจของท่าน พร้อมด้วยเนื้อ มันข้น และมันสมองของท่าน ยกขึ้นเป็นเครื่องบวงสรวง

Item ๑๙๗๑

พราหมณ์ ข้อนั้นจักเป็นยัญที่เราบูชาดีแล้ว บวงสรวงดีแล้ว ด้วยเนื้อของท่าน และท่านจักนำพระชายาและพระโอรสทั้งหลาย ของพระราชบุตรไปไม่ได้ @เชิงอรรถ : @ ปันถสกุณะ หมายถึงการฆ่าแล้วผ่าเนื้อหัวใจควักออกมาพร้อมด้วยตับ ไต และลำไส้ แล้วบูชายัญแก่ @เทวดาประจำทาง (คล้ายการฆ่านกแล้วย่างไฟบูชา) (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๙๖๙/๓๙๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) จูฬวนวัณณนา (ชูชกโกหกว่า)

Item ๑๙๗๒

เจตบุตร ท่านจงฟังเราก่อน พราหมณ์ผู้เป็นทูตไม่ควรถูกฆ่า เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่ฆ่าทูต นี้เป็นธรรมอันเก่าแก่

Item ๑๙๗๓

ชาวกรุงสีพีทุกคนตกลงยินยอมแล้ว พระบิดาก็ทรงพระประสงค์จะพบพระราชบุตรนั้น และพระมารดาของพระราชบุตรนั้นก็ทรงทุพพลภาพ คงไม่นานนัก พระเนตรทั้ง ๒ ของพระองค์ก็จักขุ่นมัว

Item ๑๙๗๔

เจตบุตร ท่านจงฟังเราก่อน เราเป็นทูตที่พวกชาวกรุงสีพีนั้นส่งมา เราจักทูลเชิญพระราชบุตรเสด็จกลับ ถ้าท่านรู้ขอได้บอกทางแก่เราเถิด (พรานเจตบุตรกล่าวว่า) ท่านเป็นทูตที่โปรดปรานของพระเวสสันดรผู้เป็นที่รักของเรา เราจะให้รางวัลแก่ท่าน

Item ๑๙๗๕

พราหมณ์ เราจะให้น้ำเต้า และขาเนื้ออย่างดีแก่ท่าน และจะบอกสถานที่ประทับอยู่ของพระเวสสันดร ผู้ให้สิ่งที่น่าใคร่แก่ท่าน กัณฑ์ชูชก จบ จูฬวนวัณณนา พรรณนากัณฑ์จุลพน (พรานเจตบุตรกล่าวว่า)

Item ๑๙๗๖

มหาพราหมณ์ นั่นภูเขาคันธมาทย์ศิลาล้วน ซึ่งเป็นที่ประทับอยู่ของพระเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายและพระชายา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) จูฬวนวัณณนา

Item ๑๙๗๗

พระองค์ทรงเพศนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา ทรงนุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือแผ่นดินและทรงบูชาไฟอยู่

Item ๑๙๗๘

ทิวไม้เขียวนั้นมีผลหลากหลาย และภูผาสูงยอดเสียดเมฆเขียวชะอุ่ม นั่นแลเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยดอกอัญชัน

Item ๑๙๗๙

นั่นหมู่ไม้ตะแบก หูกวาง ไม้ตะเคียน ไม้รัง ไม้สะคร้อ และย่านทราย อ่อนไหวไปตามลม เหมือนมาณพดื่มสุราครั้งเดียวก็ซวนเซไปมาอยู่

Item ๑๙๘๐

ท่านจะได้ยินเสียงนกนานาชนิด ที่จับอยู่บนกิ่งไม้ดุจทิพยสังคีต คือ เหล่านกโพระดก นกดุเหว่า ส่งเสียงขันคูกู่ร้อง บินขวักไขว่ไปมาจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง

Item ๑๙๘๑

ทั้งหมู่ไม้ที่ต้องลมพัดสะบัดกิ่งใบไหวพลิ้วเสียดสีกันไปมา เหมือนจะเรียกคนผู้กำลังเดินไปให้หวนกลับมา และเหมือนจะเชิญชวนเหล่าชนผู้กำลังเดินผ่านมา ให้ชื่นชมรื่นรมย์พักผ่อน ณ สถานที่ที่พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายประทับอยู่

Item ๑๙๘๒

พระองค์ทรงเพศเป็นบรรพชิตอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา ทรงนุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือแผ่นดินและทรงบูชาไฟอยู่

Item ๑๙๘๓

ในบริเวณอาศรมสถานนั้นมีไม้มะม่วง มะขวิด ขนุน ไม้รัง ชมพู่ สมอพิเภก สมอไทย มะขามป้อม โพธิ และพุทรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) จูฬวนวัณณนา

Item ๑๙๘๔

ทั้งมะพลับทอง ไทร มะขวิด มะซางหวาน และมะเดื่อ มีผลสุกแดงปลั่งอยู่ในที่ต่ำ

Item ๑๙๘๕

หมู่ไม้ที่มองเห็น ณ เชิงเขาปาเรวตะ ผลองุ่น ผลจันทน์มีรสหวานเหมือนน้ำผึ้ง รวงผึ้งที่ปราศจากตัวผึ้ง คนเอื้อมมือนำมาบริโภคได้เองในอาศรมนั้น

Item ๑๙๘๖

ต้นมะม่วงบางต้นก็ผลิดอกออกช่อแย้มบาน บางต้นมีดอกและใบร่วงหล่น ผลิผลดาษดื่น บางผลดิบ บางผลสุก ผลมะม่วงทั้งดิบและสุก มีสีคล้ายหลังกบ

Item ๑๙๘๗

อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้น คนที่ยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงเหล่านั้นก็เก็บเอาผลมะม่วงสุกได้ ผลมะม่วงทั้งดิบและสุกมีสีสวยงาม กลิ่นหอม และมีรสอร่อย

Item ๑๙๘๘

สิ่งที่ว่ามาทั้งนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับข้าพเจ้าออกอุทานว่า อือ ที่ประทับอยู่ของพระเวสสันดรนั้น เหมือนกับที่อยู่ของพวกเทวดา งดงามเปรียบด้วยพระอุทยานนันทวัน

Item ๑๙๘๙

มีต้นตาล ต้นมะพร้าว และต้นอินทผาลัมอยู่ในป่าใหญ่ มีดอกสีหลากหลายเหมือนพวงดอกไม้ ที่เขาร้อยไว้บนต้นไม้ที่มีดอกบานสะพรั่ง ต้นไม้เหล่านั้น ย่อมปรากฏดังยอดธงชัย เหมือนดวงดาวประดับฟ้า

Item ๑๙๙๐

ในบริเวณอาศรมนั้นมีหมู่ไม้นานาพันธุ์ คือ ไม้โมกมัน โกฐสะค้าน แคฝอย บุนนาค บุนนาคเขา และไม้ซึก มีดอกบานสะพรั่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) จูฬวนวัณณนา

Item ๑๙๙๑

อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้นมีต้นราชพฤกษ์ มะเกลือ กฤษณา รักดำ ไทรใหญ่ หงอนไก่ และประดู่ เป็นอันมาก มีดอกบานสะพรั่ง

Item ๑๙๙๒

ในบริเวณอาศรมนั้นมีไม้โมกหลวง ไม้สน ไม้กระทุ่ม ไม้ช่อ ไม้ตะแบก และไม้รัง ล้วนมีดอกบานสะพรั่ง เป็นพุ่มเหมือนลอมฟาง

Item ๑๙๙๓

ในที่ไม่ไกลจากอาศรมนั้น มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ ดารดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล เหมือนสระโบกขรณีที่อยู่ในอุทยานนันทวันของเหล่าเทวดา

Item ๑๙๙๔

อนึ่ง ณ ที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น มีฝูงนกดุเหว่าเมารสดอกไม้ ส่งเสียงร้องไพเราะจับใจ ทำให้ป่าใหญ่ดังอึกทึกกึกก้อง เมื่อหมู่ไม้ผลิดอกออกช่อเบ่งบานตามฤดูกาล

Item ๑๙๙๕

รสหวานปานน้ำผึ้งพลัดร่วงลงจากเกสรดอกไม้ มาติดค้างอยู่บนใบบัว จึงชื่อว่าน้ำผึ้งใบบัว อนึ่ง อาศรมนั้น เมื่อลมทิศใต้และทิศตะวันตกพัดมา ก็เกลื่อนกลาดไปด้วยละอองเกสรดอกปทุม

Item ๑๙๙๖

ในสระโบกขรณีนั้นมีกระจับขนาดใหญ่ ทั้งข้าวสาลีอ่อนบ้าง แก่บ้าง เหล่านั้นนั่นแหละล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นดิน และในสระโบกขรณีนั้น น้ำใสสะอาดมองเห็นฝูงปลา เต่า และปูเป็นจำนวนมากที่กำลังว่ายไปมาเป็นกลุ่ม รสที่ไหลออกจากเหง้าบัวและจากสายบัว มีรสหวานปานน้ำผึ้ง นมสด และเนยใสที่เจือปนด้วยน้ำนม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) จูฬวนวัณณนา

Item ๑๙๙๗

ไม้ป่านั้นมีกลิ่นต่างๆ มีลมโชยพัดมา หอมฟุ้งตลบอบอวลเหมือนจะยังชนผู้มาถึงแล้ว ให้บันเทิงเบิกบานด้วยกลิ่นและพวงดอกไม้ หมู่ภมรก็โผบินร่อนส่งเสียงกระหึ่มอยู่รายรอบ เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้

Item ๑๙๙๘

อนึ่ง ที่ใกล้อาศรมนี้ มีฝูงนกจำนวนมากที่มีสีต่างๆ กัน ต่างก็บันเทิงใจอยู่กับคู่ของตน กู่ร้องประชันเสียงกันและกัน

Item ๑๙๙๙

ยังมีฝูงนกอีก ๔ ฝูง อาศัยอยู่ใกล้สระโบกขรณี คือ ฝูงนกนันทิกา ฝูงนกชีวปุตตา ฝูงนกปุตตาปิยาจโน ฝูงนกปิยปุตตาปิยานันทา

Item ๒๐๐๐

ดอกไม้ทั้งหลาย ตั้งเรียงรายกันอยู่ เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้ หมู่ไม้เหล่านั้นย่อมปรากฏดังยอดธงชัย มีดอกสีต่างๆ กัน ดังนายช่างผู้ฉลาดได้เก็บมาเรียงร้อยไว้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระราชาเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายประทับอยู่

Item ๒๐๐๑

พระองค์ทรงเพศเป็นนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา ทรงนุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือพื้นดินและทรงบูชาไฟอยู่ @เชิงอรรถ : @ ฝูงนก ๔ ฝูง หมายถึงนกที่มีชื่อต่างกันตามเสียงร้อง ฝูงนกนันทิการ้องว่า “ข้าแต่พระเวสสันดรผู้เป็น @นาย ขอให้ท่านอยู่ในป่านี้อย่างเพลิดเพลินเถิด” ฝูงนกชีวปุตตาร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระราชโอรส @จงเป็นอยู่สบาย” ฝูงนกปุตตาปิยาจโนร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระโอรสสุดที่รักจงมีชีวิตอยู่” ฝูงนก @ปิยปุตตาปิยานันทาร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระราชโอรสสุดที่รักจงเพลิดเพลิน” @(ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๙๙๙/๓๙๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา (ชูชกกล่าวว่า)

Item ๒๐๐๒

ก็ข้าวสัตตุผงที่ระคนด้วยน้ำผึ้ง และข้าวสัตตุก้อนที่มีรสหวานอร่อยของเรานี้ ที่นางอมิตตตาได้จัดแจงให้ เราจะแบ่งให้แก่เจ้า (พรานเจตบุตรกล่าวว่า)

Item ๒๐๐๓

ท่านพราหมณ์ ขอจงเอาไว้เป็นเสบียงทางของท่านเถิด ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาเสบียงทาง ท่านพราหมณ์ ขอท่านจงรับเอาคืนไปจากที่นี้เถิด ขอท่านจงไปตามสบายเถิด

Item ๒๐๐๔

ทางนี้เป็นทางเดินไปได้คนเดียว ตรงไปยังอาศรม แม้อัจจุตฤๅษีผู้อยู่ในอาศรมนั้นเป็นผู้มีขี้ฟันเขรอะ มีศีรษะเปื้อนด้วยธุลี ทรงเพศเป็นนักบวชอันประเสริฐ ถือขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎาอยู่

Item ๒๐๐๕

เป็นผู้นุ่งห่มหนังเสือ นอนเหนือพื้นดิน และบูชาไฟ เชิญท่านไปถามฤๅษีนั้นดูเถิด ฤๅษีจักบอกทางให้แก่ท่าน

Item ๒๐๐๖

ชูชกผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ครั้นได้ฟังคำแนะนำนี้แล้วกระทำประทักษิณ มีใจเบิกบาน อำลาพรานเจตบุตร แล้วหลีกไปในทางที่อัจจุตฤๅษีอยู่ พรรณนากัณฑ์จุลพน จบ มหาวนวัณณนา พรรณนากัณฑ์มหาพน

Item ๒๐๐๗

พราหมณ์ชูชกภารทวาชะนั้น เมื่อเดินไปก็ได้พบอัจจุตฤๅษี ครั้นพบแล้ว ได้ทักทายปราศรัยกับอัจจุตฤๅษีว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๐๘

พระคุณเจ้าไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ สุขสำราญดีหรือ เลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกหรือ มูลผลาหารก็มีมากหรือ

Item ๒๐๐๙

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ ในป่าที่มีเนื้อร้ายพลุกพล่าน ไม่มีมาเบียดเบียนหรือ (อัจจุตฤๅษีกล่าวว่า)

Item ๒๐๑๐

พราหมณ์ เราไม่มีโรคเบียดเบียน เราสุขสบายดี อนึ่ง เราเลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกดี ทั้งมูลผลาหารก็มีมาก

Item ๒๐๑๑

อนึ่ง เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานก็มีน้อย ในป่าที่มีเนื้อร้ายอยู่พลุกพล่าน ก็ไม่มีมาเบียดเบียนเราเลย

Item ๒๐๑๒

หลายปีมาแล้ว เรามาอยู่อาศรมของเรา ยังไม่รู้จักอาพาธที่ไม่น่ารื่นรมย์ซึ่งจะเกิดขึ้น

Item ๒๐๑๓

มหาพราหมณ์ ท่านมาดีแล้ว มิได้มาร้าย ท่านผู้เจริญ ขอเชิญเข้าไปข้างใน เชิญล้างเท้าทั้ง ๒ ของท่านเถิด

Item ๒๐๑๔

ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่า มีรสหวานปานน้ำผึ้ง เชิญท่านเลือกบริโภคแต่ผลดีๆ เถิด

Item ๒๐๑๕

น้ำดื่มเย็นสนิทที่เรานำมาจากซอกเขา มหาพราหมณ์ ถ้าท่านต้องการ ก็เชิญดื่มเถิด (ชูชกกล่าวว่า)

Item ๒๐๑๖

สิ่งใดที่พระคุณเจ้าให้แล้ว สิ่งนั้นทั้งหมดเป็นอันข้าพเจ้ารับไว้แล้ว บรรณาการพระคุณเจ้าได้ทำไว้ทุกอย่างแล้ว ข้าพเจ้ามาก็เพื่อจะเยี่ยมเยือนพระราชาเวสสันดร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา พระโอรสของพระเจ้ากรุงสญชัย ซึ่งพลัดพรากจากชาวกรุงสีพีมาช้านาน ถ้าพระคุณเจ้าทราบสถานที่ประทับ ก็โปรดแจ้งแก่ข้าพเจ้าเถิด (อัจจุตฤๅษีกล่าวว่า)

Item ๒๐๑๗

ท่านผู้เจริญ มาเพื่อต้องการบุญ เพื่อเยี่ยมเยือนพระเวสสันดรเจ้ากรุงสีพีก็หาไม่ เราเข้าใจว่าท่านปรารถนา(จะมาขอ)พระชายา ผู้เคารพนบนอบพระราชาไปเป็นภรรยา หรือมิฉะนั้น ท่านก็ปรารถนา(จะมาขอ) พระกัณหาชินาไปเป็นทาสีและพระชาลีไปเป็นทาส

Item ๒๐๑๘

หรือหาไม่ ก็มาเพื่อจะนำทั้งพระมารดา และพระโอรสทั้ง ๓ พระองค์ไปจากป่า ท่านพราหมณ์ โภคะทั้งหลาย ทรัพย์สิน และข้าวเปลือกของพระเวสสันดรนั้นไม่มี (ชูชกกล่าวว่า)

Item ๒๐๑๙

ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ท่านยังไม่สมควรจะโกรธเคือง เพราะข้าพเจ้ามิได้มาเพื่อขอ การพบเห็นพระอริยะเป็นการดี การอยู่ร่วมกับพระอริยะเป็นสุขทุกเมื่อ

Item ๒๐๒๐

ข้าพเจ้าไม่เคยได้พบพระเวสสันดรเจ้ากรุงสีพี ผู้ทรงพลัดพรากจากชาวกรุงสีพีมานาน ข้าพเจ้ามาเพื่อเยี่ยมเยือนพระองค์ ถ้าพระคุณเจ้ารู้จักสถานที่ประทับ โปรดบอกแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๔๙๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา (อัจจุตฤๅษีกล่าวว่า)

Item ๒๐๒๑

มหาพราหมณ์ นั่นภูเขาคันธมาทน์ศิลาล้วน ซึ่งเป็นที่ประทับอยู่ของพระเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายและพระชายา

Item ๒๐๒๒

พระองค์ทรงเพศนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา นุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือพื้นดินและทรงบูชาไฟอยู่

Item ๒๐๒๓

ทิวไม้เขียวนั้นมีผลหลากหลาย และภูผาสูงยอดเสียดเมฆเขียวชะอุ่ม นั่นแลเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยดอกอัญชัน

Item ๒๐๒๔

นั่นหมู่ไม้ตะแบก หูกวาง ไม้ตะเคียน ไม้รัง ไม้สะคร้อ และย่านทราย อ่อนไหวไปตามลม เหมือนมาณพดื่มสุราครั้งเดียวก็ซวนเซไปมาอยู่

Item ๒๐๒๕

ท่านจะได้ยินเสียงนกนานาชนิด ที่จับอยู่บนกิ่งไม้ดุจดังเสียงทิพยสังคีต คือ นกโพระดก นกดุเหว่า ส่งเสียงขันคูกู่ร้อง บินขวักไขว่ไปมาจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง

Item ๒๐๒๖

ทั้งหมู่ไม้ที่ต้องลมพัดสะบัดกิ่งใบไหวพลิ้วเสียดสีกันไปมา เหมือนจะเรียกคนผู้กำลังเดินผ่านไปให้หวนกลับมา และเหมือนจะเชิญชวนเหล่าชนผู้กำลังเดินผ่านมา ให้ชื่นชมรื่นรมย์พักผ่อน ณ สถานที่ที่พระราชาเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายและพระชายาประทับอยู่

Item ๒๐๒๗

พระองค์ทรงเพศนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา นุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือพื้นดินและทรงบูชาไฟอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๒๘

ที่ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ใจ มีดอกกุ่มร่วงหล่นเรี่ยราด พื้นแผ่นดินเขียวชะอุ่มไปด้วยหญ้าแพรก ณ ที่นั้น ไม่มีผงธุลีฟุ้งขึ้นเลย

Item ๒๐๒๙

หญ้านั้นสีเขียวคล้ายสร้อยคอนกยูง อ่อนนุ่มเหมือนสัมผัสสำลี หญ้ารายรอบยาวไม่เกิน ๔ นิ้ว

Item ๒๐๓๐

ต้นมะม่วง ชมพู่ มะขวิด และมะเดื่อมีผลสุกอยู่ในที่ต่ำๆ ป่านั้นเป็นสถานที่เพิ่มความรื่นรมย์มากขึ้น เพราะมีหมู่ไม้ที่ใช้บริโภคได้

Item ๒๐๓๑

มีน้ำใสสะอาดกลิ่นหอม สีเหมือนแก้วไพฑูรย์ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลาหลั่งไหลไปในป่านั้น

Item ๒๐๓๒

ภูมิภาคเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ ไม่ห่างไกลจากอาศรมนั้น มีสระโบกขรณีดารดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล เหมือนมีในอุทยานนันทวันของพวกเทวดา

Item ๒๐๓๓

พราหมณ์ ในสระโบกขรณีนั้น มีอุบลอยู่ ๓ เหล่า คือ อุบลเขียว อุบลขาว และอุบลแดง งามตระการตามากมาย

Item ๒๐๓๔

ในสระนั้นมีดอกปทุมสีขาวดังผ้าโขมพัสตร์ สระนั้นชื่อสระมุจลินท์ ดารดาษไปด้วยอุบลขาว จงกลนี และผักทอดยอด

Item ๒๐๓๕

อนึ่ง ในสระนี้มีปทุมชาติบานสะพรั่ง ปรากฏดังจะหาที่สุดมิได้ บ้างก็บานในฤดูคิมหันต์ บ้างก็บานในฤดูเหมันต์ ปรากฏเหมือนลอยอยู่บนน้ำซึ่งลึกประมาณเพียงเข่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๓๖

ปทุมชาติงามตระการตาชูดอกสะพรั่ง ส่งกลิ่นอบอวล หมู่ภมรก็โผบินร่อนเสียงดังกระหึ่มอยู่รายรอบ เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้

Item ๒๐๓๗

พราหมณ์ ณ ริมรอบขอบสระนี้ มีต้นไม้ขึ้นมากมายเช่นต้นกระทุ่ม ต้นแคฝอย และต้นทองหลาง ผลิดอกออกช่อบานสะพรั่ง

Item ๒๐๓๘

ต้นปรู ไม้ซาก ไม้ปาริชาติ ก็มีดอกบานสะพรั่ง ต้นกากะทิงมีอยู่ที่ ๒ ฟากฝั่งของสระมุจลินท์

Item ๒๐๓๙

ต้นซึก ต้นแคขาว บัวบกส่งกลิ่นฟุ้งไป ต้นคนทีสอ ต้นคนที ต้นเขมา และต้นประดู่ ขึ้นอยู่ใกล้สระนั้น มีดอกบานสะพรั่ง

Item ๒๐๔๐

ต้นมะคำไก่ ไม้มะซาง ต้นแก้ว ต้นมะรุม การะเกด กรรณิการ์ และชบา ผลิดอกบานสะพรั่ง

Item ๒๐๔๑

ต้นรกฟ้า ต้นอินทนิล ต้นกระท้อน และต้นทองกวาว ต่างก็ผลิดอกออกช่อและยอดแดงระเรื่อ

Item ๒๐๔๒

ไม้มะลื่น ตีนเป็ด กล้วย ต้นคำฝอย นมแมว คนทา ประดู่ลาย และสลอด ผลิดอกบานสะพรั่ง

Item ๒๐๔๓

ต้นมะไฟ ต้นงิ้ว ช้างน้าว พุดขาว กฤษณา โกฐเขมา และโกฐสอ ผลิดอกบานสะพรั่ง

Item ๒๐๔๔

ณ บริเวณสระนั้น มีต้นไม้ที่มีทั้งอ่อนและแก่ ต้นไม่คดงอ ผลิดอกแย้มบาน ตั้งอยู่ทั้ง ๒ ข้างอาศรมรอบเรือนไฟ

Item ๒๐๔๕

อนึ่ง ที่ริมรอบขอบสระนี้ มีพรรณไม้เกิดขึ้นมากมาย คือ ตะไคร้ ถั่วเขียว ถั่วราชมาส สาหร่าย และสันตะวา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๔๖

น้ำในสระนี้ ถูกลมรำเพยพัด เกิดเป็นระลอกคลื่นกระทบฝั่ง มีหมู่แมลงโผบินเคล้าเกสรดอกไม้ที่แย้มบาน สีเสียดเทศ เต่าร้าง และผักทอดยอดมีอยู่มาก

Item ๒๐๔๗

พราหมณ์ ต้นไม้ทั้งหลายดารดาษไปด้วยกล้วยไม้ชนิดต่างๆ กลิ่นของบุปผชาติเหล่านั้นหอมอบอวล อยู่ได้ถึง ๗ วัน ไม่ระเหยหายไป

Item ๒๐๔๘

บุปผชาติทั้งหลายเกิดอยู่เรียงราย ๒ ฟากฝั่ง สระมุจลินท์ ล้วนแต่สวยงาม ป่านั้นดารดาษไปด้วยต้นราชพฤกษ์ทำให้สวยงาม

Item ๒๐๔๙

กลิ่นดอกราชพฤกษ์นั้นหอมอบอวล อยู่ได้ถึงกึ่งเดือน ไม่ระเหยหาย ดอกอัญชันเขียว อัญชันขาว และกุ่มแดง มีดอกบานสะพรั่ง ป่านั้นดารดาษไปด้วยอบเชยและแมงลัก

Item ๒๐๕๐

เหมือนป่านั้นจะให้คนบันเทิงใจ ด้วยดอกไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม หมู่ภมรก็โผบินร่อนเสียงดังกระหึ่มอยู่รายรอบ เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้

Item ๒๐๕๑

พราหมณ์ ณ ริมรอบขอบสระนั้น มีฟักแฟง แตง น้ำเต้า ๓ ชนิด คือ ชนิดหนึ่งมีผลเขื่องขนาดเท่าหม้อ อีก ๒ ชนิดเหล่านั้นมีผลโตขนาดเท่าตะโพน

Item ๒๐๕๒

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีเมล็ดพันธุ์ผักกาด เป็นจำนวนมาก ทั้งกระเทียมที่มีใบเขียวสด ต้นเหลาชะโอนตั้งอยู่เหมือนต้นตาล ผักสามหาวเป็นจำนวนมากควรเด็ดดอกด้วยกำมือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๕๓

มีเถาโคกกระออม นมตำเลีย เถาหญ้านาง เถาชะเอม ไม้อโศก ต้นเทียน บอระเพ็ดไฟ ชิงช้าชาลี

Item ๒๐๕๔

ว่านหางช้าง อังกาบ เถาพลุ และมะลิซ้อน มีดอกแย้มบาน ต้นทองกวาวเครือมีดอกบานสะพรั่ง ขึ้นอยู่ตามต้นไม้

Item ๒๐๕๕

ต้นก้างปลา กำยาน คัดเค้า ชะเอม มะลิเลื้อย มะลิธรรมดา ชบา บัวบก งดงาม

Item ๒๐๕๖

ต้นแคฝอย ฝ้ายทะเล และกรรณิการ์มีดอกเบ่งบาน ปรากฏดังข่ายทองงดงาม ระเรื่อ เปรียบเหมือนเปลวเพลิง

Item ๒๐๕๗

ดอกไม้ที่เกิดบนบกและเกิดในน้ำเหล่านั้น ทั้งหมดต่างก็ปรากฏอยู่ในสระนั้น เพราะมีน้ำขังอยู่มากน่ารื่นรมย์ ด้วยประการฉะนี้

Item ๒๐๕๘

อนึ่ง ในสระโบกขรณีนั้น มีปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำมากชนิด คือ ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาดุก จระเข้ ปลามังกร ปลากา

Item ๒๐๕๙

ณ ที่ใกล้สระนั้น มีชะเอมต้น ชะเอมเครือ กำยาน ประยงค์ เนระพูสี แห้วหมู สัตตบุษย์ สมุลแว้ง

Item ๒๐๖๐

พิมเสน สามสิบ กฤษณา เถากระไดลิงเป็นจำนานมาก บัวบก โกฐขาว กระทุ่มเลือด ต้นหนาด

Item ๒๐๖๑

ขมิ้น แก้มหอม หรดาล กำคูณ สมอพิเภก ไคร้เครือ การะบูร และกลิงคุก

Item ๒๐๖๒

อนึ่ง ในป่านั้น มีสัตว์หลากหลายชนิด คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง ยักษิณีมีหน้าดุจฬา ช้างพัง ช้างพลาย เนื้อทราย เนื้อฟาน ละมั่ง และอีเห็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๖๓

สุนัขจิ้งจอก หมาใน บ่าง กระรอก จามรี ชะนี ลิงลม ค่าง ลิง ลิงจุ่น

Item ๒๐๖๔

ณ ที่ใกล้สระนั้น มีกวาง กระทิง หมี วัวป่า แรด หมู พังพอน และงูเห่า เป็นจำนวนมาก

Item ๒๐๖๕

กระบือ หมาใน สุนัขจิ้งจอก กิ้งก่า ตะกวด เหี้ย เสือดาว และเสือเหลืองมีอยู่โดยรอบด้าน

Item ๒๐๖๖

กระต่าย แร้ง ราชสีห์ และเสือปลา สกุณชาติหลายชนิด คือ นกกวัก นกยูง นกหงส์ขาว ไก่ฟ้า

Item ๒๐๖๗

นกกะปูด ไก่ป่า นกหัสดีลิงค์ ร่ำร้องคูขันหากันและกัน นกยางโทน นกยางกรอก นกโพระดก นกต้อยตีวิด นกกระเรียน

Item ๒๐๖๘

เหยี่ยวดำ เหยี่ยวแดง นกช้อนหอย นกพริก นกคับแค นกแขวก นกกด นกกระเต็นใหญ่ นกนางแอ่น

Item ๒๐๖๙

นกคุ่ม นกกระทา นกกระทุง นกกระจอก นกกระจาบ นกกระเต็นน้อย นกกางเขน

Item ๒๐๗๐

นกการเวก นกแอ่นลม นกเงือก นกออก สระมุจลินท์เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงนกนานาชนิด กู่ร้องขานขันด้วยเสียงต่างๆ กัน

Item ๒๐๗๑

อนึ่ง ณ ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกมากมายมีขนปีกงามวิจิตร มีเสียงไพเราะเสนาะโสตบันเทิงใจอยู่กับคู่ของตน กู่ร้องประชันเสียงกันและกัน

Item ๒๐๗๒

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกส่งเสียงร้องไพเราะเป็นนิตย์ มีตางามประกอบด้วยเบ้าตาขาว มีฝูงนกที่มีขนปีกงามวิจิตร

Item ๒๐๗๓

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกส่งเสียงร้องไพเราะเป็นนิตย์ มีหงอน มีสร้อยคอเขียว กู่ร้องประชันเสียงกันและกัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) มหาวนวัณณนา

Item ๒๐๗๔

มีไก่เถื่อน ไก่ฟ้า นกเปล้า นกนางนวล เหยี่ยวดำ เหยี่ยวนกเขา นกกาน้ำ นกแขกเต้า และนกสาลิกา

Item ๒๐๗๕

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีนกเป็นจำนวนมากเป็นพวกๆ คือ เหลือง แดง ขาว นกหัสดีลิงค์ พญาหงส์ทอง นกกาน้ำ นกแขกเต้า นกเอี้ยง

Item ๒๐๗๖

นกดุเหว่า นกอกขาว หงส์ขาว นกเงือก นกเค้าแมว ห่าน นกยาง นกโพระดก นกต้อยตีวิด

Item ๒๐๗๗

นกพิราบ หงส์แดง นกจักรพาก นกเป็ดน้ำ นกหัสดีลิงค์ ส่งเสียงร้องที่น่ารื่นรมย์ใจ นกเหล่านั้นต่างก็ส่งเสียงร้องกู่ก้องหากันและกันที่เชิงเขา ทั้งเช้าและเย็นอยู่เป็นนิตย์

Item ๒๐๗๘

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกจำนวนมากที่มีสีต่างๆ กัน บันเทิงใจอยู่กับคู่ของตนกู่ประชันเสียงกันและกัน

Item ๒๐๗๙

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกจำนวนมากที่สีต่างๆ กัน ทั้งหมดต่างก็ขันคูกู่ร้องเสียงไพเราะ อยู่ฟากฝั่งทั้ง ๒ ของสระมุจลินท์

Item ๒๐๘๐

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีฝูงนกการเวก ต่างก็บันเทิงใจอยู่กับคู่ของตน กู่ประชันเสียงกันและกัน

Item ๒๐๘๑

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ ฝูงนกการเวกทั้งหมดนั้น ต่างก็กู่ร้องเสียงไพเราะอยู่ฟากฝั่งทั้ง ๒ ข้างของสระมุจลินท์

Item ๒๐๘๒

ป่านั้นเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อทราย เนื้อฟาน เป็นที่อยู่อาศัยของช้างพลายและช้างพัง ดารดาษไปด้วยเถาวัลย์นานาชนิด เป็นที่อาศัยอยู่ของฝูงชะมด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๐๘๓

อนึ่ง ที่ใกล้สระนี้ มีธัญญชาติเป็นจำนวนมาก คือ ข้าวฟ่าง ลูกเดือยเป็นอันมาก ข้าวสาลีที่ไม่ต้องหุงด้วยฟืนไฟ และอ้อยมิใช่น้อยก็มีอยู่ในป่านั้น

Item ๒๐๘๔

ทางนี้เป็นทางเดินไปได้คนเดียว ตรงไปยังอาศรม คนผู้ไปถึงอาศรมซึ่งเป็นสถานที่ที่พระเจ้าเวสสันดร พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายประทับอยู่นั้น จะไม่ประสบความหิว ความกระหาย และความไม่ยินดี

Item ๒๐๘๕

พระองค์ทรงเพศเป็นนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฏา นุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือพื้นดินและบูชาไฟอยู่

Item ๒๐๘๖

ชูชกผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ครั้นได้ฟังคำแนะนำนี้แล้ว กระทำประทักษิณ มีใจเบิกบาน อำลาท่านฤๅษี แล้วหลีกไปยังสถานที่ที่พระเจ้าเวสสันดรประทับอยู่ พรรณนากัณฑ์มหาพน จบ กัณฑ์กุมาร (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๐๘๗

ลุกขึ้นยืนเถิดนะ พ่อชาลี การมาของพวกยาจกในวันนี้ ปรากฏเหมือนที่พ่อเห็นพราหมณ์มาเมื่อครั้งก่อนๆ ความชื่นชมยินดีทำให้พ่อเกษมศานต์ (พระชาลีกราบทูลว่า)

Item ๒๐๘๘

ข้าแต่พระบิดา แม้หม่อมฉันก็เห็นผู้นั้น ปรากฏเหมือนพราหมณ์ ดูเหมือนคนเดินทาง จักเป็นแขกของพวกเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร (ชูชกทูลถามว่า)

Item ๒๐๘๙

พระองค์ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ ทรงสุขสำราญดีหรือ เลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกหรือ มูลผลาหารก็มีมากหรือ

Item ๒๐๙๐

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ ในป่าที่มีเนื้อร้ายพลุกพล่าน ไม่มีมาเบียดเบียนหรือ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๐๙๑

ท่านพราหมณ์ เราทั้งหลายไม่มีโรคเบียดเบียนเป็นสุขสำราญดี อนึ่ง เราเลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกดี ทั้งมูลผลาหารก็มีมาก

Item ๒๐๙๒

อนึ่ง เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานก็มีน้อย ในป่าที่มีเนื้อร้ายอยู่พลุกพล่าน ก็ไม่มีมาเบียดเบียนเราเลย

Item ๒๐๙๓

เมื่อเรามาอยู่ในป่ามีชีวิตอันหงอยเหงาตลอด ๗ เดือน เราเพิ่งจะเห็นท่านผู้เป็นพราหมณ์บูชาไฟ ทรงพรตอันประเสริฐ ถือไม้เท้ามีสีดังผลมะตูม และลักจั่นน้ำนี้เป็นคนแรก

Item ๒๐๙๔

ท่านมหาพราหมณ์ ท่านมาดีแล้ว มิได้มาร้าย ท่านผู้เจริญ ขอเชิญเข้าไปข้างใน เชิญล้างเท้าทั้ง ๒ ของท่านเถิด

Item ๒๐๙๕

พราหมณ์ ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่ามีรสหวานปานน้ำผึ้ง เชิญท่านเลือกฉันแต่ผลดีๆ เถิด

Item ๒๐๙๖

มหาพราหมณ์ แม้น้ำดื่มนี้ก็เย็นสนิท เรานำมาจากซอกเขา ถ้าท่านต้องการก็เชิญดื่มเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๐๙๗

อนึ่ง ท่านมาถึงป่าใหญ่ เพราะเหตุไร หรือเพราะปัจจัยอะไร เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกความนั้นแก่เรา (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๐๙๘

ห้วงน้ำเต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลาไม่เหือดแห้งฉันใด พระองค์ก็ฉันนั้น หม่อมฉันมาเพื่อทูลขอ ขอพระองค์ผู้ที่หม่อมฉันทูลขอแล้ว ทรงพระกรุณาพระราชทานพระโอรสทั้งหลายเถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๐๙๙

ท่านพราหมณ์ เรายอมให้ เรามิได้หวั่นไหว ท่านจงเป็นใหญ่ นำลูกทั้ง ๒ ของเราไปเถิด พระนางมัทรีราชบุตรีไปป่าแต่เช้า จักกลับมาจากการแสวงหาผลไม้ในเวลาเย็น

Item ๒๑๐๐

ท่านพราหมณ์ จงพักค้างคืนสักคืนหนึ่งเถิด พรุ่งนี้เช้าจึงค่อยไป เมื่อกุมารและกุมารีที่พระมารดาของเธอให้อาบน้ำดำเกล้า ประดับระเบียบดอกไม้ไว้แล้ว

Item ๒๑๐๑

พราหมณ์ จงพักค้างคืนสักคืนหนึ่งเถิด พรุ่งนี้เช้าจึงค่อยไป จงพากุมารและกุมารีที่ประดับตกแต่งด้วยกลิ่นหอมชนิดต่างๆ ไป ในหนทางที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้นานาชนิด เกลื่อนกล่นไปด้วยมูลผลาหารนานาประการ (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๑๐๒

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ ข้าพระองค์ไม่ชอบใจที่จะพักอยู่ ข้าพระองค์ยินดีที่จะไป แม้อันตรายจะพึงมีแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็จะไปให้ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๐๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๐๓

เพราะว่า ธรรมดาสตรีเหล่านี้เป็นผู้ไม่สมควรแก่การขอ มีปกติกระทำอันตราย หญิงทั้งหลายรู้มนต์ ย่อมรับทุกสิ่งโดยข้างซ้าย

Item ๒๑๐๔

เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญทานด้วยพระศรัทธา พระองค์อย่าได้เห็นพระมารดาของพระปิโยรสนั้นเลย ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ พระมารดาของพระปิโยรสทั้ง ๒ พระองค์นั้น จะพึงทำอันตรายได้ ข้าพระองค์จะไปให้ได้

Item ๒๑๐๕

ขอพระองค์ตรัสเรียกพระโอรสเหล่านั้นมาเถิด อย่าให้พระโอรสเหล่านั้นได้พบเห็นพระมารดาเลย เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญทานอยู่ด้วยศรัทธา บุญย่อมเจริญยิ่งขึ้นด้วยอาการฉะนี้

Item ๒๑๐๖

ขอพระองค์ตรัสเรียกพระโอรสเหล่านั้นมาเถิด อย่าให้พระโอรสเหล่านั้นได้พบเห็นพระมารดาเลย ขอเดชะ พระองค์ทรงประทานทรัพย์คือพระโอรสทั้งหลาย แก่ข้าพระองค์แล้วจักเสด็จไปสวรรค์ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๑๐๗

ถ้าท่านไม่ปรารถนาจะเห็นภริยาของเราผู้มีวัตรอันงาม ก็จงทูลถวายพระกุมารทั้ง ๒ คือพระชาลีและพระกัณหาชินา แด่พระเจ้ากรุงสญชัยผู้เป็นพระอัยกา

Item ๒๑๐๘

พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระราชกุมารเหล่านี้ ผู้มีพระสุระเสียงไพเราะ ตรัสพระวาจาน่ารัก ทรงปลื้มพระทัยปรีดาปราโมทย์ จักพระราชทานทรัพย์แก่ท่านเป็นอันมาก @เชิงอรรถ : @ มนต์ หมายถึงมารยา (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๑๐๓/๔๑๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๑๐๙

ข้าแต่พระราชบุตร ขอพระองค์โปรดทรงฟังข้าพระองค์ก่อน ข้าพระองค์กลัวการที่จะถูกหาว่าฉกชิงเอาไป พระเจ้ากรุงสญชัยมหาราชจะพึงลงพระราชอาญาข้าพระองค์ คือ จะทรงปรับสินไหมหรือให้ประหารชีวิต ข้าพระองค์จะขาดทั้งทรัพย์และทาส และจะถูกนางพราหมณีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ติเตียนได้ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๑๑๐

พระมหาราชทรงตั้งอยู่ในธรรม ทรงเป็นผู้ผดุงรัฐ ให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้ ผู้มีพระสุระเสียงไพเราะ ตรัสพระวาจาน่ารัก ได้ปีติและโสมนัสแล้วจักพระราชทานทรัพย์แก่ท่านเป็นอันมาก (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๑๑๑

ข้าพระองค์จักทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงพร่ำสอนคงไม่ได้ จักนำทารกทั้งหลายไปเป็นทาสรับใช้ ของนางพราหมณีเท่านั้น (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๑๒

ลำดับนั้น พระกุมารทั้ง ๒ คือ พระชาลีและพระกัณหาชินา ได้สดับคำของชูชกผู้หยาบช้า ตกพระทัยจึงพากันเสด็จวิ่งหนีไปจากที่นั้น (พระเวสสันดรตรัสเรียก ๒ กุมารว่า)

Item ๒๑๑๓

ชาลีลูกรัก มานี่เถิด เจ้าทั้ง ๒ จงช่วยกันบำเพ็ญบารมีของพ่อให้เต็มเถิด จงช่วยกันโสรจสรงหทัยของพ่อให้เยือกเย็นเถิด จงเชื่อฟังคำของพ่อเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๑๔

เจ้าทั้ง ๒ จงเป็นดุจยานนาวาของพ่อ อันไม่โยกโคลงในสาครคือภพเถิด พ่อจักข้ามฝั่งคือชาติ จักช่วยสัตวโลกพร้อมด้วยเทวโลกให้ข้ามด้วย

Item ๒๑๑๕

แม่กัณหาลูกรัก มานี่เถิด ทานบารมีเป็นที่รักของพ่อ เจ้าทั้ง ๒ จงช่วยกันโสรจสรงหทัยของพ่อให้เยือกเย็นเถิด จงเชื่อฟังคำของพ่อเถิด

Item ๒๑๑๖

เจ้าทั้ง ๒ จงเป็นดุจยานนาวาของพ่อ อันไม่โยกโคลงในสาครคือภพเถิด พ่อจักข้ามฝั่งคือชาติ จักช่วยสัตวโลกพร้อมด้วยเทวโลกให้ข้ามด้วย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๑๗

ลำดับนั้น พระเวสสันดรผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทรงพาพระกุมารทั้ง ๒ คือ พระชาลีและพระกัณหาชินามา ได้พระราชทานให้แก่พราหมณ์แล้ว

Item ๒๑๑๘

ลำดับนั้น พระเวสสันดรทรงพาพระกุมารทั้ง ๒ คือพระชาลีและพระกัณหาชินามา ได้พระราชทานให้แก่พราหมณ์แล้ว ก็ทรงพระทัยชื่นบานในปุตตทานอันอุดม

Item ๒๑๑๙

ครั้งนั้น เมื่อพระเวสสันดรได้พระราชทาน พระกุมารทั้ง ๒ แล้ว ความบันลือลั่น น่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้า ได้เกิดขึ้น แผ่นดินก็สะท้านหวั่นไหว

Item ๒๑๒๐

ครั้งนั้น พระเวสสันดรผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทรงประคองอัญชลี พระราชทานพระกุมาร ผู้เจริญด้วยความสุขให้เป็นทานแก่พราหมณ์ ความบันลือลั่นน่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้า ได้เกิดขึ้นแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๒๑

ลำดับนั้น พราหมณ์ผู้หยาบช้ากัดเถาวัลย์ให้ขาดแล้ว เอาเถาวัลย์ผูกพระหัตถ์ของพระกุมารทั้ง ๒ ฉุดกระชากลากไปด้วยเถาวัลย์

Item ๒๑๒๒

แต่นั้น พราหมณ์นั้นถือเอาเชือกและไม้เท้า ทุบตีพระกุมารทั้ง ๒ นั้นไป ทั้งที่พระเจ้าเวสสันดรพระเจ้ากรุงสีพีทอดพระเนตรเห็นอยู่

Item ๒๑๒๓

ลำดับนั้น พระกุมารทั้งหลาย พอหลุดจากพราหมณ์ก็รีบวิ่งหนีไป พระชาลีมีพระเนตรทั้ง ๒ นองไปด้วยพระอัสสุชล ชะเง้อมองดูพระบิดา

Item ๒๑๒๔

ทรงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระบิดา พระวรกายสั่นระริกเหมือนใบโพธิ์ ครั้นทรงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระบิดาแล้ว ก็ได้กราบทูลดังนี้ว่า

Item ๒๑๒๕

ข้าแต่พระบิดา พระมารดากำลังเสด็จออกไปป่า พระองค์ก็จะพระราชทานหม่อมฉันทั้ง ๒ เสียแล้ว ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์โปรดประทานหม่อมฉันทั้ง ๒ เมื่อหม่อมฉันทั้ง ๒ เห็นพระมารดากลับมาก่อน

Item ๒๑๒๖

ข้าแต่พระบิดา พระมารดากำลังเสด็จออกไปป่า พระองค์ก็จะพระราชทานหม่อมฉันทั้ง ๒ เสียแล้ว ขอพระองค์โปรดพระราชทานหม่อมฉันทั้ง ๒ จนกว่าพระมารดาของหม่อมฉันทั้ง ๒ จะได้เสด็จมา เมื่อนั้น พราหมณ์นี้จะขายหรือจะฆ่า ก็จงทำตามความปรารถนาเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๒๗

พราหมณ์ผู้หยาบช้านี้ประกอบด้วยบุรุษโทษ ๑๘ ประการ คือ ๑. มีเท้าทู่ ๒. มีเล็บกุด ๓. มีปลีน่องหย่อนยาน ๔. มีริมฝีปากบนยาว ๕. มีน้ำลายไหล ๖. มีเขี้ยว ๗. มีจมูกหัก

Item ๒๑๒๘

๘. มีพุงเหมือนหม้อ ๙. มีหลังค่อม ๑๐. มีตาเหล่ ๑๑. มีหนวดแดง ๑๒. มีผมเหลือง ๑๓. มีหนังย่นตกกระ

Item ๒๑๒๙

๑๔. มีตาเหลือง ๑๕. มีกายคต ๑๖. มีขาโกง ๑๗. มีขนหยาบยาว ๑๘. นุ่งห่มหนังเสือ เป็นอมนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัว

Item ๒๑๓๐

เป็นมนุษย์หรือยักษ์ที่กินเนื้อและเลือด ออกจากบ้านมาสู่ป่า มาทูลขอทรัพย์กับพระองค์ พระเจ้าข้า (กัณหาชาลีกล่าวว่า)

Item ๒๑๓๑

ข้าแต่พระบิดา หม่อมฉันทั้ง ๒ กำลังถูกปีศาจนำไปอยู่ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงมองเมินอยู่ พระทัยของเสด็จพ่อเห็นจะเหมือนหิน หรือมิฉะนั้น ก็เหมือนแผ่นเหล็กที่ตรึงไว้ @เชิงอรรถ : @ บุรุษโทษ ๑๘ ประการ คือ (๑) มีเท้าทู่ หมายถึงมีเท้าแบนเป็นแผ่น (๒) มีเล็บกุด หมายถึงมีเล็บเน่า @(๓) มีปลีน่องหย่อนยาน หมายถึงเนื้อปลีน่องหย่อนยานลงข้างล่าง (๔) มีริมฝีปากบนยาว หมายถึง @ริมฝีปากด้านบนยาวห้อยปิดริมฝีปากด้านล่าง (๕) มีน้ำลายไหล หมายถึงมีน้ำลายไหล(ตลอดเวลา) @(๖) มีเขี้ยว หมายถึงมีเขี้ยวงอกขึ้นเหมือนเขี้ยวสุกร (๗) มีจมูกหัก หมายถึงมีจมูกทั้งหักทั้งคด (๘-๑๐ @ความชัดแล้ว) (๑๑) มีหนวดแดง หมายถึงมีหนวดสีแดงเหมือนเส้นลวดทองแดง (๑๒) มีผมเหลือง @หมายถึงมีผมงอกขึ้นมาเป็นสีทอง (๑๓) มีหนังย่นตกกระ หมายถึงหนังตามตัวเต็มไปด้วยรอยย่นและ @เกลื่อนกล่นไปด้วยมูลแมลงวัน (๑๔) มีตาเหลือง หมายถึงมีลูกตาเหลือกเหลืองเหมือนตาแมว (๑๕) มี @กายคด หมายถึงมีที่คด ๓ แห่ง คือ สะเอว หลัง และคอ (๑๖) มีขาโกง หมายถึงมีเท้าเฉไปคนละทาง @ข้อต่อกระดูกไม่สนิทกัน (เวลาเดิน)เสียงดังกฏะ กฏะ (๑๗) ความชัดแล้ว (๑๘) เป็นอมนุษย์ หมายถึง @ไม่ใช่มนุษย์ คือ ผู้นั้นเป็นยักษ์จำแลงตัวเป็นมนุษย์เที่ยวไป (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๑๒๗-๒๑๒๙/๔๒๗-๔๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๓๒

พระองค์ไม่ทรงรู้สึกว่า หม่อมฉันทั้ง ๒ ถูกพราหมณ์ผู้หยาบช้าเหลือเกิน ผู้แสวงหาทรัพย์ผูกมัด แกเฆี่ยนตีหม่อมฉันทั้ง ๒ เหมือนนายโคบาลเฆี่ยนตีโค

Item ๒๑๓๓

ขอให้น้องกัณหาอยู่ ณ ที่นี้นี่แหละ เธอยังไม่รู้จักทุกข์ร้อนอะไรๆ เธอจะคร่ำครวญ เหมือนลูกเนื้อที่ยังดื่มนมพลัดจากฝูงไม่เห็นแม่ (พระกุมารคร่ำครวญถึงพระมารดาและพระบิดาว่า)

Item ๒๑๓๔

ข้าพระองค์ไม่เป็นทุกข์ เพราะความทุกข์เช่นนี้คนพึงได้รับเหมือนกัน แต่ทุกข์ที่หม่อมฉันไม่เห็นพระมารดา เป็นทุกข์ที่ยิ่งกว่านี้ของหม่อมฉัน

Item ๒๑๓๕

ข้าพระองค์ไม่เป็นทุกข์ เพราะความทุกข์เช่นนี้คนพึงได้รับเหมือนกัน แต่ทุกข์ที่หม่อมฉันไม่เห็นเสด็จพ่อ เป็นทุกข์ที่ยิ่งกว่านี้ของหม่อมฉัน

Item ๒๑๓๖

พระมารดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ เมื่อไม่ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกัณหาชินากุมารี ผู้มีดวงเนตรงดงาม ก็จักทรงกันแสงพร่ำหาตลอดกาลนาน

Item ๒๑๓๗

พระบิดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ เมื่อไม่ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกัณหาชินากุมารี ผู้มีดวงเนตรงดงาม ก็จักทรงกันแสงพร่ำหาตลอดกาลนาน

Item ๒๑๓๘

พระมารดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ เมื่อไม่ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกัณหาชินากุมารี ผู้มีดวงเนตรงดงาม ก็จักทรงกันแสงพร่ำหา ในอาศรมตลอดกาลนาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๓๙

พระบิดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ เมื่อไม่ได้ทอดพระเนตรเห็นพระกัณหาชินากุมารี ผู้มีดวงเนตรงดงาม ก็จักทรงกันแสงพร่ำหา ในอาศรมตลอดกาลนาน

Item ๒๑๔๐

พระมารดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ จักทรงกันแสงพร่ำหาตลอดกาลนาน ทรงหวนระลึกถึงเราทั้ง ๒ ตลอดครึ่งคืนหรือทั้งคืนแล้ว จะทรงซูบผอมตายไปเหมือนแม่น้ำน้อยในฤดูแล้งเหือดแห้งไป

Item ๒๑๔๑

พระบิดานั้นจักทรงทนทุกข์ลำบากแน่ จักทรงกันแสงพร่ำหาตลอดกาลนาน ทรงหวนระลึกถึงเราทั้ง ๒ ตลอดครึ่งคืนหรือทั้งคืนแล้ว จะทรงซูบผอมตายไปเหมือนแม่น้ำเขินเหือดแห้งไป

Item ๒๑๔๒

รุกขชาติชนิดต่างๆ เหล่านี้ คือ ต้นหว้า ต้นย่านทราย ที่มีกิ่งห้อยย้อย วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งรุกขชาติต่างๆ เหล่านั้นไป

Item ๒๑๔๓

รุกขชาติชนิดที่มีผลชนิดต่างๆ คือ ต้นโพธิ์ใบ ต้นขนุน ต้นไทร และต้นมะขวิด ที่เราทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งรุกขชาติเหล่านั้นไป

Item ๒๑๔๔

สวนเหล่านี้ก็ยังตั้งอยู่ นี้แม่น้ำที่เยือกเย็น เราทั้ง ๒ เคยลงเล่นมาก่อน วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งสิ่งทั้ง ๒ นั้นไป

Item ๒๑๔๕

บุปผชาติชนิดต่างๆ บนภูเขาลูกโน้น ที่เราทั้ง ๒ เคยทัดทรงมาก่อน วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งสิ่งเหล่านั้นไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๔๖

ผลไม้ชนิดต่างๆ บนภูเขาลูกโน้น ที่เราทั้ง ๒ เคยบริโภคมาก่อน วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งผลไม้เหล่านั้นไป

Item ๒๑๔๗

สิ่งของเหล่านี้ คือ ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า และตุ๊กตาวัว ที่พระบิดาทรงปั้นไว้ให้เราทั้ง ๒ เล่น ซึ่งเราทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งตุ๊กตาเหล่านั้นไป (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๔๘

พระกุมารทั้ง ๒ พระองค์ถูกพราหมณ์ชูชกนำไปอยู่ ได้กราบทูลพระบิดาดังนี้ว่า ข้าแต่พระบิดา ขอให้พระองค์ทรงพระกรุณา ตรัสบอกพระมารดาว่า ลูกทั้ง ๒ ไม่มีโรค และขอพระองค์ทรงพระสำราญเถิด (ชาลีกล่าวว่า)

Item ๒๑๔๙

ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า และตุ๊กตาวัว เหล่านี้เป็นของหม่อมฉันทั้ง ๒ ขอให้พระองค์โปรดประทานตุ๊กตาเหล่านั้นแก่พระมารดา ความเศร้าโศกของพระองค์จักหายไปเพราะตุ๊กตาเหล่านั้น

Item ๒๑๕๐

ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า และตุ๊กตาวัว เหล่านี้เป็นของหม่อมฉันทั้ง ๒ พระมารดาได้ทอดพระเนตรเห็นตุ๊กตาเหล่านั้น ก็จักทรงกำจัดความเศร้าโศกเสียได้ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๕๑

ลำดับนั้น พระเวสสันดรขัตติยราชทรงบำเพ็ญทานแล้ว เสด็จเข้าไปสู่บรรณศาลาทรงกันแสงพิลาปว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร (พระเวสสันดรทรงคร่ำครวญว่า)

Item ๒๑๕๒

วันนี้ ลูกน้อยทั้ง ๒ จะหิวข้าว กระหายน้ำอย่างไรหนอ จักเดินทางไกล ร้องไห้สะอึกสะอื้น ครั้นในตอนเย็นเวลาบริโภคอาหาร ใครจะให้อาหารแก่ลูกทั้ง ๒ นั้น

Item ๒๑๕๓

วันนี้ ลูกน้อยทั้ง ๒ จะหิวข้าว กระหายน้ำอย่างไรหนอ จักเดินทางไกล ร้องไห้สะอึกสะอื้น ครั้นในตอนเย็นเวลาบริโภคอาหาร ลูกทั้ง ๒ เคยอ้อนมัทรีผู้เป็นมารดาว่า พระเจ้าแม่ ลูกทั้ง ๒ หิวแล้ว ขอเสด็จแม่จงประทานแก่ลูกทั้ง ๒ เถิด

Item ๒๑๕๔

ลูกทั้ง ๒ ไม่ได้สวมรองเท้า จะเดินทางด้วยเท้าเปล่าได้อย่างไร ลูกทั้ง ๒ จะเมื่อยล้ามีบาทาทั้ง ๒ ข้างฟกช้ำ ใครจะจูงมือลูกทั้ง ๒ นั้นเดินทาง

Item ๒๑๕๕

ทำไมหนอ พราหมณ์นั้นช่างร้ายกาจนักไม่ละอาย เฆี่ยนตีลูกๆ ผู้ไม่ประทุษร้ายต่อหน้าเรา

Item ๒๑๕๖

แม้แต่คนที่ตกเป็นทาสีเป็นทาสของเรา หรือคนรับใช้อื่น ใครเล่าที่มีความละอาย จักเฆี่ยนตีคนที่แสนต่ำต้อยแม้นั้นได้

Item ๒๑๕๗

เมื่อเรายังอยู่ พราหมณ์ช่างด่า ช่างเฆี่ยนลูกรักทั้ง ๒ ของเราผู้มองดูอยู่ เหมือนปลาที่ติดอยู่ที่หน้าไซ

Item ๒๑๕๘

หรือเราจักถือเอาธนู จักเหน็บพระขรรค์ไว้ข้างซ้าย นำเอาลูกทั้ง ๒ ของเรามา เพราะว่าลูกทั้ง ๒ ถูกเฆี่ยนตีเป็นทุกข์ทรมาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๕๙

การที่กุมารทั้งหลายเดือดร้อน เป็นทุกข์แสนสาหัสนี้ไม่ควรเลย ก็ใครเล่ารู้ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย ให้ทานแล้วย่อมเดือดร้อนใจในภายหลัง (ชาลีกล่าวว่า)

Item ๒๑๖๐

ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้ได้พูดความจริงไว้อย่างนี้ว่า บุตรใดไม่มีมารดาของตนเอง บุตรนั้นก็เหมือนไม่มีบิดา

Item ๒๑๖๑

มานี่เถิด น้องกัณหา เราทั้ง ๒ จักตายด้วยกัน จะมีชีวิตอยู่ไปก็เปล่าประโยชน์ พระบิดาผู้ทรงเป็นจอมประชาชนได้ประทานเราทั้ง ๒ แก่ตาพราหมณ์ผู้แสวงหาทรัพย์ ผู้หยาบช้าเหลือเกิน แกเฆี่ยนตีหม่อมฉันทั้ง ๒ เหมือนนายโคบาลเฆี่ยนตีโค

Item ๒๑๖๒

รุกขชาติชนิดต่างๆ เหล่านี้ คือ ต้นหว้า ต้นย่านทรายมีกิ่งห้อยย้อย ที่เราทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งรุกขชาติเหล่านั้นไป

Item ๒๑๖๓

รุกขชาติที่มีผลต่างชนิดๆ คือ ต้นโพธิ์ใบ ต้นขนุน ต้นไทร และต้นมะขวิด ที่เราทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้ง รุกขชาติเหล่านั้นไป

Item ๒๑๖๔

สวนเหล่านี้ก็ยังตั้งอยู่ นี้แม่น้ำที่เยือกเย็น เราทั้ง ๒ เคยลงเล่นมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งสิ่งทั้ง ๒ นั้นไป

Item ๒๑๖๕

บุปผชาติชนิดต่างๆ บนภูเขาลูกโน้น ที่เราทั้ง ๒ เคยทัดทรงมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งสิ่งเหล่านั้นไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๑๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๖๖

ผลไม้ชนิดต่างๆ บนภูเขาลูกโน้น ที่เราทั้ง ๒ เคยบริโภคมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งผลไม้เหล่านั้นไป

Item ๒๑๖๗

สิ่งของเหล่านี้ คือ ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า และตุ๊กตาวัว ที่พระบิดาทรงปั้นไว้ให้เราทั้ง ๒ เล่น ซึ่งเราทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน น้องกัณหา วันนี้ เราทั้ง ๒ จะต้องละทิ้งตุ๊กตาเหล่านั้นไป

Item ๒๑๖๘

พระกุมารทั้ง ๒ เหล่านั้น คือ พระชาลี และพระกัณหาชินาถูกพราหมณ์ชูชกนำไปอยู่ พอพ้นออกจากมือพราหมณ์ ก็พากันวิ่งไปทางนั้นๆ

Item ๒๑๖๙

ลำดับนั้น พราหมณ์นั้นถือเอาเชือกและไม้เท้า ทุบตีราชกุมารและกุมารีทั้ง ๒ นั้นแล้วนำไป ทั้งที่พระเวสสันดรพระเจ้ากรุงสีพีทอดพระเนตรเห็นอยู่ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๗๐

พระกัณหาชินาได้กราบทูลพระบิดาว่า ข้าแต่พระบิดา พราหมณ์นี้เฆี่ยนตีหม่อมฉันด้วยไม้เท้าเหมือนตีทาสีผู้เกิดในเรือนเบี้ย

Item ๒๑๗๑

ข้าแต่พระบิดา ผู้นี้คงจะมิใช่พราหมณ์เป็นแน่ เพราะพราหมณ์ทั้งหลายเป็นผู้มีธรรม แต่พราหมณ์คงจะเป็นยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์ นำลูกทั้ง ๒ ไปเพื่อจะกินเป็นอาหาร พระเจ้าข้า ลูกทั้ง ๒ ถูกพราหมณ์ผู้เป็นปีศาจนำไป ข้าแต่พระบิดา ทำไมหนอ พระองค์จึงเมินเฉยอยู่เล่า (พระกัณหาชินาได้เดินคร่ำครวญไปว่า)

Item ๒๑๗๒

เท้าของเราทั้ง ๒ นี้ยังเล็กนักเป็นทุกข์ ทั้งหนทางก็ไกล เดินไปได้แสนยาก เมื่อพระอาทิตย์คล้อยลงต่ำ พราหมณ์ก็เร่งเราทั้ง ๒ ให้รีบเดิน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์กุมาร

Item ๒๑๗๓

เราทั้ง ๒ ขอโอดครวญกราบไหว้เทพเจ้าทั้งหลาย ผู้สิงสถิตอยู่ ณ ภูเขา ลำเนาไพร สระน้ำ และบ่อน้ำ ที่มีท่าสวยงาม ด้วยเศียรเกล้า

Item ๒๑๗๔

ขอเทพเจ้าทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่ ณ ป่าหญ้า ลดาวัลย์ ต้นไม้ที่เป็นโอสถ บนภูเขา และป่าไม้ ขอให้ช่วยกราบทูลพระมารดาว่า เราทั้ง ๒ นี้ไม่มีโรค พราหมณ์นี้นำเราทั้ง ๒ ไป

Item ๒๑๗๕

อนึ่ง เทพเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลาย จงช่วยกราบทูลพระแม่เจ้ามัทรีผู้เป็นพระมารดาของเราทั้ง ๒ ว่า ถ้าพระแม่เจ้าปรารถนาจะเสด็จติดตามมา ก็ให้รีบเสด็จติดตามมาโดยเร็ว

Item ๒๑๗๖

ทางนี้เป็นทางเดินไปได้คนเดียว ตรงไปยังอาศรม พระมารดาพึงเสด็จติดตามมาทางนั้นเท่านั้น ก็จะทันได้เห็นเราทั้ง ๒ อย่างเร็วไว

Item ๒๑๗๗

โอหนอ พระเจ้าแม่ผู้ทรงเพศเป็นตาปสินี ทรงนำมูลผลาหารมาจากป่า ได้เห็นอาศรมอันว่างเปล่า พระองค์จักเป็นทุกข์

Item ๒๑๗๘

พระมารดาเสด็จเที่ยวไปแสวงหามูลผลาหารจนล่วงเวลา คงได้มามิใช่น้อย คงไม่ทราบว่า เราทั้ง ๒ ถูกพราหมณ์ผู้แสวงหาทรัพย์ผูกมัดพาไป

Item ๒๑๗๙

ถูกพราหมณ์ผู้หยาบช้าเหลือเกิน ผู้แสวงหาทรัพย์ผูกมัด แกเฆี่ยนตีหม่อมฉันทั้ง ๒ เหมือนนายโคบาลเฆี่ยนตีโค เออก็วันนี้ เราทั้ง ๒ จะได้เห็นพระมารดา เสด็จมาจากการแสวงหามูลผลาหารในเวลาเย็น

Item ๒๑๘๐

พระมารดาพึงประทานผลไม้ที่เจือด้วยน้ำผึ้งแก่พราหมณ์ ครั้งนั้น พราหมณ์นี้หิวกระหาย จะไม่พึงเร่งให้เราทั้ง ๒ เดิน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๑๘๑

เท้าทั้ง ๒ ของเราบวมหนอ พราหมณ์ก็เร่งให้เราทั้ง ๒ รีบเดิน พระกุมารทั้งหลายทรงรักใคร่ในพระมารดา ทรงกันแสงพิลาปอยู่ ณ ที่นั้นด้วยประการฉะนี้ กัณฑ์กุมาร จบ กัณฑ์มัทรี (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๑๘๒

เทวดาเหล่านั้นได้ฟังพระกุมารทั้ง ๒ นั้น ทรงพิลาปรำพันแล้ว จึงได้กล่าวกับเทพบุตรทั้ง ๓ ดังนี้ว่า “ท่านทั้ง ๓ จงแปลงเพศเป็นสัตว์ร้ายในป่า คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลือง

Item ๒๑๘๓

อย่าให้พระนางมัทรีราชบุตรีเสด็จกลับมาจากการแสวงหา มูลผลาหารในตอนเย็น และอย่าให้สัตว์ร้ายในป่า อันเป็นแคว้นของเราทั้งหลายรบกวนพระนางมัทรีราชบุตรีได้

Item ๒๑๘๔

ถ้าราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลือง พึงรบกวนพระนางผู้ทรงสิริโฉม พระชาลีกุมารก็จะมีพระชนม์อยู่ไม่ได้เลย แล้วพระกัณหาชินาจะมีพระชนม์อยู่ได้แต่ที่ไหน พระนางผู้ทรงลักษณะอันสง่างาม จะพึงสูญเสียทั้งพระภัสดาและพระลูกรักทั้ง ๒ ไปเท่านั้น” (พระนางมัทรีใคร่ครวญว่า)

Item ๒๑๘๕

“เสียมของเราก็หล่นลง ตาข้างขวาก็เขม่นอยู่ริกๆ ต้นไม้ทั้งหลายที่เคยมีผลก็กลับไม่มีผล และทุกๆ ทิศก็มืดมน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๑๘๖

เมื่อพระนางเสด็จกลับบ่ายพระพักตร์มาสู่อาศรม ในเวลาที่พระอาทิตย์อัสดงคต เหล่าสัตว์ร้ายก็มายืนขวางทาง (พระนางมัทรีรำพึงว่า)

Item ๒๑๘๗

เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง และอาศรมก็ยังอยู่ไกลนัก พระเจ้าพี่เวสสันดรและพระลูกรักทั้ง ๒ นั้น ก็คอยบริโภคมูลผลาหารที่เราจักนำไปจากป่านี้

Item ๒๑๘๘

พระจอมกษัตริย์นั้นประทับอยู่ในบรรณศาลาพระองค์เดียว คงจะทรงปลอบประโลมให้ลูกน้อยทั้ง ๒ ผู้หิวกระหาย คอยทอดพระเนตรดูเราผู้ยังมาไม่ถึงให้ยินดีเป็นแน่แท้

Item ๒๑๘๙

ลูกน้อยเหล่านั้นของเราเป็นกำพร้าน่าสงสาร ในเวลาเย็นเป็นเวลากินเวลาดื่มก็จักคอย เหมือนลูกเนื้อที่กำลังดื่มนมเป็นแน่แท้

Item ๒๑๙๐

ลูกน้อยเหล่านั้นของเราเป็นกำพร้าน่าสงสาร ในเวลาเย็นเป็นเวลากินเวลาดื่มก็จักคอย เหมือนลูกเนื้อที่กำลังกระหายน้ำเป็นแน่แท้

Item ๒๑๙๑

ลูกน้อยเหล่านั้นของเราเป็นกำพร้าน่าสงสาร คงจะยืนคอยต้อนรับเรา เหมือนลูกโคอ่อนคอยชะเง้อหาแม่เป็นแน่แท้

Item ๒๑๙๒

ลูกน้อยเหล่านั้นของเราเป็นกำพร้าน่าสงสาร คงจะยืนคอยต้อนรับเรา เหมือนลูกหงส์ที่ตกอยู่ในเปือกตมเป็นแน่แท้

Item ๒๑๙๓

ลูกน้อยเหล่านั้นของเราเป็นกำพร้าน่าสงสาร คงจะยืนคอยต้อนรับเราอยู่ไม่ไกลจากอาศรม

Item ๒๑๙๔

หนทางที่จะไปก็มีอยู่ทางเดียว และเป็นทางที่เดินไปได้คนเดียว โดยข้างหนึ่งเป็นสระน้ำ อีกข้างหนึ่งเป็นบึง เรายังไม่เห็นทางอื่นที่จะไปสู่อาศรมได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๑๙๕

ข้าแต่พญาเนื้อทั้งหลายผู้มีกำลังมากในป่าใหญ่ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายกับข้าพเจ้าก็เป็นพี่น้องกันโดยธรรม ข้าพเจ้าขออ้อนวอน ขอท่านทั้งหลายจงให้ทางแก่ข้าพเจ้าเถิด

Item ๒๑๙๖

ข้าพเจ้าเป็นภรรยาของพระราชบุตรผู้มีสิริ ผู้ถูกขับไล่จากกรุงสีพี และข้าพเจ้ามิได้ดูหมิ่นพระสวามีพระองค์นั้นเลย เหมือนดังนางสีดาคอยประพฤติตามพระราม

Item ๒๑๙๗

ขอท่านทั้งหลายจงหลีกทางให้ดิฉัน แล้วกลับไปเยี่ยมลูกน้อยของท่าน ในเวลาออกหาอาหารในตอนเย็น ส่วนดิฉันก็จะกลับไปเยี่ยมลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พระชาลีและพระกัณหาชินา

Item ๒๑๙๘

อนึ่ง มูลผลาหารนี้ก็มีอยู่มาก และภักษาก็มีอยู่ไม่น้อย ดิฉันขอแบ่งให้พวกท่านกึ่งหนึ่ง ดิฉันอ้อนวอนแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงให้ทางแก่ดิฉันเถิด

Item ๒๑๙๙

พระมารดาของเราทั้งหลายเป็นราชบุตรี และพระบิดาของเราทั้งหลายก็เป็นพระราชบุตร ท่านทั้งหลายกับดิฉันเป็นพี่น้องกันโดยธรรม ดิฉันอ้อนวอนแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงให้ทางแก่ดิฉันเถิด

Item ๒๒๐๐

พญาเนื้อร้ายทั้งหลายได้ฟังวาจาอันไพเราะ ซึ่งประกอบด้วยความการุณย์เป็นอย่างมาก ของพระนางผู้ทรงพิลาปรำพันอยู่ จึงได้พากันหลีกออกจากทางไป

Item ๒๒๐๑

ลูกน้อยทั้งหลายคงขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น คงจะยืนคอยต้อนรับเรา เหมือนลูกโคอ่อนยืนคอยชะเง้อหาแม่เป็นแน่แท้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๐๒

ลูกน้อยทั้งหลายคงขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น คงจะยืนคอยต้อนรับเราอยู่ตรงนี้ เหมือนลูกหงส์ที่ตกอยู่ในเปือกตมเป็นแน่แท้

Item ๒๒๐๓

ลูกน้อยทั้งหลายคงขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น คงจะยืนคอยต้อนรับเราอยู่ตรงนี้ ไม่ห่างไกลจากอาศรม

Item ๒๒๐๔

ลูกน้อยเหล่านั้นเคยร่าเริงวิ่งมาต้อนรับเรา เหมือนจะทำให้หทัยของเราหวั่นไหว เหมือนลูกเนื้อเห็นแม่แล้วหูชันร่าเริงวิ่งไปวิ่งมารอบแม่ วันนี้ เรามิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๐๕

เราละลูกน้อยทั้งหลายไว้ออกไปหาผลไม้ เหมือนแม่แพะและแม่เนื้อละลูกน้อย ไปหากิน เหมือนปักษีละลูกน้อยไปจากรัง หรือเหมือนแม่ราชสีห์ ผู้ต้องการอาหารละลูกน้อยไว้ออกไปหากิน วันนี้ เราไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๐๖

นี้รอยเท้าวิ่งเล่นไปมาของลูกน้อยทั้ง ๒ ยังปรากฏอยู่เหมือนรอยเท้าช้างที่เชิงเขา นี้กองทรายที่ลูกน้อยทั้ง ๒ ขนมาเล่น ยังกระจัดกระจายอยู่ ณ ที่ใกล้อาศรม วันนี้ เราไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๐๗

ลูกน้อยทั้งหลายเคยเกลื่อนกล่นไปด้วยทราย และขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น วิ่งเข้ามาล้อมเราอยู่รอบๆ เรามิได้เห็นทารกเหล่านั้น

Item ๒๒๐๘

เมื่อก่อนลูกน้อยทั้งหลายเคยต้อนรับเราผู้กลับมา จากป่าแต่ที่ไกล วันนี้ เราไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๐๙

ลูกน้อยทั้งหลายเคยไปคอยต้อนรับแม่ คอยมองดูเราแต่ที่ไกล เหมือนลูกแพะหรือลูกเนื้อคอยชะเง้อหาแม่ เรามิได้เห็นทารกเหล่านั้นเลย

Item ๒๒๑๐

ผลมะตูมสีเหลืองที่ตกอยู่นี้ เป็นของเล่นของลูกน้อยทั้ง ๒ นั้น วันนี้ เรามิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๑๑

ถันทั้ง ๒ ของเรานี้ยังเต็มไปด้วยน้ำนม และอกของเราเหมือนจะแตกดับ วันนี้ เรามิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่ กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๑๒

ใครเล่าจะค้นชายพก ใครเล่าจะเหนี่ยวถันทั้ง ๒ ของเรา วันนี้ เราไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินานั้นเลย

Item ๒๒๑๓

เวลาเย็น ลูกน้อยทั้ง ๒ ขมุกขมัวไปด้วยฝุ่น เคยวิ่งเข้ามาเกาะที่ชายพกของเรา วันนี้ เรามิได้เห็นทารกเหล่านั้นเลย

Item ๒๒๑๔

เมื่อก่อน อาศรมนี้ปรากฏแก่เราเหมือนโรงมหรสพ วันนี้ เมื่อเราไม่เห็นลูกน้อยเหล่านั้น อาศรมปรากฏเหมือนดังจะหมุนไป

Item ๒๒๑๕

นี่อย่างไร อาศรมจึงปรากฏกับเราดูเงียบสงัดจริงหนอ แม้ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของเราคงจะตายแน่

Item ๒๒๑๖

นี่อย่างไร อาศรมจึงปรากฏกแก่เราดูเงียบสงัดจริงหนอ แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของเราคงจะตายแน่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๑๗

นี่อย่างไร พระองค์จึงทรงนิ่งเฉยอยู่ แม้เมื่อคืนใจหม่อมฉันก็เหมือนฝันไป แม้ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงจะตายแน่

Item ๒๒๑๘

นี่อย่างไร พระองค์จึงทรงนิ่งเฉยอยู่ แม้เมื่อคืนใจหม่อมฉันก็เหมือนฝันไป แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงจะตายแน่

Item ๒๒๑๙

ข้าแต่พระลูกเจ้า เหล่าเนื้อร้ายในป่าอันเงียบสงัด ได้กินทารกทั้งหลายของหม่อมฉันแล้วหรือกระไรหนอ หรือว่าใครนำทารกทั้งหลายของหม่อมฉันไป

Item ๒๒๒๐

ทารกเหล่านั้นผู้กำลังพูดจาน่ารัก พระองค์ทรงส่งไปเป็นทูต หรือว่ายังหลับอยู่ หรือทารกเหล่านั้นของเราออกไปเล่นภายนอก

Item ๒๒๒๑

เส้นผม ลายมือ ลายเท้าของทารกเหล่านั้นมิได้ปรากฏเลย หรือนกทั้งหลายมาโฉบเฉี่ยวเอาไป หรือว่าใครนำทารกทั้งหลายของหม่อมฉันไป

Item ๒๒๒๒

การที่หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินาในวันนี้นั้น เป็นทุกข์ยิ่งกว่าการถูกขับไล่จากแคว้น เปรียบเหมือนแผลที่ถูกลูกศรแทง

Item ๒๒๒๓

การที่หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ และฝ่าพระบาทมิได้ตรัสกับหม่อมฉันนี้ เป็นดุจลูกศรเสียบแทงหทัยของหม่อมฉันซ้ำสอง หทัยของหม่อมฉันย่อมหวั่นไหว

Item ๒๒๒๔

ข้าแต่พระราชบุตร ถ้าคืนวันนี้พระองค์มิได้ตรัสกับหม่อมฉัน พรุ่งนี้เช้าพระองค์น่าจะได้ทอดพระเนตรหม่อมฉัน ผู้ปราศจากชีวิตตายไปแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๒๒๕

แม่มัทรีราชบุตรีผู้มีรูปโฉมงดงาม ผู้มียศ มัวไปแสวงหามูลผลาหารแต่เช้า ทำไมจึงกลับมาจนเย็น (พระนางมัทรีกราบทูลว่า)

Item ๒๒๒๖

พระองค์ได้ทรงสดับแล้วมิใช่หรือ ซึ่งเสียงบันลือลั่นของราชสีห์และเสือโคร่ง ต่างก็มุ่งมาสู่สระนี้เพื่อจะดื่มน้ำ

Item ๒๒๒๗

บุพพนิมิตได้เกิดมีแก่หม่อมฉันผู้กำลังเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ คือ เสียมพลัดตกจากมือของหม่อมฉัน และกระเช้าที่หาบอยู่ก็พลัดตกจากบ่า

Item ๒๒๒๘

เวลานั้น หม่อมฉันหวาดกลัวเป็นกำลัง จึงได้ทำอัญชลี นอบน้อมไปทั่วทุกทิศ ขอความสวัสดีพึงมีแต่ที่นี้ด้วย

Item ๒๒๒๙

ขอพระราชบุตรของเราอย่าได้ถูกราชสีห์ หรือเสือเหลืองเบียดเบียนเลย หรือขอให้ทารกทั้งหลายอย่าได้ถูกหมี สุนัขป่า หรือเสือดาวรังควานเลย

Item ๒๒๓๐

สัตว์ร้ายทั้ง ๓ ในป่า คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลืองได้มายืนขวางทางหม่อมฉัน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงกลับมาถึงในเวลาเย็น (พระนางมัทรีทรงคร่ำครวญว่า)

Item ๒๒๓๑

เราเป็นผู้ไม่ประมาท หมั่นปฏิบัติพระสวามี บำรุงเลี้ยงดูลูกน้อยทั้งหลายทุกวัน เหมือนมาณพปฏิบัติอาจารย์ เราเกล้าผมประพฤติพรหมจรรย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๓๒

นุ่งห่มหนังเสือ เที่ยวไปแสวงหามูลผลาหาร ในป่ามาทุกวันคืนเพราะความรักเธอทั้งหลาย นะลูกน้อย

Item ๒๒๓๓

ขมิ้นเหลือง ผลมะตูมสุกแม่หามาแล้ว และแม่ก็ได้นำผลไม้สุกมา นี้เป็นของเล่นของลูกรักทั้ง ๒ นะลูก

Item ๒๒๓๔

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมกษัตริย์ เหง้าบัวพร้อมทั้งฝัก หน่ออุบล และกระจับ ที่คลุกน้ำผึ้ง ขอเชิญพระองค์ทรงเสวยพร้อมพระโอรสทั้งหลายเถิด

Item ๒๒๓๕

ขอพระองค์โปรดประทานดอกปทุมให้พ่อชาลี ประทานดอกโกมุทให้กุมารี พระองค์จะได้ทอดพระเนตรพระกุมารทั้งหลาย ผู้ทรงประดับดอกไม้ฟ้อนรำอยู่ ข้าแต่พระเจ้ากรุงสีพี ขอพระองค์โปรดตรัสเรียก พระโอรสทั้งหลายมาเถิด

Item ๒๒๓๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ต่อจากนั้น ขอพระองค์ทรงสดับพระสุรเสียงอันไพเราะอ่อนหวาน ของแม่กัณหาชินาผู้ซึ่งกำลังเข้าสู่อาศรมเถิด

Item ๒๒๓๗

เราทั้ง ๒ ถูกเนรเทศจากแคว้น เป็นผู้มีสุขและทุกข์เสมอกัน ข้าแต่พระเจ้ากรุงสีพี ถึงพระองค์ก็โปรดทอดพระเนตรลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินาเถิด

Item ๒๒๓๘

หม่อมฉันคงได้สาปแช่งสมณะและพราหมณ์ ผู้มีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า มีศีล เป็นพหูสูตในโลกเป็นแน่ วันนี้ หม่อมฉันจึงไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา

Item ๒๒๓๙

รุกขชาติชนิดต่างๆ เหล่านี้ คือ ต้นหว้า ต้นย่านทรายมีกิ่งห้อยย้อย ที่พระกุมารทั้ง ๒ เคยเล่นมาก่อน วันนี้ กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๔๐

รุกขชาติที่มีผลชนิดต่างๆ คือ ต้นโพธิ์ใบ ต้นขนุน ต้นไทร และต้นมะขวิด เหล่านี้ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาวิ่งเล่น วันนี้ กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๑

สวนเหล่านี้ก็ยังตั้งอยู่ นี้แม่น้ำที่เยือกเย็น ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาเล่น กุมารทั้ง ๒ ไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๒

บุปผชาติชนิดต่างๆ มีอยู่บนภูเขาลูกนี้ ที่กุมารทั้ง ๒ เคยทัดทรง กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๓

ผลไม้ชนิดต่างๆ ที่มีอยู่บนภูเขาลูกนี้ ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาเสวย กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๔

ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า และตุ๊กตาวัว เหล่านี้ที่กุมารเหล่านั้นเคยเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๕

ตุ๊กตาเนื้อทรายทองเล็กๆ ตุ๊กตากระต่าย ตุ๊กตานกเค้า ตุ๊กตาชะมดเหล่านี้เป็นอันมากที่กุมารทั้ง ๒ เคยเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๖

ตุ๊กตาหงส์ ตุ๊กตานกกระเรียน ตุ๊กตานกยูงที่มีแววหางงามวิจิตร เหล่านี้ที่กุมารทั้ง ๒ เคยเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๗

พุ่มไม้มีดอกบานสะพรั่งทุกฤดูกาลเหล่านี้ ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๔๘

สระโบกขรณีที่น่ารื่นรมย์เหล่านี้ มีนกจักรพากส่งเสียงกู่ขัน ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ปทุม และอุบล ที่กุมารทั้ง ๒ เคยมาเล่น กุมารเหล่านั้นไม่ปรากฏให้เห็น

Item ๒๒๔๙

พระองค์มิได้หักฟืน มิได้ตักน้ำ มิได้ติดไฟ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงหงอยเหงาซบเซาอยู่

Item ๒๒๕๐

เพราะคนรักกับคนรักยังรวมกันอยู่ ความทุกข์ร้อนของหม่อมฉันย่อมหายไป วันนี้ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา

Item ๒๒๕๑

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของฉัน ไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป แม้แต่ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่

Item ๒๒๕๒

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา ไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป แม้ฝูงนกก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่

Item ๒๒๕๓

พระนางมัทรีทรงปริเวทนา พลางเที่ยวไปวิ่งหาตามซอกเขาและป่าชัฏ ในท้องเขาวงกตนั้นแล้วเสด็จมายังอาศรมอีก ทรงกันแสงอยู่ในสำนักพระราชสวามี ทูลคร่ำครวญว่า

Item ๒๒๕๔

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมิได้เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา และไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป แม้แต่ฝูงกาป่าก็มิได้ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี

Item ๒๒๕๕

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา และไม่ทราบว่า ผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป แม้แต่ฝูงนกก็ไม่ส่งเสียงร้อง ทารกทั้งหลายของหม่อมฉันคงตายแล้วเป็นแน่

Item ๒๒๕๖

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันไม่เห็นลูกน้อยทั้ง ๒ ของเรา และไม่ทราบว่าผู้ใดนำลูกน้อยเหล่านั้นไป ทั้งที่เที่ยวไปหาที่โคนไม้ ภูเขา และถ้ำ

Item ๒๒๕๗

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้ทรงพระรูปโฉมงดงาม ผู้มีพระยศ ประคองพระพาหาคร่ำครวญล้มลง ณ พื้นดิน แทบพระยุคลบาทของพระเวสสันดรนั้นนั่นเองด้วยประการฉะนี้ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๒๕๘

พระเวสสันดรราชฤๅษีทรงวักน้ำประพรม พระนางมัทรีราชบุตรีผู้เสด็จมาเฝ้าพระองค์ (ทรงวิสัญญีล้มลงแทบพระยุคลบาทของพระองค์) ทรงทราบว่า พระนางทรงฟื้นพระองค์ดีแล้ว จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้กับพระนางว่า

Item ๒๒๕๙

มัทรี เราไม่อยากจะบอกความทุกข์แก่เธอแต่แรกก่อน พราหมณ์แก่ยาจกผู้ตกยากมาสู่อาศรม

Item ๒๒๖๐

เราได้ให้ลูกน้อยทั้ง ๒ แก่พราหมณ์นั้นไป มัทรี เธออย่าได้กลัวเลย เธอจงดีใจเถิด มัทรี เธออย่าเห็นลูกน้อยทั้ง ๒ เลย อย่าได้ร้องไห้ไปนักเลย เมื่อเรายังชีวิตอยู่ ไม่มีโรคภัย ก็จักได้พบลูกน้อยทั้ง ๒ แน่

Item ๒๒๖๑

สัตบุรุษเห็นยาจกมาหาแล้วพึงให้บุตร ปศุสัตว์ ธัญชาติ และทรัพย์อื่นใดในเรือน มัทรี ขอเธอจงอนุโมทนาปุตตทานอันสูงสุดของเราเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มัทรี (พระนางมัทรีกราบทูลว่า)

Item ๒๒๖๒

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันขออนุโมทนา ปุตตทานอันสูงส่งของพระองค์ ขอพระองค์พระราชทานปุตตทานอันสูงส่งแล้ว ทรงทำพระทัยให้ผ่องใสเถิด ขอพระองค์จงทรงบำเพ็ญทานให้ยิ่งๆ ขึ้นไปเถิด

Item ๒๒๖๓

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน ในหมู่มนุษย์ผู้เป็นคนตระหนี่ พระองค์ผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ได้ทรงบำเพ็ญทานแก่พราหมณ์แล้ว

Item ๒๒๖๔

แผ่นดินก็บันลือลั่นแก่พระองค์ กิตติศัพท์ของพระองค์บันลือไปถึงสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ สายฟ้าก็แลบแปลบปลาบอยู่โดยรอบ ดังสะท้านปานประหนึ่งว่าภูเขาจะถล่มทลาย

Item ๒๒๖๕

เทพเจ้าทั้ง ๒ หมู่ผู้สิงสถิตอยู่ ณ ภูเขานารทะ ต่างถวายอนุโมทนาแด่พระเวสสันดรนั้นว่า พระอินทร์ พระพรหม ท้าวประชาบดี พระโสม ยมยักษ์ ท้าวเวสสุวรรณมหาราช และเทพเจ้าเหล่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พร้อมทั้งพระอินทร์ทุกถ้วนหน้า ต่างก็ถวายอนุโมทนา

Item ๒๒๖๖

พระนางมัทรีราชบุตรีผู้ทรงรูปโฉมงดงาม ผู้มีพระยศ ก็ทรงอนุโมทนาปุตตทาน อันสูงสุดของพระเวสสันดรแล้วด้วยประการฉะนี้แล กัณฑ์มัทรี จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ กัณฑ์สักกบรรพ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๒๖๗

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ท้าวสักกเทวราชทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์ ได้ปรากฏแก่กษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์นั้นแต่เช้าตรู่ (พราหมณ์ทูลถามว่า)

Item ๒๒๖๘

พระคุณเจ้าไม่มีโรคาพาธเบียดเบียนหรือหนอ ทรงพระสำราญดีหรือ พระคุณเจ้าเลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกหรือ มูลผลาหารมีมากหรือ

Item ๒๒๖๙

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ ในป่าที่มีเนื้อร้ายอยู่พลุกพล่านไม่มีมาเบียดเบียนหรือ (พระเวสสันดรตอบว่า)

Item ๒๒๗๐

ท่านพราหมณ์ เราไม่มีโรคมาเบียดเบียน เป็นสุขสำราญดี อนึ่ง เราเลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหาร และมูลผลาหารก็มีอยู่มาก

Item ๒๒๗๑

อนึ่ง เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานก็มีน้อย ในป่าที่มีเนื้อร้ายอยู่พลุกพล่าน ก็ไม่มีมาเบียดเบียนเราเลย

Item ๒๒๗๒

เมื่อพวกเรามีชีวิตเศร้าโศกอยู่ในป่ามาตลอด ๗ เดือน เราย่อมเห็นท่านผู้เป็นพราหมณ์ ผู้ทรงเพศอันประเสริฐ บูชาไฟ ถือไม้เท้าสีดังผลมะตูมสุก และลักจั่นน้ำนี้เป็นคนที่ ๒

Item ๒๒๗๓

มหาพราหมณ์ ท่านมาดีแล้ว มิได้มาร้าย ท่านผู้เจริญ ขอเชิญเข้าไปภายใน เชิญล้างเท้าของท่านเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ

Item ๒๒๗๔

พราหมณ์ ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่าที่มีรสหวานปานน้ำผึ้ง เชิญท่านเลือกบริโภคแต่ผลที่ดีๆ เถิด

Item ๒๒๗๕

มหาพราหมณ์ แม้น้ำดื่มนี้ก็เย็นสนิทเรานำมาจากซอกเขา ถ้าท่านต้องการก็เชิญดื่มเถิด

Item ๒๒๗๖

อนึ่ง ท่านมาถึงป่าใหญ่ เพราะเหตุไร หรือเพราะปัจจัยอะไร เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกความนั้นแก่เรา (พราหมณ์กราบทูลว่า)

Item ๒๒๗๗

ห้วงน้ำยังเต็มเปี่ยมตลอดเวลาไม่เหือดแห้งฉันใด พระองค์ทรงมีพระทัยเต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาฉันนั้น ข้าพระองค์ทูลขอแล้ว ขอพระองค์ทรงพระกรุณา พระราชทานพระชายาแก่ข้าพระองค์เถิด (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๒๗๘

ท่านพราหมณ์ ท่านขอสิ่งใด เราจะให้สิ่งนั้น เรามิได้หวั่นไหวเลย เราไม่ซ่อนสิ่งของที่มีอยู่ ใจของเรายินดีในทาน (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๒๗๙

พระเวสสันดรผู้ผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทรงกุมพระหัตถ์ของพระนางมัทรี ทรงจับเต้าน้ำ หลั่งน้ำพระราชทานพระนางมัทรีให้เป็นทานแก่พราหมณ์

Item ๒๒๘๐

ขณะนั้น เมื่อพระมหากษัตริย์ ทรงบริจาคพระนางมัทรีให้เป็นทาน ความน่าสะพรึงกลัวขนพองสยองเกล้าได้เกิดขึ้น แผ่นดินก็หวั่นไหว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ

Item ๒๒๘๑

พระนางมัทรีมิได้มีพระพักตร์เง้างอ มิได้ทรงเก้อเขิน และมิได้ทรงกันแสง ทรงเพ่งดูพระสวามีโดยดุษณีภาพ โดยคิดว่า ท้าวเธอย่อมทรงทราบสิ่งที่ประเสริฐ (พระศาสดาตรัสพระดำรัสนี้ว่า) เมื่อตถาคตเป็นพระเวสสันดร บริจาคพ่อชาลีและแม่กัณหาชินาซึ่งเป็นธิดา และพระมัทรีเทวีผู้มีวัตรอันดี ผู้ยำเกรงในพระสวามี มิได้คิดเสียดายเลย เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น บุตรทั้ง ๒ เป็นที่เกลียดชังของเราก็หามิได้ พระนางมัทรีเทวีจะไม่เป็นที่รักของเราก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึงได้ให้ของซึ่งเป็นที่รัก (ต่อมา พระนางมัทรีกราบทูลว่า)

Item ๒๒๘๒

หม่อมฉันเป็นพระชายาของพระองค์ตั้งแต่ยังเป็นสาวรุ่น พระองค์ทรงเป็นพระสวามีผู้เป็นใหญ่ของหม่อมฉัน พระองค์ทรงปรารถนาจะพระราชทานหม่อมฉันแก่ผู้ใด ก็ทรงพระราชทานแก่ผู้นั้นเถิด หรือทรงปรารถนาจะขายหรือจะฆ่า ก็ทรงขายหรือทรงฆ่าเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๒๘๓

ท้าวสักกะจอมเทพทรงทราบพระดำริของกษัตริย์ทั้ง ๒ นั้น จึงได้ตรัสดังนี้ว่า ข้าศึกทั้งมวล ทั้งที่เป็นของทิพย์และเป็นของมนุษย์ พระองค์ทรงชนะแล้ว @เชิงอรรถ : @ ข้าศึกทั้งมวล หมายถึงผู้รับทานที่มีทิพยสมบัติและผู้รับทานที่มีมนุษยสมบัติ ท่านเหล่านั้นยังมีความ @ตระหนี่อยู่ พระเวสสันดรชนะคนเหล่านี้ได้ด้วยการให้บุตรและภรรยาเป็นทาน (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๒๘๓/๔๖๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ

Item ๒๒๘๔

แผ่นดินก็บันลือลั่นแก่พระองค์ กิตติศัพท์ของพระองค์บันลือไปถึงสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ สายฟ้าก็แลบแปลบปลาบอยู่โดยรอบ ดังสะท้านปานประหนึ่งว่าภูเขาถล่มทลาย

Item ๒๒๘๕

เทพเจ้าทั้ง ๒ หมู่ผู้สิงสถิตอยู่ ณ ภูเขานารทะ ต่างถวายอนุโมทนาแด่พระเวสสันดรนั้นว่า พระอินทร์ พระพรหม ท้าวประชาบดี พระโสม ยมยักษ์ ท้าวเวสสุวรรณมหาราชและทวยเทพทั้งมวล ต่างก็ถวายอนุโมทนาว่า พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ทำได้ยากแท้

Item ๒๒๘๖

สัตบุรุษทั้งหลายเมื่อจะให้ทานชื่อว่าให้ได้ยาก เมื่อจะทำกรรมก็ชื่อว่าทำได้ยาก ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายพวกอสัตบุรุษรู้ได้ยาก

Item ๒๒๘๗

เพราะฉะนั้น สัตบุรุษและอสัตบุรุษ จึงมีคติที่ไปจากโลกนี้ต่างกัน คือ พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมไปสู่สวรรค์

Item ๒๒๘๘

การที่พระองค์เสด็จมาประทับอยู่ในป่า ได้พระราชทานพระกุมารทั้งหลายและพระชายาให้เป็นทานนี้ ชื่อว่าเป็นยานอันประเสริฐ ไม่เป็นยานที่พาก้าวลงสู่อบายภูมิ ขอมหาทานของพระองค์จงเผล็ดผลในสวรรค์เถิด (ท้าวสักกะตรัสว่า)

Item ๒๒๘๙

ข้าพเจ้าขอถวายพระนางมัทรีพระชายา ผู้มีความงามทั่วสรรพางค์กายคืนแก่พระคุณเจ้า พระองค์เท่านั้นทรงเป็นผู้คู่ควรกับพระนางมัทรี และพระนางมัทรีก็เป็นผู้คู่ควรแก่พระสวามี

Item ๒๒๙๐

น้ำนมและสังข์ทั้ง ๒ มีสีเหมือนกันฉันใด พระองค์และพระนางมัทรีก็ทรงมีพระทัยเสมอเหมือนกันฉันนั้น @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.ชา. แปล ๒๗/๕๙-๖๐/๗๙ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ

Item ๒๒๙๑

ทั้ง ๒ พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้สมบูรณ์ด้วยพระโคตร เป็นอุภโตสุชาติ ทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดา ทรงถูกเนรเทศจากแคว้นมาอยู่ ณ อาศรมในป่านี้ บุญทั้งหลายที่พระองค์กระทำมาแล้วฉันใด ขอพระองค์ทรงให้ทาน กระทำบุญอยู่ร่ำไปฉันนั้น

Item ๒๒๙๒

ข้าแต่พระราชฤๅษี หม่อมฉันเป็นท้าวสักกะจอมเทพ มาในสำนักของพระองค์ ขอพระองค์ทรงเลือกรับพร หม่อมฉันขอถวายพร ๘ ประการแก่พระองค์ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๒๙๓

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้ทรงเป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้าพระองค์จะประสาทพรแก่หม่อมฉัน ขอให้พระบิดาจงมารับหม่อมฉัน ขอพระบิดาทรงต้อนรับหม่อมฉัน ผู้ออกจากป่านี้ไปถึงเรือนของตนด้วยราชอาสน์ นี้เป็นพรประการที่ ๑

Item ๒๒๙๔

ขอให้หม่อมฉันไม่พึงชอบใจการฆ่าคน อนึ่ง แม้ผู้นั้นจะเป็นนักโทษถึงประหารชีวิต ผู้กระทำความผิดอย่างร้ายแรง ขอให้หม่อมฉันพึงได้ปลดปล่อยให้พ้นจากการถูกประหารชีวิต นี้เป็นพรประการที่ ๒

Item ๒๒๙๕

ขอให้ประชาชนทั้งหลายทั้งคนแก่ ทั้งเด็ก และคนปานกลาง พึงเข้ามาอาศัยหม่อมฉันเลี้ยงชีวิต นี้เป็นพรประการที่ ๓ @เชิงอรรถ : @ อุภโตสุชาติ หมายถึงมีวรรณะเสมอกัน คือ บริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๒๑๙/๔๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์สักกบรรพ

Item ๒๒๙๖

ขอให้หม่อมฉันอย่าพึงล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่น พอใจแต่ในภรรยาของตนไม่ไปสู่อำนาจของหญิงทั้งหลาย นี้เป็นพรประการที่ ๔

Item ๒๒๙๗

ข้าแต่ท้าวสักกะ ขอให้บุตรของหม่อมฉันผู้พลัดพรากไปนั้น พึงมีอายุยืนนาน จงครอบครองแผ่นดินโดยธรรมเถิด นี้เป็นพรประการที่ ๕

Item ๒๒๙๘

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ขอให้อาหารทิพย์พึงปรากฏ นี้เป็นพรประการที่ ๖

Item ๒๒๙๙

เมื่อหม่อมฉันให้ทานอยู่ ขออย่าให้ไทยธรรมหมดสิ้นไป เมื่อกำลังให้ ขอให้หม่อมฉันพึงทำใจให้ผ่องใส ครั้นให้แล้ว ขออย่าให้หม่อมฉันได้เดือดร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นพรประการที่ ๗

Item ๒๓๐๐

เมื่อพ้นจากอัตภาพนี้ไป ขอให้หม่อมฉันไปสู่สวรรค์ อันเป็นการไปพิเศษ ครั้นจุติจากภพนั้นแล้ว ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก นี้เป็นพรประการที่ ๘

Item ๒๓๐๑

ครั้นได้สดับพระดำรัสของพระเวสสันดรแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสพระดำรัสดังนี้ว่า คงไม่นานนัก พระบิดาบังเกิดเกล้าของพระองค์ ก็คงจะเสด็จมาเยี่ยมพระองค์

Item ๒๓๐๒

ครั้นตรัสพระดำรัสนี้แล้ว ท้าวมฆวานสุชัมบดีเทวราช ก็ได้พระราชทานพรแก่พระเวสสันดรแล้ว เสด็จกลับไปสู่หมู่ชาวสวรรค์ กัณฑ์สักกบรรพ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช กัณฑ์มหาราช (พระเจ้าสญชัยทอดพระเนตรเห็น ๒ กุมารจึงตรัสว่า)

Item ๒๓๐๓

นั่นใครหนอ หน้างามยิ่งนักดังทองคำธรรมชาติ ที่นายช่างหล่อหลอมด้วยไฟ สีใสสุกปลั่ง ดังแท่งทองธรรมชาติที่ละลายคว้างอยู่ที่ปากเบ้า

Item ๒๓๐๔

ทารกเหล่านี้มีอวัยวะคล้ายคลึงกัน มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ คนหนึ่งเหมือนพ่อชาลี อีกคนเหมือนแม่กัณหาชินา

Item ๒๓๐๕

ทารกเหล่านี้มีรูปเสมอกันเหมือนราชสีห์ออกจากถ้ำทอง ทารกเหล่านี้ปรากฏเหมือนหล่อหลอม ด้วยทองคำธรรมชาติเลยทีเดียว

Item ๒๓๐๖

ภารทวาชพราหมณ์ ท่านได้นำ ทารกเหล่านี้มาจากที่ไหนหนอ วันนี้ ท่านได้มาถึงแคว้นของเราแล้ว จะไปที่ไหนต่อไป (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๓๐๗

ข้าแต่สมมติเทพ ทารกเหล่านี้มีผู้ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยความพอใจ ตั้งแต่วันที่ได้ทารกเหล่านี้มา วันนี้เป็นคืนที่ ๑๕ (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๐๘

ด้วยวาจาไพเราะอะไรเล่า ท่านจึงได้ทารกเหล่านี้มา ท่านควรทำให้เราเชื่อโดยวิธีที่ชอบ ใครให้ปุตตทานอันสูงสุดนั้นแก่ท่าน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช (ชูชกกราบทูลว่า)

Item ๒๓๐๙

พระราชาผู้ทรงเป็นที่พึ่งของพวกยาจกที่มาทูลขอ เป็นดังธรณีเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย คือพระเวสสันดรผู้เสด็จไปประทับอยู่ในป่า ได้พระราชทานพระโอรสทั้งหลายแก่ข้าพระองค์

Item ๒๓๑๐

พระราชาผู้ทรงเป็นที่ต้องประสงค์ของพวกยาจกผู้มาทูลขอ เป็นดังสาครอันเป็นที่รองรับของแม่น้ำทั้งหลายที่หลั่งไหลมา คือพระเวสสันดรผู้เสด็จไปประทับอยู่ในป่า ได้พระราชทานพระโอรสทั้งหลายแก่ข้าพระองค์ (พวกอำมาตย์ติเตียนพระเวสสันดรว่า)

Item ๒๓๑๑

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พระราชาผู้มีศรัทธา ทรงอยู่ครอบครองเรือน ทรงทำกรรมที่ไม่สมควรหนอ พระเวสสันดรถูกเนรเทศออกจากแคว้นไปอยู่ในป่า จะพึงพระราชทานพระโอรสทั้งหลายได้อย่างไรหนอ

Item ๒๓๑๒

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ชาวพระนครมีประมาณเท่าใด ที่มาประชุมกันอยู่ในที่นี้ ขอทุกท่านจงช่วยกันพิจารณาดูเรื่องนี้ พระเวสสันดรประทับอยู่ในป่า ได้พระราชทานพระโอรสทั้งหลายได้อย่างไร

Item ๒๓๑๓

พระองค์จงพระราชทานทาส ทาสี ม้า แม่ม้าอัสดร รถ และช้างกุญชรตัวประเสริฐไปเถิด ทำไม จึงทรงพระราชทานทารกทั้งหลายเล่า (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)

Item ๒๓๑๔

ข้าแต่สมเด็จพระอัยกา ในเรือนของผู้ใดไม่มีทาส ม้า แม่ม้าอัสดร รถ และช้างกุญชรตัวประเสริฐ ผู้นั้นจะพึงให้อะไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๑๕

บุตรน้อยทั้งหลาย ปู่สรรเสริญทานแห่งบิดาของเจ้านั้น ไม่ได้ติเตียนเลย หทัยแห่งบิดาของเจ้าเป็นอย่างไรหนอ จึงได้ให้เจ้าทั้ง ๒ แก่พราหมณ์วณิพก (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า) ข้าแต่พระอัยกามหาราช พระบิดาของหม่อมฉัน พระราชทานพวกหม่อมฉันแก่พราหมณ์วณิพกแล้ว ได้ทรงสดับถ้อยคำรำพันพิลาปซึ่งน้องกัณหาได้กล่าวแล้ว

Item ๒๓๑๖

ข้าแต่สมเด็จพระอัยกา พระหทัยของพระบิดานั้น เป็นทุกข์และเร่าร้อน มีดวงพระเนตรแดงดังดาวโรหิณี มีพระอัสสุชลหลั่งไหล

Item ๒๓๑๗

น้องกัณหาชินาได้กราบทูลพระบิดาว่า “ข้าแต่พระบิดา พราหมณ์นี้เฆี่ยนตีหม่อมฉัน ด้วยไม้เท้าเหมือนตีทาสีผู้เกิดในเรือนเบี้ย

Item ๒๓๑๘

ข้าแต่พระบิดา ผู้นี้คงจะมิใช่พราหมณ์แน่ เพราะพราหมณ์ทั้งหลายเป็นผู้มีธรรม แต่พราหมณ์คงจะเป็นยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์ นำลูกทั้ง ๒ ไปเพื่อจะกินเป็นอาหาร พระเจ้าข้า ลูกทั้ง ๒ ถูกพราหมณ์ผู้เป็นปีศาจนำไป ข้าแต่พระบิดา ทำไมหนอ พระองค์จึงทรงเมินเฉยอยู่เล่า” (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๑๙

มารดาของเจ้าทั้งหลาย เป็นพระราชบุตรี บิดาเป็นราชบุตร เจ้าทั้งหลาย เคยขึ้นนั่งตักของปู่ แต่บัดนี้ เพราะเหตุไร จึงยืนอยู่ห่างไกลหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)

Item ๒๓๒๐

พระมารดาของหม่อมฉันทั้งหลาย เป็นพระราชบุตรี และพระบิดาก็เป็นพระราชบุตร แต่หม่อมฉันทั้งหลาย เป็นทาสของพราหมณ์ เพราะฉะนั้น จึงยืนอยู่ห่างไกล พระเจ้าข้า (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๒๑

เธอทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ไม่ชอบเลย หทัยของปู่กำลังเร่าร้อน กายของปู่เหมือนอยู่บนเชิงตะกอน ปู่มิได้รับความสุขบนราชอาสน์เลย

Item ๒๓๒๒

เธอทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ไม่ชอบเลย อย่าได้เพิ่มความเศร้าโศกให้เกิดแก่ปู่เลย ปู่จักไถ่เธอทั้งหลายด้วยทรัพย์ เธอทั้งหลายจักไม่เป็นทาส

Item ๒๓๒๓

พ่อชาลี บิดาของเธอทั้งหลาย ได้ตีราคาพวกเธอไว้เท่าไร จึงให้พราหมณ์ ขอให้เธอทั้งหลายจงบอกปู่ตามความจริง พนักงานทั้งหลายจงให้พราหมณ์รับเอาทรัพย์ไปเถิด (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)

Item ๒๓๒๔

ข้าแต่พระอัยกา พระบิดาทรงตีราคาหม่อมฉัน มีค่าเท่าราคาทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง ทรงตีราคาน้องกัณหาชินาราชกัญญา ด้วยสัตว์พาหนะมีช้างเป็นต้นอย่างละ ๑๐๐ แล้วจึงได้พระราชทานให้แก่พราหมณ์ (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๒๕

มหาดเล็ก เจ้าจงลุกขึ้น รีบไปนำทาสี ทาส โค ช้าง และโคอุสภราชอย่างละ ๑๐๐ กับทองคำ ๑,๐๐๐ แท่ง มาให้แก่พราหมณ์ เป็นค่าไถ่บุตรทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช

Item ๒๓๒๖

ลำดับนั้น พนักงานรีบไปนำทาสี ทาส โค ช้าง และโคอุสภราชอย่างละ ๑๐๐ มาให้แก่พราหมณ์ เป็นค่าไถ่ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๓๒๗

กษัตริย์ทั้ง ๒ ทรงไถ่แล้ว รับสั่งให้สรงสนานและให้เสวยพระกระยาหารเสร็จ ให้ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งหลายแล้ว สมเด็จพระอัยกาทรงอุ้มทารกองค์หนึ่ง สมเด็จพระอัยยิกาทรงอุ้มองค์หนึ่ง

Item ๒๓๒๘

พระกุมารทั้ง ๒ ทรงสรงสนานพระเศียรแล้ว ทรงพระภูษาอันสะอาด ทรงประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวงแล้ว พระราชาผู้พระอัยกาก็ทรงอุ้มพระชาลีขึ้นประทับบนพระเพลา

Item ๒๓๒๙

พระกุมารทั้ง ๒ ทรงประดับกุณฑล ที่มีเสียงดังก้องน่ารื่นรมย์ใจ ทรงประดับดอกไม้และเครื่องอลังการทั้งปวงแล้ว พระราชาทรงอุ้มพระชาลีกุมารขึ้นประทับ บนพระเพลาแล้วได้ตรัสถามดังนี้ว่า

Item ๒๓๓๐

พ่อชาลี พระบิดาและพระมารดาทั้ง ๒ ของเธอ ไม่มีโรคดอกหรือ เลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหา ผลาหารหรือ มูลผลาหารมีมากหรือ

Item ๒๓๓๑

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ ในป่าที่มีเนื้อร้ายพลุกพล่าน ไม่มีมาเบียดเบียนหรือ (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)

Item ๒๓๓๒

ข้าแต่สมมติเทพ พระบิดาและพระมารดาของหม่อมฉัน ทั้ง ๒ พระองค์นั้นไม่มีโรค เลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหาผลาหาร และมูลผลาหารก็มีมาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช

Item ๒๓๓๓

อนึ่ง เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานก็มีน้อย ในป่าที่มีสัตว์ร้ายพลุกพล่าน ก็ไม่มีมาเบียดเบียน ซึ่งพระบิดาและพระมารดาทั้ง ๒ พระองค์นั้นเลย

Item ๒๓๓๔

พระมารดาของหม่อมฉันทรงขุดรากบัว เหง้าบัว ทรงสอยผลพุทรา ผลรกฟ้า และผลมะตูม นำมาเลี้ยงพระบิดาและหม่อมฉันทั้ง ๒

Item ๒๓๓๕

พระมารดานั้นทรงนำมูลผลาหารใดมาจากป่า พระบิดาและหม่อมฉันทั้ง ๒ มารวมกัน เสวยมูลผลาหารนั้นในทุกคืนวัน

Item ๒๓๓๖

พระมารดาของหม่อมฉันทั้ง ๒ เป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ ต้องมาเที่ยวแสวงหาผลไม้ มีพระฉวีวรรณผอมเหลือง เพราะลมและแดด เหมือนดอกปทุมที่ถูกขยำด้วยมือ

Item ๒๓๓๗

เมื่อพระมารดาเสด็จเที่ยวไปในป่าใหญ่ ซึ่งเป็นป่าที่มีสัตว์ร้ายพลุกพล่าน เป็นที่อยู่อาศัยของแรดและเสือเหลือง พระเกสาของพระองค์ก็ร่วงหล่น

Item ๒๓๓๘

พระมารดาทรงขมวดพระเมาลี ทรงไว้ซึ่งเหงื่อไคลที่พระกัจฉะ ทรงพระภูษาหนังเสือ บรรทมเหนือแผ่นดินและทรงบูชาไฟ

Item ๒๓๓๙

บุตรทั้งหลายเกิดมาแล้วเป็นที่รักของมนุษย์ในโลก พระอัยกาของเราทั้งหลายไม่เกิดพระสิเนหาในพระโอรสเป็นแน่ (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๔๐

หลานรัก จริงทีเดียว การที่ปู่ให้เนรเทศ ซึ่งพระบิดาของเจ้าผู้ไม่มีโทษเพราะคำพูดของชาวกรุงสีพีนั้น ชื่อว่าปู่ได้ทำกรรมชั่วร้าย และชื่อว่าปู่ได้ทำกรรมที่ทำลายความเจริญแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช

Item ๒๓๔๑

สิ่งใดสิ่งหนึ่งของปู่มีอยู่ในนครนี้ก็ดี ทรัพย์และธัญชาติใดๆ มีอยู่ก็ดี ขอให้พระเจ้าเวสสันดรจงมาเป็นเจ้าปกครองสิ่งนั้นๆ ในกรุงสีพีเถิด (พระชาลีกุมารกราบทูลว่า)

Item ๒๓๔๒

ขอเดชะสมมติเทพ พระบิดาของหม่อมฉัน เป็นผู้สูงสุดแห่งชาวกรุงสีพีคงจักไม่เสด็จมาเพราะคำของหม่อมฉัน ขอให้พระองค์ผู้สมมติเทพเสด็จไปทรงอภิเษก พระบิดาของหม่อมฉันด้วยโภคะทั้งหลายด้วยพระองค์เองเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๓๔๓

ลำดับนั้น พระเจ้ากรุงสญชัยจึงได้รับสั่งเสนาบดีว่า กองทัพ คือ กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบจงตระเตรียมอาวุธให้พร้อม ชาวนิคม พราหมณ์ และพวกปุโรหิตจงตามเราไป

Item ๒๓๔๔

ต่อจากนั้น เหล่าทหาร ๖๐,๐๐๐ นายผู้สง่างาม ผูกสอด(อาวุธ)แล้ว ประดับด้วยผ้าสีต่างๆ กัน จงพากันรีบตามมาโดยเร็ว

Item ๒๓๔๕

เหล่าทหารผู้ผูกสอด(อาวุธ)แล้ว ประดับประดาด้วยเสื้อผ้าสีต่างๆ กัน คือ พวกหนึ่งแต่งด้วยผ้าสีเขียว พวกหนึ่งแต่งสีเหลือง พวกหนึ่งแต่งสีแดง พวกหนึ่งแต่งสีขาวจงรีบตามมา

Item ๒๓๔๖

ภูเขาคันธมาทน์มีกลิ่นหอมถูกหิมะปกคลุม ดารดาษไปด้วยพฤกษชาตินานาชนิด เป็นที่อาศัยอยู่ของฝูงสัตว์เป็นอันมาก

Item ๒๓๔๗

และมีต้นไม้ที่เป็นทิพยโอสถ สว่างไสวและฟุ้งตลบไปทั่วทิศฉันใด ขอเหล่าทหารผู้ผูกสอด(อาวุธ)แล้วจงรีบตามมา และจงรุ่งเรืองมีเกียรติยศฟุ้งขจรไปทั่วทิศฉันนั้นเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช

Item ๒๓๔๘

ต่อจากนั้น จงจัดเทียมช้างที่สูงใหญ่ ๑๔,๐๐๐ เชือก มีสายรัดประคับทองมีเครื่องประดับ และเครื่องปกคลุมศีรษะที่สำเร็จแล้วด้วยทอง

Item ๒๓๔๙

มีนายควานช้างถือโตมรและขอ ขึ้นขี่คอประจำ เตรียมพร้อมสรรพ ประดับตกแต่งสวยงาม จงรีบตามมา

Item ๒๓๕๐

ต่อจากนั้น จงจัดม้าสินธพชาติอาชาไนย ๑๔,๐๐๐ ตัว ที่มีฝีเท้าเร็ว

Item ๒๓๕๑

พร้อมด้วยนายสารถีผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการ ถือแส้และดาบสั้น ผูกสอด(อาวุธ)ขึ้นขี่ประจำหลัง

Item ๒๓๕๒

ต่อจากนั้น จงจัดเทียมกระบวนรถ ๑๔,๐๐๐ คัน ที่มีเหล็กหุ้มกงล้ออย่างแน่นหนา เรือนรถขจิตด้วยทอง

Item ๒๓๕๓

จงยกธงขึ้นปักไว้บนรถคันนั้นๆ พวกนายขมังธนูผู้ยิงได้แม่นยำ คล่องแคล่วชำนาญ ในรถทั้งหลาย จงเตรียมโล่ห์ เกราะ และแล่งธนูไว้ให้พร้อม ทหารเหล่านี้จงตระเตรียมให้พร้อมแล้วรีบตามมา

Item ๒๓๕๔

ขอจงให้โปรยข้าวตอก ดอกไม้ มาลัย ของหอม และเครื่องลูบไล้เถิด และจงให้จัดตั้งเครื่องบูชาอันมีค่า ตามทางที่พระเจ้าเวสสันดรโอรสของเราจักเสด็จมา

Item ๒๓๕๕

ในบ้านแต่ละหมู่บ้าน จงให้ตั้งหม้อสุราและเมรัยไว้ หมู่ละ ๑๐๐ หม้อที่หนทางที่พระเจ้าเวสสันดรโอรสของเราจักเสด็จมา

Item ๒๓๕๖

จงให้ตั้งมังสาหาร ขนม ขนมแดกงา ขนมกุมมาส ที่ปรุงด้วยเนื้อปลาไว้ใกล้ทาง ที่พระเจ้าเวสสันดรโอรสของเราจักเสด็จมา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์มหาราช

Item ๒๓๕๗

จงให้ตั้งเนยใส น้ำมัน นมส้ม นมสด ขนมแป้ง ข้าวฟ่าง และสุราเป็นจำนวนมาก ไว้ใกล้ทางที่พระเจ้าเวสสันดรโอรสของเราจักเสด็จมา

Item ๒๓๕๘

ให้มีพนักงานพิเศษทั้งครัวหวานและครัวคาว จัดตั้งไว้เพื่อประชาชนทั่วไป ให้มีมหรสพฟ้อนรำขับร้องทุกๆ อย่าง เพลงปรบมือ กลองยาว คนขับเสภา และคนผู้บรรเทาความเศร้าโศก

Item ๒๓๕๙

พวกมโหรีจงเล่นดนตรี ดีดพิณพร้อมทั้งตีกลองน้อยกลองใหญ่ เป่าสังข์ ตีกลองหน้าเดียว

Item ๒๓๖๐

ตีตะโพน แกว่งบัณเฑาะว์ เป่าสังข์ ดีดจะเข้ และตีกลองใหญ่ กลองเล็ก (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๓๖๑

กองทัพของกรุงสีพีเป็นกองทัพใหญ่ ที่จัดเป็นกระบวนตั้งไว้เสร็จแล้ว มีพระชาลีราชกุมารเป็นผู้นำทาง ได้ยาตราไปยังเขาวงกต

Item ๒๓๖๒

ช้างพลายอายุ ๖๐ ปี มีสายรัดประคับทอง ผูกตกแต่งไว้ บันลือก้องโกญจนาทกระหึ่มอยู่ ช้างวารณะก็บันลือโกญจนาทกระหึ่มอยู่

Item ๒๓๖๓

เหล่าม้าอาชาไนยก็แผดเสียงแหลมดังลั่น เสียงกงล้อดังกึกก้อง ฝุ่นละอองฟุ้งตลบถึงนภากาศ กองทัพของชาวกรุงสีพีก็จัดกระบวนตั้งไว้ดีแล้ว @เชิงอรรถ : @ คนผู้บรรเทาความเศร้าโศก หมายถึงนักมายากล หรือนักร้อง นักดนตรี แม้พวกอื่น ท่านก็เรียกว่า @ผู้บรรเทาความเศร้าโศก เพราะสามารถนำความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นออกไปได้ (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๓๕๘/๔๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ฉกษัตริย์

Item ๒๓๖๔

กองทัพนั้นเป็นกองทัพใหญ่ จัดเป็นกระบวนตั้งไว้ สามารถทำลายล้างอริราชศัตรูได้ มีพระชาลีราชกุมารเป็นผู้นำทาง ได้ยาตราไปยังเขาวงกต

Item ๒๓๖๕

พระเจ้ากรุงสญชัยพร้อมด้วยข้าราชบริพารเหล่านั้น เสด็จเข้าไปยังป่าใหญ่มีกิ่งไม้มากมายและน้ำมาก ดารดาษไปด้วยต้นไม้ดอกและไม้ผลทั้ง ๒ อย่าง

Item ๒๓๖๖

ในป่าใหญ่นั้น มีนกมากมายหลายสี มีเสียงกล่อมไพเราะ เกาะอยู่บนต้นไม้ที่ผลิดอกตามฤดูกาล ร้องประสานเสียง เสียงระเบงเป็นคู่ๆ

Item ๒๓๖๗

พระเจ้ากรุงสญชัยพร้อมด้วยราชบริพารเหล่านั้น เสด็จพระราชดำเนินไปสู่ทางไกล ล่วงเลยหลายวันหลายคืน จึงบรรลุถึงประเทศที่พระเวสสันดรประทับอยู่ กัณฑ์มหาราช จบ กัณฑ์ฉกษัตริย์ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๓๖๘

พระเวสสันดรได้ทรงสดับเสียงกึกก้องแห่งกองทัพเหล่านั้น ก็ตกพระทัยกลัว เสด็จขึ้นภูเขา ทรงหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทอดพระเนตรดูกองทัพ ตรัสว่า

Item ๒๓๖๙

เชิญดูเถิดมัทรี เสียงกึกก้องเช่นใดในป่า ม้าอาชาไนยส่งเสียงแผดร้องก้องสนั่น ปรากฏยอดธงไหวๆ

Item ๒๓๗๐

นายพรานเหล่านี้ได้ขึงข่ายล้อมฝูงเนื้อในป่า ไล่ต้อนให้ตกลงในหลุมแล้ว ไล่ทิ่มแทงด้วยหอกอันคม คัดเลือกเอาเนื้อเหล่านั้นตัวอ้วนๆ ฉันใด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ฉกษัตริย์

Item ๒๓๗๑

เราทั้ง ๒ ก็ฉันนั้น เป็นผู้ไม่มีโทษ ถูกขับไล่จากแคว้นมาอยู่ในป่า จึงตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกศัตรูเป็นแน่ จงดูเอาเถิดคนผู้ฆ่าคนที่ไม่มีกำลัง (พระนางมัทรีกราบทูลว่า)

Item ๒๓๗๒

พวกศัตรูย่ำยีพระองค์ไม่ได้ เปรียบเหมือนไฟย่ำยีห้วงน้ำไม่ได้ฉะนั้น ขอพระองค์จงทรงระลึกถึงข้อนั้นนั่นแหละ แต่นี้ไปจะพึงมีแต่ความสวัสดี (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๓๗๓

ลำดับนั้น พระเจ้าเวสสันดรได้เสด็จลงจากภูเขา ประทับนั่งในบรรณศาลา ทรงตั้งพระทัยให้หนักแน่น

Item ๒๓๗๔

พระบิดารับสั่งให้ถอยรถกลับ ให้วางกำลังกองทัพไว้แล้ว เสด็จเข้าไปหาพระโอรสผู้ประทับอยู่ในป่าเพียงลำพัง

Item ๒๓๗๕

เสด็จลงจากคอช้างพระที่นั่ง ทรงเฉวียงพระอังสา ประนมพระหัตถ์ แวดล้อมแห่แหนด้วยหมู่อำมาตย์ เสด็จไปเพื่ออภิเษกพระโอรส

Item ๒๓๗๖

ณ ที่นั้น ท้าวเธอได้ทอดพระเนตรเห็น พระโอรสทรงเพศเป็นบรรพชิต ประทับนั่งเข้าฌานอยู่ในบรรณศาลา เป็นสมาธิแน่วแน่ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน

Item ๒๓๗๗

พระเวสสันดรและพระนางมัทรี ทอดพระเนตรเห็นพระบิดา ผู้มีความรักในบุตรกำลังเสด็จมา ได้ทรงต้อนรับถวายอภิวาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ฉกษัตริย์

Item ๒๓๗๘

ฝ่ายพระนางมัทรีทรงซบพระเศียรถวายอภิวาท แทบพระยุคลบาทของพระสัสสุระ(พ่อผัว)กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันมัทรีสะใภ้ของพระองค์ ขอถวายบังคมพระยุคลบาท พระเจ้ากรุงสญชัยทรงสวมกอด ๒ กษัตริย์ ใช้ฝ่าพระหัตถ์ ลูบพระปฤษฎางค์อยู่ไปมา ณ อาศรมนั้น (ตรัสว่า)

Item ๒๓๗๙

ลูกรัก พวกเจ้าไม่มีโรคเบียดเบียน เป็นสุขสำราญดีหรือ เลี้ยงอัตภาพด้วยการแสวงหามูลผลาหารสะดวกหรือ มูลผลาหารมีมากอยู่หรือ

Item ๒๓๘๐

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ ในป่าที่มีเนื้อร้ายพลุกพล่าน ไม่มาเบียดเบียนหรือ (พระเวสสันดรกราบทูลว่า)

Item ๒๓๘๑

ข้าแต่สมมติเทพ พวกหม่อมฉันเป็นอยู่ตามมีตามได้ หม่อมฉันทั้งหลายเป็นอยู่อย่างฝืดเคือง ชีวิตเป็นอยู่ได้ด้วยการเที่ยวแสวงหา

Item ๒๓๘๒

ข้าแต่มหาราช นายสารถีทรมานม้าให้หมดฤทธิ์ฉันใด หม่อมฉันทั้งหลายก็ถูกทรมานให้หมดฤทธิ์ฉันนั้น ความหมดฤทธิ์ย่อมทรมานหม่อมฉันทั้งหลาย

Item ๒๓๘๓

ข้าแต่มหาราช เมื่อหม่อมฉันทั้งหลาย ถูกเนรเทศมามีชีวิตอยู่อย่างหงอยเหงาในป่า หม่อมฉันทั้งหลาย มีเนื้อหนังซูบซีดผอมลง เพราะไม่ได้พบพระบิดาและพระมารดา

Item ๒๓๘๔

ข้าแต่มหาราช ทายาทผู้มีมโนรถยังไม่สมบูรณ์ ของหม่อมฉันผู้ประเสริฐแห่งชาวกรุงสีพี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ฉกษัตริย์ คือพ่อชาลีและแม่กัณหาชินา ทั้ง ๒ องค์ ยังตกอยู่ในอำนาจของพราหมณ์ผู้หยาบช้า มันเฆี่ยนตีพ่อชาลีและแม่กัณหาชินาทั้ง ๒ นั้นเหมือนเฆี่ยนตีโค

Item ๒๓๘๕

ถ้าพระองค์ทรงทราบ หรือทรงได้สดับข่าวลูกทั้ง ๒ ของพระราชบุตรีนั้น ขอได้ทรงกรุณารีบตรัสบอกแก่หม่อมฉันทั้งหลายด้วยเถิด เหมือนหมอรีบพยาบาลคนผู้ถูกงูกัด (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๘๖

กุมารทั้ง ๒ คือ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา พ่อได้ให้ทรัพย์แก่พราหมณ์แล้วไถ่ถอนมา ลูกรัก ลูกอย่าได้กลัวเลย จงเบาใจเถิด (พระเวสสันดรทูลถามว่า)

Item ๒๓๘๗

ข้าแต่พระบิดา พระองค์ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ ทรงพระสำราญดีหรือ พระจักษุของพระมารดาของข้าพระองค์ยังไม่เสื่อมหรือ (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๓๘๘

ลูกรัก พ่อสบายดี ไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง จักษุแม่ของเจ้าก็ไม่เสื่อม (พระเวสสันดรทูลถามว่า)

Item ๒๓๘๙

ราชพาหนะของพระองค์ที่เขาเทียมแล้วยังมั่นคงหรือ ราชพาหนะยังนำภาระไปได้หรือ ชนบทเจริญดีอยู่หรือ ฝนไม่แห้งแล้งหรือ (พระเจ้าสญชัยตอบว่า)

Item ๒๓๙๐

ราชพาหนะของเราที่เทียมแล้วยังมั่นคง ราชพาหนะยังนำภาระไปได้ ชนบทก็เจริญดี และฝนก็ไม่แล้ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์ฉกษัตริย์

Item ๒๓๙๑

เมื่อกษัตริย์ทั้ง ๓ เหล่านั้นกำลังทรงสนทนากันอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ พระมารดาผู้เป็นราชบุตรี ไม่ทรงฉลองพระบาท เสด็จไปปรากฏที่ช่องภูเขา

Item ๒๓๙๒

พระเวสสันดรและพระนางมัทรีทอดพระเนตรเห็นพระมารดา ผู้มีความรักในพระโอรสกำลังเสด็จมา จึงทรงต้อนรับถวายอภิวาท

Item ๒๓๙๓

ฝ่ายพระนางมัทรีทรงซบพระเศียรเกล้าถวายอภิวาท แทบพระยุคลบาทของพระสัสสุ(แม่ผัว)กราบทูลว่า ข้าแต่สมเด็จพระอัยยิกา หม่อมฉันมัทรีสะใภ้ของพระองค์ ขอถวายบังคมพระยุคลบาท

Item ๒๓๙๔

ส่วนบุตรน้อยทั้งหลาย เสด็จมาแต่ที่ไกลโดยสวัสดิภาพ ทอดพระเนตรเห็นพระนางมัทรี ก็ทรงคร่ำครวญวิ่งเข้าไปหา อุปมาเหมือนลูกโคอ่อนคอยชะเง้อหาแม่เป็นแน่

Item ๒๓๙๕

ฝ่ายพระนางมัทรีทอดพระเนตรเห็นบุตรน้อยทั้งหลาย ผู้เสด็จมาแต่ที่ไกลโดยสวัสดิภาพ ทั้งสั่นระรัวไปทั่วพระวรกายเหมือนแม่มด น้ำนมก็หลั่งไหล

Item ๒๓๙๖

เมื่อพระญาติทั้งหลายมาพร้อมกันแล้ว ขณะนั้น ก็ได้เกิดเสียงดังอึกทึกกึกก้อง ภูเขาทั้งหลายก็มีเสียงดังลั่น แผ่นดินสะเทือนหวั่นไหว

Item ๒๓๙๗

ฝนตกลงยังท่อธารให้หลั่งไหลไป ขณะที่พระเจ้าเวสสันดรได้สมาคมกับพระญาติทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐ .เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๓๙๘

ในกาลที่กษัตริย์ทั้งหลาย คือ พระราชา พระเทวี พระโอรส พระสุณิสา และพระนัดดาทั้งหลาย มาประชุมพร้อมกันแล้ว ก็ได้เกิดอัศจรรย์น่าขนพองสยองเกล้า

Item ๒๓๙๙

ประชาราษฎร์ทั้งปวงมาพร้อมใจกัน ประนมมือถวายบังคมพระมหากษัตริย์ ร้องไห้วิงวอนพระเวสสันดรและพระนางมัทรี ในป่าอันน่าสะพรึงกลัวว่า ขอพระองค์ทรงเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระองค์ทั้ง ๒ ทรงพระกรุณาเสวยราชสมบัติ เป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด กัณฑ์ฉกษัตริย์ จบ กัณฑ์นครกัณฑ์ (พระเวสสันดรตรัสว่า)

Item ๒๔๐๐

พระบิดา ชาวชนบท และชาวนิคม ได้พร้อมใจกันเนรเทศหม่อมฉัน ผู้ครองราชสมบัติโดยธรรมจากแคว้น (พระเจ้าสญชัยตรัสว่า)

Item ๒๔๐๑

ลูกรัก จริงทีเดียว การที่พ่อให้เนรเทศ ซึ่งลูกผู้ไม่มีความผิดออกไปจากแคว้นตามคำของชาวกรุงสีพีนั้น ชื่อว่าพ่อได้ทำกรรมชั่วร้าย และชื่อว่าพ่อได้ทำกรรมที่ทำลายความเจริญแล้ว

Item ๒๔๐๒

ขึ้นชื่อว่าบุตรควรช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ ของมารดาบิดาและพี่น้องที่เกิดขึ้น เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ด้วยชีวิตของตน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๒๔๐๓

ลำดับนั้น พระเจ้าเวสสันดรได้ทรงชำระล้างธุลีและสิ่งโสโครก ครั้นทรงชำระล้างธุลีและสิ่งโสโครกแล้ว ได้ทรงเพศเป็นพระราชา

Item ๒๔๐๔

พระเวสสันดรบรมกษัตริย์ทรงสนานพระเศียรแล้ว ทรงพัสตราภรณ์อันสะอาด ทรงประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง สอดพระแสงขรรค์ที่ทำให้ราชปัจจามิตรเดือดร้อนเกรงขาม เสด็จขึ้นทรงพญาปัจจยนาค

Item ๒๔๐๕

ครั้งนั้น เหล่าทหาร ๖๐,๐๐๐ นายผู้สง่างาม ต่างก็ชื่นชมยินดี แวดล้อมพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ

Item ๒๔๐๖

ลำดับนั้น เหล่าพระสนมกำนัลในของพระเจ้ากรุงสีพี มาประชุมพร้อมกัน ทูลเชิญพระนางมัทรีให้สรงสนานแล้ว ถวายพระพรว่า ขอพระเวสสันดรจงทรงอภิบาลรักษาพระเจ้าแม่ พ่อชาลีและแม่กัณหาชินาทั้ง ๒ พระองค์ อนึ่ง ขอพระเจ้ากรุงสญชัยมหาราชจงทรงอภิรักษ์พระแม่เจ้าเทอญ

Item ๒๔๐๗

พระเวสสันดรบรมกษัตริย์และพระนางมัทรี กลับมาดำรงในสิริราชสมบัติตามเดิมแล้ว ทรงระลึกถึงความลำบากของตนในกาลก่อน จึงรับสั่งให้นำกลองนันทิเภรีไปตีประกาศ ที่คุ้มครองเขาวงกตอันน่ารื่นรมย์

Item ๒๔๐๘

พระนางมัทรีผู้สมบูรณ์ด้วยลักษณะได้ปัจจัย นี้แล้ว ทรงระลึกถึงความลำบากของตนในกาลก่อน ครั้นได้พบพระโอรสทั้งหลายก็มีพระทัยปลาบปลื้มโสมนัส @เชิงอรรถ : @ ได้ปัจจัยนี้ หมายถึงได้ราชสมบัติ (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๒๔๐๘/๔๙๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๔๐๙

ก็พระนางมัทรีผู้สมบูรณ์ด้วยลักษณะได้ปัจจัยนี้แล้ว ทรงระลึกถึงความลำบากของตนในกาลก่อน มีพระทัยชื่นชมยินดีปรีดาพร้อมกับพระโอรสทั้งหลาย

Item ๒๔๑๐

ลูกรักทั้ง ๒ เมื่อก่อนแม่ได้บำเพ็ญวัตรนี้ นอนเหนือแผ่นดินเป็นนิตย์ นี้เป็นวัตรของแม่ เพราะแม่รักเจ้าทั้งหลาย

Item ๒๔๑๑

วัตรของแม่สำเร็จในวันนี้ เพราะได้พบพวกเจ้า ลูกรักทั้ง ๒ ขอความโสมนัสที่เกิดจากแม่ก็ดี จากพระบิดาก็ดี จงคุ้มครองลูก อนึ่ง ขอพระเจ้ากรุงสญชัยมหาราช จงทรงอภิรักษ์ความโสมนัสนั้น

Item ๒๔๑๒

บุญกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่แม่และพระบิดาของลูกทำแล้วมีอยู่ ด้วยบุญกุศลทั้งหมดนั้น ขอลูกจงเป็นผู้ไม่แก่ไม่ตาย

Item ๒๔๑๓

พระนางมัทรีทรงงดงามด้วยพระภูษาอย่างใด พระนางผุสดีสัสสุเทวีก็ทรงจัดพระภูษาอย่างนั้น คือ พระภูษากัปปาสิกพัสตร์ โกไสยพัสตร์ โขมพัสตร์ และโกทุมพรพัสตร์ ส่งไปประทานแก่พระนางมัทรีราชสุณิสา

Item ๒๔๑๔

พระนางมัทรีทรงงดงามด้วยเครื่องประดับอย่างใด พระนางผุสดีสัสสุเทวีก็ทรงจัดเครื่องประดับอย่างนั้น คือ พระธำมรงค์สุพรรณรัตน์ สร้อยพระศอนพรัตน์ ส่งไปประทานแก่พระนางมัทรีราชสุณิสา

Item ๒๔๑๕

พระนางมัทรีทรงงดงามด้วยเครื่องประดับอย่างใด พระนางผุสดีสัสสุเทวีก็ทรงจัดเครื่องประดับอย่างนั้น คือ พระวลัยสำหรับประดับข้อพระบาท พระกุณฑลสำหรับพระกรรณ สายรัดพระองค์ฝังแก้วมณีเพชร ส่งไปประทานแก่พระนางมัทรีราชสุณิสา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๔๑๖

พระนางมัทรีทรงงดงามด้วยเครื่องประดับอย่างใด พระนางผุสดีสัสสุเทวีก็ทรงจัดเครื่องประดับอย่างนั้น คือ ดอกไม้กรองเครื่องประดับพระเมาลี เครื่องประดับพระนลาตและเครื่องประดับฝังแก้วมณีสีต่างๆ กัน ส่งไปประทานแก่พระนางมัทรีราชสุณิสา

Item ๒๔๑๗

พระนางมัทรีทรงงดงามด้วยเครื่องประดับอย่างใด พระนางผุสดีสัสสุเทวีก็ทรงจัดเครื่องประดับอย่างนั้น คือ เครื่องประดับพระถัน เครื่องประดับพระอังสา สะอิ้งเพชร และฉลองพระบาท ส่งไปประทานแก่พระนางมัทรีราชสุณิสา

Item ๒๔๑๘

พระนางมัทรีราชบุตรีทรงตรวจดูเครื่องประดับ ที่ร้อยด้วยด้ายและไม่ร้อยด้วยด้าย พระนางมัทรีราชบุตรีทรงตรวจดูและประดับตกแต่งแล้ว ทรงงดงามดังนางเทพกัญญาในพระอุทยานนันทวัน

Item ๒๔๑๙

พระนางมัทรีราชบุตรีทรงสนานพระเศียร ทรงพัสตราภรณ์อันสะอาด ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง ทรงงดงามดังนางเทพอัปสรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

Item ๒๔๒๐

พระนางมัทรีราชบุตรีทรงมีริมพระโอษฐ์งาม ทรงงดงามดังต้นกล้วยสีทองที่เกิดในสวนจิตรลดาถูกลมพัดไปมา

Item ๒๔๒๑

พระนางมัทรีราชบุตรีมีพระโอษฐ์แดงดุจผลไทรและผลตำลึกสุก งดงามดังกินนรีมีขนปีกงามวิจิตร บินร่อนอยู่ในอากาศ

Item ๒๔๒๒

เหล่าพนักงานตกแต่งดรุณหัตถีอันเป็นช้างพระที่นั่ง ตัวประเสริฐ อดทนต่อหอกซัดและลูกศร มีงาเรียวงามดุจงอนรถ มีกำลังกล้าหาญ เสร็จแล้วให้นำมาประเทียบเกยคอยต้อนรับพระนางมัทรีนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๔๒๓

พระนางมัทรีนั้นเสด็จขึ้นประทับบนหลังดรุณหัตถี อันเป็นช้างพระที่นั่งตัวประเสริฐ อดทนต่อหอกซัดและลูกศร มีงาเรียวงามดุจงอนรถ มีกำลังกล้าหาญ

Item ๒๔๒๔

ฝูงเนื้อประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงเนื้อประมาณเท่านั้นไม่เบียดเบียนกันและกัน ด้วยเดชของพระเวสสันดร

Item ๒๔๒๕

ฝูงนกประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงนกประมาณเท่านั้นไม่เบียดเบียนกันและกัน ด้วยเดชของพระเวสสันดร

Item ๒๔๒๖

ฝูงเนื้อประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงเนื้อประมาณเท่านั้นมาประชุมในที่เดียวกัน ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จกลับ

Item ๒๔๒๗

ฝูงนกประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงนกประมาณเท่านั้นมาประชุมในที่เดียวกัน ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จกลับ

Item ๒๔๒๘

ฝูงเนื้อประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงเนื้อประมาณเท่านั้นมิได้ส่งเสียงร้องไพเราะเหมือนในกาลก่อน ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จกลับ

Item ๒๔๒๙

ฝูงนกประมาณเท่าใดที่มีอยู่ในป่าทั้งปวงที่เขาวงกตนี้ ฝูงนกประมาณเท่านั้นมิได้ส่งเสียงร้องไพเราะเหมือนในกาลก่อน ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีจะเสด็จกลับ

Item ๒๔๓๐

ราชมรรควิถีที่จะเสด็จพระราชดำเนินนั้น ประชาราษฎร์ช่วยกันประดับตกแต่งงามตระการตา ลาดด้วยดอกไม้ ตั้งแต่กรุงเชตุดร จนถึงที่ประทับของพระเวสสันดร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐. เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๔๓๑

ลำดับนั้น เหล่าทหาร ๖๐,๐๐๐ นาย ผู้แต่งเครื่องพร้อมสรรพ งามสง่าน่าดู ต่างพากันติดตามแวดล้อมอยู่โดยรอบ ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จกลับ

Item ๒๔๓๒

พวกพระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพวกพราหมณ์ ต่างพากันติดตามพระเวสสันดรแวดล้อมอยู่โดยรอบ ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จกลับ

Item ๒๔๓๓

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ต่างพากันตามเสด็จแวดล้อมโดยรอบ ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จกลับ

Item ๒๔๓๔

ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว ต่างพร้อมใจกันมาประชุมแวดล้อมอยู่โดยรอบ ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จกลับ

Item ๒๔๓๕

เหล่าทหารกล้าต่างก็สวมหมวก สวมเกราะ ถือดาบ ถือโล่ห์หนังเดินนำหน้า ในเมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จกับ

Item ๒๔๓๖

กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์นั้นเสด็จเข้าสู่พระนครที่รื่นรมย์ ซึ่งมีป้อมปราการและประตูเป็นอันมาก ประกอบด้วยข้าวน้ำอุดม และการฟ้อนรำและขับร้องทั้ง ๒ ประการ

Item ๒๔๓๗

ชาวชนบทและชาวนิคมต่างชื่นชมโสมนัสยินดี พร้อมใจกันมาประชุม ในเมื่อพระเวสสันดร ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพีเสด็จถึงพระนครโดยลำดับแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑๐.เวสสันดรชาดก (๕๔๗) กัณฑ์นครกัณฑ์

Item ๒๔๓๘

เมื่อพระเวสสันดรผู้ทรงพระราชทานทรัพย์เสด็จมาถึงแล้ว ชาวชนบทและชาวนิคมต่างก็โบกผ้าสะบัดไปมา พระองค์รับสั่งให้นำกลองนันทิเภรีไปตีประกาศในพระนคร และรับสั่งให้ประกาศปลดปล่อยสัตว์ทั้งปวง จากเครื่องพันธนาการ

Item ๒๔๓๙

ขณะที่พระเวสสันดรผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี เสด็จเข้าพระนคร ท้าวสักกเทวราชก็ทรงบันดาลให้ฝนทองตกลงมา

Item ๒๔๔๐

ต่อมา พระเจ้าเวสสันดร ผู้เป็นกษัตริย์ ผู้มีปัญญา ทรงบำเพ็ญทานแล้ว หลังจากสวรรคตแล้ว พระองค์ก็เสด็จเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ฉะนี้แล กัณฑ์นครกัณฑ์ จบ มหาเวสสันดรชาดกที่ ๑๐ จบ มหานิบาต จบ ชาดก ภาค ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๖๐} พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๘ สุตตันตปิฎกที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ จบ</center

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้