คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภกุมาริกาผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เอกจินฺติโต อยมตฺโถ ดังนี้.
ได้ยินว่า กุมาริกานั้นเป็นธิดาเศรษฐีผู้หนึ่งในกรุงสาวัตถี เห็นเครื่องสักการะที่เขาทำแก่โคอุสภราชในบ้านของตน จึงถามพี่เลี้ยงว่า แน่ะแม่ นั่นชื่อไร จึงได้เครื่องสักการะอย่างนี้. พี่เลี้ยงตอบว่า ชื่อโคอุสภราชจ้ะ. ครั้นวันหนึ่ง นางยืนอยู่ตรงหน้าต่างแลดูระหว่างถนนเห็นชายค่อมผู้หนึ่งคิดว่า โคที่เป็นใหญ่ในหมู่โคย่อมมีโหนกที่หลัง แม้มนุษย์ผู้เป็นใหญ่ก็คงมีโหนกเช่นเดียวกัน บุรุษผู้นี้คงเป็นบุรุษอุสภราชเป็นแน่ เราควรเป็นบาทบริจาริกาของบุรุษนี้. นางจึงใช้ทาสีไปบอกแก่ชายค่อมว่า ธิดาเศรษฐีอยากจะไปกับท่าน ท่านจงไปรออยู่ ณ ที่โน้น แล้วถือเอาของมีค่า ปลอมตัวไม่ให้ใครรู้จัก ลงจากปราสาทหนีไปกับชายค่อมนั้น.
ต่อมา การกระทำของธิดาเศรษฐีนั้นได้ปรากฏกันในนครและหมู่ภิกษุ.
ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ยินว่า ธิดาเศรษฐีชื่อโน้นหนีไปกับชายค่อม. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธิดาเศรษฐีนี้มิใช่ปรารถนาชายค่อมในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็ปรารถนาเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลเศรษฐีในตำบลหนึ่ง ครั้นเจริญวัยแล้วมีครอบครัว เจริญด้วยบุตรธิดาทั้งหลาย จึงได้สู่ขอธิดาของเศรษฐีกรุงพาราณสีให้แก่บุตรของตน กำหนดวันกันแล้ว ธิดาเศรษฐีเห็นเครื่องสักการะ สัมมานะของโคอุสภราชที่เรือนของตน จึงถามพี่เลี้ยงว่า สัตว์นี้ชื่ออะไร ได้ฟังว่าโคอุสภราช ครั้นเห็นชายค่อมเดินอยู่ระหว่างถนน คิดว่าชายนี้คงเป็นบุรุษอุสภราช จึงถือห่อของมีค่าหนีไปกับชายค่อมนั้น.
ฝ่ายธิดาเศรษฐีก็นั่งอยู่ที่ใกล้เท้าของเขา พระโพธิสัตว์เห็นธิดาเศรษฐีนั่งอยู่ที่ใกล้เท้าชายค่อมจำได้จึงเข้าไปหา
เมื่อจะสนทนากับธิดาเศรษฐี ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-
เรื่องนี้เจ้าคิดคนเดียว บุรุษเตี้ยค่อมผู้โง่เขลานี้จะนำทางไปไม่ได้แน่ ดูก่อนเจ้าผู้เจริญ เจ้าไม่สมควรจะไปกับบุรุษเตี้ยค่อมผู้นี้เลย.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอกจินฺติโต อยมตฺโถ ความว่า แน่ะแม่ เจ้าคิดประโยชน์อันใดจึงได้หนีไปกับชายค่อมนี้ ประโยชน์อันนั้นเจ้าคงจะคิดคนเดียว.
บทว่า พาโล อปริณายโก ความว่า เพราะว่าชายค่อมผู้เป็นพาลนี้ โดยที่มีปัญญาทรามถึงจะแก่ก็ยังโง่ จะเป็นเมื่อไม่มีผู้อื่นพาไป ก็ไม่สามารถจะพาไปได้ แน่ะนางผู้เจริญ เจ้าก็เกิดในตระกูลใหญ่มีรูปงามน่าเอ็นดู จึงไม่ควรไปกับชายค่อมผู้ต่ำต้อยเพราะเตี้ยนี้.
ลำดับนั้น ธิดาเศรษฐีฟังคำของพระโพธิสัตว์แล้ว กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ดิฉันเข้าใจว่าบุรุษค่อมเป็นผู้องอาจ จึงได้รักใคร่บุรุษค่อมผู้นี้นอนตัวงออยู่ ดุจคันพิณที่มีสายขาดแล้ว ฉะนั้น.
เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า ข้าแต่ท่านเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโคอุสภราชตัวหนึ่ง คิดว่าโคที่เป็นใหญ่กว่าโคทั้งหลายมีโหนกที่หลัง แม้บุรุษนี้ก็มีโหนกนั้น คงจะเป็นบุรุษอุสภราช ข้าพเจ้าเข้าใจชายค่อมว่าเป็นบุรุษอุสภราชจึงรักใคร่ ชายค่อมนี้นั้นนอนตัวงออยู่ เหมือนคันพิณที่สายขาดมีแต่ราง ฉะนั้น.
พระโพธิสัตว์ทราบว่า นางปลอมตัวหนีมา จึงให้อาบน้ำตกแต่งตัวให้ขึ้นรถไปยังเรือนของตน.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
ธิดาเศรษฐีในครั้งนั้น ได้เป็น ธิดาเศรษฐีในครั้งนี้นี่แหละ
ส่วนเศรษฐีกรุงพาราณสี คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาวีณาถูณชาดกที่ ๒ -----------------------------------------------------