คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๐ บรรทัด๑ ฉบับ

๖๙. อรรถกถาสุมนเถราปทาน

อปทานของท่านพระสุมนเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุมโน นาม นาเมน ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญโพธิสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งนายมาลาการ เจริญวัยแล้วเกิดศรัทธา มีใจเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า ถือเอากำดอกมะลิบูชาด้วยมือทั้งสอง ด้วยบุญกรรมนั้นท่านเสวยสมบัติทั้งสอง ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล เจริญด้วยบุตรและภรรยา ท่านปรากฏโดยชื่อว่าสุมนะ เลื่อมใสในพระศาสดาบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุมโน นาม นาเมน ดังนี้.

ใจคือจิตของผู้ใดดี ผู้นั้นชื่อว่ามีใจดี ในกาลนั้นเราประกอบด้วยศรัทธาความเลื่อมใสและนับถือมาก ได้เป็นนายมาลาการโดยมีชื่อว่าสุมนะ.

บทว่า สิขิโน โลกพนฺธุโน ความว่า ชื่อว่าสิขี มีเปลวไฟสว่าง เพราะเปลวไฟที่โพลงแล้วย่อมสว่าง.

สิขีนั้นคืออะไร? คือเปลวไฟ. ที่ชื่อว่าสิขี เพราะส่องแสงดุจเปลวไฟ เปลวไฟย่อมไหม้ใบไม้ หญ้า ไม้และฟางเป็นต้นฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้นี้ก็ฉันนั้น ย่อมโชติช่วงด้วยรัศมีมีสีเขียวและสีเหลืองเป็นต้น ปรากฏในโลกสันนิวาสทั้งสิ้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้นามบัญญัติ นามกรรม นามไธย เพราะอรรถว่าทำกิเลสทั้งปวงอันตกอยู่ในสันดานตนให้เหือดแห้ง กำจัดเผาให้ไหม้เสีย.

บทว่า สกลโลกสฺส พนฺธุญาตโก ได้แก่ เป็นเผ่าพันธุ์แห่งโลก. อธิบายว่า เราได้ยกดอกมะลิขึ้นบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งโลกพระนามว่าสิขี นั้น. จบอรรถกถาสุมนเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑