This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๖ · จุลวรรค ภาค ๑

Other items in this volume

เรื่องภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระเสยยสกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวดเรื่องพระสุธรรมข้อที่สงฆ์จำนง ๔ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระอริฏฐะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอยู่ปริวาสเรื่องมูลายปฏิกัสสนารหภิกษุเรื่องมานัตตารหภิกษุเรื่องมานัตตจาริกภิกษุเรื่องอัพภานารหภิกษุหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอุทายีปริวาสวันเดียวสงฆ์ชักเข้าหาอาบัติเดิมสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกำลังประพฤติมานัตต้องอาบัติในระหว่างสงฆ์ให้อัพภานสงฆ์ให้ปักขปริวาสสงฆ์ให้สโมธานปริวาสสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวพระอุทายีต้องอันตราบัติอัคฆสโมธานปริวาสปริวาส ๒ เดือนสงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือนสงฆ์ให้สุทธันตปริวาสเรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึกควรมานัตสึกควรอัพภานสึกกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติมานัตหนึ่งร้อยสโมธานปริวาสให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูปภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวดภิกษุหมดจดจากอาบัติหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระทัพพมัลลบุตรเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะเรื่องพระคัคคะทำกรรมไม่ตามปฏิญาณระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกาสงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมลักษณะกรรมไม่เป็นธรรม ๑๒ หมวดพุทธานุญาตให้ระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะ วิธีระงับ,…อธิกรณ์อธิกรณ์เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤตอนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ อย่าง

Scripture · พระวินัยปิฎก

สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม

ข้อ ๖๑๔–๖๑๕พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑2 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม

Item ๖๑๔

เตน โข ปน สมเยน อุปวาโฬ ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ สมฺปชานมุสา ภาสติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อุปวาโฬ ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานิสฺสติ ปฏิชานิตฺวา อวชานิสฺสติ อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจริสฺสติ สมฺปชานมุสา ภาสิสฺสตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรตุ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพํ ฯ ปฐมํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ สาเรตฺวา อาปตฺติ อาโรเปตพฺพา อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๖๑๔.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ สมฺปชานมุสา ภาสติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กเรยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๖๑๔.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อุปวาโฬ ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา อวชานาติ อญฺเญน อญฺญํ ปฏิจรติ สมฺปชานมุสา ภาสติ ฯ สงฺโฆ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๖๑๔.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ กตํ สงฺเฆน อุปวาฬสฺส ภิกฺขุโน ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

สมัยนั้นแล พระอุปวาฬถูกซักถามถึงอาบัติ ในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วปฏิญาณ ปฏิญาณแล้วปฏิเสธ ให้การกลับไปกลับมา กล่าวเท็จทั้งรู้ อยู่ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระอุปวาฬถูกซักถามถึงอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ จึงได้ปฏิเสธแล้วปฏิญาณ ปฏิญาณ แล้วปฏิเสธ ให้การกลับไปกลับมา กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่เล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคๆ ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุอุปวาฬถูกซักถามถึงอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วปฏิญาณ ปฏิญาณ แล้วปฏิเสธ ให้การกลับไปกลับมา กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงทำตัสสปาปิยสิกา- *กรรม แก่ภิกษุอุปวาฬ ก็แล สงฆ์พึงทำอย่างนี้ พึงโจทภิกษุอุปวาฬก่อน ครั้นแล้วพึงให้เธอ ให้การ แล้วพึงปรับอาบัติ ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถพึงประกาศให้สงฆ์ ทราบ ด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาทำตัสสปาปิยสิกากรรม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุปวาฬนี้ถูกซักถาม ถึงอาบัติในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วปฏิญาณ ปฏิญาณแล้วปฏิเสธ ให้การกลับไปกลับมา กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุอุปวาฬ นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุปวาฬนี้ถูกซักถามถึง อาบัติในท่ามกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วปฏิญาณ ปฏิญาณแล้วปฏิเสธ ให้การกลับไปกลับมา กล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม @ กรรมอันสงฆ์พึงทำ เพราะความที่ภิกษุนั้นเป็นผู้บาป สงฆ์ได้ทำแก่ภิกษุอุปวาฬ @เป็นครั้งแรก ฯ แก่ภิกษุอุปวาฬ การทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุอุปวาฬ ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สอง ... ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สาม ... ตัสสปาปิยสิกากรรมอันสงฆ์ทำแล้วแก่ภิกษุอุปวาฬ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ ตัสสปาปิยสิกากรรมเป็นธรรม ๕ อย่าง

Item ๖๑๕

ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว ธมฺมิกานิ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณานิ อสุจิ จ โหติ อลชฺชี จ สานุวาโท จ ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ ธมฺเมน สมคฺเคน อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ ธมฺมิกานิ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมสฺส กรณานิ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การทำตัสสปาปิยสิกากรรมเป็นธรรม ๕ อย่างนี้ คือ:- ๑. ภิกษุเป็นผู้ไม่สะอาด ๒. เป็นอลัชชี ๓. เป็นผู้ถูกโจท ๔. สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่เธอ ๕. สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย การทำตัสสปาปิยสิกากรรมเป็นธรรม ๕ อย่างนี้แล ฯ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย