This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๖ · จุลวรรค ภาค ๑

Other items in this volume

เรื่องภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระเสยยสกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวดเรื่องพระสุธรรมข้อที่สงฆ์จำนง ๔ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระอริฏฐะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอยู่ปริวาสเรื่องมูลายปฏิกัสสนารหภิกษุเรื่องมานัตตารหภิกษุเรื่องมานัตตจาริกภิกษุเรื่องอัพภานารหภิกษุหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอุทายีปริวาสวันเดียวสงฆ์ชักเข้าหาอาบัติเดิมสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกำลังประพฤติมานัตต้องอาบัติในระหว่างสงฆ์ให้อัพภานสงฆ์ให้ปักขปริวาสสงฆ์ให้สโมธานปริวาสสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวพระอุทายีต้องอันตราบัติอัคฆสโมธานปริวาสปริวาส ๒ เดือนสงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือนสงฆ์ให้สุทธันตปริวาสเรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึกควรมานัตสึกควรอัพภานสึกกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติมานัตหนึ่งร้อยสโมธานปริวาสให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูปภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวดภิกษุหมดจดจากอาบัติหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระทัพพมัลลบุตรเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะเรื่องพระคัคคะทำกรรมไม่ตามปฏิญาณระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกาสงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมลักษณะกรรมไม่เป็นธรรม ๑๒ หมวดพุทธานุญาตให้ระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะ วิธีระงับ,…อธิกรณ์อธิกรณ์เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤตอนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ อย่าง

Scripture · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

Text only · no interpretationข้อ ๕๘๕–๕๘๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑4 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

สมถกฺขนฺธกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ สมถขันธกะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์

Item ๕๘๕Commentary

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อสมฺมุขีภูตานํ ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กโรนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปิ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อสมฺมุขีภูตานํ ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กริสฺสนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปีติ ฯ {๕๘๕.๑} อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อสมฺมุขีภูตานํ ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กโรนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๕๘๕.๒} วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ ภิกฺขเว เตสํ โมฆปุริสานํ อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา อสมฺมุขีภูตานํ ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กริสฺสนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปิ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว อสมฺมุขีภูตานํ ภิกฺขูนํ กมฺมํ กาตพฺพํ ตชฺชนียํ วา นิยสฺสํ วา ปพฺพาชนียํ วา ปฏิสารณียํ วา อุกฺเขปนียํ วา โย กเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ กระทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณีย- *กรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ลับหลัง บรรดาภิกษุที่เป็น ผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้กระทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ลับหลังเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถาม ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์กระทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลาย ผู้อยู่ลับหลัง จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า ทรงติเตียน พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของ โมฆบุรุษเหล่านั้น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนโมฆบุรุษเหล่านั้นจึงได้กระทำกรรม คือ ตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง แก่ภิกษุทั้งหลายผู้ อยู่ลับหลังเล่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้น นั่นไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนผู้ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะ- *ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรม คือ ตัชชนียกรรมก็ดี นิยสกรรมก็ดี ปัพพาชนียกรรมก็ดี ปฏิสารณียกรรมก็ดี อุกเขปนียกรรมก็ดี อันภิกษุไม่พึงทำ แก่ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ลับหลัง ภิกษุใดทำ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ธรรมวาทีและอธรรมวาทีบุคคล

Item ๕๘๖

อธมฺมวาที ปุคฺคโล อธมฺมวาที สมฺพหุลา อธมฺมวาที สงฺโฆ ธมฺมวาที ปุคฺคโล ธมฺมวาที สมฺพหุลา ธมฺมวาที สงฺโฆ ฯ

อธรรมวาทีบุคคล ๑ ภิกษุอธรรมวาทีมากรูป ๑ สงฆ์อธรรมวาที ๑ ธรรมวาทีบุคคล ๑ ภิกษุธรรมวาทีมากรูป ๑ สงฆ์ธรรมวาที ๑ ฯ ธรรมฝ่ายดำ ๙ อย่าง

Item ๕๘๗

อธมฺมวาที ปุคฺคโล ธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที ปุคฺคโล ธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที ปุคฺคโล ธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ {๕๘๗.๑} อธมฺมวาที สมฺพหุลา ธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที สมฺพหุลา ธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที สมฺพหุลา ธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ {๕๘๗.๒} อธมฺมวาที สงฺโฆ ธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที สงฺโฆ ธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ อธมฺมวาที สงฺโฆ ธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ อธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินยปฏิรูปเกน ฯ กณฺหปกฺขนวกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. อธรรมวาทีบุคคล ยังธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่ เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๒. อธรรมวาทีบุคคล ยังภิกษุธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่าน จงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๓. อธรรมวาทีบุคคล ยังสงฆ์ธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจง ถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๔. ภิกษุอธรรมวาทีมากรูป ยังธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๕. ภิกษุอธรรมวาทีมากรูป ยังภิกษุธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดย ไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๖. ภิกษุอธรรมวาทีมากรูป ยังสงฆ์ธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๗. สงฆ์อธรรมวาที ยังธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๘. สงฆ์อธรรมวาที ยังภิกษุธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่าน จงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ๙. สงฆ์อธรรมวาที ยังสงฆ์ธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยไม่เป็นธรรม เป็นสัมมุขาวินัยเทียม ฯ ธรรมฝ่ายดำ ๙ อย่าง จบ ----------------------------------------------------- ธรรมฝ่ายขาว ๙ อย่าง

Item ๕๘๘

ธมฺมวาที ปุคฺคโล อธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ ธมฺมวาที ปุคฺคโล อธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ {๕๘๘.๑} ธมฺมวาที ปุคฺคโล อธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ {๕๘๘.๒} ธมฺมวาที สมฺพหุลา อธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ ธมฺมวาที สมฺพหุลา อธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ ธมฺมวาที สมฺพหุลา อธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปนฺติ นิชฺฌาเปนฺติ เปกฺเขนฺติ อนุเปกฺเขนฺติ ทสฺเสนฺติ อนุทสฺเสนฺติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ {๕๘๘.๓} ธมฺมวาที สงฺโฆ อธมฺมวาทึ ปุคฺคลํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ ธมฺมวาที สงฺโฆ อธมฺมวาที สมฺพหุเล สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ ธมฺมวาที สงฺโฆ อธมฺมวาทึ สงฺฆํ สญฺญาเปติ นิชฺฌาเปติ เปกฺเขติ อนุเปกฺเขติ ทสฺเสติ อนุทสฺเสติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหาหิ อิมํ โรเจหีติ เอวญฺเจ ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ธมฺเมน วูปสมฺมติ สมฺมุขาวินเยนาติ ฯ สุกฺกปกฺขนวกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑. ธรรมวาทีบุคคล ยังอธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็นสัมมุขาวินัย ๒. ธรรมวาทีบุคคล ยังภิกษุอธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับ โดยธรรม เป็นสัมมุขาวินัย ๓. ธรรมวาทีบุคคล ยังสงฆ์อธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็น สัมมุขาวินัย ๔. ภิกษุธรรมวาทีมากรูป ยังอธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็น สัมมุขาวินัย ๕. ภิกษุธรรมวาทีมากรูป ยังภิกษุอธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับ โดยธรรม เป็นสัมมุขาวินัย ๖. ภิกษุธรรมวาทีมากรูป ยังสงฆ์อธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็น สัมมุขาวินัย ๗. สงฆ์ธรรมวาที ยังอธรรมวาทีบุคคลให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถือ อย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็น สัมมุขาวินัย ๘. สงฆ์ธรรมวาที ยังภิกษุอธรรมวาทีมากรูปให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็น ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ พวกท่าน จงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็นสัมมุขาวินัย ๙. สงฆ์ธรรมวาที ยังสงฆ์อธรรมวาทีให้ยินยอม ให้พินิจ ให้เพ่ง ให้ใคร่ครวญ ให้เห็นตามว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านจงถืออย่างนี้ จงชอบอย่างนี้ ถ้าอธิกรณ์นั้นระงับอย่างนี้ ชื่อว่าระงับโดยธรรม เป็นสัมมุขาวินัย ฯ ธรรมฝ่ายขาว ๙ อย่าง จบ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย