คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๒ บรรทัด๑ ฉบับ

๖๘. อรรถกถาอัมพทายกเถราปทาน

อปทานของท่านพระอัมพทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อโนมทสฺสี ภควา ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี บังเกิดในกำเนิดแห่งวานร ได้เป็นพญาลิงอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์.

สมัยนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี ได้เสด็จไปป่าหิมพานต์เพื่ออนุเคราะห์แก่ท่าน.

ลำดับนั้น พญาลิงนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลมะม่วงมีรสอร่อยดี พร้อมน้ำผึ้งเล็กน้อย.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อท่านกำลังเฝ้าอยู่นั่นแล ได้เสวยสิ่งทั้งหมดนั้น แล้วตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป.

ลำดับนั้น ท่านมีหทัยเพียบพร้อมด้วยโสมนัสดำรงอยู่จนตลอดอายุ เพราะมีปีติและโสมนัสนั้นนั่นเอง จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสุขไปๆ มาๆ ในเทวโลกนั้นและเสวยมนุษยสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลอันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็บรรลุอภิญญา ๖ ท่านปรากฏตามนามแห่งบุญที่บำเพ็ญไว้ในกาลก่อนว่า อัมพทายกเถระ ดังนี้.

ครั้นต่อมา ท่านได้เห็นพืชแห่งกุศลที่ตนบำเพ็ญมา เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อโนมทสฺสี ภควา ดังนี้.

บทว่า เมตฺตาย อผริ โลเก อปฺปมาเณ นิรูปธิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงมีเมตตา คือมีจิตประกอบด้วยเมตตา ทรงนำสัตว์โลกทั้งปวงคือสัตว์หาประมาณมิได้ ให้ปราศจากอุปธิกิเลสคือให้เว้นจากอุปธิกิเลส โดยนัยมีอาทิว่า ขอสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข แล้วแผ่คือแผ่ออกเจริญด้วยเมตตาคือเมตตาจิต.

บทว่า กปิ อหํ ตถา อาสึ ความว่า ในกาลนั้นคือในกาลที่พระองค์เสด็จมา เราได้เป็นพญาลิง. จบอรรถกถาอัมพทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร