คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๐

ข้ออื่นในเล่มนี้

อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี รูปาทิวรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี นีวรณปหานวรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อกัมมนิยวรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อทันตวรรคที่ ๔อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี ปณิหิตอัจฉวรรคที่ ๕อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อัจฉราสังฆาตวรรคที่ ๖อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี วิริยารัมภาทิวรรคที่ ๗อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี กัลยาณมิตตตาทิวรรคที่ ๘อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี ปมาทาทิวรรคที่ ๙อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี วรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อธรรมวรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อนาปัตติวรรคที่ ๑๒อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกบุคคลบาลีสารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๑สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๒สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๓สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๔สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๕สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๖สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๗อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต อัฏฐานบาลี วรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต อัฏฐานบาลี วรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต อัฏฐานบาลี วรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อีกนัยหนึ่ง วรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อีกนัยหนึ่ง วรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อีกนัยหนึ่ง วรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอกธัมมาทิบาลี อีกนัยหนึ่ง วรรคที่ ๔สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ปสาทกรธัมมาทิบาลีอังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ กัมมกรณวรรคที่ ๑สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อธิกรณวรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๓สารบัญ อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สมจิตตวรรคที่ ๔อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปริสวรรคที่ ๕อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สุขวรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สนิมิตตวรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ธรรมวรรคที่ ๔อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๕อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาสาวรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อายาจนวรรคที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สันถารวรรคที่ ๔อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมาปัตติวรรคที่ ๕อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต พระสูตรที่ไม่จัดเข้าในปัณณาสก์อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๑. ภยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๒. ลักขณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๓. จินตาสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๔. อัจจยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๕. อโยนิโสสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๖. อกุสลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๗. สาวัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๘. สัพยาปัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๙. ขตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พาลวรรคที่ ๑ ๑๐. มลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๑. ญาตกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๒. สรณียสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๓. ภิกขุสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๔. จักกวัตติสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๕. ปเจตนสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๖. อปัณณกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๗. อัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๘. เทวสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๙. ปาปณิกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ รถการวรรคที่ ๒ ๑๐. ปาปณิกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๑. สวิฏฐสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๒. คิลานสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๓. สังขารสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๔. พหุการสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๕. วชิรสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๖. เสวิสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๗. ชิคุจฉสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๘. คูถภาณีสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๙. อันธสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๑๐. อวกุชชิตาสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๑. พรหมสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๒. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๓. สาริปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๔. นิทานสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๕. หัตถกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๖. ทูตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๗. ราชสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๘. ราชสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๙. สุขุมาลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๑๐. อธิปไตยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๑. สัมมุขีสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๒. ฐานสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๓. ปัจจยวัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๔. ปเรสสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๕. ปัณฑิตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๖. ศีลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๗. สังขตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๘. อสังขตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๙. ปัพพตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๑๐. อาตัปปสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๑๑. มหาโจรสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๑. ชนสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๒. ชนสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๓. พราหมณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๔. ปริพาชกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๕. นิพพุตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๖. ปโลภสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๗. ชัปปสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๘. ติกรรณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๙. ชานุสโสณีสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ๑๐. สังคารวสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๑. ติตถสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๒. ภยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๓. เวนาคสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๔. สรภสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๕. เกสปุตตสูตร [กาลามสูตร]อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๖. สาฬหสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๗. กถาวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๘. ติตถิยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๙. มูลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๑๐. อุโปสถสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๑. ฉันนสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๒. อาชีวกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๓. สักกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๔. นิคัณฐสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๕. สมาทปกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๖. นวสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๗. ภวสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๘. สีลัพพตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๙. คันธสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานันทวรรคที่ ๓ ๑๐. จูฬนีสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๑. สมณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๒. คัทรภสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๓. เขตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๔. วัชชีปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๕. เสขสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๖. เสขสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๗. เสขสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๘. เสขสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๙. สิกขาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๑๐. สิกขาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๑๑. ปังกธาสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๑. ปัจจายิกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๒. วิวิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๓. สรทสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๔. ปริสสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๕. อาชานิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๖. อาชานิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๗. อาชานิยสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๘. นวสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๙. โลณกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๑๐. สังฆสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โลณผลวรรคที่ ๕ ๑๑. สมุคคตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๑. ปุพพสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๒. มนุสสสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๓. อัสสาทสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๔. สมณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๕. โรณสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๖. อติตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๗. กูฏสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๘. กูฏสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๙. นิทานสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สัมโพธิวรรคที่ ๑ ๑๐. นิทานสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๑. อาปายิกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๒. ทุลลภสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๓. อัปปเมยยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๔. อเนญชสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๕. อยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๖. อปัณณกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๗. กัมมันตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๘. โสเจยยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๙. โสเจยยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๑๐. โมเนยยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๑. กุสินารสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๒. ภัณฑนสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๓. โคตมสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๔. ภรัณฑุสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๕. หัตถกสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๖. กฏุวิยสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๗. อนุรุทธสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๘. อนุรุทธสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๙. ปฏิจฉันนสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรคที่ ๓ ๑๐. เลขสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๑. โยธสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๒. ปริสสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๓. มิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๔. อุปปาทสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๕. เกสกัมพลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๖. สัมปทาสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๗. วุฑฒิสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๘. อัสสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๙. อัสสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๑๐. อัสสสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๑๑. โมรนิวาปสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๑๒. โมรนิวาปสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๔ ๑๓. โมรนิวาปสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๑. อกุศลสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๒. สาวัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๓. วิสมสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๔. อสุจิสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๕. ขตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๖. ขตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๗. ขตสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๘. ขตสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๙. วันทนาสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ มังคลวรรคที่ ๕ ๑๐. สุปุพพัณหสูตรอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์

ศาสนา

อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๑. พรหมสูตร

อรรถกถาแปลไทย

๓๘ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เทวทูตวรรควรรณนาที่ ๔ อรรถกถาพรหมสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในพรหมสูตรที่ ๑ แห่งเทวทูตวรรคที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อชฺฌาคาเร ได้แก่ ในเรือนของตน.

บทว่า ปูชิตา โหนฺติ ความว่า มารดาบิดาเป็นผู้อันบุตรปฏิบัติบำรุง ด้วยสิ่งของที่อยู่ในเรือน

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงประกาศตระกูลที่บูชามารดาบิดา ว่าเป็นตระกูลมีพรหม (ประจำบ้าน) โดยมีมารดาบิดา (เป็นพรหม) อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงถึงข้อที่มารดาบิดาเหล่านั้น เป็นบุรพาจารย์เป็นต้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า สปุพฺพาจริยกานิ (มีบุรพาจารย์) ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺรหฺมา เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพื่อให้สำเร็จความเป็นพรหมเป็นต้นแก่ตระกูลเหล่านั้น.

บทว่า พหุการา ได้แก่ มีอุปการะมากแก่บุตรทั้งหลาย.

บทว่า อาปาทกา ได้แก่ ถนอมชีวิตไว้. อธิบายว่า มารดาบิดาถนอมชีวิตบุตร คือเลี้ยงดู ประคบประหงม ได้แก่ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องกัน.

บทว่า โปสกา ความว่า เลี้ยงดูให้มือเท้าเติบโต ให้ดื่มเลือดในอก.

บทว่า อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร ความว่า เพราะชื่อว่าการที่บุตรทั้งหลายได้เห็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ในโลกนี้เกิดมีขึ้น เพราะได้อาศัยมารดาบิดา เพราะฉะนั้น มารดาบิดาจึงชื่อว่าเป็นผู้แสดงโลกนี้.

คำว่า พรหม ในบทคาถาว่า พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร นี้เป็นชื่อของท่านผู้ประเสริฐ. พระพรหมจะไม่ละภาวนา ๔ อย่าง คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาฉันใด มารดาบิดาทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน จะไม่ละภาวนา ๔ ในบุตรทั้งหลาย

ภาวนา ๔ เหล่านั้น พึงทราบตามระยะกาลดังต่อไปนี้.

อธิบายว่า ในเวลาที่บุตรยังอยู่ในท้อง มารดาบิดาจะเกิดเมตตาจิตอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจะได้เห็นบุตรน้อยปลอดภัย มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบบริบูรณ์.

แต่เมื่อใดบุตรน้อยนั้นยังเยาว์ นอนแบเบาะ มีเรือดไรไต่ตอมหรือนอนกระสับกระส่าย ส่งเสียงร้องจ้า. เมื่อนั้น มารดาบิดาครั้นได้ยินเสียงบุตรนั้นจะเกิดความกรุณา.

แต่ในเวลาที่บุตรวิ่งเล่นไปมา หรือในเวลาที่บุตรตั้งอยู่ในวัยหนุ่มวัยสาว มารดาบิดามองดูแล้วจะมีจิตอ่อนไหว บันเทิง เริงใจ เหมือนกับสำลีและปุยนุ่นที่เขายีตั้ง ๑๐๐ ครั้ง หย่อนลงในฟองเนยใส. เมื่อนั้น มารดาบิดาจะมีมุทิตา (จิต).

แต่เมื่อใด บุตรเริ่มมีครอบครัวแยกเรือนออกไป เมื่อนั้น มารดาบิดาจะเกิดความวางใจว่า บัดนี้ บุตรของเราจะสามารถจะเป็นอยู่ได้ตามลำพัง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เวลานั้น มารดาบิดาจะมีอุเบกขา.

ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร ดังนี้.

บทว่า ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร ความว่า แท้จริง มารดาบิดาทั้งหลาย จำเดิมแต่บุตรเกิดแล้ว ย่อมให้บุตรเรียน ให้บุตรสำเหนียกว่า จงนั่งอย่างนี้ จงยืนอย่างนี้ จงเดินอย่างนี้ จงนอนอย่างนี้ จงเคี้ยวอย่างนี้ จงกินอย่างนี้ คนนี้บุตรควรเรียกพ่อ คนนี้ควรเรียกพี่ คนนี้ควรเรียกน้อง บุตรควรทำสิ่งนี้ ไม่ควรทำสิ่งนี้ ควรเข้าไปหาคนชื่อโน้น คนชื่อโน้นไม่ควรเข้าไปหา.

ในเวลาต่อมา อาจารย์เหล่าอื่นจึงให้ศึกษาศิลปะเรื่องช้าง ศิลปะเรื่องม้า ศิลปะเรื่องรถ ศิลปะเรื่องธนูและการนับด้วยนิ้วมือเป็นต้น.

อาจารย์เหล่าอื่นให้สรณะ อาจารย์อื่นให้ตั้งใจอยู่ในศีล อาจารย์อื่นให้บรรพชา อาจารย์อื่นให้เรียนพุทธพจน์ อาจารย์อื่นให้อุปสมบท อาจารย์อื่นให้บรรลุโสดาปัตติมรรคเป็นต้น.

ดังนั้น อาจารย์เหล่านั้นแม้ทั้งหมด จึงชื่อว่าเป็นปัจฉาจารย์.

ส่วนมารดาบิดาเป็นอาจารย์ก่อนกว่าทุกอาจารย์ (บุรพาจารย์) ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วุจฺจเร แปลว่า เรียก คือกล่าว.

บทว่า อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ ความว่า ย่อมควรได้รับข้าวน้ำเป็นต้นที่บุตรจัดมาเพื่อบูชา เพื่อต้อนรับ คือเป็นผู้เหมาะสมเพื่อจะรับข้าวและน้ำเป็นต้นนั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อาหุ เนยฺยา จ ปุตฺตานํ ดังนี้.

บทว่า ปชาย อนุกมฺปกา ความว่า มารดาบิดาย่อมฟูมฟักรักษาบุตรของตน แม้โดยการฆ่าชีวิตของสัตว์เหล่าอื่น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปชาย อนุกมฺปกา ดังนี้.

บทว่า นมสฺเสยฺย แปลว่า ทำความนอบน้อม.

บทว่า สกฺกเรยฺย ความว่า พึงนับถือโดยสักการะ.

บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงสักการะนั้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า อนฺเนน ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนฺเนน ได้แก่ ข้าวยาคู ภัตรและของควรเคี้ยว.

บทว่า ปาเนน ได้แก่ ปานะ ๘ อย่าง.

บทว่า วตฺเถน ได้แก่ ผ้าสำหรับนุ่ง และผ้าสำหรับห่ม.

บทว่า สยเนน ได้แก่ เครื่องรองรับ คือเตียงและตั่ง.

บทว่า อุจฺฉาทเนน ได้แก่ เครื่องลูบไล้ สำหรับกำจัดกลิ่นเหม็น ทำให้มีกลิ่นหอม.

บทว่า นหาปเนน ความว่า ด้วยการให้อาบรดตัวด้วยน้ำอุ่นในหน้าหนาว ด้วยน้ำเย็นในหน้าร้อน.

บทว่า ปาทานํ โธวเนน ความว่า ด้วยการให้ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น และด้วยการทาด้วยน้ำมัน.

บทว่า เปจฺจ คือ ไปสู่ปรโลก.

บทว่า สคฺเค ปโมทติ ความว่า ก่อนอื่นในโลกนี้ มนุษย์ผู้เป็นบัณฑิตเห็นการปรนนิบัติในมารดาบิดา (ของเขา) แล้ว ก็สรรเสริญเขาในโลกนี้แหละ เพราะมีการปรนนิบัติเป็นเหตุ. ก็บุคคลผู้บำรุงมารดาบิดานั้น ไปสู่ปรโลกแล้วสถิตอยู่ในสวรรค์ ย่อมร่าเริงบันเทิงใจด้วยทิพย์สมบัติดังนี้.

จบอรรถกถาพรหมสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวทูตวรรคที่ ๔ ๑. พรหมสูตร · เล่ม ๒๐