คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๖ · สังยุตตนิกาย นิทานวรรค

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. เทศนาสูตร๒. วิภังคสูตร๓. ปฏิปทาสูตร๔. วิปัสสีสูตร๕. สิขีสูตร - ๙. กัสสปสูตร๑๐. มหาศักยมุนีโคตมสูตร๑. อาหารสูตร๒. ผัคคุนสูตร๓. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๔. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๕. กัจจานโคตตสูตร๖. ธรรมกถิกสูตร๗. อเจลกัสสปสูตร๘. ติมพรุกขสูตร๙. พาลปัณฑิตสูตร๑๐. ปัจจัยสูตร๑. ทสพลสูตร ที่ ๑๒. ทสพลสูตร ที่ ๒๓. อุปนิสสูตร๔. อัญญติตถิยสูตร๕. ภูมิชสูตร๖. อุปวาณสูตร๗. ปัจจยสูตร๘. ภิกขุสูตร๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๑๐. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๑. ภูตมิทสูตร๒. กฬารขัตติยสูตร๓. ญาณวัตถุสูตร ที่ ๑๔. ญาณวัตถุสูตร ที่ ๒๕. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๑๖. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๒๗. นตุมหากํสูตร๘. เจตนาสูตร ที่ ๑๙. เจตนาสูตร ที่ ๒๑๐. เจตนาสูตร ที่ ๓๑. ปัญจเวรภยสูตร ที่ ๑๒. ปัญจเวรภยสูตร ที่ ๒๓. ทุกขนิโรธสูตร๔. โลกนิโรธสูตร๕. ญาติกสูตร๖. อัญญตรสูตร๗. ชาณุสโสณิสูตร๘. โลกายติกสูตร๙. อริยสาวกสูตร ที่ ๑๑๐. อริยสาวกสูตร ที่ ๒๑. ปริวีมังสนสูตร๒. อุปาทานสูตร๓. ปฐมสังโยชนสูตร๔. ทุติยสังโยชนสูตร๕. ปฐมมหารุกขสูตร๖. ทุติยมหารุกขสูตร๗. ตรุณรุกขสูตร๘. นามรูปสูตร๙. วิญญาณสูตร๑๐. นิทานสูตร๑. อัสสุตวตาสูตร ที่ ๑๒. อัสสุตวตาสูตร ที่ ๒๓. ปุตตมังสสูตร๔. อัตถิราคสูตร๕. นครสูตร๖. สัมมสสูตร๗. นฬกลาปิยสูตร๘. โกสัมพีสูตร๙. อุปยสูตร๑๐. สุสิมสูตรสมณพราหมณวรรคอันตรไปยยาล๑. นขสิขสูตร๒. โปกขรณีสูตร๓. สัมเภชอุทกสูตร ที่ ๑๔. สัมเภชอุทกสูตร ที่ ๒๕. ปฐวีสูตร ที่ ๑๖. ปฐวีสูตร ที่ ๒๗. สมุททสูตร ที่ ๑๘. สมุททสูตร ที่ ๒๙. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๑๑๐. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๒๑๑. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๓๑. ธาตุสูตร๒. สัมผัสสสูตร๓. โนสัมผัสสสูตร๔. เวทนาสูตร๕. โนเวทนาสูตร๖. พาหิรธาตุสูตร๗. สัญญาสูตร๘. โนสัญญาสูตร๙. ผัสสสูตร๑๐. โนผัสสสูตร๑. สัตติมสูตร๒. สนิทานสูตร๓. คิญชกาวสถสูตร๔. หีนาธิมุตติสูตร๕. จังกมสูตร๖. สตาปารัทธสูตร๗. อัสสัทธมูลกสูตร ที่ ๑๘. อัสสัทธมูลกสูตร ที่ ๒๙. อหิริกมูลกสูตร๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร๑๑. อัปปสุตสูตร๑๒. กุสิตสูตร๑. อสมาหิตสูตร๒. ทุสสีลสูตร๓. ปัญจสิกขาปทสูตร๔. สัตตกัมมปถสูตร๕. ทสกัมมปถสูตร๖. อัฏฐังคิกสูตร๗. ทสังคิกสูตร๑. จตัสสสูตร๒. ปุพพสูตร๓. อจริสูตร๔. โนเจทสูตร๕. ทุกขสูตร๖. อภินันทนสูตร๗. อุปปาทสูตร๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๑๐. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑. ติณกัฏฐสูตร๒. ปฐวีสูตร๓. อัสสุสูตร๔. ขีรสูตร๕. ปัพพตสูตร๖. สาสปสูตร๗. สาวกสูตร๘. คงคาสูตร๙. ทัณฑสูตร๑๐. ปุคคลสูตร๑. ทุคคตสูตร๒. สุขิตสูตร๓. ติงสมัตตาสูตร๔. มาตุสูตร๕. ปิตุสูตร๖. ภาตุสูตร๗. ภคินีสูตร๘. ปุตตสูตร๙. ธีตุสูตร๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร๑. สันตุฏฐสูตร๒. อโนตตัปปิสูตร๓. จันทูปมสูตร๔. กุลูปกสูตร๕. ชิณณสูตร๖. โอวาทสูตร ที่ ๑๗. โอวาทสูตร ที่ ๒๘. โอวาทสูตร ที่ ๓๙. ฌานาภิญญาสูตร๑๐. ภิกขุนูปัสสยสูตร๑๑. จีวรสูตร๑๒. ปรัมมรณสูตร๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร๑. สุทธกสูตร๒. พฬิสสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทีฆโลมสูตร๕. เอฬกสูตร๖. อสนิสูตร๗. ทิฏฐิสูตร๘. สิคาลสูตร๙. เวรัมภสูตร๑๐. สคัยหกสูตร๑. สุวัณณปาติสูตร๒. รูปิยปาติสูตร๓. สุวัณณนิกขสูตร๑. มาตุคามสูตร๒. ชนปทกัลยาณีสูตร๓. ปุตตสูตร๔. เอกธีตุสูตร๕. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๖. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๘. ฉวิสูตร๙. รัชชุสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. ภินทิสูตร๒. มูลสูตร๓. ธรรมสูตร ที่ ๑๔. ธรรมสูตร ที่ ๒๕. ปักกันตสูตร๖. รถสูตร๗. มาตุสูตร๘. ปิตุสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๑๑. อนุสยสูตร๑๒. อปคตสูตร๑. อัฏฐิสูตร๒. เปสิสูตร๓. ปิณฑสูตร๔. นิจฉวิสูตร๕. อสิสูตร๖. สัตติสูตร๗. อุสุสูตร๘. สูจิสูตร ที่ ๑๙. สูจิสูตร ที่ ๒๑๐. อัณฑภารีสูตร๑. กูปนิมุคคสูตร๒. คูถขาทิสูตร๓. นิจฉวิตถีสูตร๔. มังคุฬิตถีสูตร๕. โอกิลินีสูตร๖. สีสัจฉินนสูตร๗. ภิกขุสูตร๘. ภิกขุนีสูตร๙. สิกขมานาสูตร๑๐. สามเณรสูตร๑๑. สามเณรีสูตร๑. กูฏาคารสูตร๒. นขสิขสูตร๓. กุลสูตร๔. โอกขาสูตร๕. สัตติสูตร๖. ธนุคคหสูตร๗. อาณิสูตร๘. กลิงครสูตร๙. นาคสูตร๑๐. วิฬารสูตร๑๑. สิคาลสูตร ที่ ๑๑๒. สิคาลสูตร ที่ ๒๑. โกลิตสูตร๒. อุปติสสสูตร๓. ฆฏสูตร๔. นวสูตร๕. สุชาตสูตร๖. ภัททีสูตร๗. วิสาขสูตร๘. นันทสูตร๙. ติสสสูตร๑๐. เถรนามสูตร๑๑. กัปปินสูตร๑๒. สหายสูตร

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๔๕๖–๔๖๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๖ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร

ข้อ ๔๕๖อรรถกถา

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขต พระนครราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังนี้ ฯ

ข้อ ๔๕๗

ภควา เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส ปาจีนวํโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ ติวราเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ ติวรานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ จตฺตาฬีสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ ติวรา ภิกฺขเว มนุสฺสา ปาจีนวํสํ ปพฺพตํ จตูเหน อาโรหนฺติ จตูเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กกุสนฺโธ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กกุสนฺธสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วิธูรสญฺชีวนฺนาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้ กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มี ตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้ได้ชื่อว่า ปาจีนวังสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์ได้ชื่อว่า ติวรา หมู่มนุษย์ชื่อติวรา มีอายุประมาณสี่หมื่นปี หมู่มนุษย์ชื่อติวราขึ้นปาจีนวังสบรรพตเป็นเวลา ๔ วัน ลงก็เป็นเวลา ๔ วัน สมัย พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กกุสันธ เสด็จอุบัติขึ้น ในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากกุสันธ มีพระสาวก คู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าวิธูระ และสัญชีวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแล อันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นกระทำ กาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุ เพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ข้อ ๔๕๘

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส วงฺกโตเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ โรหิตสฺสาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ โรหิตสฺสานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ ตึสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ โรหิตสฺสา ภิกฺขเว มนุสฺสา วงฺกตํ ปพฺพตํ ตีเหน อาโรหนฺติ ตีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน โกนาคมโน ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ โกนาคมนสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ภิยฺโยสุตฺตรํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อว่า วงกฏ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีชื่อว่า โรหิตัสสะ มีอายุประมาณสามหมื่นปี มนุษย์ชื่อว่าโรหิตัสสะขึ้นวงกฏบรรพตเป็นเวลา ๓ วัน ลงก็เป็นเวลา ๓ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโกนาคมนะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกนา- *คมนะ มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าภิยโยสและอุตตระ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้ว มนุษย์ เหล่านั้นทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขาร ทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ข้อ ๔๕๙

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส สุปสฺโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ สุปฺปิยาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ สุปฺปิยานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ วีสติวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ สุปฺปิยา ภิกฺขเว มนุสฺสา สุปสฺสํ ปพฺพตํ ทฺวีเหน อาโรหนฺติ ทฺวีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กสฺสปสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ติสฺส ภารทฺวาชํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้มีชื่อว่า สุปัสสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีชื่อว่าสุปปิยา หมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยามีอายุประมาณ สองหมื่นปี หมู่มนุษย์ที่ชื่อว่าสุปปิยาขึ้นสุปัสสบรรพต เป็นเวลา ๒ วัน ลงก็เป็น เวลา ๒ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสป เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนาม ว่ากัสสป ได้มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าติสสและภารทวาชะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นกระทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพาน แล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ข้อ ๔๖๐

เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส เวปุลฺโลเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิเมสํ มนุสฺสานํ มาคธกาตฺเวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ มาคธกานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ อปฺปกํ อายุปฺปมาณํ ปริตฺตกํ ลหุกํ โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย วา ฯ มาคธกา ภิกฺขเว มนุสฺสา เวปุลฺลํ ปพฺพตํ มุหุตฺเตเนว อาโรหนฺติ มุหุตฺเตน โอโรหนฺติ ฯ เอตรหิ โข ปนายํ ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน ฯ มยฺหํ โข ปน ภิกฺขเว สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานํ นาม สาวกยุคํ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ภวิสฺสติ ภิกฺขเว โส สมโย ยา อยญฺเจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรธายิสฺสติ อิเม จ มนุสฺสา กาลํ กริสฺสนฺติ อหญฺจ ปรินิพฺพายิสฺสามิ ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บัดนี้แล ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อเวปุลละทีเดียว ก็บัดนี้หมู่มนุษย์เหล่านี้มีชื่อว่ามาคธ หมู่มนุษย์ที่ชื่อมาคธมีอายุน้อย นิดหน่อย ผู้ใด มีชีวิตอยู่นาน ผู้นั้นมีอายุเพียงร้อยปี น้อยกว่าก็มี เกินกว่าก็มี หมู่มนุษย์ชื่อมาคธ ขึ้นเวปุลลบรรพตเพียงครู่เดียว ลงก็เพียงครู่เดียว และบัดนี้ พระอรหันตสัมมา- *สัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ก็เราแลมีสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่ เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อสารีบุตรและโมคคัลลานะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นก็ จักมี และชื่อแห่งบรรพตนี้จักอันตรธาน หมู่มนุษย์เหล่านี้จักทำกาละ และเราก็ จักปรินิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อ หน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ข้อ ๔๖๑

อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา ปาจีนวํโส ติวรานํ โรหิตสฺสาน วงฺกโต สุปฺปิยานํ สุปสฺโสปิ มาคธานญฺจ เวปุโล อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโขติ ฯ ทสมํ ฯ ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ทุคฺคตํ สุขิตญฺเจว ตึสมาตา ปิเตน จ ภาตา ภคินี ปุตฺโต จ ธีตา เวปุลฺลปพฺพตํ ฯ อนมตคฺคสํยุตฺตํ ตติยํ สมตฺตํ ฯ ---------

พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ปาจีนวังสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อติวระ วงกฏบรรพตของหมู่ มนุษย์ชื่อโรหิตัสสะ สุปัสสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยา และเวปุลลบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อมาคธ สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นแลเสื่อมไปเป็นธรรมดา ครั้นเกิด ขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับไป เป็นสุข ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทุคคตสูตร ๒. สุขิตสูตร ๓. ติงสมัตตาสูตร ๔. มาตุสูตร ๕. ปิตุสูตร ๖. ภาตุสูตร ๗. ภคินีสูตร ๘. ปุตตสูตร ๙. ธีตุสูตร ๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร จบอนมตัคคสังยุตต์ที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย