This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

อานันตริกสมาธิญาณนิทเทส

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรคข้อ ๒๑๑–๒๑๔about 14 min read · 5,008 charactersText only · no interpretation

Contents of this part

สุตมยญาณกถาข้อ ๑อภิญเญยยนิทเทสข้อ ๒–๙สัจนิทเทสข้อ ๑๐–๒๙ทุติยภาณวารข้อ ๓๐–๕๕ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสข้อ ๕๖–๖๓ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสข้อ ๖๔–๖๖จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสข้อ ๖๗–๗๖สัจฉิกาตัพพนิทเทสข้อ ๗๗–๗๘ลักขณัตติกนิทเทสข้อ ๗๙ทุกขสัจนิทเทสข้อ ๘๐–๘๒สมุทยสัจนิทเทสข้อ ๘๓นิโรธสัจนิทเทสข้อ ๘๔มัคคสัจนิทเทสข้อ ๘๕สีลมยญาณนิทเทสข้อ ๘๖–๙๑สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสข้อ ๙๒–๙๓ธรรมฐิติญาณนิทเทสข้อ ๙๔–๙๘สัมมสนญาณนิทเทสข้อ ๙๙–๑๐๒อุทยัพพยญาณนิทเทสข้อ ๑๐๓–๑๑๑ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสข้อ ๑๑๒–๑๑๔อาทีนวญาณนิทเทสข้อ ๑๑๕–๑๑๙สังขารุเปกขาญาณนิทเทสข้อ ๑๒๐–๑๓๕โคตรภูญาณนิทเทสข้อ ๑๓๖–๑๔๒มรรคญาณนิทเทสข้อ ๑๔๓–๑๔๗ผลญาณนิทเทสข้อ ๑๔๘–๑๕๑วิมุตติญาณนิทเทสข้อ ๑๕๒ปัจจเวกขณญาณนิทเทสข้อ ๑๕๓–๑๕๙วัตถุนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๐–๑๖๒โคจรนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๓–๑๖๔จริยานานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๕–๑๗๐ภูมินานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๑–๑๗๖ธรรมนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๗–๑๘๔ญาณปัญจกนิทเทสข้อ ๑๘๕ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๑๘๖–๒๐๑ญาณัตตยานิทเทสข้อ ๒๐๒–๒๑๐อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสข้อ ๒๑๑–๒๑๔อรณวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๑๕–๒๑๖นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๑๗–๒๒๕ปรินิพพานญาณนิทเทสข้อ ๒๒๖สมสีสัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๒๗–๒๓๒สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๓๓–๒๓๖วีริยารัมภญาณนิทเทสข้อ ๒๓๗–๒๓๘อัตถสันทัสนญาณนิทเทสข้อ ๒๓๙–๒๔๑ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๔๒ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสข้อ ๒๔๓–๒๔๔ปเทสวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๔๕วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสข้อ ๒๔๖–๒๕๒อิทธิวิธญาณนิทเทสข้อ ๒๕๓โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๕๔เจโตปริยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๕บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสข้อ ๒๕๖ทิพจักขุญาณนิทเทสข้อ ๒๕๗อาสวักขยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๘–๒๖๓สัจญาณจตุกทวยนิทเทสข้อ ๒๖๔–๒๖๗สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๒๖๘อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสข้อ ๒๖๙–๒๗๖อาสยานุสยญาณนิทเทสข้อ ๒๗๗–๒๘๓ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสข้อ ๒๘๔มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๘๕สัพพัญญุตญาณนิทเทสข้อ ๒๘๖–๒๙๓๒. ทิฐิกถาข้อ ๒๙๔–๓๖๑๓. อานาปาณกถาข้อ ๓๖๒–๔๒๒๔. อินทรียกถาข้อ ๔๒๓–๔๖๘๕. วิโมกขกถาข้อ ๔๖๙–๕๑๖๖. คติกถาข้อ ๕๑๗–๕๒๒๗. กรรมกถาข้อ ๕๒๓–๕๒๔๘. วิปัลลาสกถาข้อ ๕๒๕–๕๒๖๙. มรรคกถาข้อ ๕๒๗–๕๒๙๑๐. มัณฑเปยยกถาข้อ ๕๓๐–๕๓๓

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

211

ปัญญาในการตัดอาสวะขาด เพราะความบริสุทธิ์แห่งสมาธิ อันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณอย่างไร ฯ เอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่านด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ เป็นสมาธิ ญาณ เกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งสมาธินั้น อาสวะทั้งหลายย่อมสิ้นไปด้วยญาณนั้น สมถะ มีก่อน ญาณมีภายหลัง ด้วยประการดังนี้ ความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ย่อมมีได้ด้วยญาณนั้น เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการตัดอาสวะขาด เพราะความบริสุทธิ์แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณ ฯ

212

คำว่า อาสวา ความว่า อาสวะเหล่านั้นเป็นไฉน อาสวะ เหล่านั้น คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ ฯ อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไป ณ ที่ไหน ทิฏฐาสวะทั้งสิ้น กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ (แต่ละอย่าง) อันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่อบาย ย่อมสิ้น ไปด้วยโสดาปัตติมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งโสดาปัตติมรรคนี้ กามาสวะส่วนหยาบ ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันตั้งอยู่ร่วมกันกับกามาสวะนั้น ย่อมสิ้นไปด้วยสกทาคามิมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งสกทาคามิ มรรคนี้ กามาสวะทั้งสิ้น ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันตั้งอยู่ร่วมกันกับ กามาสวะนั้น ย่อมสิ้นไปด้วยอนาคามิมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะ แห่งอนาคามิมรรคนี้ ภวาสวะ อวิชชาสวะทั้งสิ้นย่อมสิ้นไปด้วยอรหัตตมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งอรหัตตมรรคนี้ ฯ

213

เอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถแห่งความไม่พยาบาท ฯลฯ ด้วยสามารถแห่งอาโลกสัญญา ด้วยสามารถแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน ด้วย สามารถแห่งการกำหนดธรรม ด้วยสามารถแห่งญาณ ด้วยสามารถแห่งความ ปราโมทย์ ด้วยสามารถแห่งปฐมฌาน ด้วยสามารถแห่งทุติยฌาน ด้วย สามารถแห่งตติยฌาน ด้วยสามารถแห่งจตุตถฌาน ด้วยสามารถแห่งอากา- *สานัญจายตนสมาบัติ ด้วยสามารถแห่งวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ด้วยสามารถ แห่งอากิญจัญญายตนสมาบัติ ด้วยสามารถแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ด้วยสามารถแห่งปฐวีกสิณ ด้วยสามารถแห่งอาโปกสิณ ด้วยสามารถแห่งเตโช กสิณ ด้วยสามารถแห่งวาโยกสิณ ด้วยสามารถแห่งนีลกสิณ ด้วยสามารถแห่ง ปีตกสิณ ด้วยสามารถแห่งโลหิตกสิณ ด้วยสามารถแห่งโอทาตกสิณ ด้วยสามารถ แห่งอากาสกสิณ ด้วยสามารถแห่งวิญญาณกสิณ ด้วยสามารถแห่งพุทธานุสสติ ด้วยสามารถแห่งธรรมานุสสติ ด้วยสามารถแห่งสังฆานุสสติ ด้วยสามารถแห่ง สีลานุสสติ ด้วยสามารถแห่งจาคานุสสติ ด้วยสามารถแห่งเทวตานุสสติ ด้วยสามารถแห่งอานาปานสติ ด้วยสามารถแห่งมรณสติ ด้วยสามารถแห่ง กายคตาสติ ด้วยสามารถแห่งอุปสมานุสสติ ด้วยสามารถแห่งอุทธุมาตกสัญญา ด้วยสามารถแห่งวินีลกสัญญา ด้วยสามารถแห่งวิปุพพกสัญญา ด้วยสามารถ แห่งวิฉิททกสัญญา ด้วยสามารถแห่งวิกขายิตกสัญญา ด้วยสามารถแห่ง วิกขิตตกสัญญา ด้วยสามารถแห่งหตวิกขิตตกสัญญา ด้วยสามารถแห่ง โลหิตกสัญญา ด้วยสามารถแห่งปุฬุวกสัญญา ด้วยสามารถแห่งอัฏฐิกสัญญา ด้วยสามารถแห่งการหายใจออกยาว ด้วยสามารถแห่งการหายใจเข้ายาว ด้วย สามารถแห่งการหายใจออกสั้น ด้วยสามารถแห่งการหายใจเข้าสั้น ด้วย สามารถแห่งความเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจออก ด้วยสามารถแห่งความ เป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งความระงับกายสังขารหาย ใจออก ด้วยสามารถแห่งความระงับกายสังขารหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่ง ความรู้แจ้งปีติหายใจออก ด้วยสามารถแห่งความรู้แจ้งปีติหายใจเข้า ด้วย สามารถแห่งความรู้แจ้งสุขหายใจออก ด้วยสามารถแห่งความรู้แจ้งสุขหายใจ เข้า ด้วยสามารถแห่งความรู้แจ้งจิตตสังขารหายใจออก ด้วยสามารถแห่ง ความรู้แจ้งจิตตสังขารหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งความระงับจิตตสังขารหายใจ ออก ด้วยสามารถแห่งความระงับจิตตสังขารหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่ง ความรู้แจ้งจิตหายใจออก ด้วยสามารถแห่งความรู้แจ้งจิตหายใจเข้า ด้วย สามารถแห่งความทำจิตให้บันเทิงหายใจออก ด้วยสามารถแห่งความทำจิตให้ บันเทิงหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งความตั้งจิตไว้หายใจออก ด้วยสามารถ แห่งความตั้งจิตไว้หายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งความเปลื้องจิตหายใจออก ด้วย สามารถแห่งความเปลื้องจิตหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความไม่ เที่ยงหายใจออก ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงหายใจเข้า ด้วย สามารถแห่งการพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดหายใจออก ด้วยสามารถแห่งการ พิจารณาเห็นความคลายกำหนัดหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความดับ หายใจออก ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความดับหายใจเข้า ด้วยสามารถแห่ง การพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจออก ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็น ความสละคืนหายใจเข้า เป็นสมาธิแต่ละอย่างๆ ญาณย่อมเกิดขึ้นด้วยสามารถ แห่งสมาธินั้น อาสวะทั้งหลายย่อมสิ้นไปด้วยญาณนั้น สมถะมีก่อน ญาณมีภาย หลัง ด้วยประการดังนี้ ความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายย่อมมีได้ด้วยญาณนั้น เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการตัดอาสวะขาดเพราะความบริสุทธิ์ แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณ ฯ

214

คำว่า อาสวา ความว่า อาสวะเหล่านั้นเป็นไฉน อาสวะ เหล่านั้น คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ ฯ อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไป ณ ที่ไหน ทิฏฐาสวะทั้งสิ้น กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่อบาย ย่อมสิ้นไปด้วยโสดา- *ปัตติมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งโสดาปัตติมรรคนี้ ฯ กามาสวะส่วนหยาบ ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันตั้งอยู่ร่วมกันกับ กามาสวะนั้น ย่อมสิ้นไปด้วยสกทาคามิมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปใน ขณะแห่งสกทาคามิมรรคนี้ ฯ กามาสวะทั้งสิ้น ภวาสวะ อวิชชาสวะ อันตั้งอยู่ร่วมกันกับกามาสวะ นั้น ย่อมสิ้นไปด้วยอนาคามิมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่ง อนาคามิมรรคนี้ ฯ ภวาสวะ อวิชชาสวะ ย่อมสิ้นไปไม่มีส่วนเหลือด้วยอรหัตมรรค อาสวะเหล่านี้ย่อมสิ้นไปในขณะแห่งอรหัตมรรคนี้ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการตัดอาสวะขาด เพราะความบริสุทธิ์ แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอานันตริกสมาธิญาณ ฯ

อานันตริกสมาธิญาณนิทเทส