คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๑. สังขิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๒. วิตถตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๓. ทุกขสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๔. ภตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๕. สิกขสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๖. สมาปัตติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๗. กามสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๘. จวนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๙. อคารวสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขพลวรรคที่ ๑ ๑๐. อคารวสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๑. อนนุสสุตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๒. กูฏสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๓. สังขิตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๔. วิตถตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๕. ทัฏฐัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๖. ปุนกูฏสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๗. หิตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๘. หิตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๙. หิตสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ พลวรรคที่ ๒ ๑๐. หิตสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๑. คารวสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๒. คารวสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๓. อุปกิเลสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๔. ทุสสีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๕. อนุคคหสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๖. วิมุตติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๗. สมาธิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๘. อังคิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๙. จังกมสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๑๐. นาคิตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๑. สุมนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๒. จุนทิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๓. อุคคหสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๔. สีหสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๕. ทานานิสังสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๖. กาลทานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๗. โภชนทานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๘. สัทธานิสังสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๙. ปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สุมนวรรคที่ ๔ ๑๐. สาลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๑. อาทิยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๒. สัปปุริสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๓. อิฏฐสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๔. มนาปทายีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๕. อภิสันทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๖. สัมปทาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๗. ธนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๘. ฐานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๙. โกสลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มุณฑราชวรรคที่ ๕ ๑๐. นารทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๑. อาวรณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๒. ราสิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๓. อังคสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๔. สมยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๕. มาตุปุตติกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๖. อุปัชฌายสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๗. ฐานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๘. กุมารลิจฉวีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๙. ทุลลภสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรคที่ ๑ ๑๐. ทุลลภสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๑. สัญญาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๒. สัญญาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๓. วัฑฒิสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๔. วัฑฒิสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๕. สากัจฉสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๖. สาชีวสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๗. อิทธิปาทสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๘. อิทธิปาทสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๙. นิพพิทาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สัญญาวรรคที่ ๒ ๑๐. อาสวักขยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๑. เจโตวิมุติสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๒. เจโตวิมุติสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๓. ธรรมวิหาริกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๔. ธรรมวิหาริกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๕. โยธาชีวสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๖. โยธาชีวสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๗. อนาคตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๘. อนาคตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๙. อนาคตสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ โยธาชีววรรคที่ ๓ ๑๐. อนาคตสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๑. รัชนียสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๒. วีตราคสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๓. กุหกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๔. อสัทธสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๕. อักขมสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๖. ปฏิสัมภิทาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๗. สีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๘. เถรสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๙. เสขสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๑๐. เสขสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๑. สัมปทาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๒. สัมปทาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๓. พยากรณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๔. ผาสุสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๕. อกุปปสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๖. สุตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๗. กถาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๘. อรัญญสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๙. สีหสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ กกุธวรรคที่ ๕ ๑๐. กกุธสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๑. เวสารัชชกรณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๒. สังกิตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๓. โจรสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๔. สุขุมาลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๕. ผาสุวิหารสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๖. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๗. สีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๘. อเสขิยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๙. จาตุทิสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรคที่ ๑ ๑๐. อรัญญสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๑. กุลุปกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๒. ปัจฉาสมณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๓. สมาธิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๔. อันธกวินทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๕. มัจฉริยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๖. วรรณนาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๗. อิสสาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๘. ทิฏฐิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๙. วาจาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อันธกวินทวรรคที่ ๒ ๑๐. วายามสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑. คิลานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๒. สติปัฏฐานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๓. อุปัฏฐากสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๔. อุปัฏฐากสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๕. อนายุสสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๖. อนายุสสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๗. อวัปปกาสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๘. สมณทุกขสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๙. ปริกุปปสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑๐. สัมปทาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๑. จักกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๒. อนุวัตตนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๓. ราชสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๔. ยัสสทิสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๕. ปัตถนาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๖. ปัตถนาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๗. อัปปสุปติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๘. ภัตตาทกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๙. อักขมสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ราชวรรคที่ ๔ ๑๐. โสตวสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๑. ทัตวาอวชานาติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๒. อารภสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๓. สารันททสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๔. ติกัณฑกีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๕. นิรยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๖. มิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๗. อสัปปุริสทานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๘. สัปปุริสทานสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๙. สมยวิมุตตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรคที่ ๕ ๑๐. สมยวิมุตตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๑. สัทธรรมนิยามสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๒. สัทธรรมนิยามสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๓. สัทธรรมนิยามสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๔. สัทธรรมสัมโมสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๕. สัทธรรมสัมโมสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๖. สัทธรรมสัมโมสสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๗. ทุกถาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๘. สารัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๙. อุทายิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สัทธรรมวรรคที่ ๑ ๑๐. ทุพพิโนทยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๑. อาฆาตวินยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๒. อาฆาตวินยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๓. สากัจฉาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๔. สาชีวสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๕. ปัญหาปุจฉาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๖. นิโรธสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๗. โจทนาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๘. สีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๙. นิสันติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๑๐. ภัททชิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๑. สารัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๒. วิสารทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๓. นิรยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๔. เวรสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๕. จัณฑาลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๖. ปีติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๗. วณิชชสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๘. ราชสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๙. คิหิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อุปาสกวรรคที่ ๓ ๑๐. ภเวสิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๑. อารัญญกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๒. ปังสุกูลิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๓. รุกขมูลิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๔. โสสานิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๕. อัพโภกาสิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๖. เนสัชชิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๗. ยถาสันถติกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๘. เอกาสนิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๙. ขลุปัจฉาภัตติกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อรัญญวรรคที่ ๔ ๑๐. ปัตตปิณฑิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๑. โสณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๒. โทณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๓. สังคารวสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๔. การณปาลีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๕. ปิงคิยานีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๖. สุบินสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๗. วัสสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๘. วาจาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๙. กุลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๕ ๑๐. นิสสารณียสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๑. กิมพิลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๒. ธัมมัสสวนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๓. อาชานิยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๔. พลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๕. เจโตขีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๖. วินิพันธสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๗. ยาคุสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๘. ทันตกัฏฐสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๙. คีตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรคที่ ๑ ๑๐. มุฏฐัสสติสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๑. อักโกสกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๒. ภัณทนสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๓. สีลสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๔. พหุภาณีสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๕. อขันติสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๖. อขันติสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๗. อปาสาทิกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๘. อปาสาทิกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๙. อัคคิสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อักโกสกวรรคที่ ๒ ๑๐. มธุราสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๑. ทีฆจาริกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๒. ทีฆจาริกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๓. อภินิวาสสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๔. มัจฉรสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๕. กุลุปกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๖. กุลุปกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๗. โภคสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๘. ภัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๙. สัปปสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ ๑๐. สัปปสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๑. อาวาสิกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๒. อัปปิยสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๓. โสภณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๔. พหุปการสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๕. อนุกัมปกสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๖. ยถาภตอวรรณสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๗. ยถาภตเคธสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๘. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๙. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ อาวาสิกวรรคที่ ๔ ๑๐. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๑. ทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๒. กายทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๓. วจีทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๔. มโนทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๕. อปรทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๖. อปรกายทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๗. อปรวจีทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๘. อปรมโนทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๙. สีวถิกาสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทุจริตวรรคที่ ๕ ๑๐. ปุคคลปสาทสูตรอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรคอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๑. อาหุเนยยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๒. อาหุเนยยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๓. อินทริยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๔. พลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๕. อาชานิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๖. อาชานิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๗. อาชานิยสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๘. อนุตตริยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๙. อนุสสติสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อาหุเนยยวรรคที่ ๑ ๑๐. มหานามสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๑. สาราณิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๒. สาราณิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๓. เมตตาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๔. ภัททกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๕. อนุตัปปิยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๖. นกุลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๗. กุสลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๘. มัจฉสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๙. มรณัสสติสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรคที่ ๒ ๑๐. มรณัสสติสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๑. สามกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๒. อปริหานิยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๓. ภยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๔. หิมวันตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๕. อนุสสติฏฐานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๖. กัจจานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๗. สมยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๘. สมยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๙. อุทายีสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุตตริยวรรคที่ ๓ ๑๐. อนุตตริยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๑. เสกขสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๒. อปริหานิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๓. อปริหานิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๔. โมคคัลลานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๕. วิชชาภาคิยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๖. วิวาทมูลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๗. ทานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๘. อัตตการีสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๙. นิทานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๑๐. กิมมิลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๑๑. ทารุกขันธสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรคที่ ๔ ๑๒. นาคิตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๑. นาคสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๒. มิคสาลาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๓. อิณสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๔. มหาจุนทสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๕. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๖. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๗. เขมสุมนสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๘. อินทรียสังวรสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๙. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๑๐. ขัตติยาธิปปายสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๑๑. อัปปมาทสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรคที่ ๕ ๑๒. ธรรมิกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๑. โสณสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๒. ผัคคุณสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๓. ฉฬาภิชาติยสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๔. อาสวสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๕. ทารุกัมมิกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๖. จิตตหัตถิสาริปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๗. ปรายนสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๘. อุทกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๙. นิพเพธิกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๑๐. พลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๑. อนาคามิสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๒. อรหัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๓. มิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๔. ฐานสูตร (อารามสูตร)อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๕. เทวตาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๖. สติสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๗. สักขิสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๘. พลสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๙. ฌานสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๒ ๑๐. ฌานสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๑. ทุกขสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๒. อรหัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๓. อุตตริมนุสสธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๔. สุขสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๕. อธิคมสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๖. มหัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๗. นิรยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๘. นิรยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๙. อัคคธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรคที่ ๓ ๑๐. รัตติสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๑. สีติสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๒. ภัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๓. อาวรณตาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๔. สุสสูสาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๕. ปหาตัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๖. ปหีนสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๗. อุปปาเทตัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๘. สัตถริสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๙. กัญจิสังขารสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๑๐. มาตริสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สีติวรรคที่ ๔ ๑๑. สยกตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๑. ปาตุภาวสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๒. อานิสังสสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๓. อนิจจสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๔. ทุกขสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๕. อนัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๖. นิพพานสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๗. อโนทิสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๘. อโนทิสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๙. อโนทิสสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๑๐. ภวสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๕ ๑๑. ตัณหาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๑. ราคสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๒. ทุจริตสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๓. วิตักกสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๔. สัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๕. ธาตุสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๖. อัสสาทสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๗. อรติสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๘. ตุฏฐิสูตรอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๙. อุทธัจจสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์ ติกวรรคที่ ๑ ๑๐. อุทธัจจสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค

ศาสนา

อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๑ ๔. อาสวสูตร

อรรถกถาแปลไทย

๗๘ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอาสวสูตรที่ ๔

พึงทราบวินิจฉัยในอาสวสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สํวรา ปหาตพฺพา ได้แก่ (อาสวะทั้งหลาย) พึงละได้ด้วยสังวร.

แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้แล.

บทว่า อิธ ได้แก่ ในศาสนานี้.

บทว่า ปฏิสงฺขา คือ ใคร่ครวญ ได้แก่ทราบ. อธิบายว่าพิจารณา.

บทว่า โยนิโส คือ โดยอุบาย ได้แก่โดยครรลอง.

อนึ่ง ในสูตรนี้ การพิจารณาโทษในอสังวร พึงทราบว่าเป็นการพิจารณาโดยแยบคาย ก็การพิจารณานี้นั้น พึงทราบตามอาทิตตปริยายสูตรมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่จักขุนทรีย์ถูกซี่เหล็กที่ร้อนไฟติดลุกโชนโชติช่วงทิ่มเอายังดีกว่า แต่การถือนิมิตในรูปทั้งหลายที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุโดยอนุพยัญชนะ ไม่ประเสริฐเลย.

ในบทว่า จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต วิหรติ นี้ มีอธิบายดังต่อไปนี้

อินทรีย์คือจักษุ ชื่อว่าจักขุนทรีย์. ที่ชื่อว่าสังวร เพราะระวัง. มีคำอธิบายว่า เพราะปิด คือเพราะกั้น. คำว่า สังวร นั่นเป็นชื่อของสติ. สังวรในจักขุนทรีย์ ชื่อว่าจักขุนทรีย์สังวร ก็จักขุนทรีย์สังวรนี้ แม้เมื่อชวนจิตเกิดขึ้น ก็เรียกว่าจักขุนทรียสังวร เพราะห้ามกิเลสทั้งหลายมิให้เกิดขึ้นในทวารนั้น.

บทว่า สํวุโต ได้แก่ ประกอบด้วยสังวรนั้น ความจริงเป็นอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อิมินา ปาฏิโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ ฯเปฯ สมนฺนาคโต ดังนี้ไว้ในวิภังค์นี้ว่า ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สํวริ แปลว่า ระวังแล้ว. มีคำอธิบายว่า กั้นแล้ว คือปิดแล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต ความว่า ระวัง. มีคำอธิบายว่า กั้น คือปิด บานประตูคือสติ กล่าวคือจักขุนทรียสังวรที่จักขุทวาร เหมือนปิดประตูที่ประตูเรือนฉะนั้น.

ความหมายดังว่ามานี้แลในสูตรนี้ดีกว่า.

จริงอย่างนั้น ความหมายนี้แล ปรากฏในบทเหล่านี้ คือ จกฺขุนฺทฺริยสํวรํ อสํวุตสฺส วิหรโต สํวุตสฺส วิหรโต (ผู้ไม่สำรวมซึ่งสังวรอินทรีย์คือจักษุอยู่ ผู้สำรวมซึ่งสังวรอินทรีย์คือจักษุอยู่)

ในบทว่า ยญฺหิสฺส เป็นต้น มีอธิบายว่า ภิกษุนั้นไม่สำรวม คือไม่กั้น ไม่ปิดจักขุนทรียสังวรใดอยู่.

อีกอย่างหนึ่ง เย อักษรอาเทสเป็น ยํ ก็ได้ความหมายเท่ากับ เย อสฺส.

บทว่า อาสวา วิฆาตปริฬาหา ความว่า อาสวะ ๔ อย่าง และความเร่าร้อนเพราะกิเลส หรือความเร่าร้อนเพราะวิบาก ที่ทำความคับแค้นให้เหล่าอื่น.

อธิบายว่า เมื่อภิกษุยินดี คือเพลิดเพลินอิฏฐารมณ์ที่มาสู่คลองในจักษุทวาร ด้วยอำนาจความพอใจในกาม กามาสวะย่อมเกิดขึ้น เมื่อภิกษุยินดีด้วยความปรารถนาภพว่าเราจักได้อิฏฐารมณ์เช่นนี้ แม้ในสุคติภพอื่น ภวาสวะย่อมเกิดขึ้น เมื่อภิกษุยึดถือว่าสัตว์หรือว่าของสัตว์ ทิฏฐาสวะย่อมเกิดขึ้น. ความไม่รู้ที่เกิดพร้อมกับอาสวะทั้งหมดทีเดียว ชื่อว่าอวิชชาสวะ. อาสวะ ๔ เกิดขึ้น ดังว่ามานี้แล. กิเลสเหล่าอื่นที่สัมปยุตด้วยอาสวะเหล่านั้น ซึ่งมีความเร่าร้อนอันเกิดจากความคับแค้น หรือวิบากของกิเลสเหล่านั้นในอนาคต ท่านกล่าวว่า พึงเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ไม่สำรวมจากอาสวะแม้เหล่านั้นอยู่.

บทว่า เอวํส เต ตัดบทเป็น เอวํ อสฺส เต มีคำอธิบายว่า ไม่มีโดยอุบายนี้ ไม่มีโดยประการอื่น.

แม้ในบทว่า ปฏิสงฺขาโยนิโส โสตินฺทฺริยสํวรสํวุโต เป็นต้นก็มีนัยความหมายอย่างเดียวกันนี้แล.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ อาสวา สํวรา ปหาตพฺพา ความว่า อาสวะ ๒๔ อย่างโดยแยกเป็นอย่างละ ๔ ในทวารทั้ง ๖ เหล่านี้

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงละได้ด้วยสังวร คำใดที่จะพึงกล่าวไว้ในบทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ เป็นต้น คำนั้นทั้งหมดได้กล่าวไว้แล้วแลในศีลกถา ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า ก็เมื่อภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง (ไม่เสพปัจจัย) ในบรรดาปัจจัยมีจีวรและบิณฑบาตเป็นต้นก็ดี.

บทว่า อปฺปฏิเสวโต ได้แก่ ไม่เสพโดยอุบายอันแยบคายอย่างนี้.

ในที่นี้ เมื่อภิกษุปรารถนาปัจจัยมีจีวรเป็นต้นที่ยังไม่ได้ หรือยินดีปัจจัยมีจีวรเป็นต้นนั้นที่ได้แล้ว พึงทราบว่า กามาสวะเกิดขึ้น. เมื่อภิกษุยินดีด้วยการปรารถนาภพว่า เราจักได้ปัจจัยเช่นนี้ในสุคติภพแม้อื่น พึงทราบว่า ภวาสวะเกิดขึ้น. เมื่อภิกษุตั้งอัตตสัญญา (ความสำคัญว่าเป็นตัวตน) ว่าเราได้ เราไม่ได้ หรือว่าจีวรนี้ของเรา พึงทราบว่า ทิฏฐาสวะเกิดขึ้น. ส่วนอวิชชาสวะเกิดพร้อมกับอาสวะอื่นทั้งหมด.

การเกิดขึ้นของอาสวะ ๔ เป็นความคับแค้นและความเร่าร้อน ดังพรรณนามานี้แล พึงทราบอาสวะแม้โดยการทำเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ ภิกฺขเว อาสวา ปฏิเสวนา ปหาตพฺพา ความว่า อาสวะ ๑๖ อย่างเหล่านี้ โดยแยกออกเป็นอย่างละ ๔ ในแต่ละปัจจัย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงละด้วยการพิจารณาแล้วเสพ ที่เรียกว่าญาณสังวรนี้.

บทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส ขโม โหติ สีตสฺส ความว่า ภิกษุพิจารณาโดยอุบาย คือโดยคัลลอง แล้วย่อมเป็นผู้อดทนต่อความหนาว คือย่อมข่ม ย่อมอดกลั้นซึ่งความหนาว ได้แก่ไม่สั่นสะท้าน คือไม่ละทิ้งกัมมัฏฐาน เพราะความหนาวแม้เพียงเล็กน้อย เหมือนคนขี้ขลาด.

แม้ในความร้อนเป็นต้น ก็มีนัยนี้แล.

ก็ในที่นี้ คำพูดนั่นแล พึงทราบว่าเป็นทางแห่งคำพูด.

ในบทว่า ทุกฺขานํ เป็นต้น มีอธิบายว่า เวทนา พึงทราบว่าเป็นทุกข์ เพราะหมายความว่าทนได้ยาก เป็นเวทนากล้า เพราะหมายความว่ามาก เป็นเวทนาแข็ง เพราะหมายความว่าหยาบ เป็นเวทนาเผ็ดร้อน เพราะหมายความว่าเจ็บแสบ เป็นเวทนาไม่สำราญ เพราะเว้นจากความน่ายินดี เป็นเวทนาไม่น่าชอบใจ เพราะไม่ทำให้เจริญ เป็นเวทนาคร่าชีวิต เพราะสามารถคร่าชีวิตได้.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า (เมื่อภิกษุนั้นไม่อดกลั้น) อารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ แม้ธรรมอย่างหนึ่ง ในบรรดาความหนาวเป็นต้น.

บทว่า อนธิวาสยโต คือ ไม่อดกลั้น ได้แก่ไม่อดทน.

ส่วนความเกิดขึ้นแห่งอาสวะในอธิการนี้ พึงทราบดังต่อไปนี้

เมื่อภิกษุกระทบหนาว ปรารถนาความอบอุ่น กามาสวะย่อมเกิดขึ้น ในที่ทุกแห่งก็อย่างนี้. เมื่อภิกษุปรารถนาภพว่า ในสุคติภพ ไม่มีหนาวหรือร้อน ภวาสวะย่อมเกิดขึ้น. การยึดถือว่า เราหนาว เราร้อน ดังนี้เป็นทิฏฐาสวะ (ส่วน) อวิชชาสวะ ประกอบพร้อมกับอาสวะ (ที่กล่าวมา) ทั้งหมดทีเดียว.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ ความว่า อาสวะเหล่านี้มีจำนวนมาก โดยแยกแต่ละอย่าง ในความหนาวเป็นต้นแยกออกเป็นอย่างละ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงละด้วยความอดกลั้น ที่เรียกว่าขันติสังวรนี้.

บทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส จณฺฑหตฺถึ ปริวชฺเชติ ความว่า ภิกษุพิจารณาโดยอุบาย คือโดยคัลลองอย่างนี้ว่า เราไม่ควรยืนในที่ใกล้ช้างตัวดุร้าย เพราะว่าจะพึงมีความตายบ้าง ความทุกข์ปางตายบ้างซึ่งมีเหตุมาจากการยืนในที่ใกล้นั้น ดังนี้แล้ว หลบหลีกช้างตัวดุร้าย คือถอยหนี.

ในทุกบทก็มีนัย นี้แล.

บทว่า จณฺฑํ ได้แก่ ร้าย คือดุ.

บทว่า ขาณุํ ได้แก่ ตอไม้ตะเคียนเป็นต้น.

บทว่า กณฺฏกฏฺฐานํ ได้แก่ โอกาสที่หนามจะแทง.

บทว่า โสพฺภํ ได้แก่ ที่ที่ขาดทาง (ขึ้นลง) ทุกด้าน (โตรก).

บทว่า ปปาตํ ได้แก่ สถานที่ที่ขาดทาง (ขึ้นลง) ไปข้างหนึ่ง.

บทว่า จณฺฑนิกํ ได้แก่ สถานที่เป็นที่ทิ้งน้ำเสีย และครรภ์มลทินเป็นต้น.

บทว่า โอฬิคลฺลํ ได้แก่ สถานที่เป็นที่ไหลไปแห่งโคลน เป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล. สถานที่นั้นถึงจะลึกถึงเข่า ก็เป็นสถานที่เต็มไปด้วยของไม่สะอาด. และสถานที่ทั้ง ๒ แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีอมนุษย์ชุกชุม เพราะฉะนั้นจึงต้องเว้น.

ในบทว่า อนาสเน นี้มีอธิบายว่า อาสนะที่ไม่เหมาะสม ชื่อว่าอนาสนะ อาสนะนั้น โดยความหมายพึงทราบว่า ได้แก่อาสนะที่เก็บไว้ในที่ลับอันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน.

แม้ในบทนี้ว่า อโคจเร มีความว่า โคจรที่ไม่เหมาะสม ชื่อว่าอโคจร. อโคจรนั้นมี ๕ อย่างแยกออกเป็นหญิงแพศยาเป็นต้น.

บทว่า ปาปเก มิตฺเต ได้แก่ มิตรผู้ลามก คือมิตรผู้ทุศีล ได้แก่บุคคลเทียมมิตร คือผู้ไม่ใช่มิตร.

บทว่า ปาปเกสุ ได้แก่ ต่ำช้า.

บทว่า โอกปฺเปยฺยุํ คือ พึงเชื่อ ได้แก่พึงน้อมใจเชื่อว่า ท่านผู้มีอายุรูปนี้ ได้ทำหรือจักทำแน่แท้.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า (เมื่อภิกษุนั้นไม่บรรเทา) อันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง คืออันตรายแม้อย่างหนึ่งในบรรดาอันตรายมีช้างเป็นต้น.

ส่วนความเกิดขึ้นแห่งอาสวะในที่นี้ พึงทราบดังต่อไปนี้

เมื่อภิกษุเผชิญทุกข์มีช้างเป็นต้นเป็นเหตุ ปรารถนาสุข กามาสวะย่อมเกิดขึ้น. เมื่อภิกษุปรารถนาภพว่าทุกข์เช่นนี้ไม่มีในสุคติภพ ภวาสวะย่อมเกิดขึ้น. การยึดถือว่าช้างเหยียบเรา ดังนี้เป็นทิฏฐาสวะ (ส่วน) อาสวะที่ประกอบพร้อมกับอาสวะ ชื่อว่าอวิชชาสวะทั้งหมดนั่นแหละ.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ ความว่า อาสวะเหล่านี้มีมากอย่าง โดยแยกแต่ละอย่างในบรรดาอันตรายมีช้างเป็นต้น ด้วยอำนาจแยกออกเป็นอย่างละ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงละด้วยการหลีกหนี กล่าวคือศีลสังวรนี้.

บทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ความว่า ภิกษุพิจารณาเห็นโทษในกามวิตก โดยอุบายอันแยบคายโดยนัยเป็นต้นว่า วิตกนี้เป็นอกุศลแม้เพราะเหตุนี้ มีโทษแม้เพราะเหตุนี้ มีผลเป็นทุกข์ แม้เพราะเหตุนี้ ก็วิตกนั้นแลย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ดังนี้แล้ว ไม่ยับยั้งกามวิตกที่เกิดขึ้นในอารมณ์นั้นๆ. อธิบายว่า ยกอารมณ์ขึ้นสู่จิตแล้วบังคับไม่อยู่ หรือบังคับให้อยู่ในภายในไม่ได้.

ถามว่า ภิกษุเมื่อยับยั้งไม่ได้จะทำอย่างไร ?

ตอบว่า ละทิ้งเสีย.

ถามว่า ละทิ้งเหมือนเอาตะกร้าตัดหยากเยื่อทิ้งหรือ?

ตอบว่า ไม่ใช่ โดยที่แท้แล้ว บรรเทา คือเจาะแทง นำกามวิตกนั้นออก.

ถามว่า แทงเหมือนเอาประตักแทงโคพลิพัทหรือ?

ตอบว่า ไม่ใช่ โดยที่แท้แล้ว ทำมันให้สิ้นสุด คือทำมันให้ปราศจากไปเป็นที่สุด คือแม้ที่สุดของกามวิตกนั้นจะไม่เหลือ โดยที่สุดแม้เพียงภังคขณะ (ของจิต) โดยประการใด จะทำกามวิตกนั้นโดยประการนั้น.

ถามว่า ก็ภิกษุจะทำกามวิตกนั้นให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร?

ตอบว่า ทำให้ถึงความไม่มีต่อไป คือให้ถึงความไม่มีในภายหลัง ได้แก่โดยประการที่มันจะถูกข่มไว้ด้วยดีด้วยวิกขัมภนปหาน.

แม้ในวิตก ๒ อย่างที่เหลือก็มีนัยนี้แล.

บทว่า อปฺปนฺนุปฺปนฺเน ได้แก่ (วิตก) ที่เกิดขึ้นแล้วๆ มีคำอธิบายว่า ที่เพียงแต่เกิดขึ้นเท่านั้น อีกอย่างหนึ่ง. มีคำอธิบายว่า บรรเทาวิตกที่เกิดขึ้นคราวเดียวแล้วไม่เพิกเฉยในครั้งที่ ๒ ได้แก่บรรเทาวิตกที่เกิดขึ้นแล้วๆ ทั้ง ๗ ครั้นนั้นแล.

บทว่า ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ได้แก่ วิตกทั้งหลายมีกามวิตกเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล หรือวิตกใหญ่ทั้งหมด ๙ ชนิด.

บรรดาวิตกทั้ง ๙ ชนิดนั้น วิตก ๓ อย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว (ส่วน) วิตก ๖ อย่างที่เหลือเหล่านี้คือ ญาติวิตก (วิตกถึงญาติ) ชนบทวิตก (วิตกถึงชนบท) อมรวิตก (วิตกถึงเทวดา) วิตกที่เกี่ยวเนื่องด้วยความเอ็นดูผู้อื่น วิตกที่เกี่ยวเนื่องด้วยลาภ สักการะและคำสรรเสริญ วิตกที่เกี่ยวเนื่องด้วยความไม่ดูหมิ่น.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า (เมื่อภิกษุนั้นไม่บรรเทา) วิตกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาวิตกเหล่านี้.

อนึ่ง ในที่นี้ กามวิตกก็คือกามาสวะนั่นเอง วิตกที่นอกไปจากกามวิตกนั้นจัดเป็นภวาสวะ วิตกที่สัมปยุตด้วยภวาสวะนั้นจัดเป็นทิฏฐาสวะ อวิชชาในวิตกทั้งหมดจัดเป็นอวิชชาสวะ พึงทราบความเกิดขึ้นแห่งอาสวะดังพรรณนามานี้แล.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ ความว่า อาสวะเหล่านี้มีประการดังกล่าวแล้วด้วยอำนาจกามวิตกเป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงละด้วยการบรรเทา กล่าวคือวิริยะประกอบด้วยการพิจารณาเห็นโทษในวิตกนั้นๆ นี้.

บทว่า ปฏิสงฺขา โยนิโส สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ความว่า ภิกษุพิจารณาเห็นโทษในการไม่มีภาวนา และอานิสงส์ในภาวนาโดยอุบาย คือโดยคัลลองแล้วเจริญสติสัมโพชฌงค์.

ในทุกบท ก็มีนัยนี้.

ก็การเจริญโพชฌงค์ทั้งหลายนี้ได้อธิบายไว้พิสดารแล้วในตอนต้นแล.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า เมื่อภิกษุนั้น (ไม่เจริญ) โพชฌงค์ข้อใดข้อหนึ่งในบรรดาโพชฌงค์เหล่านี้.

ก็ในการเกิดอาสวะขึ้นในที่นี้ พึงทราบนัยดังนี้ว่า อาสวะเหล่าใดมีกามาสวะเป็นต้นที่จะพึงเกิดขึ้นเพราะไม่ได้เจริญ โพชฌงค์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอริยมรรคเหล่านี้ อาสวะเหล่านั้นย่อมไม่มีแก่เธอผู้เจริญ (โพชฌงค์) อยู่อย่างนี้.

บทว่า อิเม วุจฺจนฺติ ความว่า อาสวะทั้งหลายมีกามาสวะเป็นต้นเหล่านี้แหละ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า จะละได้ด้วยการเจริญโพชฌงค์ที่เป็นโลกุตระนี้.

จบอรรถกถาอาสวสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร