This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สัมมสนญาณนิทเทส

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรคข้อ ๙๙–๑๐๒about 9 min read · 3,193 charactersText only · no interpretation

Contents of this part

สุตมยญาณกถาข้อ ๑อภิญเญยยนิทเทสข้อ ๒–๙สัจนิทเทสข้อ ๑๐–๒๙ทุติยภาณวารข้อ ๓๐–๕๕ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสข้อ ๕๖–๖๓ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสข้อ ๖๔–๖๖จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสข้อ ๖๗–๗๖สัจฉิกาตัพพนิทเทสข้อ ๗๗–๗๘ลักขณัตติกนิทเทสข้อ ๗๙ทุกขสัจนิทเทสข้อ ๘๐–๘๒สมุทยสัจนิทเทสข้อ ๘๓นิโรธสัจนิทเทสข้อ ๘๔มัคคสัจนิทเทสข้อ ๘๕สีลมยญาณนิทเทสข้อ ๘๖–๙๑สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสข้อ ๙๒–๙๓ธรรมฐิติญาณนิทเทสข้อ ๙๔–๙๘สัมมสนญาณนิทเทสข้อ ๙๙–๑๐๒อุทยัพพยญาณนิทเทสข้อ ๑๐๓–๑๑๑ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสข้อ ๑๑๒–๑๑๔อาทีนวญาณนิทเทสข้อ ๑๑๕–๑๑๙สังขารุเปกขาญาณนิทเทสข้อ ๑๒๐–๑๓๕โคตรภูญาณนิทเทสข้อ ๑๓๖–๑๔๒มรรคญาณนิทเทสข้อ ๑๔๓–๑๔๗ผลญาณนิทเทสข้อ ๑๔๘–๑๕๑วิมุตติญาณนิทเทสข้อ ๑๕๒ปัจจเวกขณญาณนิทเทสข้อ ๑๕๓–๑๕๙วัตถุนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๐–๑๖๒โคจรนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๓–๑๖๔จริยานานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๕–๑๗๐ภูมินานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๑–๑๗๖ธรรมนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๗–๑๘๔ญาณปัญจกนิทเทสข้อ ๑๘๕ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๑๘๖–๒๐๑ญาณัตตยานิทเทสข้อ ๒๐๒–๒๑๐อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสข้อ ๒๑๑–๒๑๔อรณวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๑๕–๒๑๖นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๑๗–๒๒๕ปรินิพพานญาณนิทเทสข้อ ๒๒๖สมสีสัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๒๗–๒๓๒สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๓๓–๒๓๖วีริยารัมภญาณนิทเทสข้อ ๒๓๗–๒๓๘อัตถสันทัสนญาณนิทเทสข้อ ๒๓๙–๒๔๑ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๔๒ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสข้อ ๒๔๓–๒๔๔ปเทสวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๔๕วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสข้อ ๒๔๖–๒๕๒อิทธิวิธญาณนิทเทสข้อ ๒๕๓โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๕๔เจโตปริยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๕บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสข้อ ๒๕๖ทิพจักขุญาณนิทเทสข้อ ๒๕๗อาสวักขยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๘–๒๖๓สัจญาณจตุกทวยนิทเทสข้อ ๒๖๔–๒๖๗สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๒๖๘อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสข้อ ๒๖๙–๒๗๖อาสยานุสยญาณนิทเทสข้อ ๒๗๗–๒๘๓ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสข้อ ๒๘๔มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๘๕สัพพัญญุตญาณนิทเทสข้อ ๒๘๖–๒๙๓๒. ทิฐิกถาข้อ ๒๙๔–๓๖๑๓. อานาปาณกถาข้อ ๓๖๒–๔๒๒๔. อินทรียกถาข้อ ๔๒๓–๔๖๘๕. วิโมกขกถาข้อ ๔๖๙–๕๑๖๖. คติกถาข้อ ๕๑๗–๕๒๒๗. กรรมกถาข้อ ๕๒๓–๕๒๔๘. วิปัลลาสกถาข้อ ๕๒๕–๕๒๖๙. มรรคกถาข้อ ๕๒๗–๕๒๙๑๐. มัณฑเปยยกถาข้อ ๕๓๐–๕๓๓

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

99

ปัญญาในการย่อธรรมทั้งหลายทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบันแล้ว กำหนดไว้ เป็นสัมมสนญาณอย่างไร ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ ปัจจุบัน เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม มีในที่ไกลก็ตาม ในที่ใกล้ก็ตาม โดยความเป็นของไม่เที่ยง การ กำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณอย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ การกำหนดนี้ เป็นสัมมสนญาณอย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นอนัตตา การกำหนดนี้เป็น สัมมสนญาณอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรย่อมกำหนดเวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน เป็นภายในก็ ตาม เป็นภายนอกก็ตาม หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม มีในที่ไกลก็ตาม ในที่ใกล้ก็ตาม โดยความเป็นของไม่เที่ยง การกำหนดนี้เป็น สัมมสนญาณอย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ การกำหนดนี้เป็นสัมมสน- *ญาณอย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นอนัตตา การกำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณ อย่างหนึ่ง พระโยคาวจรย่อมกำหนดจักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน โดยความเป็นของไม่เที่ยง การกำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณ อย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ การกำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณอย่างหนึ่ง กำหนดโดยความเป็นอนัตตา การกำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณอย่างหนึ่ง ฯ

100

ปัญญาในการย่อแล้วกำหนดว่า รูปทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ ปัจจุบัน ไม่เที่ยงเพราะอรรถว่าสิ้นไป เป็นทุกข์เพราะอรรถว่าน่ากลัว เป็นอนัตตา เพราะอรรถว่าหาแก่นสารมิได้ เป็นสัมมสนญาณ ปัญญาในการย่อมแล้วกำหนดว่า เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ไม่เที่ยงเพราะอรรถว่าสิ้นไป เป็นทุกข์เพราะอรรถว่าน่ากลัว เป็นอนัตตาเพราะอรรถว่าหาแก่นสารมิได้ เป็นสัมมสนญาณ ฯ

101

ปัญญาในการย่อแล้วกำหนดว่า รูปทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ ปัจจุบัน ไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็นธรรม ๓ เป็นสัมมสนญาณ ปัญญาในการย่อแล้วกำหนดว่า เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็นธรรมดา เป็นสัมมสนญาณ ฯ

102

ปัญญาในการย่อแล้วกำหนดว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา และมรณะ เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะก็ไม่มี เป็นสัมมสนญาณ ปัญญาใน การย่อแล้วกำหนดว่า ในอดีตกาลก็ดี ในอนาคตกาลก็ดี เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะก็ไม่มี เป็นสัมมสนญาณ ปัญญา ในการย่อแล้วกำหนดว่า เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เมื่อภพไม่มี ชาติก็ไม่มี ฯลฯ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ เมื่ออุปาทานไม่มี ภพก็ไม่มี เพราะ ตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน เมื่อตัณหาไม่มี อุปาทานก็ไม่มี เพราะเวทนา เป็นปัจจัย จึงมีตัณหา เมื่อเวทนาไม่มี ตัณหาก็ไม่มี เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาก็ไม่มี เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะก็ไม่มี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะก็ไม่มี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี นามรูป เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปก็ไม่มี เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เมื่อสังขารไม่มี วิญญาณก็ไม่มี เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เมื่ออวิชชา ไม่มี สังขารก็ไม่มี เป็นสัมมสนญาณ ปัญญาในการย่อแล้วกำหนดว่า ในอดีต- *กาลก็ดี ในอนาคตกาลก็ดี เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เมื่ออวิชชา ไม่มี สังขารก็ไม่มี เป็นสัมมสนญาณ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการย่อธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบันแล้วกำหนด เป็นสัมมสนญาณ ฯ

สัมมสนญาณนิทเทส