This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

๑. กุสชาดก (๕๓๑)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

91 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) ๒๐. สัตตตินิบาต ๑. กุสชาดก (๕๓๑) ว่าด้วยพระเจ้ากุสะหลงรูปโฉมนางประภาวดี (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาว่า)

Item

เสด็จแม่ นี้แคว้นของเสด็จแม่ มีทรัพย์สมบัติ ยานพาหนะ เครื่องประดับ สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง ขอเสด็จแม่ทรงปกครองราชสมบัติของเสด็จแม่นี้เถิด หม่อมฉันจะไปยังนครที่พระนางประภาวดี ผู้เป็นที่รักประทับอยู่ (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item

พระองค์มีพระทัยไม่ซื่อตรง ทรงหาบคอนหาบใหญ่ จักทรงเหน็ดเหนื่อย ทั้งกลางวัน กลางคืน และดึกดื่นเที่ยงคืน ข้าแต่พระเจ้ากุสะ ขอเชิญพระองค์ รีบเสด็จกลับกรุงกุสาวดีโดยพลันเถิด หม่อมฉันไม่ประสงค์จะให้พระองค์ ผู้ทรงมีผิวพรรณทรามประทับอยู่ ณ ที่นี้ (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item

พี่จะไม่จากที่นี้ไปกรุงกุสาวดี น้องประภาวดี พี่ลุ่มหลงในความงามของเธอ จึงยินดีอยู่ในที่ประทับอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้ามัททะ พี่ยินดีพอใจที่จะเห็นเธอ จึงละทิ้งแคว้นมา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item

น้องประภาวดี พี่ลุ่มหลงในผิวพรรณของเธอ จึงซมซานท่องเที่ยวไปสู่เมทนีดล ไม่รู้จักทิศว่า เรามาจากไหน มัวแต่มัวเมาหลงใหลในตัวเธอ ผู้มีดวงตาประดุจตาลูกน้อยเนื้อทราย

Item

น้องนางผู้มีสะโพกอันผึ่งผาย ทรงผ้าขลิบทอง เครื่องประดับทองคำ พี่ไม่มีความต้องการราชสมบัติ เพราะปรารถนาตัวเธอ (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item

ข้าแต่พระราชาผู้เจริญ ผู้ใดปรารถนาบุคคลที่เขาไม่ปรารถนา ผู้นั้นย่อมไม่มีความเจริญ พระองค์ต้องการบุคคลที่เขาไม่ต้องการ ปรารถนารักใคร่บุคคลที่เขาไม่รักใคร่ (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item

คนใดได้คนที่ไม่ต้องการตนก็ตาม ที่ต้องการตนก็ตามมาเป็นคนรัก เราสรรเสริญการได้ในความรักนี้ของคนนั้น การไม่ได้ในความรักนั้นซิเป็นความโชคร้าย (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item

พระองค์ทรงปรารถนาหม่อมฉันผู้ไม่ปรารถนาพระองค์ เปรียบเสมือนพระองค์ทรงใช้ไม้กรรณิการ์ขุดเพชร (หรือ) ทรงใช้ตาข่ายดักลม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item

หินคงถูกฝังไว้ในพระหทัยอันมีลักษณะ อ่อนละมุนละไมของพระนางเป็นแน่ เพราะหม่อมฉันมาจากชนบทบ้านนอก ยังมิได้ประสบความแช่มชื่นจากพระนางเลย

Item ๑๐

เมื่อใด พระราชบุตรีหน้านิ่ว ทอดพระเนตรหม่อมฉัน เมื่อนั้นหม่อมฉันก็ยังคงเป็นคนครัวภายในเมืองของพระเจ้ามัททะ

Item ๑๑

เมื่อใด พระราชบุตรีทรงแย้มสรวลทอดพระเนตรหม่อมฉัน เมื่อนั้น หม่อมฉันไม่ใช่คนครัว เมื่อนั้น หม่อมฉันเป็นพระเจ้ากุสะ (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item ๑๒

ก็ถ้าว่า คำทำนายของโหรทั้งหลายจักเป็นความจริงว่า พระองค์ไม่ใช่พระสวามีของหม่อมฉันแน่นอน ขอชนทั้งหลายจงสับหม่อมฉันให้เป็น ๗ ท่อนเถิด (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item ๑๓

ก็ถ้าว่า คำทำนายของพวกโหรอื่น หรือของหม่อมฉันจักเป็นความจริงไซร้ คนอื่นนอกจากพระเจ้ากุสะผู้มีพระสุรเสียงดังราชสีห์ ไม่ใช่พระสวามีของพระนางแน่นอน (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ทรงหยอกล้อหญิงค่อม พระพี่เลี้ยงพระนางประภาวดีว่า)

Item ๑๔

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง จะพึงเหลียวมองดูเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๑๕

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง จะพึงเจรจากับเรา

Item ๑๖

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง จะพึงทรงยิ้มแย้มให้เรา

Item ๑๗

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง จะพึงทรงพระสรวลกับเรา

Item ๑๘

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง จะพึงทรงจับต้องเราด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ (นางค่อมไปกราบทูลพระนางประภาวดีว่า)

Item ๑๙

ก็พระราชบุตรีพระองค์นี้คงจะไม่ประสบ แม้ความสำราญพระทัยในพระเจ้ากุสะ ผู้เป็นคนครัว คนรับใช้ คนเลี้ยงดู ซึ่งไม่ทรงประสงค์ค่าจ้างอย่างแน่แท้ (พระนางประภาวดีตรัสว่า)

Item ๒๐

ก็นางค่อมคนนี้คงยังไม่ได้ถูกมีดคมตัดลิ้นแน่นอน จึงยังกล่าวชั่วช้าอย่างนี้อยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) (นางค่อมประกาศความดีของพระโพธิสัตว์ว่า)

Item ๒๑

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระยศใหญ่ แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๒

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีทรัพย์มากมาย แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๓

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระกำลังมาก แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๔

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีพระราชอาณาจักรกว้างใหญ่ แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๕

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงเป็นมหาราช แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๖

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระสุรเสียงดังราชสีห์ แล้วทำความรักในความงามเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๒๗

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงไพเราะ แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๘

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงหยดย้อย แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๒๙

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงหวานจับใจ แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๓๐

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงไพเราะอ่อนหวาน แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๓๑

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า พระองค์ทรงมีศิลปะนับเป็นร้อยๆ อย่าง แล้วทำความรักในความงามเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๓๒

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ แล้วทำความรักในความงามเถิด

Item ๓๓

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงพระนามว่าพระเจ้ากุสะ แล้วทำความรักในความงามเถิด (เหล่าอำมาตย์กราบทูลพระเจ้ามัททะว่า)

Item ๓๔

พระราชาผู้ประเสริฐเหล่านี้ทรงกระด้างยิ่งนัก ทั้งหมดสวมเกราะประทับยืนตระหง่านอยู่ ก่อนที่พระราชาเหล่านั้นจะทรงทำลายกำแพง ขอพระองค์จงทรงส่งพระราชสาส์นไปว่า ขอพระราชาทั้งหลายจงนำเอาพระธิดาประภาวดีไปเถิด (พระเจ้ามัททะตรัสว่า)

Item ๓๕

เราจักสับลูกหญิงประภาวดีนั้นให้เป็น ๗ ท่อนแล้ว ถวายให้แก่พระราชาทั้งหลายที่เสด็จมาเพื่อฆ่าเรา ณ ที่นี้ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๓๖

พระราชบุตรีผู้มีผิวพรรณดุจทอง ทรงผ้าไหมสีขลิบทอง พระเนตรทั้ง ๒ นองไปด้วยพระอัสสุชล มีหมู่นางทาสีห้อมล้อมได้เสด็จลุกขึ้นแล้ว (พระนางประภาวดีทรงคร่ำครวญว่า)

Item ๓๗

ดวงหน้าหม่อมฉันที่ลูบไล้ด้วยแป้ง ส่องดูที่กระจกเงาด้ามงาอันงดงาม มีดวงตาคมคายผุดผ่องเป็นยองใยไม่มีไฝฝ้านั้น จักถูกพวกกษัตริย์โยนทิ้งไว้ในป่าเป็นแน่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๓๘

เส้นผมทั้งหลายของหม่อมฉันที่ดำสนิท มีปลายงอน อ่อนละมุนละไม ที่ลูบไล้ด้วยน้ำมันแก่นจันทน์เหล่านั้น นกแร้งทั้งหลายจะพากันใช้เท้าทั้ง ๒ ตะกุยคุ้ยเขี่ย ให้ยุ่งเหยิงในท่ามกลางป่าช้าเป็นแน่

Item ๓๙

แขนทั้ง ๒ ของหม่อมฉันอ่อนนุ่ม มีเล็บมือแดง มีขนละเอียดอ่อนซึ่งลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์เหล่านั้น จะถูกพวกกษัตริย์ตัดทิ้งไว้ในป่า นกกาก็จะคาบเอาไปตามความต้องการเป็นแน่

Item ๔๐

ถันทั้ง ๒ ของหม่อมฉันยังไม่หย่อนยาน เปรียบปานได้กับผลตาล ลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แดงจากแคว้นกาสีเหล่านั้น สุนัขจิ้งจอกเห็นเข้าแล้วจักยื้อดึงถันทั้ง ๒ ของหม่อมฉัน เหมือนลูกอ่อนอันเกิดแต่ตนยื้อดึงถันทั้ง ๒ ของมารดาเป็นแน่

Item ๔๑

สะโพกอันกลมกลึงผึ่งผาย ที่ผูกห้อยประดับ ด้วยสายสร้อยรัดเอวทองคำของหม่อมฉันซึ่งถูกตัด ที่พวกกษัตริย์โยนทิ้งไว้ในป่านั้น ฝูงสุนัขจิ้งจอกจะยื้อแย่งเป็นแน่แท้

Item ๔๒

ฝูงสุนัขป่า ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก และสัตว์ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่นใดที่มีอยู่ พวกมันได้กัดกินเจ้าหญิงประภาวดีเป็นภักษาหารแล้ว คงจักไม่แก่ชราเป็นแน่

Item ๔๓

ข้าแต่ทูลกระหม่อมแม่ หากกษัตริย์ทั้งหลายผู้เสด็จไปสู่หนทางไกล ได้ทรงนำเอาชิ้นเนื้อของหม่อมฉันไป ขอเสด็จแม่โปรดทรงขอกระดูกไว้แล้วเผามันทิ้งเสียในระหว่างทาง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๔๔

ทูลกระหม่อมแม่ ขอเสด็จแม่โปรดให้สร้างเป็นสวน แล้วให้ปลูกต้นกรรณิการ์ไว้ในเขตนี้ เมื่อใด ต้นกรรณิการ์เหล่านั้นมีดอกบานสะพรั่ง ในคราวหิมะตกแห่งฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น เสด็จแม่พึงรำลึกถึงหม่อมฉันว่า ลูกประภาวดีของแม่มีผิวพรรณอย่างนี้ (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๔๕

นางกษัตริย์ผู้มีผิวพรรณดังเทพอัปสร ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าหญิงประภาวดีนั้น ทอดพระเนตรเห็นดาบและเขียง ภายในบุรีของพระเจ้ามัททะ จึงเสด็จลุกขึ้น (พระมารดาของพระนางประภาวดี ทรงรำพันว่า)

Item ๔๖

ข้าแต่เสด็จพี่มัททะ พระองค์จักทรงประหาร พระธิดาเอวบางร่างน้อยซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยพระแสงดาบนี้แล้วประทานให้แก่กษัตริย์ทั้งหลายแน่ละหรือ

Item ๔๗

ลูกหญิง ลูกไม่ทำตามคำของแม่ผู้หวังประโยชน์ ลูกนั้นจะมีเลือดโซมกายไปสู่สำนักพญายมในวันนี้

Item ๔๘

คนใดแลไม่ทำตามคำของผู้หวังเกื้อกูล และบ่งชี้ประโยชน์ทั้งหลาย คนนั้นย่อมต้องลำบากอย่างนี้ และต้องประสบความชั่วร้ายยิ่งกว่า

Item ๔๙

ก็ถ้าวันนี้ลูกหญิงมีพระกุมารทรงโฉมงดงาม ประดุจฉาบไว้ด้วยทอง เป็นกษัตริย์ทรงกำเนิดกับพระเจ้ากุสะ สวมใส่สร้อยสังวาลทองคำประดับแก้วมณี ที่หมู่พระญาติทรงบูชาแล้ว ก็จะไม่ต้องไปสู่นิเวศน์พญายม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๕๐

กลองบันลือเสียงสนั่น ช้างก็ร้องเสียงดังกึกก้อง ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น

Item ๕๑

ม้าศึกคะนองร้องคำรามอยู่ที่พระทวาร กุมารร้องรำทำเพลงอยู่ ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น

Item ๕๒

ตระกูลของกษัตริย์ทั้งหลาย มีเสียงร้องดังกึกก้องของเหล่านกยูงและนกกระเรียน และมีเสียงร้องเสนาะไพเราะแห่งเหล่านกดุเหว่า ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น (พระมารดาของพระนางประภาวดี ตรัสกับพระนางประภาวดีแล้วตรัสว่า)

Item ๕๓

พระเจ้ากุสะพระองค์ใดทรงมีพระปรีชาอันโอฬาร ย่ำยีศัตรูปราบปรามแคว้นของพระราชาพระองค์อื่น จะพึงปลดเปลื้องพวกเราจากความทุกข์ได้ พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นประทับอยู่ ณ ที่ไหนหนอ (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item ๕๔

พระเจ้ากุสะพระองค์ใดทรงมีพระปรีชาอันโอฬาร ย่ำยีศัตรู ปราบปรามแคว้นของพระราชาพระองค์อื่น จักทรงกำจัดกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดได้ พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นประทับอยู่ ณ ที่นี้ พระเจ้าข้า (พระมารดาตรัสว่า)

Item ๕๕

เจ้าเป็นบ้าหรือ จึงพูดออกมาเหมือนเด็กไร้เดียงสาพูด ถ้าพระเจ้ากุสะพึงเสด็จมา ทำไมพวกเราจะไม่รู้จักพระองค์เล่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item ๕๖

พระเจ้ากุสะคือคนครัวนั่น ทรงหยักรั้งอย่างมั่นคง กำลังก้มล้างหม้ออยู่ระหว่างตำหนักเจ้าหญิงทั้งหลาย (พระมารดาตรัสบริภาษว่า)

Item ๕๗

เจ้าเป็นช่างถาก เป็นหญิงจัณฑาล หรือเป็นคนทำลายวงศ์ตระกูล เจ้าเกิดในวงศ์ตระกูลของพระเจ้ามัททะ ไฉนจึงทำพระสวามีให้เป็นทาส (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item ๕๘

หม่อมฉันมิใช่ช่างถาก มิใช่หญิงจัณฑาล และมิใช่คนทำลายวงศ์ตระกูล ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระเจ้ากุสะนั้นคือพระราชบุตรของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส (พระนางประภาวดีทรงสรรเสริญพระเกียรติยศของพระเจ้ากุสโพธิสัตว์ว่า)

Item ๕๙

พระราชาพระองค์ใดทรงเชื้อเชิญพราหมณ์ ๒๐,๐๐๐ คน ให้บริโภคทุกเมื่อ ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

Item ๖๐

เจ้าพนักงานตระเตรียมช้าง ๒๐,๐๐๐ เชือกไว้ทุกเมื่อ เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

Item ๖๑

เจ้าพนักงานตระเตรียมม้า ๒๐,๐๐๐ ตัวไว้ทุกเมื่อ เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๖๒

เจ้าพนักงานตระเตรียมราชรถ ๒๐,๐๐๐ คันไว้ทุกเมื่อ เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

Item ๖๓

เจ้าพนักงานรีดน้ำนมแม่โค ๒๐,๐๐๐ ตัวไว้ทุกเมื่อ เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส (พระเจ้ามัททะทรงตำหนิพระธิดาว่า)

Item ๖๔

โอ ลูกหญิงผู้โง่เขลา เจ้านั้นชั่วช้าเหลือเกิน ที่ไม่บอกถึงองค์กษัตริย์ผู้ทรงพลังมหาศาลดุจพญาช้าง แปลงเป็นกบเสด็จมา ณ ที่นี้ (พระเจ้ามัททะทรงแสดงโทษของพระองค์ว่า)

Item ๖๕

ข้าแต่มหาราชผู้จอมทัพ ขอพระองค์โปรดงดโทษแก่หม่อมฉัน ที่ไม่ทราบว่าทรงปลอมพระองค์เสด็จมา ณ ที่นี้ (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item ๖๖

การที่หม่อมฉันเป็นคนครัวนั้นไม่เป็นการปกปิด สำหรับคนเช่นหม่อมฉันเลย ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงเลื่อมใสหม่อมฉันต่างหาก การกระทำผิดของพระองค์ไม่มี (พระเจ้ามัททะส่งพระนางประภาวดีไปขอโทษว่า)

Item ๖๗

นี่ลูกหญิงผู้โง่เขลา เจ้าจงไปขอให้พระเจ้ากุสะ ผู้ทรงพลังมหาศาลทรงงดโทษเสีย พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นผู้ที่เจ้าให้งดโทษแล้ว จะประทานชีวิตให้เจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๖๘

เจ้าหญิงประภาวดีผู้มีผิวพรรณดุจเทพอัปสร ทรงสดับพระดำรัสของพระปิตุราชแล้วทรงซบพระเศียร กอดพระบาทพระเจ้ากุสะผู้ทรงพลังมหาศาล (พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

Item ๖๙

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ราตรีทั้งหลายเหล่านี้ใดล่วงเลยไป ราตรีทั้งหลายเหล่านี้นั้นเว้นจากพระองค์ล่วงเลยไปแล้ว หม่อมฉันขอถวายบังคมพระบาทของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่พระจอมทัพ ขอพระองค์โปรด อย่าทรงกริ้วหม่อมฉันเลย พระเจ้าข้า

Item ๗๐

หม่อมฉันขอถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระองค์ ขอเดชะมหาราช โปรดสดับคำของหม่อมฉัน หม่อมฉันจะไม่กระทำความชิงชังต่อพระองค์อีกต่อไป

Item ๗๑

ถ้าพระองค์ไม่ทรงโปรดกระทำตาม คำของหม่อมฉันผู้ทูลวิงวอนอยู่อย่างนี้ พระราชบิดาก็จักทรงเข่นฆ่าหม่อมฉัน แล้วประทานให้แก่กษัตริย์ทั้งหลาย ณ กาลบัดนี้ (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๗๒

เมื่อพระน้องนางอ้อนวอนอยู่อย่างนี้ ไฉนพี่จะไม่กระทำตามคำของพระน้องนางเล่า แม่ประภาวดีผู้เลอโฉม พระน้องนางอย่าทรงกลัวไปเลย พี่ไม่โกรธพระน้องนางหรอก

Item ๗๓

พี่ขอให้สัตย์ปฏิญาณต่อพระน้องนาง พระราชบุตรีโปรดทรงสดับคำของพี่เถิด พี่จะไม่กระทำความชิงชังต่อพระน้องนางอีกต่อไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๗๔

แม่ประภาวดีผู้มีสะโพกผึ่งผาย ความจริง พี่สามารถที่จะย่ำยีตระกูลกษัตริย์มัททราชมากมาย ให้ย่อยยับแล้วนำพระนางไป แต่เพราะความรักพระนาง จึงยอมสู้ทนอดกลั้นความทุกข์อย่างล้นเหลือ (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ให้ขัตติยมานะเกิดขึ้น แล้วตรัสว่า)

Item ๗๕

ข้าหลวงทั้งหลาย จงตระเตรียมราชรถ ที่วิจิตรไปด้วยเครื่องอลังการต่างๆ และม้าที่ฝึกฝนดีแล้ว ต่อแต่นั้น ท่านทั้งหลายจงดูความเร็วของเรา ผู้กำลังกำจัดศัตรูเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๗๖

หญิงทั้งหลายภายในบุรีของพระเจ้ามัททะ พากันมองดูพระเจ้ากุสะนั้น กำลังทรงเยื้องกรายดุจราชสีห์ ปรบพระหัตถ์ เสวยพระกระยาหารเป็นสองเท่า ณ ที่นั้น

Item ๗๗

พระเจ้ากุสะเสด็จขึ้นทรงคอช้าง และโปรดให้พระนางประภาวดีขึ้นประทับด้วย ทรงหยั่งลงสู่สงครามบันลือสีหนาท

Item ๗๘

กษัตริย์ทั้งหลายนอกนี้ทรงสดับพระสุรสีหนาท ของท้าวเธอผู้ทรงบันลืออยู่ ถูกความหวาดกลัวต่อพระสุรเสียงของพระเจ้ากุสะคุกคาม จึงพากันเสด็จหนีไป เหมือนหมู่เนื้อหวาดกลัวต่อเสียงราชสีห์แล้วพากันหนีไป

Item ๗๙

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ ถูกความหวาดกลัวต่อพระสุรเสียงของพระเจ้ากุสะคุกคาม ต่างพากันฟาดฟันกันเอง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑)

Item ๘๐

ในสงครามสำคัญครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ทอดพระเนตรเห็นแล้ว ทรงมีพระหฤทัยร่าเริงชื่นชมยินดี จึงได้พระราชทานแก้วมณีอันไพโรจน์ดวงหนึ่งแด่พระเจ้ากุสะ

Item ๘๑

พระราชาพระองค์นั้นครั้นทรงชนะสงครามนั้นแล้ว ได้รับพระราชทานแก้วมณีอันไพโรจน์ ประทับบนคอช้าง เสด็จเลียบบุรีนคร

Item ๘๒

ทรงจับเป็นกษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ แล้วทรงพันธนาการ ให้น้อมนำเข้าไปถวายต่อพระสัสสุระ (พ่อตา) ด้วยพระดำรัสว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์

Item ๘๓

พวกศัตรูทั้งหมดที่จะกำจัดพระองค์ ก็ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว ขอพระองค์ทรงทำตามพระประสงค์เถิด จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารกษัตริย์เหล่านั้นก็ตามพระทัยเถิด (พระเจ้ามัททะตรัสว่า)

Item ๘๔

กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ต่างหาก มิใช่เป็นศัตรูของหม่อมฉันเลย ข้าแต่มหาราช พระองค์เท่านั้นทรงเป็นใหญ่กว่าหม่อมฉัน จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารกษัตริย์เหล่านั้น ก็ตามพระทัยเถิด (พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

Item ๘๕

พระธิดาทั้ง ๗ ของพระองค์เหล่านี้ ทรงเลอโฉม อุปมาดังเทพกัญญา ขอพระองค์โปรดพระราชทาน พระราชธิดาแต่ละพระองค์แด่กษัตริย์เหล่านั้น ขอกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดจงเป็นพระราชบุตรเขยของพระองค์เถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๐. สัตตตินิบาต] ๑. กุสชาดก (๕๓๑) (พระเจ้ามัททะตรัสกับพระเจ้ากุสโพธิสัตว์ว่า)

Item ๘๖

ข้าแต่มหาราช พระองค์เท่านั้นทรงเป็นใหญ่กว่าหม่อมฉัน กว่าธิดาของหม่อมฉันเหล่านั้น และกว่าหม่อมฉันทั้งปวง ขอพระองค์ทรงพระราชทานธิดาทั้งหลายของหม่อมฉัน แด่กษัตริย์เหล่านั้นตามที่พระองค์ทรงพระประสงค์เถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

Item ๘๗

ในกาลนั้น พระเจ้ากุสะ ผู้ทรงมีพระสุรเสียงประหนึ่งราชสีห์ ได้พระราชทานพระธิดาของพระเจ้ามัททะ แด่กษัตริย์เหล่านั้นพระนางละองค์

Item ๘๘

กษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ต่างพากันเอิบอิ่มพระทัย ด้วยการได้นั้น ทรงมีพระทัยยินดีในพระเจ้ากุสะ ผู้มีพระสุรเสียงประหนึ่งราชสีห์ ต่างฝ่ายต่างเสด็จกลับสู่แคว้นของตนทันที

Item ๘๙

ส่วนพระเจ้ากุสะผู้ทรงพลังมหาศาล ทรงพาเจ้าหญิงประภาวดีและแก้วมณี อันไพโรจน์งดงามเสด็จกลับยังกรุงกุสาวดี

Item ๙๐

เมื่อพระราชาและพระราชเทวีทั้ง ๒ พระองค์นั้น เสด็จไปในราชรถคันเดียวกัน เสด็จเข้าไปยังกรุงกุสาวดี ทรงมีพระฉวีวรรณและพระรูปโฉมทัดเทียมกัน มิได้ทรงรุ่งโรจน์ยิ่งกว่ากันและกันเลย

Item ๙๑

ในกาลนั้น พระราชมารดาได้ทรงพบ พระราชบุตรและพระชายา พระบิดาและพระโอรสทั้ง ๒ พระองค์นั้นทรงสมัครสมานกัน ครอบครองแผ่นดินกุสาวดีให้รุ่งเรืองแผ่ไพศาลสืบมา กุสชาดกที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๗๐}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้