Scripture · เล่ม ๒๘
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · เล่ม ๒๘
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง (พญาหงส์โพธิสัตว์ได้กล่าว ๓ คาถาว่า)
๘๙สุมุขะ พ่อเนื้อเหลือง ผู้มีผิวพรรณประดุจทองคำ หงส์ทั้งหลายหวั่นไหวต่อภัยอันตราย จึงพากันบินหนีไป ท่านจงหลีกหนีไปตามความปรารถนาเถิด
๙๐หมู่ญาติทั้งหลายละทิ้งเรา ผู้ติดบ่วงไว้เพียงลำพัง ไม่มีความเยื่อใย พากันบินหนีไป ทำไมจึงเหลือท่านอยู่ตัวเดียวเล่า
๙๑บินขึ้นไปเถิด ท่านผู้ประเสริฐกว่าหมู่หงส์ ความเป็นสหายไม่มีในผู้ติดบ่วง ท่านอย่าทำความไม่มีทุกข์ให้เสื่อมไปเลย จงหนีไปตามความปรารถนาเถิด สุมุขะ (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)
๙๒ข้าแต่ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์ แม้จะมีทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็ไม่ละทิ้งพระองค์ไป ความเป็นหรือความตายของข้าพระองค์ จักมีพร้อมกับพระองค์
๙๓ข้าแต่ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์ แม้จะมีทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็ไม่ละทิ้งพระองค์ไป พระองค์ไม่ควรจะชักชวนให้ข้าพระองค์ ประกอบกรรมที่บุคคลผู้ไม่ประเสริฐประกอบกันเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๙๔ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าฝูงหงส์ ข้าพระองค์เป็นเด็กรุ่นเดียวกับพระองค์ เป็นเพื่อนของพระองค์ ดำรงอยู่ในจิตใจของพระองค์ ข้าพระองค์เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเสนาบดีของพระองค์
๙๕ข้าพระองค์ไปจากที่นี้แล้ว จักอธิบายในท่ามกลางหมู่ญาติได้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์จากที่นี้ไปแล้ว จะชี้แจงกับฝูงหงส์เหล่านั้นได้อย่างไร ข้าพระองค์ยอมสละชีวิตทิ้งไว้ในที่นี้ จะไม่พยายามทำกรรมอันไม่ประเสริฐ (พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะสรรเสริญคุณของหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)
๙๖สุมุขะ การที่ท่านไม่พยายามที่จะทอดทิ้งเรา ผู้เป็นทั้งนาย เป็นทั้งเพื่อน ชื่อว่าดำรงอยู่ในทางของพระอริยะ นั้นเป็นธรรมของโบราณกบัณฑิต
๙๗ก็แลเมื่อเราเห็นท่าน ก็ไม่เกิดความสะดุ้งกลัวเลย แต่ท่านจะประสบอันตรายเหมือนชีวิตของเราที่เป็นอยู่ในขณะนี้ (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)
๙๘เมื่อพญาหงส์ทั้ง ๒ ผู้ประเสริฐมีความประพฤติเยี่ยงพระอริยะ กล่าวปรึกษากันอยู่อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ นายพรานถือท่อนไม้กระชับมั่นรีบด่วนเข้ามาถึงตัว @เชิงอรรถ : @ เด็กรุ่นเดียวกับพระองค์ หมายถึงถือปฏิสนธิวันเดียวกัน ออกจากไข่ในวันเดียวกัน และเจริญเติบโตมา @ด้วยกัน (ขุ.ชา.อ. ๘/๙๔/๒๕๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๙๙หงส์สุมุขะครั้นเห็นนายพรานกำลังเดินเข้ามา จึงจับอยู่เบื้องหน้าพญาหงส์ เมื่อจะปลอบพญาหงส์ผู้หวาดกลัวให้เบาใจ จึงได้กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
๑๐๐อย่าทรงกลัวเลย พระองค์ผู้ประเสริฐ ด้วยว่า คนทั้งหลายเช่นกับพระองค์หากลัวไม่ ข้าพระองค์จักประกอบความเพียรอันเนื่องด้วยธรรมอันสมควร ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วนั้น พระองค์จักพ้นจากบ่วงโดยเร็วพลัน (พระบรมศาสดาตรัสว่า)
๑๐๑นายพรานได้สดับคำสุภาษิตของหงส์สุมุขะนั้น ก็มีโลมชาติชูชัน จึงได้น้อมอัญชลีต่อหงส์สุมุขะนั้น ด้วยกล่าวว่า
๑๐๒เราไม่เคยได้ยินหรือเคยได้เห็นนกพูดภาษาคนได้ นกพูดถ้อยคำอันประเสริฐ เปล่งวาจาภาษามนุษย์ได้
๑๐๓หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้า เจ้าพ้นแล้วยังเฝ้าหงส์ตัวติดบ่วงอยู่ใกล้ๆ หงส์ทั้งหลายพากันละทิ้งหนีไป ทำไมเจ้าจึงเหลืออยู่แต่ผู้เดียว (หงส์สุมุขะถูกนายพรานถามแล้ว จึงตอบว่า)
๑๐๔ท่านผู้เป็นศัตรูของฝูงนก หงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารับตำแหน่งเป็นเสนาบดีของพระองค์ เมื่อมีภัยอันตราย ข้าพเจ้าไม่สามารถจะละทิ้งพระองค์ ผู้เป็นอธิบดีแห่งฝูงวิหคไปได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๐๕หงส์นั้นเป็นนายของหงส์ฝูงใหญ่และของข้าพเจ้า ขอพระองค์อย่าถึงความพินาศพระองค์เดียวเลย นายพรานเพื่อนเอ๋ย หงส์นี้เป็นนายอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าจึงพอใจที่จะอยู่ใกล้ๆ พระองค์ (นายพรานถามว่า)
๑๐๖หงส์สุมุขะเอ๋ย ท่านนอบน้อมตำแหน่ง ประดุจก้อนข้าวที่ได้รับ ชื่อว่าประพฤติธรรมอันประเสริฐ ข้าพเจ้ายอมปล่อยนายของท่าน ท่านทั้ง ๒ จงไปตามสบายเถิด (หงส์สุมุขะตอบว่า)
๑๐๗เพื่อนเอ๋ย ถ้าท่านดักหงส์และนกทั้งหลาย ด้วยความพยายามเพื่อประโยชน์แก่ตนไซร้ ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ขอรับอภัยทานนั้นของท่าน
๑๐๘ถ้าท่านไม่ดักหงส์และนกทั้งหลายด้วยความพยายาม เพื่อประโยชน์แก่ตนไซร้ ท่านจะไม่มีอิสระ เมื่อปล่อยเราทั้ง ๒ ไป จะพึงทำตนให้เป็นขโมยนะ นายพราน (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนี้ จึงตรัสพระคาถาว่า)
๑๐๙ท่านเป็นคนรับใช้ของพระราชาองค์ใด จงนำข้าพเจ้าทั้ง ๒ ไปให้ถึงพระราชาองค์นั้นตามพระประสงค์ พระเจ้าสัญญมนะจักทรงกระทำ ตามพระประสงค์ในพระราชนิเวศน์นั้น
๑๑๐นายพรานถูกหงส์สุมุขะกล่าวอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงใช้มือประคองพญาหงส์เนื้อทอง ตัวมีผิวพรรณประดุจทองคำทั้ง ๒ ใส่ไว้ในกรง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๑๑นายพรานพาพญาหงส์ทั้ง ๒ ซึ่งมีผิวพรรณผุดผ่อง คือ หงส์สุมุขะและพญาหงส์ธตรัฏฐะซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป
๑๑๒พญาหงส์ธตรัฏฐะถูกนายพรานนำไปอยู่ ได้กล่าวเนื้อความนี้กับหงส์สุมุขะว่า เรากลัวนัก สุมุขะ ด้วยนางพญาหงส์ตัวมีผิวพรรณดังทองคำ มีลำขาอ่อนได้ลักษณะ รู้ว่าเราถูกฆ่าแล้วจักฆ่าตัวตายตาม
๑๑๓สุมุขะ ก็สุเหมานางพญาหงส์ แม่เนื้อเหลือง ผู้เป็นธิดาของพญาปากหงส์จักร่ำไห้อย่างแน่นอน เสมือนนางนกกระเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทร (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาว่า)
๑๑๔พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งสัตวโลกคือหมู่หงส์ มีคุณประมาณมิได้ เป็นครูแห่งหมู่คณะใหญ่ แต่กลับมัวเศร้าโศกรำพันถึงหญิงคนเดียวอย่างนี้ นี้เป็นเหมือนมิใช่การกระทำของคนมีปัญญาเลย
๑๑๕ลมย่อมพัดพาเอากลิ่นทั้ง ๒ อย่าง คือ กลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นไป เด็กอ่อนย่อมเก็บเอาผลไม้ทั้งดิบและสุก คนตาบอดที่โลเลย่อมรับอามิสฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น
๑๑๖พระองค์ไม่รู้จักวินิจฉัยในเหตุทั้งหลาย ปรากฏกับข้าพระองค์เหมือนคนเขลา ถึงเวลาจะตายอยู่แล้ว ก็ยังไม่ทราบกิจที่ควรทำหรือไม่ควรทำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๑๗พระองค์สำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ เห็นจะเป็นคนกึ่งบ้า จึงบ่นเพ้อรำพันไป ความจริง หญิงเหล่านี้สาธารณะทั่วไปแก่ชนเป็นอันมาก เหมือนโรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่นักเลงสุรา
๑๑๘อนึ่ง หญิงนี้มีมายาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุแห่งโรคและอันตราย อนึ่ง หญิงเหล่านี้เป็นเครื่องผูกมัดอันกล้าแข็ง เป็นบ่วง เป็นถ้ำ และเป็นที่อยู่อาศัยของมัจจุราช บุรุษใดวางใจในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็นคนต่ำทรามในบรรดานรชนทั้งหลาย (พญาหงส์ธตรัฏฐะเมื่อจะแสดงธรรมแก่หงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)
๑๑๙สิ่งใดที่ท่านผู้เจริญรู้จักกันดี ใครควรจะติเตียนสิ่งนั้นเล่า ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายเป็นผู้มีคุณมาก เกิดขึ้นก่อนในโลก
๑๒๐การเล่นคะนองอันบุคคลตั้งไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น ความยินดีในหญิงเหล่านั้นบุคคลก็ตั้งไว้เฉพาะแล้ว พืชทั้งหลายก็งอกงามในหญิงเหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดในหญิงเหล่านั้น ชีวิตกับชีวิตมาเกี่ยวข้องกันแล้ว ใครเล่าจะพึงเบื่อหน่ายหญิงเหล่านั้น
๑๒๑สุมุขะ ท่านเองนั่นแหละไม่ใช่คนอื่น ยังต้องประกอบความต้องการกับหญิงทั้งหลาย วันนี้เมื่อเกิดภัย ความคิดจึงเกิดแก่ท่านเพราะความกลัว @เชิงอรรถ : @ เกิดขึ้นก่อนในโลก หมายถึงเพศหญิงปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในกาลปฐมกัลป์ (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๑๙/๒๖๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๒๒จริงอยู่ ผู้ถึงความสงสัยในชีวิตทั้งปวง ถึงจะหวาดกลัวก็อดกลั้นความกลัวไว้ เพราะบัณฑิตทั้งหลายผู้ดำรงอยู่ในฐานะเป็นผู้ใหญ่ ย่อมประกอบประโยชน์ที่ยากจะประกอบได้
๑๒๓พระราชาทั้งหลายทรงปรารถนาข้าราชการที่กล้าหาญ เพื่อประสงค์ที่จะให้คนกล้าหาญ ป้องกันอันตรายและเหตุรอบข้างพระองค์
๑๒๔วันนี้ ขอพ่อครัวของพระราชา อย่าเชือดเราทั้ง ๒ ในห้องเครื่องใหญ่เลย เพราะว่า สีขนปีกจะฆ่าท่านเหมือนขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่
๑๒๕ท่านแม้พ้นแล้วก็ไม่ปรารถนาจะบินไป ตนเองกลับเดินเข้ามาหาเครื่องดัก วันนี้ แม้ท่านผู้ถึงความสงสัยในชีวิต จงถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์เถิด อย่ายื่นปากออกมาเลย
๑๒๖ท่านนั้นจงประกอบความเพียร ที่เนื่องด้วยธรรมอันสมควรนั้นเถิด จงเที่ยวแสวงหาหนทางรอดชีวิตให้แก่เรา ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วของท่าน (หงส์สุมุขะกล่าวว่า)
๑๒๗อย่าทรงกลัวเลย พระองค์ผู้ประเสริฐ ด้วยว่า บุคคลทั้งหลายเช่นกับพระองค์หากลัวไม่ ข้าพระองค์จักประกอบความเพียรอันเนื่องด้วยธรรมอันสมควร ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วนั้น พระองค์จักพ้นจากบ่วงโดยเร็วพลัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนี้ จึงตรัสพระคาถาว่า)
๑๒๘นายพรานนั้นเข้าไปยังประตูพระราชวังพร้อมทั้งหาบหงส์ ด้วยกล่าวว่า ท่านทั้งหลายจงกราบทูลถึงเรา ให้พระราชาทรงทราบว่า พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มาแล้ว
๑๒๙ได้ยินว่า พระเจ้าสัญญมนะทอดพระเนตรเห็น พญาหงส์ทั้ง ๒ นั้นเช่นกับผู้มีบุญ รู้ได้ด้วยลักษณะ จึงได้รับสั่งกับพวกอำมาตย์ว่า
๑๓๐ท่านทั้งหลายจงให้ผ้า ข้าว น้ำ และของบริโภค แก่นายพราน เงินเป็นบ่อเกิดความพอใจ ให้เขา จงให้แก่เขาตามที่เขาต้องการ (พระบรมศาสดาตรัสว่า)
๑๓๑พระเจ้ากาสีทอดพระเนตรเห็นนายพรานผู้มีอาการร่าเริง จึงได้ตรัสคำนี้ว่า เขมกะ เพื่อนรัก ผิว่าสระโบกขรณีนี้มีฝูงหงส์จับอยู่เต็มไปหมดไซร้
๑๓๒ทำไมท่านจึงถือบ่วงเข้าไปใกล้พญาหงส์ ผู้งดงามซึ่งอยู่ ณ ท่ามกลาง ได้จับพญาหงส์ผู้มีหมู่ญาติเกลื่อนกล่น ซึ่งมิใช่หงส์ชั้นกลางได้อย่างไร (นายพรานเขมกะนั้นกราบทูลพระราชาว่า)
๑๓๓วันนี้เป็นราตรีที่ ๗ ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่ประมาท แอบซ่อนอยู่ในตุ่ม คอยแสวงหารอยเท้าของพญาหงส์ทองตัวนั้น ตัวเข้าไปใกล้สถานที่ที่จับเหยื่อ @เชิงอรรถ : @ เงินเป็นบ่อเกิดความพอใจ หมายถึงเป็นกิริยาแสดงความใคร่ของเขา (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๓๐/๒๖๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๓๔ต่อมาข้าพระองค์ได้เห็นรอยเท้าของพญาหงส์นั้น ตัวกำลังเที่ยวแสวงหาเหยื่อ จึงได้ดักบ่วงลงไว้ ณ ที่นั้น แล้วจับพญาหงส์นั้นได้ด้วยวิธีอย่างนี้ (พระราชาได้สดับดังนั้น จึงตรัสถามว่า)
๑๓๕พ่อพราน นกเหล่านี้มีอยู่ ๒ ตัว แต่ทำไมท่านจึงกล่าวว่าตัวเดียว จิตของท่านแปรปรวนแล้วหนอ หรือว่าท่านปรารถนาประโยชน์อะไรกันหนอ (นายพรานกราบทูลว่า)
๑๓๖หงส์ตัวที่มีลายสีแดงจรดถึงทรวงอก งดงามประดุจทองคำ ที่กำลังถูกหล่อหลอมนั้น ได้เข้ามาติดบ่วงของข้าพระองค์
๑๓๗ส่วนหงส์ตัวมีผิวพรรณผ่องใสตัวนี้มิได้ติดบ่วง ยืนเปล่งวาจาเป็นภาษามนุษย์ กล่าวถ้อยคำอันประเสริฐ กับพญาหงส์ตัวติดบ่วง ซึ่งกำลังกระสับกระส่ายอยู่ (พระราชาทรงประสงค์จะให้หงส์สุมุขะแสดงธรรม จึงตรัสว่า)
๑๓๘สุมุขะ ทำไมหนอเวลานี้ท่านจึงยืนหดคางอยู่ หรือท่านมาถึงบริษัทของเราแล้ว กลัวภัยจึงไม่พูด (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น เมื่อจะแสดงความที่ตนไม่กลัวภัย จึงกราบทูลว่า)
๑๓๙ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี ข้าพระองค์หยั่งลงสู่บริษัทของพระองค์แล้วจะเกรงกลัวหามิได้ ข้าพระองค์ไม่พูดเพราะความเกรงกลัวก็หามิได้ ข้าพระองค์จักกล่าวถ้อยคำในเมื่อมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น (พระราชาสดับดังนั้นแล้วทรงแย้มสรวล ตรัสว่า)
๑๔๐เราไม่เห็นบริษัทที่ถืออาวุธเลย ไม่เห็นพลรถ พลราบ เกราะ หรือโล่หนัง และนายขมังธนูผู้สรวมเกราะของท่านเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๔๑เงิน ทอง หรือนครที่สร้างไว้แล้วอย่างดี มีคูเรียงราย ยากที่จะข้ามได้ มีหอรบและป้อมอันมั่นคง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านเข้าไป ไม่กลัวสิ่งที่ควรกลัว เรายังไม่เห็นเลย สุมุขะ (หงส์สุมุขะเมื่อจะทูลเหตุนั้น จึงกราบทูลว่า)
๑๔๒ข้าพระองค์ไม่ต้องการบริวารที่ถืออาวุธ นคร หรือทรัพย์ เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายมีปกติเที่ยวไปในอากาศ ย่อมไปยังหนทางอันเป็นสถานที่มิใช่หนทาง
๑๔๓ก็พระองค์ได้ทรงสดับมาว่า ข้าพระองค์เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์จะกล่าววาจาที่มีประโยชน์ ขอพระองค์พึงดำรงอยู่ในความสัตย์เถิด
๑๔๔ด้วยว่าถ้อยคำที่พวกข้าพระองค์กล่าวแล้ว แม้จะเป็นสุภาษิต จะกระทำอะไรแก่พระองค์ผู้หาความสัตย์มิได้ ผู้มิใช่คนประเสริฐมักกล่าวคำเท็จและหยาบช้า
๑๔๕พระองค์รับสั่งให้ขุดสระอันเกษมนี้ตามคำของพวกพราหมณ์ และพระองค์รับสั่งให้ประกาศอภัยทานไปทั่วทิศทั้ง ๑๐ นี้
๑๔๖นกทั้งหลายจึงลงสู่สระโบกขรณีของพระองค์ ซึ่งมีน้ำใสสะอาด ที่สระบัวนั้นมีของกินเพียงพอ และไม่มีการเบียดเบียนนกทั้งหลายที่สระนั้น
๑๔๗พวกข้าพระองค์ได้ยินคำประกาศนี้แล้ว จึงพากันมาใกล้สระโบกขรณีของพระองค์ พวกข้าพระองค์นั้นจึงถูกบ่วงของพระองค์รัด คำประกาศนั้นเป็นภาษิตเท็จของพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๔๘บุคคลมุ่งการกล่าวเท็จและความโลภ คือความต้องการอันชั่วช้าแล้วล่วงเลยสนธิทั้ง ๒ ไป ย่อมเข้าถึงนรกอันไม่มีความสำราญ (พระราชาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)
๑๔๙สุมุขะ เรามิได้ประพฤติผิดที่จับท่านมาที่นี้ เพราะความโลภก็หามิได้ เราทราบมาว่า ท่านทั้งหลาย เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
๑๕๐ทำอย่างไรพญาหงส์ทั้ง ๒ จึงจะมากล่าววาจาอันมีประโยชน์ ณ ที่นี้ สุมุขะเพื่อนรัก นายพรานถูกเราสั่ง จึงได้จับท่านด้วยเหตุนั้น (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)
๑๕๑ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี ข้าพระองค์ทั้งหลายเมื่อชีวิตใกล้เข้ามาถึงคราวใกล้ตาย จึงจะกล่าววาจาที่มีประโยชน์หามิได้เลย
๑๕๒ผู้ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ หรือว่าฆ่านกด้วยนกต่อ หรือเบียดเบียนผู้เป็นพหูสูตด้วยสุตะ จะมีอะไรเล่าเลวทรามไปกว่านั้น
๑๕๓ก็ผู้ใดกล่าวถ้อยคำอันประเสริฐ แต่อิงอาศัยธรรมอันไม่ประเสริฐ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมพลาดจากโลกทั้ง ๒ คือ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า @เชิงอรรถ : @ สนธิทั้ง ๒ หมายถึงปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษยโลกทั้ง ๒ อธิบายว่า คนที่ทำบาปธรรมเหล่านี้ไว้ @ต่อไปเบื้องหน้าก็จะล่วงเลยปฏิสนธิที่เป็นสุคติเข้าถึงนรกที่ไม่น่ายินดีไป (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๔๖/๒๗๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๕๔บุคคลได้ยศแล้วไม่พึงมัวเมา ถึงความสงสัยในชีวิต แล้วไม่พึงเดือดร้อน พึงพยายามในกิจการงานทั้งหลายร่ำไป และพึงปิดช่องโหว่ทั้งหลาย เสีย
๑๕๕บัณฑิตผู้เจริญเหล่าใดผ่านชีวิตโลกนี้ไป ถึงคราวใกล้ตาย ประพฤติธรรมในโลกนี้ บัณฑิตเหล่านั้นย่อมไปสู่สวรรค์ชั้นไตรทิพย์แล้วด้วยประการฉะนี้
๑๕๖ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี พระองค์ทรงสดับคำนี้แล้ว ขอทรงรักษาธรรมไว้ในพระองค์เถิด และขอทรงปล่อยพญาหงส์ธตรัฏฐะ ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลายเถิด (พระราชาครั้นสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)
๑๕๗พนักงานทั้งหลายจงนำน้ำมันทาเท้า และอาสนะอันมีค่ามากมา เราจะปล่อยพญาหงส์ธตรัฏฐะผู้มียศออกจากกรง
๑๕๘และเราจะปล่อยพญาหงส์ ตัวที่เมื่อหงส์ผู้เป็นพระราชามีสุขก็เป็นสุขด้วย เมื่อมีทุกข์ก็เป็นทุกข์ด้วย ซึ่งเป็นหงส์เสนาบดี เป็นนักปราชญ์ มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
๑๕๙บุคคลเช่นนี้แลสมควรที่จะบริโภคก้อนข้าวของนายได้ เหมือนหงส์สุมุขะผู้เป็นเพื่อนร่วมชีวิตของพระราชา @เชิงอรรถ : @ ถึงความสงสัยในชีวิต หมายถึงประสบทุกข์แล้วไม่พึงลำบาก (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๕๔/๒๗๔) @ ปิดช่องโหว่ทั้งหลาย หมายถึงพึงปิด พึงกั้นช่องทะลุ (ข้อบกพร่อง) ของตน (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๕๔/๒๗๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)
๑๖๐ก็พญาหงส์ธตรัฏฐะได้บินเข้าไปจับตั่งทองคำล้วน ซึ่งมีเท้า ๘ น่ารื่นรมย์ เกลี้ยงเกลา ปูลาดด้วยผ้าแคว้นกาสี
๑๖๑ส่วนหงส์สุมุขะได้บินเข้าไปเกาะเก้าอี้ทองคำล้วน ซึ่งบุด้วยหนังเสือโคร่ง ถัดจากพญาหงส์ธตรัฏฐะ
๑๖๒ชาวแคว้นกาสีจำนวนมากพาเอาอาหารอันเลิศ ที่พระเจ้ากาสีทรงส่งไปด้วยถาดทองคำให้แก่พญาหงส์เหล่านั้น
๑๖๓พญาหงส์ธตรัฏฐะผู้ฉลาดในธรรมเนียมการปฏิสันถาร เห็นอาหารอันเลิศที่เขานำมาแล้ว ซึ่งพระเจ้ากาสีทรงประทานส่งไป ต่อจากนั้นจึงได้ทูลถามเป็นลำดับไปว่า
๑๖๔พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงสุขสำราญดีอยู่หรือ ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ แคว้นอันมั่งคั่งนี้พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมหรือ (พระราชาตรัสว่า)
๑๖๕เราสุขสำราญดีพญาหงส์ และไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง แคว้นอันมั่งคั่งนี้เราก็ปกครองโดยธรรม (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)
๑๖๖โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีหรือ อนึ่ง อำมาตย์เหล่านั้นไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)
๑๖๗โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี อนึ่ง แม้อำมาตย์เหล่านั้นก็ไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อเราเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)
๑๖๘พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับพระองค์ ทรงเชื่อฟัง ตรัสพระวาจาอ่อนหวานน่ารัก ทรงมีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ทรงคล้อยตามพระอัธยาศัยของพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)
๑๖๙ก็พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับเรา เชื่อฟัง กล่าววาจาอ่อนหวานน่ารัก มีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ยังคล้อยตามอัธยาศัยของเราอยู่ (พญาหงส์โพธิสัตว์ ทูลถามว่า)
๑๗๐แคว้นมิได้ถูกเบียดเบียน มิได้มีอันตรายแต่ที่ไหนๆ หรือ พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยมิได้เกรี้ยวกราดหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)
๑๗๑แคว้นก็มิได้ถูกเบียดเบียน มิได้มีอันตรายแต่ที่ไหนๆ เลย เราปกครองโดยธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยมิได้เกรี้ยวกราดเลย (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)
๑๗๒สัตบุรุษพระองค์ทรงยำเกรง ทรงเว้นอสัตบุรุษเสียห่างไกลหรือ พระองค์มิได้ทรงห่างเหินธรรม ประพฤติคล้อยตามอธรรมหรือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระราชาตรัสตอบว่า)
๑๗๓สัตบุรุษเราก็ยำเกรง อสัตบุรุษเราก็เว้นห่างไกล เราประพฤติคล้อยตามธรรมเหล่านั้น ส่วนอธรรมเราได้ห่างเหินไปแล้ว (พญาหงส์ทูลถามว่า)
๑๗๔ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ พระองค์มิได้ทรงพิจารณาเห็นอนาคตอันยาวนานหรือ ทรงมัวเมาในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา ไม่ทรงสะดุ้งกลัวปรโลกหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)
๑๗๕เราพิจารณาเห็นอนาคตอันยาวนานก็หาไม่ พญาหงส์ เราดำรงอยู่ในธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก
๑๗๖คือ ๑. ทาน ๒. ศีล ๓. การบริจาค ๔. ความซื่อตรง ๕. ความอ่อนโยน ๖. ความเพียร ๗. ความไม่โกรธ ๘. ความไม่เบียดเบียน ๙. ความอดทน ๑๐. ความไม่คลาดธรรม @เชิงอรรถ : @ ธรรม ๑๐ ประการ คือทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ คือ (๑) ทาน หมายถึงเจตนาให้วัตถุ ๑๐ ประการ @มีข้าวและน้ำเป็นต้น (๒) ศีล หมายถึงศีล ๕ ศีล ๑๐ (๓) การบริจาค หมายถึงการบริจาคไทยธรรม @(๔) ความซื่อตรง หมายถึงความเป็นคนตรง (๕) ความอ่อนโยน หมายถึงความเป็นคนอ่อนโยน @(๖) ความเพียร หมายถึงกรรมคือการรักษาอุโบสถ (๗) ความไม่โกรธ หมายถึงความมีเมตตาเป็นเบื้องต้น @(๘) ความไม่เบียดเบียน หมายถึงความมีกรุณาเป็นเบื้องต้น (๙) ความอดทน หมายถึงความอดกลั้น @(๑๐) ความไม่คลาดจากธรรม หมายถึงความไม่ขัดเคือง (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๗๖/๒๗๘-๒๗๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๗๗เราเห็นกุศลธรรมเหล่านี้ดำรงอยู่แล้วในตนด้วยประการฉะนี้ ต่อจากนั้นปีติและโสมนัสมีประมาณไม่น้อยจึงเกิดแก่เรา
๑๗๘ส่วนหงส์สุมุขะนี้ไม่ทันคิด ไม่ทราบความประทุษร้ายแห่งจิตต่อข้าพระองค์ จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายออกมา
๑๗๙หงส์สุมุขะนั้นโกรธ จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายโดยไม่ไตร่ตรอง กล่าวหาโทษที่ไม่มีอยู่ในข้าพระองค์ การเปล่งนี้ดูเหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)
๑๘๐ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นอธิบดีแห่งมนุษย์ ความพลั้งพลาดนั้นย่อมมีแก่ข้าพระองค์เพราะความผลุนผลัน อนึ่ง เมื่อพญาหงส์ธตรัฏฐะติดบ่วง ข้าพระองค์จึงได้มีทุกข์มากกว่า
๑๘๑พระองค์เป็นเสมือนพระบิดาของพระโอรสทั้งหลาย เป็นเหมือนแผ่นดินเป็นที่พึ่งของภูตทั้งหลาย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดุจพญาช้าง ขอพระองค์โปรดทรงงดโทษ แก่ข้าพระองค์ผู้ถูกความผิดครอบงำด้วยเถิด (พระราชาทรงสรวมกอดหงส์สุมุขะนั้นเมื่อจะรับการขอโทษ จึงตรัสว่า)
๑๘๒เมื่อเป็นเช่นนี้ เราขออนุโมทนาต่อท่าน เพราะท่านไม่ปกปิดความจริง พญาหงส์ ท่านย่อมทำลายตะปูตรึงจิต จึงนับได้ว่าท่านเป็นหงส์ผู้ซื่อตรง @เชิงอรรถ : @ ตะปูตรึงจิต หมายถึงเสาแห่งจิตหรือหลักตอแห่งจิต (ได้แก่ ความโกรธ ความไม่พอใจ จิตถูกโทษ @ครอบงำทำให้แข็งกระด้างต่อผู้อื่น) (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๘/๒๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)
๑๘๓รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่มากมาย ในราชนิเวศน์แห่งแคว้นกาสี คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา และแก้วไพฑูรย์
๑๘๔แก้วมณี สังข์ ไข่มุก ผ้า จันทน์เหลือง หนังสัตว์ เครื่องงาช้าง ทองแดง และเหล็ก เราขอมอบทรัพย์เครื่องปลื้มใจทุกชนิดนั้นให้แก่ท่านทั้ง ๒ และขอปล่อยท่านทั้ง ๒ ให้เป็นอิสระ (พญาหงส์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)
๑๘๕ข้าแต่พระองค์ผู้จอมทัพ ข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้อันพระองค์ทรงยำเกรงและทรงสักการะแล้วโดยแน่แท้ ขอพระองค์โปรดทรงเป็นพระอาจารย์ของข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้ประพฤติในธรรมทั้งหลายเถิด
๑๘๖ข้าแต่พระอาจารย์ผู้ทรงย่ำยีข้าศึก ข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้อันพระองค์ทรงอนุญาตแล้ว ทรงอนุมัติแล้ว จะขอกระทำประทักษิณพระองค์แล้วกลับไปพบญาติทั้งหลาย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)
๑๘๗พระเจ้ากาสีทรงดำริและทรงปรึกษา อรรถคดีตามที่กล่าวมาตลอดราตรีทั้งปวงแล้ว ทรงอนุญาตพญาหงส์ทั้ง ๒ ตัวประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย
๑๘๘ต่อจากนั้น เมื่อราตรีรุ่งสว่าง ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมา ขณะพระเจ้ากาสีกำลังทอดพระเนตรอยู่ พญาหงส์ทั้ง ๒ ได้โผบินไปสู่อากาศจากพระราชมณเฑียร
๑๘๙หงส์ทั้งหลายเห็นพญาหงส์ทั้ง ๒ นั้น มาถึงโดยลำดับอย่างปลอดภัย ต่างพากันส่งเสียงว่าเกกๆ ได้เกิดสำเนียงเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๓. สุธาโภชนชาดก (๕๓๕)
๑๙๐หงส์เหล่านั้นผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนาย พากันปลาบปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง จึงพากันแวดล้อมอยู่โดยรอบ หงส์ทั้งหลายได้ที่พึ่งแล้ว
๑๙๑ประโยชน์ทั้งปวงของบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร ย่อมสำเร็จผลเป็นความสุขความเจริญ เหมือนพญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ ได้อยู่ใกล้หมู่ญาติฉะนั้น มหาหังสชาดกที่ ๒ จบ