This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๓๑ · ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

Other items in this volume

มาติกาสุตมยญาณกถาอภิญเญยยนิทเทสสัจนิทเทสทุติยภาณวารตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสจตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสสัจฉิกาตัพพนิทเทสลักขณัตติกนิทเทสทุกขสัจนิทเทสสมุทยสัจนิทเทสนิโรธสัจนิทเทสมัคคสัจนิทเทสสีลมยญาณนิทเทสสมาธิภาวนามยญาณนิทเทสธรรมฐิติญาณนิทเทสสัมมสนญาณนิทเทสอุทยัพพยญาณนิทเทสภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสอาทีนวญาณนิทเทสสังขารุเปกขาญาณนิทเทสโคตรภูญาณนิทเทสมรรคญาณนิทเทสผลญาณนิทเทสวิมุตติญาณนิทเทสปัจจเวกขณญาณนิทเทสวัตถุนานัตตญาณนิทเทสโคจรนานัตตญาณนิทเทสจริยานานัตตญาณนิทเทสภูมินานัตตญาณนิทเทสธรรมนานัตตญาณนิทเทสญาณปัญจกนิทเทสปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสญาณัตตยานิทเทสอานันตริกสมาธิญาณนิทเทสอรณวิหารญาณนิทเทสนิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสปรินิพพานญาณนิทเทสสมสีสัฏฐญาณนิทเทสสัลเลขัฏฐญาณนิทเทสวีริยารัมภญาณนิทเทสอัตถสันทัสนญาณนิทเทสทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสปเทสวิหารญาณนิทเทสวิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสอิทธิวิธญาณนิทเทสโสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสเจโตปริยญาณนิทเทสบุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสทิพจักขุญาณนิทเทสอาสวักขยญาณนิทเทสสัจญาณจตุกทวยนิทเทสสุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสอินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสอาสยานุสยญาณนิทเทสยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสมหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสสัพพัญญุตญาณนิทเทส๒. ทิฐิกถา๓. อานาปาณกถา๔. อินทรียกถา๕. วิโมกขกถา๖. คติกถา๗. กรรมกถา๘. วิปัลลาสกถา๙. มรรคกถา๑๐. มัณฑเปยยกถา๑. ยุคนัทธกถา๒. สัจจกถา๓. โพชฌงคกถา๔. เมตตากถา๕. วิราคกถา๖. ปฏิสัมภิทากถา๗. ธรรมจักรกถา๘. โลกุตรกถา๙. พลกถา๑๐. สุญกถา๑. มหาปัญญากถา๒. อิทธิกถา๓. อภิสมยกถา๔. วิเวกกถา๕. จริยากถา๖. ปาฏิหาริยกถา๗. สมสีสกถา๘. สติปัฏฐานกถา๙. วิปัสสนากถา๑๐. มาติกากถา

Scripture · พระสุตตันตปิฎก

ญาณัตตยานิทเทส

Text only · no interpretationข้อ ๒๐๒–๒๑๐พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค9 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

Item ๒๐๒Commentary

กถํ วิหารนานตฺเต ปญฺญา วิหารฏฺเฐ ญาณํ สมาปตฺตินานตฺเต ปญฺญา สมาปตฺตฏฺเฐ ญาณํ วิหารสมาปตฺติ- นานตฺเต ปญฺญา วิหารสมาปตฺตฏฺเฐ ญาณํ ฯ {๒๐๒.๑} นิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อนิมิตฺโต วิหาโร ปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อปฺปณิหิโต วิหาโร อภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ สุญฺญโต วิหาโร ฯ

ปัญญาในความต่างวิหารธรรม เป็นวิหารัฏฐญาณ ปัญญาใน ความต่างแห่งสมาบัติ เป็นสมาปัตตัฏฐญาณ ปัญญาในความต่างแห่งวิหาร- *สมาบัติ เป็นวิหารสมาปัตตัฏฐญาณอย่างไร ฯ พระโยคาวจรพิจารณาเห็นสังขารนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไป ในนิพพานอันไม่มีสังขารนิมิต ถูกต้องแล้วซึ่งสังขารนิมิตด้วยญาณ ย่อมพิจารณา เห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนั้นชื่อว่า อนิมิตตวิหาร พิจารณาเห็นตัณหา อันเป็นที่ตั้งโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีตัณหาเป็นที่ตั้ง ถูกต้องแล้วซึ่งตัณหาด้วยญาณ ย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรม นั้น ชื่อว่า อัปปณิหิตวิหาร พิจารณาเห็นความถือมั่นว่าตนโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันว่างจากตน ถูกต้องแล้วซึ่งความถือมั่นว่าตนด้วยญาณ ย่อมพิจารณาเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนั้นชื่อว่า สุญญตวิหาร ฯ

Item ๒๐๓

นิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา สมาปตฺติ ปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา สมาปตฺติ อภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา สมาปตฺติ ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นสังขารนิมิตโดยความเป็นภัย มี จิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีสังขารนิมิต เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึง นิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีสังขารนิมิตแล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตสมาบัติ พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มี ตัณหาเป็นที่ตั้ง เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มี ตัณหาเป็นที่ตั้ง แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิตสมาบัติ พิจารณา เห็นความถือมั่นว่าตนโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างจากตน เพิกเฉยความเป็นไปแล้วคำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ว่างจากตน แล้วย่อมเข้า สมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตสมาบัติ ฯ

Item ๒๐๔

นิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา วิหารสมาปตฺติ ปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา วิหารสมาปตฺติ อภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา วิหารสมาปตฺติ ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นสังขารนิมิต โดยความเป็นภัย มี จิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีสังขารนิมิต ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อม ไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีสังขารนิมิต แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตวิหารสมาบัติ พิจารณาเห็นตัณหาอัน เป็นที่ตั้งโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีตัณหาเป็นที่ตั้ง ถูก ต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพาน อันเป็นที่ดับ ไม่มีตัณหาเป็นที่ตั้ง แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิต- *วิหารสมาบัติ พิจารณาเห็นความถือมั่นว่าตนโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปใน นิพพานอันว่างจากตน ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความ เป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ว่างจากตน แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตวิหารสมาบัติ ฯ

Item ๒๐๕

รูปนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อนิมิตฺโต วิหาโร รูปปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อปฺปณิหิโต วิหาโร รูปาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ สุญฺญโต วิหาโร ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นรูปนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันไม่มีรูปนิมิต ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนี้ชื่อว่า อนิมิตตวิหาร พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งแห่งรูปโดย ความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็น ความเสื่อมไป วิหารธรรม นี้ชื่อว่า อัปปณิหิตวิหาร พิจารณาเห็นความถือ มั่นว่ารูปโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนี้ชื่อว่า สุญญตวิหาร ฯ

Item ๒๐๖

รูปนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา สมาปตฺติ รูปปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา สมาปตฺติ รูปาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา สมาปตฺติ ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นรูปนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันไม่มีนิมิต เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอัน เป็นที่ดับ ไม่มีนิมิต แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตสมาบัติ พิจารณา เห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งแห่งรูปโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มี ที่ตั้ง เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีที่ตั้ง แล้ว ย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิตสมาบัติ พิจารณาเห็นความถือมั่นว่ารูป โดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า เพิกเฉยความเป็นไป แล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ว่างเปล่าแล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตสมาบัติ ฯ

Item ๒๐๗

รูปนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา วิหารสมาปตฺติ รูปปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา วิหารสมาปตฺติ รูปาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา วิหารสมาปตฺติ ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นรูปนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันไม่มีนิมิต ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิก เฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีนิมิต แล้วย่อมเข้า สมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตวิหารสมาบัติ พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งแห่งรูป โดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง ถูกต้องแล้วๆ ย่อม เห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีที่ตั้ง แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิตวิหารสมาบัติ พิจารณา เห็นความถือมั่นว่ารูปโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า ถูก ต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพาน อันเป็นที่ดับว่างเปล่าแล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตวิหารสมาบัติ ฯ

Item ๒๐๘

เวทนานิมิตฺตํ ฯเปฯ สญฺญานิมิตฺตํ สงฺขารนิมิตฺตํ วิญฺญาณนิมิตฺตํ จกฺขุํ ฯเปฯ ฯ {๒๐๘.๑} ชรามรณนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อนิมิตฺโต วิหาโร ชรามรณปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ อปฺปณิหิโต วิหาโร ชรามรณาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ สุญฺญโต วิหาโร ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นเวทนานิมิต ฯลฯ สัญญานิมิต สังขารนิมิต วิญญาณนิมิต จักษุ ฯลฯ พระโยคาวจรพิจารณาเห็นชราและมรณะนิมิตโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันไม่มีนิมิต ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป วิหาร ธรรมนี้ชื่อว่า อนิมิตตวิหาร พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งแห่งชราและมรณะ โดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง ถูกต้องแล้วๆ ย่อม เห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนี้ชื่อว่า อัปปณิหิตวิหาร พิจารณาเห็นความถือมั่น ชราและมรณะโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า ถูกต้อง แล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป วิหารธรรมนี้ชื่อว่า สุญญตวิหาร ฯ

Item ๒๐๙

ชรามรณนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา สมาปตฺติ ชรามรณปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา สมาปตฺติ ชรามรณาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา สมาปตฺติ ฯ

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นชราและมรณนิมิตโดยความเป็นภัย มี จิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีนิมิต เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพาน อันเป็นที่ดับ ไม่มีนิมิต แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตสมาบัติ พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้งแห่งชราและมรณะโดยความเป็นภัย มีจิตน้อม ไปในนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็น ที่ดับ ไม่มีที่ตั้ง แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิตสมาบัติ พิจารณา ความถือมั่นและมรณะโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ว่างเปล่า แล้วย่อม เข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตสมาบัติ ฯ

Item ๒๑๐

ชรามรณนิมิตฺตํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อนิมิตฺเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อนิมิตฺตา วิหารสมาปตฺติ ชรามรณปณิธึ ภยโต สมฺปสฺสมาโน อปฺปณิหิเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ อปฺปณิหิตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ อปฺปณิหิตา วิหารสมาปตฺติ ชรามรณาภินิเวสํ ภยโต สมฺปสฺสมาโน สุญฺญเต อธิมุตฺตตฺตา ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ สุญฺญตํ อาวชฺชิตฺวา สมาปชฺชติ สุญฺญตา วิหารสมาปตฺติ อญฺโญ อนิมิตฺโต วิหาโร อญฺโญ อปฺปณิหิโต วิหาโร อญฺโญ สุญฺญโต วิหาโร อญฺญา อนิมิตฺตา สมาปตฺติ อญฺญา อปฺปณิหิตา สมาปตฺติ อญฺญา สุญฺญตา สมาปตฺติ อญฺญา อนิมิตฺตา วิหารสมาปตฺติ อญฺญา อปฺปณิหิตา วิหารสมาปตฺติ อญฺญา สุญฺญตา วิหารสมาปตฺติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ วิหารนานตฺเต ปญฺญา วิหารฏฺเฐ ญาณํ สมาปตฺตินานตฺเต ปญฺญา สมาปตฺตฏฺเฐ ญาณํ วิหารสมาปตฺตินานตฺเต ปญฺญา วิหารสมาปตฺตฏฺเฐ ญาณํ ฯ --------

พระโยคาวจรพิจารณาเห็นชราและมรณนิมิตโดยความเป็นภัย มี จิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีนิมิต ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีนิมิต แล้วย่อม เข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อนิมิตตวิหารสมาบัติ พิจารณาเห็นตัณหาอันเป็นที่ตั้ง แห่งชราและมรณะโดยความเป็นภัย มีจิตน้อมไปในนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง ถูก ต้องแล้วๆย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึง นิพพานอันเป็นที่ดับ ไม่มีที่ตั้ง แล้วย่อมเข้าสมาบัติ นี้ชื่อว่า อัปปณิหิต- *วิหารสมบัติ พิจารณาเห็นความยึดมั่นชราและมรณะโดยความเป็นภัย มีจิต น้อมไปในนิพพานอันว่างเปล่า ถูกต้องแล้วๆ ย่อมเห็นความเสื่อมไป เพิก เฉยความเป็นไปแล้ว คำนึงถึงนิพพานอันเป็นที่ดับ ว่างเปล่า แล้วย่อมเข้า สมาบัติ นี้ชื่อว่า สุญญตวิหารสมาบัติ อนิมิตตวิหารเป็นอย่างหนึ่ง อัปปณิหิต- *วิหารเป็นอย่างหนึ่ง สุญญตวิหารเป็นอย่างหนึ่ง อนิมิตตสมาบัติเป็นอย่าง หนึ่ง อัปปณิหิตสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง สุญญตสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง อนิมิตตวิหารสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง อัปปณิหิตวิหารสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง สุญญต- *วิหารสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความต่างแห่งวิหารธรรม เป็น วิหารรัฏฐญาณ ปัญญาในความแตกต่างแห่งสมาบัติเป็นสมาปัตตัฏฐญาณ ปัญญา ในความต่างแห่งวิหารสมาบัติ เป็นวิหารสมาปัตตัฏฐญาณ ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย