This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

ปัญหาวาร

Text only · no interpretationข้อ ๑๗–๓๘พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓22 items2 editions

Pali and translation

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปัญหาวาร

ปญฺหาวาโร

๑๗

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ โดยเหตุปัจจัย พึงผูกจักรนัย โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยเหตุปัจจัย โทสะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะอโมหะ และสัมปยุตตขันธ์และจิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย พึงผูกจักรนัย โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลโภ โมหสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โทโส โมหสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลโภ โมหสฺส ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ

๑๘

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะ ปรารภเหตุธรรม นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณาซึ่งกุศล- *กรรมนั้น บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน บุคคลออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค ฯลฯ ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ละแล้ว ที่เป็นเหตุธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็น @ หมายความว่า บาลีตอนที่ ๑ หมายความว่า บาลีตอนที่ ๒ นเหตุธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นเหตุธรรม โดยเจโต- *ปริยญาณ อากาสานัญจายตนะกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะกิริยา อากิญ- *จัญญายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา รูปายตนะเป็น ปัจจัย แก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณ- *ปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริย- *ญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่ อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย พึงยกเอาเฉพาะข้อความในบาลีตอนที่ ๑ ว่า "บุคคลให้ทาน" เท่านั้น มาใส่ในที่นี้ แต่ให้ตัดอาวัชชนะออกเสีย และข้อที่ว่า "รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ" นี้ ก็ให้ตัดออก นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือบุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศล- *กรรมนั้น เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น เหตุธรรมทั้งหลายและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น พึงยกเอาข้อความที่ตั้งอยู่ในบาลีนั้นมาใส่ที่นี้ ให้เหมือนกับข้อความใน บาลีตอนที่ ๒ เหตุธรรมและนเหตุธรรมเป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรมและสัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรมและ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะ ปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุํ อารพฺภ เหตู อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุํ อารพฺภ นเหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุํ อารพฺภ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ... นิพฺพานํ ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา นเหตู ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ จกฺขุํ ... ฯเปฯ {๑๘.๑} วตฺถุํ ... นเหตู ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน นเหตุจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนกิริยํ วิญฺญาณญฺจายตนกิริยสฺส อากิญฺจญฺญายตนกิริยํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนกิริยสฺส รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย นเหตู ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๘.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา ... ปฐมคมนํเยว อาวชฺชนา นตฺถิ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺสาติ อิทํ นตฺถิ ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ตํ อารพฺภ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ตตฺถ ฐิเตน อิมํ กาตพฺพํ ทุติยคมนสทิสํ ฯ {๑๘.๓} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ เหตู อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ นเหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

๑๙

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้หนักแน่น เหตุธรรม ทั้งหลาย เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ พึงยกเอาข้อความตามบาลีที่ว่า "บุคคลให้ทานแล้ว" มาใส่ให้พิสดาร จนถึงคำว่าขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ พึงยกเอาข้อความ ตามบาลีข้างต้นมาใส่ จนถึงหทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา เพราะ กระทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม และเหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น พึงยกเอาข้อความตามบาลีที่ว่า บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่ง สมไว้แล้วในกาลก่อน จนถึงหทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม มาใส่ ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุ- *ธรรม เกิดขึ้น เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา เหตู อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา นเหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๙.๑} นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวาติ วิตฺถาเรตพฺพํ ยาว นเหตู ขนฺธา ฯ สหชาตาธิปติ: นเหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา ... สงฺขิตฺตํ ยาว วตฺถุ นเหตู จ ขนฺธา ตาว กาตพฺพํ ฯ สหชาตาธิปติ: นเหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๙.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ตํ ครุํ กตฺวา นเหตู ขนฺธา จ เหตู จ อุปฺปชฺชนฺติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ยาว วตฺถุ นเหตู ขนฺธา จ ตาว กาตพฺพํ ฯ สหชาตาธิปติ: นเหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๑๙.๓} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เหตู อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา นเหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

๒๐

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น นเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็น ปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย นเหตุมูลกนัย เป็นอย่างเดียวกันทั้ง ๓ เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย อนันตรปัจจัย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ นเหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๐.๑} นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา นเหตู ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ นเหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตุมูลกํ ตีณิปิ เอกสทิสํ ฯ {๒๐.๒} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ นเหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๒๑

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยสมนันตรปัจจัยเหมือน กับอนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย ทั้ง ๒ ปัจจัยนี้เหมือนกับ ปัจจยวาร ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัย ใน ปัจจยวาร

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรสทิสํ ฯ ... สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: อิเม เทฺวปิ ปฏิจฺจวารสทิสา ฯ ... นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺจยวาเร นิสฺสยสทิโส ฯ

๒๒

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสย อนันตรรูปนิสสย ปกตูปนิสสย ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้ว ให้ ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความ ปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความ ปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ เหมือนกับอุปนิสสยปัจจัย ตอนที่ ๒ เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย อุปนิสสยปัจจัย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู เหตูนํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู นเหตูนํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒.๑} นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: ทุติยอุปนิสฺสยสทิสํ ฯ {๒๒.๓} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา เหตูนํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา นเหตูนํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒.๔} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๒๓

นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัย- *วัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัย แก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาต- *ปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุธรรม โดยปุเรชาต- *ปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ ทิพพจักขุ ฯลฯ ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย

นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ นเหตูนํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๓.๑} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ เหตูนํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๓.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ ... ทิพฺเพน ฯเปฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๒๔

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปัจฉาชาต- *ปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็น ปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย

เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา เหตู ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา นเหตู ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๒๕

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอาเสวนปัจจัย เหมือน กับอนันตรปัจจัย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรสทิสํ ฯ

๒๖

นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก- *ขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *เหตุทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก- *เหตุทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมม- *ปัจจัย ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก- *ขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย

นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: นเหตุ เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: นเหตุ เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: นเหตุ เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: นเหตุ เจตนา วิปากานํ เหตูนํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: นเหตุ เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: นเหตุ เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ เหตูนํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๒๗

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยวิปากปัจจัย คือ อโลภะ ที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ โดย วิปากปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๙ ในวิปากวิภังค์ เหมือนกับปฏิจจวาร

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: วิปาโก อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปฏิจฺจวารสทิสา วิปากวิภงฺเค นว ปญฺหา ฯ

๒๘

นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุ ทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย แก่เหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตู อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตู อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตู อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ

๒๙

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอินทริยปัจจัย ในเหตุ- *มูลกนัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย อินทริยปัจจัย อินทริยปัจจัย พึงให้พิสดารอย่างนี้ และมีหัวข้อปัจจัย ๙

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: เหตุมูลเก ตีณิ ฯ นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: นเหตู อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เอวํ อินฺทฺริยปจฺจโย วิตฺถาเรตพฺโพ ฯ นว ฯ

๓๐

นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยฌานปัจจัยมี ๓ นัย

นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ

๓๑

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยมัคคปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย ใน ๒ ปัจจัยนี้ มีหัวข้อปัจจัย ๙

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: ... สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: อิเมสุ ทฺวีสุ นว ฯ

๓๒

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน- *รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต- *สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดย วิปปยุตตปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมและนเหตุธรรม โดยวิปปยุตต- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม ทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย

เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ เหตู กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย เหตู วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: เหตู ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๒.๑} นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: นเหตู ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ นเหตู ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ นเหตูนํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: นเหตู ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๒.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เหตูนํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ เหตูนํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๒.๓} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๓๓

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิด ก่อน โดยอัตถิปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย พึงผูกจักรนัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพ- *จักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดย อัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมและนเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ แก่เหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัย แก่อโทสะ แก่อโมหะ โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย โลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย ปฏิสนธิขณะ อโลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะ โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และเหตุธรรม เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย เหตุธรรมทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เกิดร่วมกัน เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และกวฬิงการาหาร เป็น ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่อโทสะ แก่อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย อัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ อโลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อโมหะและ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย โลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลโภ โมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ปจฺฉาชาตา: เหตู ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๓.๑} เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลโภ โมหสฺส สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: นเหตุ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา ฯเปฯ {๓๓.๒} ปฏิสนฺธิกฺขเณ นเหตุ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ขนฺธา วตฺถุสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ ฯเปฯ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ นเหตูนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: นเหตู ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๓.๓} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: นเหตู ขนฺธา สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เหตูนํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ วตฺถุ เหตูนํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๓.๔} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: นเหตุ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ เหตูนํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ วตฺถุ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: อโลโภ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อโทสสฺส อโมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลโภ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา โมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ {๓๓.๕} ปฏิสนฺธิกฺขเณ อโลโภ จ วตฺถุ จ อโทสสฺส อโมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: นเหตุ เอโก ขนฺโธ จ เหตุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ เหตุ จ วตฺถุ จ นเหตูนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา เหตู จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: เหตู จ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: เหตู จ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๓.๖} เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: นเหตุ เอโก ขนฺโธ จ อโลโภ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อโทสสฺส อโมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ นเหตุ เอโก ขนฺโธ จ โลโภ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ นเหตุ เอโก ขนฺโธ จ อโลโภ จ ... ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อโลโภ จ วตฺถุ จ อโทสสฺส อโมหสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โลโภ จ วตฺถุ จ โมหสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ

๓๔

ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในกัมมปัจจัย มี " ๓ ในวิปากปัจจัย มี " ๓ ในอาหารปัจจัย มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๓ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ ผู้มีปัญญาพึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ

เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก นว อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย นว ฌาเน ตีณิ มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต นว วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ เอวํ อนุมฺมชฺชนฺเตน คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๓๕

เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย โดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย นเหตุธรรม ปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาต- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย

เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปุจฺจโย: ฯ {๓๕.๑} นเหตุ ธมฺโม นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๓๕.๒} นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ นเหตุ ธมฺโม เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา นเหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส จ นเหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ

๓๖

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ

นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนอวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๓๗

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา ตีณิ นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ เอกํ นอุปนิสฺสเย ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นมคฺเค ตีณิ นสมฺปยุตฺเต เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๓๘

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ เหตุทุกะ จบ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต ตีณิ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ เหตุทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ปัญหาวาร