ปฏิจจวาร
Pali and translation
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เหตุทุกะ ปฏิจจวาร
อภิธมฺมปิฏเก ปฏฺฐานํ ตติโย ภาโค อนุโลมทุกปฏฺฐานํ ปุริมํ ---------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ เหตุทุกํ ปฏิจฺจวาโร
เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ อโลภะ อโมหะ อาศัยอโทสะ อโลภะ อโทสะ อาศัยอโมหะ โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโทสะ โทสะ อาศัยโมหะ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอโลภะ พึงผูกจักรนัย โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย พึงผูกจักรนัย โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โมหะ อาศัยโทสะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ และเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ และเหตุธรรม เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น เหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ และอโลภะ พึงผูกจักรนัย ขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ และอโลภะ ฯลฯ
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห อโทสํ ปฏิจฺจ อโลโภ อโมโห อโมหํ ปฏิจฺจ อโลโภ อโทโส โลภํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โลโภ โทสํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โทโส ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๑.๑} นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ เหตู ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เหตู ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เหตุ จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เหตุ จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เหตู สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ {๑.๒} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อโลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห โทสญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ปฏิสนฺธิกฺขเณ อโลภญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ {๑.๓} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อโทโส อโมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อโทโส อโมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯเปฯ
เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ทิ้งรูปภูมิเสีย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๙ ในอรูปภูมิเท่านั้น เพราะอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี พึงกระทำให้บริบูรณ์ อาศัยมหาภูต- *รูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย นี้เป็น ข้อที่ต่างกัน เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย มีมหาภูตรูปทั้งหมดตลอดถึงอสัญญสัตว์ เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี แม้ในภูมิทั้งสอง เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: รูปํ ฉฑฺเฑตฺวา อรูเปเยว นว ปญฺหา ฯ อธิปติปจฺจยา: ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ปริปุณฺณํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ อิทํ นานํ ฯ อนนฺตรปจฺจยา: สมนนฺตรปจฺจยา: สหชาตปจฺจยา: สพฺเพ มหาภูตา ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ อญฺญมญฺญปจฺจยา: นิสฺสยปจฺจยา: อุปนิสฺสยปจฺจยา: ปุเรชาตปจฺจยา: อาเสวนปจฺจยา: ทฺวีสุปิ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ กมฺมปจฺจยา: วิปากปจฺจยา: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา: ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัฏฐาน จบ
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว อวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหมด นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุ- *ธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย พึงกระทำให้บริบูรณ์ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสย- *ปัจจัย
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: เหตุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สพฺเพ มหาภูตา ฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: เหตุญฺจ นเหตู จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นอธิปติปจฺจยา: ปริปุณฺณํ ฯ นอนนฺตรปจฺจยา: นสมนนฺตรปจฺจยา: นอญฺญมญฺญปจฺจยา: นอุปนิสฺสยปจฺจยา: ฯ
เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ พึงผูกจักรนัย โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโมหะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยเหตุธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอโลภะ พึงผูกจักรนัย โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม ใน ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และนเหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น นเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย พึงผูกจักรนัย ในอรูปภูมิ โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมและเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม และ นเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรมและนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และอโทสะ อโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น นเหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ พึงผูกจักรนัย ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และโลภะ พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โลโภ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป เหตุํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา เหตุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๖.๑} นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ เหตู ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เหตู จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๖.๒} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ อรูเป โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... นเหตู ขนฺเธ จ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อโทโส อโมโห จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ
เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา: ฯ ... นอาเสวนปจฺจยา: ฯ
นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ กัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: เหตุํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ
เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา: นว ฯ
นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา: พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป มหา- *ภูตรูป ๑ ฯลฯ อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ส่วนพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
... นอินฺทฺริยปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหาร- *สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
... นฌานปจฺจยา: ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ ในอเหตุก- *ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย เหมือนที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ในอรูปภูมิเท่านั้น ฯลฯ ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
... นมคฺคปจฺจยา: อเหตุกํ นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ นสมฺปยุตฺตปจฺจยา: นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา: นปุเรชาตสทิสํ อรูปปญฺหาเยว ฯ โนนตฺถิปจฺจยา: โนวิคตปจฺจยา: ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓ ปัจจนียะ จบ
นเหตุยา เทฺว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ อนุโลมปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๒ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ปัจจนียานุโลม จบ แม้สหชาตวาร ก็เหมือนกับปฏิจจวาร ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร หัวข้อปัจจัย เมื่อมหา- *ภูตรูปทั้งหลายจบแล้ว พึงกระทำว่า "อาศัยหทัยวัตถุ" อายตนะ ๕ ย่อมได้ ในอนุโลมก็ดี ในปัจจนียะก็ดี ฉันใด พึงกระทำฉันนั้น สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตต- *วารก็ดี พึงทำให้บริบูรณ์ รูปภูมิไม่มี มีแต่อรูปภูมิเท่านั้น
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ... อนนฺตเร เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... กมฺเม เทฺว วิปาเก เอกํ อาหาเร เทฺว อินฺทฺริเย เทฺว ฌาเน เทฺว มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต เทฺว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิสาเยว ปญฺหา มหาภูเตสุ นิฏฺฐิเตสุ วตฺถุํ ปจฺจยาติ กาตพฺพา ปญฺจายตนานิ อนุโลเมปิ ปจฺจนีเยปิ ยถา ลพฺภนฺติ ตถา กาตพฺพา ฯ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปริปุณฺณา รูปํ นตฺถิ อรูปเมว ฯ