คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๖ · สังยุตตนิกาย นิทานวรรค

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. เทศนาสูตร๒. วิภังคสูตร๓. ปฏิปทาสูตร๔. วิปัสสีสูตร๕. สิขีสูตร - ๙. กัสสปสูตร๑๐. มหาศักยมุนีโคตมสูตร๑. อาหารสูตร๒. ผัคคุนสูตร๓. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๔. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๕. กัจจานโคตตสูตร๖. ธรรมกถิกสูตร๗. อเจลกัสสปสูตร๘. ติมพรุกขสูตร๙. พาลปัณฑิตสูตร๑๐. ปัจจัยสูตร๑. ทสพลสูตร ที่ ๑๒. ทสพลสูตร ที่ ๒๓. อุปนิสสูตร๔. อัญญติตถิยสูตร๕. ภูมิชสูตร๖. อุปวาณสูตร๗. ปัจจยสูตร๘. ภิกขุสูตร๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๑๐. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๑. ภูตมิทสูตร๒. กฬารขัตติยสูตร๓. ญาณวัตถุสูตร ที่ ๑๔. ญาณวัตถุสูตร ที่ ๒๕. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๑๖. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๒๗. นตุมหากํสูตร๘. เจตนาสูตร ที่ ๑๙. เจตนาสูตร ที่ ๒๑๐. เจตนาสูตร ที่ ๓๑. ปัญจเวรภยสูตร ที่ ๑๒. ปัญจเวรภยสูตร ที่ ๒๓. ทุกขนิโรธสูตร๔. โลกนิโรธสูตร๕. ญาติกสูตร๖. อัญญตรสูตร๗. ชาณุสโสณิสูตร๘. โลกายติกสูตร๙. อริยสาวกสูตร ที่ ๑๑๐. อริยสาวกสูตร ที่ ๒๑. ปริวีมังสนสูตร๒. อุปาทานสูตร๓. ปฐมสังโยชนสูตร๔. ทุติยสังโยชนสูตร๕. ปฐมมหารุกขสูตร๖. ทุติยมหารุกขสูตร๗. ตรุณรุกขสูตร๘. นามรูปสูตร๙. วิญญาณสูตร๑๐. นิทานสูตร๑. อัสสุตวตาสูตร ที่ ๑๒. อัสสุตวตาสูตร ที่ ๒๓. ปุตตมังสสูตร๔. อัตถิราคสูตร๕. นครสูตร๖. สัมมสสูตร๗. นฬกลาปิยสูตร๘. โกสัมพีสูตร๙. อุปยสูตร๑๐. สุสิมสูตรสมณพราหมณวรรคอันตรไปยยาล๑. นขสิขสูตร๒. โปกขรณีสูตร๓. สัมเภชอุทกสูตร ที่ ๑๔. สัมเภชอุทกสูตร ที่ ๒๕. ปฐวีสูตร ที่ ๑๖. ปฐวีสูตร ที่ ๒๗. สมุททสูตร ที่ ๑๘. สมุททสูตร ที่ ๒๙. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๑๑๐. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๒๑๑. ปัพพตูปมสูตร ที่ ๓๑. ธาตุสูตร๒. สัมผัสสสูตร๓. โนสัมผัสสสูตร๔. เวทนาสูตร๕. โนเวทนาสูตร๖. พาหิรธาตุสูตร๗. สัญญาสูตร๘. โนสัญญาสูตร๙. ผัสสสูตร๑๐. โนผัสสสูตร๑. สัตติมสูตร๒. สนิทานสูตร๓. คิญชกาวสถสูตร๔. หีนาธิมุตติสูตร๕. จังกมสูตร๖. สตาปารัทธสูตร๗. อัสสัทธมูลกสูตร ที่ ๑๘. อัสสัทธมูลกสูตร ที่ ๒๙. อหิริกมูลกสูตร๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร๑๑. อัปปสุตสูตร๑๒. กุสิตสูตร๑. อสมาหิตสูตร๒. ทุสสีลสูตร๓. ปัญจสิกขาปทสูตร๔. สัตตกัมมปถสูตร๕. ทสกัมมปถสูตร๖. อัฏฐังคิกสูตร๗. ทสังคิกสูตร๑. จตัสสสูตร๒. ปุพพสูตร๓. อจริสูตร๔. โนเจทสูตร๕. ทุกขสูตร๖. อภินันทนสูตร๗. อุปปาทสูตร๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๑๐. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑. ติณกัฏฐสูตร๒. ปฐวีสูตร๓. อัสสุสูตร๔. ขีรสูตร๕. ปัพพตสูตร๖. สาสปสูตร๗. สาวกสูตร๘. คงคาสูตร๙. ทัณฑสูตร๑๐. ปุคคลสูตร๑. ทุคคตสูตร๒. สุขิตสูตร๓. ติงสมัตตาสูตร๔. มาตุสูตร๕. ปิตุสูตร๖. ภาตุสูตร๗. ภคินีสูตร๘. ปุตตสูตร๙. ธีตุสูตร๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร๑. สันตุฏฐสูตร๒. อโนตตัปปิสูตร๓. จันทูปมสูตร๔. กุลูปกสูตร๕. ชิณณสูตร๖. โอวาทสูตร ที่ ๑๗. โอวาทสูตร ที่ ๒๘. โอวาทสูตร ที่ ๓๙. ฌานาภิญญาสูตร๑๐. ภิกขุนูปัสสยสูตร๑๑. จีวรสูตร๑๒. ปรัมมรณสูตร๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร๑. สุทธกสูตร๒. พฬิสสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทีฆโลมสูตร๕. เอฬกสูตร๖. อสนิสูตร๗. ทิฏฐิสูตร๘. สิคาลสูตร๙. เวรัมภสูตร๑๐. สคัยหกสูตร๑. สุวัณณปาติสูตร๒. รูปิยปาติสูตร๓. สุวัณณนิกขสูตร๑. มาตุคามสูตร๒. ชนปทกัลยาณีสูตร๓. ปุตตสูตร๔. เอกธีตุสูตร๕. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๖. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๘. ฉวิสูตร๙. รัชชุสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. ภินทิสูตร๒. มูลสูตร๓. ธรรมสูตร ที่ ๑๔. ธรรมสูตร ที่ ๒๕. ปักกันตสูตร๖. รถสูตร๗. มาตุสูตร๘. ปิตุสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๑๑. อนุสยสูตร๑๒. อปคตสูตร๑. อัฏฐิสูตร๒. เปสิสูตร๓. ปิณฑสูตร๔. นิจฉวิสูตร๕. อสิสูตร๖. สัตติสูตร๗. อุสุสูตร๘. สูจิสูตร ที่ ๑๙. สูจิสูตร ที่ ๒๑๐. อัณฑภารีสูตร๑. กูปนิมุคคสูตร๒. คูถขาทิสูตร๓. นิจฉวิตถีสูตร๔. มังคุฬิตถีสูตร๕. โอกิลินีสูตร๖. สีสัจฉินนสูตร๗. ภิกขุสูตร๘. ภิกขุนีสูตร๙. สิกขมานาสูตร๑๐. สามเณรสูตร๑๑. สามเณรีสูตร๑. กูฏาคารสูตร๒. นขสิขสูตร๓. กุลสูตร๔. โอกขาสูตร๕. สัตติสูตร๖. ธนุคคหสูตร๗. อาณิสูตร๘. กลิงครสูตร๙. นาคสูตร๑๐. วิฬารสูตร๑๑. สิคาลสูตร ที่ ๑๑๒. สิคาลสูตร ที่ ๒๑. โกลิตสูตร๒. อุปติสสสูตร๓. ฆฏสูตร๔. นวสูตร๕. สุชาตสูตร๖. ภัททีสูตร๗. วิสาขสูตร๘. นันทสูตร๙. ติสสสูตร๑๐. เถรนามสูตร๑๑. กัปปินสูตร๑๒. สหายสูตร

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑๑. จีวรสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๕๑๘–๕๒๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๑๐ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๑. จีวรสูตร

ข้อ ๕๑๘อรรถกถา

เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากสฺสโป ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อานนฺโท ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จรติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อานนฺทสฺส ตึสมตฺตา สทฺธิวิหาริโน ภิกฺขู สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตา ภวนฺติ เยภุยฺเยน กุมารภูตา ฯ

สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัสสปะอยู่ ณ พระเวฬุวันกลันทกนิวาป สถาน เขตพระนครราชคฤห์ ก็สมัยนั้น ท่านพระอานนท์เที่ยวจาริกไปในทักขิณา คิรีชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ก็โดยสมัยนี้แล ภิกษุผู้เป็นสัทธิวิหาริกของ ท่านประมาณ ๓๐ รูป โดยมากยังเป็นเด็กหนุ่ม พากันลาสิกขา เวียนมาเพื่อความ เป็นหินเพศ ฯ

ข้อ ๕๑๙

อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ทกฺขิณาคิริสฺมึ ยถาภิรนฺตํ จาริกํ จริตฺวา เยน ราชคหํ เวฬุวนํ กลนฺทกนิวาปํ เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อายสฺมา มหากสฺสโป เอตทโวจ กติ นุ โข อาวุโส อานนฺท อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา กุเลสุ ติกโภชนํ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เที่ยวจาริกไปตามชอบใจในทักขิณาคิรี ชนบท แล้วกลับไปสู่พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ เข้าไปหาท่านพระมหากัสสปะถึงที่อยู่ ครั้นเข้าไปหาแล้ว อภิวาทมหากัสสปะแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อท่านพระอานนท์นั่งเรียบร้อยแล้ว ท่านพระมหากัสสปะได้ กล่าวปราศรัยกะท่านพระอานนท์ว่า อาวุโสอานนท์ พระผู้มีพระภาคทรงอาศัย อำนาจประโยชน์เท่าไรหนอ จึงทรงบัญญัติการขบฉันถึง ๓ หมวดในตระกูล เข้าไว้ ฯ

ข้อ ๕๒๐

ตโย โข ภนฺเต กสฺสป อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา กุเลสุ ติกโภชนํ ปญฺญตฺตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย มา ปาปิจฺฉา ปกฺขํ นิสฺสาย สงฺฆํ ภินฺเทยฺยุํ กุลานุทยตาย จ อิเม โข ภนฺเต กสฺสป ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา กุเลสุ ติกโภชนํ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ข้าแต่ท่านกัสสปผู้เจริญ พระผู้มี พระภาคทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๓ ข้อ จึงได้ทรงบัญญัติการขบฉันถึง ๓ หมวด ในตระกูลเข้าไว้ คือเพื่อข่มคนหน้าด้าน เพื่อให้ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักอยู่เป็นสุข และเพื่ออนุเคราะห์ ตระกูลโดยเหตุ ที่พวกมีความปรารถนาลามก อาศัยสมัครพรรค- *พวกแล้วจะพึงทำสงฆ์ให้แตกกันไม่ได้ พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๓ ข้อเหล่านี้แล จึงได้ทรงบัญญัติการขบฉันถึง ๓ หมวดในตระกูลเข้าไว้ ฯ

ข้อ ๕๒๑

อถ กิญฺจรหิ ตฺวํ อาวุโส อานนฺท อิเมหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ กุลปฺปฆาตํ มญฺเญ จรสิ โอลุชฺชติ โข เต อาวุโส อานนฺท ปริสา ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส อานนฺท นวปฺปายา น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ ฯ อปิ เม ภนฺเต กสฺสป สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ อถ จ ปน มยํ อชฺชาปิ อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ ฯ ตถา หิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ กุลปฺปฆาตํ มญฺเญ จรสิ โอลุชฺชติ โข เต อาวุโส อานนฺท ปริสา ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายา น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ ฯ

ก. อาวุโสอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอเที่ยวไปกับภิกษุเหล่านี้ ผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ ไม่ประกอบ ความเพียร เพื่อประโยชน์อะไรเล่า เธอมัวแต่จาริกไปเหยียบย่ำข้าวกล้า มัวแต่ จาริกไปเบียดเบียนตระกูล อาวุโสอานนท์ บริษัทของเธอย่อมลุ่ยหลุดไป สัทธิ วิหาริกของเธอซึ่งโดยมากเป็นผู้ใหม่ ย่อมแตกกระจายไป เธอนี้ยังเป็นเด็ก ไม่รู้จัก ประมาณ ฯ อ. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ บนศีรษะของกระผม ผมหงอกแล้วมิใช่หรือ ถึงอย่างนั้น พวกกระผมก็ยังไม่พ้นจากท่านพระมหากัสสปะว่าเป็นเด็ก ฯ ก. ก็เป็นจริงอย่างนั้น อาวุโสอานนท์ เธอยังไปเที่ยวกับภิกษุใหม่ๆ เหล่านี้ ผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ ไม่ ประกอบความเพียร เธอมัวแต่จาริกไปเหยียบย่ำข้าวกล้า มัวแต่จาริกไปเบียดเบียน ตระกูล อาวุโสอานนท์ บริษัทของเธอย่อมลุ่ยหลุดไป สัทธิวิหาริกของเธอซึ่ง โดยมากเป็นผู้ใหม่ ย่อมแตกกระจายไป เธอนี้ยังเป็นเด็ก ไม่รู้จักประมาณ ฯ

ข้อ ๕๒๒

อสฺโสสิ โข ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อยฺเยน กิร มหากสฺสเปน อยฺโย อานนฺโท เวเทหมุนิ กุมารกวาเทน อปสาทิโตติ ฯ อถ โข ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อนตฺตมนา อนตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสิ กึ ปน อยฺโย มหากสฺสโป อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สมาโน อยฺยํ อานนฺทํ เวเทหมุนึ กุมารกวาเทน อปสาเทตพฺพํ มญฺญตีติ ฯ อสฺโสสิ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อิมํ วาจํ ภาสมานาย ฯ

ภิกษุณีถุลลนันทาได้ยินแล้วคิดว่า ทราบว่าพระผู้เป็นเจ้าอานนท์ ผู้เป็นมุนีเปรื่องปราชญ์ ถูกพระผู้เป็นเจ้ามหากัสสปะรุกรานด้วยวาทะว่าเป็นเด็ก ไม่พอใจ จึงเปล่งวาจาแสดงความไม่พอใจว่า อะไรเล่าพระผู้เป็นเจ้ามหากัสสปะ ผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ จึงสำคัญพระคุณเจ้าอานนท์ผู้เป็นมุนีเปรื่องปราชญ์ว่า ตน ควรรุกรานด้วยวาทะว่าเป็นเด็ก ท่านพระมหากัสสปะได้ยินภิกษุณีถุลลนันทากล่าว วาจานี้แล้ว ฯ

ข้อ ๕๒๓

อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ตคฺฆาวุโส อานนฺท ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา สหสา อปฺปฏิสงฺขา วาจา ภาสิตา ยโตหํ อาวุโส เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต นาภิชานามิ อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิสิตา อญฺญตฺร เตน ภควตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ฯ ปุพฺเพ เม อาวุโส อาคาริกภูตสฺส สโต เอตทโหสิ สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ อชฺโฌกาโส ปพฺพชฺชา นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สงฺขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ ยนฺนูนาหํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ อาวุโส อปเรน สมเยน ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ กริตฺวา เย โลเก อรหนฺโต เต อุทฺทิสฺส เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชึ โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน อทฺทสํ ภควนฺตํ อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทํ พหุปุตฺตเจติเย นิสินฺนํ ทิสฺวาน เม เอตทโหสิ สตฺถารญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ สุคตญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยํ สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ ฯ โส ขฺวาหํ อาวุโส ตตฺเถว ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจํ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมิ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมีติ ฯ

ครั้งนั้นแล ท่านมหากัสสปะจึงกล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า อาวุโสอานนท์ ภิกษุณีถุลลนันทายังไม่ทันพิจารณา ก็กล่าววาจาพล่อยๆ เพราะ เราเองปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ไม่นึกเลยว่า เราบวชอุทิศศาสดาอื่น นอกจากพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ครั้งก่อน เมื่อเรายังเป็นคฤหัสถ์เคยคิดว่า ฆราวาส ช่างคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาปลอดโปร่ง ผู้อยู่ครองเรือนจะประพฤติ พรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ประดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่ายนัก ทางที่ดี เราควรปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิต สมัยต่อมา เราทำผ้าสังฆาฏิแห่งผ้าที่เก่า ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้า กาสาวพัสตร์ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต อุทิศเฉพาะท่านผู้เป็นพระอรหันต์ ในโลก เมื่อบวชแล้วยังเดินไปสิ้นระยะทางไกล ได้พบพระผู้มีพระภาคระหว่าง เมืองราชคฤห์กับบ้านนาฬันทคาม กำลังประทับนั่งอยู่ ณ พหุปุตตเจดีย์ พอพบ เข้าแล้วก็รำพึงอยู่ว่า เราพบพระศาสดา ก็เป็นอันพบพระผู้มีพระภาคด้วย เราพบ พระสุคต ก็เป็นอันพบพระผู้มีพระภาคด้วย เราพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็น อันพบพระผู้มีพระภาคด้วย อาวุโส เรานั้นจึงซบเศียรเกล้าลงแทบพระบาทของพระ ผู้มีพระภาค ณ ที่นั้นเอง ได้กราบทูลกะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็น สาวก ดังนี้ ฯ

ข้อ ๕๒๔

เอวํ วุตฺเต มํ อาวุโส ภควา เอตทโวจ โย โข กสฺสป เอวํ สพฺพเจตโส สมนฺนาหตํ สาวกํ อชานญฺเญว วเทยฺย ชานามีติ อปสฺสญฺเญว วเทยฺย ปสฺสามีติ มุทฺธาปิ ตสฺส วิปเตยฺย ฯ อหํ โข ปน กสฺสป ชานญฺเญว วทามิ ชานามีติ ปสฺสญฺเญว วทามิ ปสฺสามีติ ฯ {๕๒๔.๑} ตสฺมาติห เต กสฺสป เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสูติ เอวญฺหิ เต กสฺสป สิกฺขิตพฺพํ ฯ ตสฺมาติห เต กสฺสป เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ยงฺกญฺจิ ธมฺมํ สุณิสฺสามิ กุสลูปสญฺหิตํ สพฺพนฺตํ อฏฺฐิกตฺวา มนสิกริตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณิสฺสามีติ เอวญฺหิ เต กสฺสป สิกฺขิตพฺพํ ฯ {๕๒๔.๒} ตสฺมาติห เต กสฺสป เอวํ สิกฺขิตพฺพํ สาตสหคตา จ เม กายคตาสติ น วิชหิสฺสตีติ เอวญฺหิ เต กสฺสป สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ อถ โข มํ อาวุโส ภควา อิมินา โอวาเทน โอวทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ สตฺตาหเมว โขหํ อาวุโส สาโณ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชึ อถ อฏฺฐมิยา อญฺญา อุทปาทิ ฯ อถ โข อาวุโส ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ ฯ อถ ขฺวาหํ อาวุโส ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ จตุคฺคุณํ ปญฺญเปตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจํ อิธ ภนฺเต ภควา นิสีทตุ ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ฯ นิสีทิ โข อาวุโส ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน ฯ นิสชฺช โข มํ อาวุโส ภควา เอตทโวจ มุทุกา โข ตฺยายํ กสฺสป ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏีติ ฯ ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภนฺเต ภควา ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสป สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ ฯ ธาเรสฺสามหํ ภนฺเต ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ ฯ

เมื่อเรากราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะเราว่า ดูกรกัสสป ผู้ใดเล่ายังไม่ทราบชัดถึงสาวกผู้ประมวลมาด้วยจิตทั้งหมด อย่างนี้แล้ว จะพึงพูดว่ารู้ ยังไม่เห็นเลย จะพึงพูดว่าเห็น ศีรษะของบุคคลนั้นพึงแตก ดูกร กัสสป แต่เรารู้อยู่ จึงพูดว่ารู้ เห็นอยู่ จึงพูดว่าเห็น เพราะเหตุนั้นแหละกัสสป เธอ พึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเข้าไปตั้งหิริโอตตัปปะอย่างแรงกล้าในภิกษุทั้งหลายผู้เป็น เถระ ผู้นวกะ ผู้มัชฌิมะ ... เราจักฟังธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล จักกระทำธรรมนั้นทั้งหมดให้เกิดประโยชน์ ใส่ใจถึงธรรมนั้นทั้งหมด จักประมวล มาด้วยจิตทั้งหมด เงี่ยโสตสดับพระธรรม ... เราจักไม่ละกายคตาสติที่สหรคตด้วย กุศลความสำราญ ดูกรกัสสป เธอพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระ- *ภาคทรงโอวาทเราด้วยพระโอวาทนี้เสด็จลุกจากอาสนะแล้วทรงหลีกไป ดูกรอาวุโส เราเป็นหนี้ บริโภคก้อนข้าวของราษฎรถึงหนึ่งสัปดาห์ วันที่ ๘ พระอรหันต ผลจึงปรากฏขึ้น คราวนั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกจากหนทางตรงไปยังโคนต้นไม้ แห่งหนึ่ง เราจึงเอาผ้าสังฆาฏิแห่งผ้าที่เก่าปูเป็นสี่ชั้นถวาย แล้วกราบทูลพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนผ้าผืนนี้ เพื่อ ประโยชน์และความสุขแก่ข้าพระองค์ตลอดกาลนาน ดูกรอาวุโส พระผู้มีพระภาค ก็ประทับนั่งบนอาสนะที่จัดถวาย ครั้นประทับนั่งแล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะเรา ว่า กัสสปผ้าสังฆาฏิแห่งผ้าที่เก่าของเธอผืนนี้อ่อนนุ่ม เราก็กราบทูลว่า ข้าแต่พระ- *องค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดอนุเคราะห์ทรงรับผ้าสังฆาฏิแห่งผ้าที่เก่าของ ข้าพระองค์เถิด พระองค์ตรัสว่า ดูกรกัสสป เธอจักครองผ้าบังสุกุลที่ทำด้วยผ้าป่าน ซึ่งยังใหม่หรือ เราก็กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักครองผ้า บังสุกุลที่ทำด้วยผ้าป่านซึ่งยังใหม่ของพระผู้มีพระภาค ดังนี้ ฯ

ข้อ ๕๒๕

โส ขฺวาหํ อาวุโส ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ ภควโต ปาทาสึ อหํ ปนสฺส ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานิ ปฏิปชฺชึ ฯ ยญฺหิ ตํ อาวุโส สมฺมา วทมาโน วเทยฺย ภควโต ปุตฺโต โอรโส มุขโต ชาโต ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต ธมฺมทายาโท ปฏิคฺคหิตานิ สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ มมํ ตํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย ภควโต ปุตฺโต โอรโส มุขโต ชาโต ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต ธมฺมทายาโท ปฏิคฺคหิตานิ สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ ฯ

ดูกรอาวุโส เราได้มอบถวายผ้าสังฆาฏิแห่งผ้าที่เก่าแด่พระผู้มี พระภาค และได้รับผ้าบังสุกุลที่ทำด้วยผ้าป่านซึ่งยังใหม่ของพระผู้มีพระภาค ดูกร อาวุโส ก็เมื่อบุคคลจะพูดให้ถูก พึงพูดถึงผู้ใดว่า บุตรผู้เกิดแต่อก เกิดแต่ พระโอฐ ของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่พระธรรม อันธรรมนิรมิตแล้ว เป็นธรรม ทายาท จึงรับผ้าบังสุกุลที่ทำด้วยผ้าป่านซึ่งยังใหม่ เขาเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดถึง ผู้นั้นคือเราว่า บุตรผู้เกิดแต่อก เกิดแต่พระโอฐ ของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่ พระธรรม อันธรรมนิรมิตแล้ว เป็นธรรมทายาท รับผ้าบังสุกุลที่ทำด้วยผ้าป่าน ซึ่งยังใหม่ ฯ

ข้อ ๕๒๖

อหํ โข อาวุโส ยาวเทว อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯ อหํ โข อาวุโส ยาวเทว อากงฺขามิ ฯเปฯ [นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ ปญฺจนฺนญฺจ อภิญฺญานํ เอวํ เปยฺยาโล] ฯ

ดูกรอาวุโส เราหวังสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม แล้ว เข้าถึงปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ ดูกรอาวุโส เราหวัง ฯลฯ [อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ และอภิญญา ๕ มีเปยยาลอย่างนี้]

ข้อ ๕๒๗

อหํ โข อาวุโส อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรามิ ฯ สตฺตรตนํ วา โส อาวุโส นาคํ อฑฺฒฏฺฐมรตนํ วา ตาลปตฺติกาย ฉาเทตพฺพํ มญฺเญยฺย โย มํ ฉหิ อภิญฺญาหิ ฉาเทตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ ฯ จวิตฺถ จ ปน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี พฺรหฺมจริยมฺหาติ ฯ เอกาทสมํ ฯ

ดูกรอาวุโส เราทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหา อาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเองในทิฏฐธรรม เข้าถึงอยู่ ผู้ใดสำคัญเราว่า ควรปกปิดด้วยอภิญญา ๖ ผู้นั้นก็ควรสำคัญช้าง ๗ ศอกหรือ ๗ ศอกครึ่งว่า จะพึงปกปิดด้วยใบตาลได้ ฯ ก็และภิกษุณีถุลลนันทาเคลื่อนจากพรหมจรรย์เสียแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๑๑

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย