คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๑๙

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. อวิชชาสูตร๒. อุปัฑฒสูตร๓. สารีปุตตสูตร๔. ชาณุสโสณิพราหมณสูตร๕. กิมัตถิยสูตร๖. ปฐมอัญญตรภิกขุสูตร๗. ทุติยอัญญตรภิกขุสูตร๘. วิภังคสูตร๙. สูกสูตร๑๐. นันทิยสูตร๑. ปฐมวิหารสูตร๒. ทุติยวิหารสูตร๓. เสกขสูตร๔. ปฐมอุปปาทสูตร๕. ทุติยอุปปาทสูตร๖. ปฐมปริสุทธสูตร๗. ทุติยปริสุทธสูตร๘. ปฐมกุกกุฏารามสูตร๙. ทุติยกุกกุฏารามสูตร๑๐. ตติยกุกกุฏารามสูตร๑. มิจฉัตตสูตร๒. อกุสลธัมมสูตร๓. ปฐมปฏิปทาสูตร๔. ทุติยปฏิปทาสูตร๕. ปฐมอสัปปุริสสูตร๖. ทุติยอสัปปุริสสูตร๗. กุมภสูตร๘. สมาธิสูตร๙. เวทนาสูตร๑๐. อุตติยสูตร๑. ปฐมปฏิปัตติสูตร๒. ทุติยปฏิปัตติสูตร๓. วิรัทธสูตร๔. ปารังคมสูตร๕. ปฐมสามัญญสูตร๖. ทุติยสามัญญสูตร๗. ปฐมพรหมัญญสูตร๘. ทุติยพรหมัญญสูตร๙. ปฐมพรหมจริยสูตร๑๐. ทุติยพรหมจริยสูตร๑. ราควิราคสูตร ๒-๗. สังโยชนัปปหานาทิสุตตฉักกะ ๘. อนุปาทาปรินิพพานสูตร๑. กัลยาณมิตตสูตร ๒-๖. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร ๘. กัลยาณมิตตสูตร ๙-๑๓. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร๑. กัลยาณมิตตสูตร ๒-๖. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร ๘. กัลยาณมิตตสูตร ๙-๑๓. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร๑. กัลยาณมิตตสูตร ๒-๖. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร ๘. กัลยาณมิตตสูตร ๙-๑๓. สีลสัมปทาทิสุตตปัญจกะ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตร๑. ปฐมปาจีนนินนสูตร ๒-๕. ทุติยาทิปาจีนนินนสุตตจตุกกะ ๖. ฉัฏฐปาจีนนินนสูตร ๗. ปฐมสมุททนินนสูตร ๘-๑๒. ทุติยาทิสมุททนินนสุตตปัญจกะ๑. ปฐมปาจีนนินนสูตร ๒-๖. ทุติยาทิปาจีนนินนสุตตปัญจกะ ๗. ปฐมสมุททนินนสูตร ๘-๑๒. ทุติยาทิสมุททนินนสุตตปัญจกะ๑๓. ปฐมปาจีนนินนสูตร ๑๔-๑๘. ทุติยาทิปาจีนนินนสุตตปัญจกะ ๑๙. ปฐมสมุททนินนสูตร ๒๐-๒๔. ทุติยาทิสมุททนินนสุตตปัญจกะ๒๕. ปฐมปาจีนนินนสูตร ๒๖-๓๐. ทุติยาทิปาจีนนินนสุตตปัญจกะ ๓๑. ปฐมสมุททนินนสูตร ๓๒-๓๖. ทุติยาทิสมุททนินนสุตตปัญจกะ๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓-๗. กูฏาทิสุตตปัญจกะ ๘-๑๐. จันทิมาทิสุตตติกะ๑. พลสูตร๒. พีชสูตร๓. นาคสูตร๔. รุกขสูตร๕. กุมภสูตร๖. สูกสูตร๗. อากาสสูตร๘. ปฐมเมฆสูตร๙. ทุติยเมฆสูตร๑๐. นาวาสูตร๑๑. อาคันตุกสูตร๑๒. นทีสูตร๑. เอสนาสูตร๒. วิธาสูตร๓. อาสวสูตร๔. ภวสูตร๕. ทุกขตาสูตร๖. ขีลสูตร๗. มลสูตร๘. นีฆสูตร๙. เวทนาสูตร๑๐. ตัณหาสูตร๑๑. ตสินาสูตร๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร ๕. อนุสยสูตร ๖. กามคุณสูตร ๗. นีวรณสูตร ๘. อุปาทานักขันธสูตร ๙. โอรัมภาคิยสูตร ๑๐. อุทธัมภาคิยสูตร๑. หิมวันตสูตร๒. กายสูตร๓. สีลสูตร๔. วัตถสูตร๕. ภิกขุสูตร๖. กุณฑลิยสูตร๗. กูฏาคารสูตร๘. อุปวาณสูตร๙. ปฐมอุปปันนสูตร๑๐. ทุติยอุปปันนสูตร๑. ปาณสูตร๒. ปฐมสุริยูปมสูตร๓. ทุติยสุริยูปมสูตร๔. ปฐมคิลานสูตร๕. ทุติยคิลานสูตร๖. ตติยคิลานสูตร๗. ปารังคมสูตร๘. วิรัทธสูตร๙. อริยสูตร๑๐. นิพพิทาสูตร๑. โพธายสูตร๒. โพชฌังคเทสนาสูตร๓. ฐานิยสูตร๔. อโยนิโสมนสิการสูตร๕. อปริหานิยสูตร๖. ตัณหักขยสูตร๗. ตัณหานิโรธสูตร๘. นิพเพธภาคิยสูตร๙. เอกธัมมสูตร๑๐. อุทายิสูตร๑. ปฐมกุสลสูตร๒. ทุติยกุสลสูตร๓. อุปักกิเลสสูตร ๔. อนุปักกิเลสสูตร๕. อโยนิโสมนสิการสูตร๖. โยนิโสมนสิการสูตร๗. วุฑฒิสูตร๘. อาวรณนีวรณสูตร๙. รุกขสูตร๑๐. นีวรณสูตร๑. วิธาสูตร๒. จักกวัตติสูตร๓. มารสูตร๔. ทุปปัญญสูตร๕. ปัญญวันตสูตร๖. ทลิททสูตร๗. อทลิททสูตร๘. อาทิจจสูตร๙. อัชฌัตติกังคสูตร๑๐. พาหิรังคสูตร๑. อาหารสูตร๒. ปริยายสูตร๓. อัคคิสูตร๔. เมตตาสหคตสูตร๕. สังคารวสูตร๖. อภยสูตร๗. อานาปานวรรค ๘. นิโรธวรรค๙. คังคาเปยยาลวรรค ๑๐. อัปปมาทวรรค ๑๑. พลกรณียวรรค ๑๒. เอสนาวรรค ๑๓. โอฆวรรค ๑๔. ปุนคังคาเปยยาลวรรค ๑๕. ปุนอัปปมาทวรรค ๑๖. ปุนพลกรณียวรรค ๑๗. ปุนเอสนาวรรค ๑๘. ปุนโอฆวรรค๑. อัมพปาลิสูตร๒. สติสูตร๓. ภิกขุสูตร๔. สาลสูตร๕. อกุสลราสิสูตร๖. สกุณัคฆิสูตร๗. มักกฏสูตร๘. สูทสูตร๙. คิลานสูตร๑๐. ภิกขุนูปัสสยสูตร๑. มหาปุริสสูตร๒. นาลันทสูตร๓. จุนทสูตร๔. อุกกเจลสูตร๕. พาหิยสูตร๖. อุตติยสูตร๗. อริยสูตร๘. พรหมสูตร๙. เสทกสูตร๑๐. ชนปทกัลยาณีสูตร๑. สีลสูตร๒. จิรัฏฐิติสูตร๓. ปริหานสูตร๔. สุทธสูตร๕. อัญญตรพราหมณสูตร๖. ปเทสสูตร๗. สมัตตสูตร๘. โลกสูตร๙. สิริวัฑฒสูตร๑๐. มานทินนสูตร๑. อนนุสสุตสูตร๒. วิราคสูตร๓. วิรัทธสูตร๔. ภาวิตสูตร๕. สติสูตร๖. อัญญาสูตร๗. ฉันทสูตร๘. ปริญญาตสูตร๙. ภาวนาสูตร๑๐. วิภังคสูตร๑. อมตสูตร๒. สมุทยสูตร๓. มัคคสูตร๔. สติสูตร๕. กุสลราสิสูตร๖. ปาติโมกขสังวรสูตร๗. ทุจจริตสูตร๘. มิตตสูตร๙. เวทนาสูตร๑๐. อาสวสูตร๖. คังคาเปยยาลวรรค๑. สุทธิกสูตร๒. ปฐมโสตาปันนสูตร๓. ทุติยโสตาปันนสูตร๔. ปฐมอรหันตสูตร๕. ทุติยอรหันตสูตร๖. ปฐมสมณพราหมณสูตร๗. ทุติยสมณพราหมณสูตร๘. ทัฏฐัพพสูตร๙. ปฐมวิภังคสูตร๑๐. ทุติยวิภังคสูตร๑. ปฏิลาภสูตร๒. ปฐมสังขิตตสูตร๓. ทุติยสังขิตตสูตร๔. ตติยสังขิตตสูตร๕. ปฐมวิตถารสูตร๖. ทุติยวิตถารสูตร๗. ตติยวิตถารสูตร๘. ปฏิปันนสูตร๙. สัมปันนสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. ปุนัพภวสูตร๒. ชีวิตินทริยสูตร๓. อัญญินทริยสูตร๔. เอกพีชีสูตร๕. สุทธสูตร๖. โสตาปันนสูตร๗. อรหันตสูตร๘. สัมมัทธสูตร๙. ปฐมสมณพราหมณสูตร๑๐. ทุติยสมณพราหมณสูตร๑. สุทธิกสูตร๒. โสตาปันนสูตร๓. อรหันตสูตร๔. ปฐมสมณพราหมณสูตร๕. ทุติยสมณพราหมณสูตร๖. ปฐมวิภังคสูตร๗. ทุติยวิภังคสูตร๘. ตติยวิภังคสูตร๙. กัฏโฐปมสูตร๑๐. อุปปฏิปาฏิกสูตร๑. ชราธัมมสูตร๒. อุณณาภพราหมณสูตร๓. สาเกตสูตร๔. ปุพพโกฏฐกสูตร๕. ปฐมปุพพารามสูตร๖. ทุติยปุพพารามสูตร๗. ตติยปุพพารามสูตร๘. จตุตถปุพพารามสูตร๙. ปิณโฑลภารทวาชสูตร๑๐. อาปณสูตร๑. สาลสูตร๒. มัลลกสูตร๓. เสขสูตร๔. ปทสูตร๕. สารสูตร๖. ปติฏฐิตสูตร๗. สหัมปติพรหมสูตร๘. สูกรขตสูตร๙. ปฐมอุปปาทสูตร๑๐. ทุติยอุปปาทสูตร๑. สัญโญชนสูตร๒. อนุสยสูตร๓. ปริญญาสูตร๔. อาสวักขยสูตร๕. ปฐมผลสูตร๖. ทุติยผลสูตร๗. ปฐมรุกขสูตร๘. ทุติยรุกขสูตร๙. ตติยรุกขสูตร๑๐. จตุตถรุกขสูตร๘. คังคาเปยยาลวรรค๕. สัมมัปปธานสังยุต๖. พลสังยุต๑. อปารสูตร๒. วิรัทธสูตร๓. อริยสูตร๔. นิพพิทาสูตร๕. อิทธิปเทสสูตร๖. สมัตตสูตร๗. ภิกขุสูตร๘. พุทธสูตร๙. ญาณสูตร๑๐. เจติยสูตร๑. ปุพพสูตร๒. มหัปผลสูตร๓. ฉันทสมาธิสูตร๔. โมคคัลลานสูตร๕. อุณณาภพราหมณสูตร๖. ปฐมพราหมณสูตร๗. ทุติยพราหมณสูตร๘. ภิกขุสูตร๙. อิทธาทิเทสนาสูตร๑๐. วิภังคสูตร๑. มัคคสูตร๒. อโยคุฬสูตร๓. ภิกขุสูตร ๔. สุทธิกสูตร๕. ปฐมผลสูตร๖. ทุติยผลสูตร๗. ปฐมอานันทสูตร๘. ทุติยอานันทสูตร๙. ปฐมภิกขุสูตร๑๐. ทุติยภิกขุสูตร๑๑. โมคคัลลานสูตร๑๒. ตถาคตสูตร๔. คังคาเปยยาลวรรค๑. ปฐมรโหคตสูตร๒. ทุติยรโหคตสูตร๓. สุตนุสูตร๔. ปฐมกัณฏกีสูตร๕. ทุติยกัณฏกีสูตร๖. ตติยกัณฏกีสูตร๗. ตัณหากขยสูตร๘. สลฬาคารสูตร๙. อัมพปาลิวนสูตร๑๐. พาฬหคิลานสูตร๑. กัปปสหัสสสูตร ๒. อิทธิวิธสูตร ๓. ทิพพโสตสูตร ๔. เจโตปริยสูตร ๕. ฐานสูตร ๖. กัมมสมาทานสูตร ๗. สัพพัตถคามินีสูตร ๘. นานาธาตุสูตร ๙. นานาธิมุตติสูตร ๑๐. อินทริยปโรปริยัตตสูตร ๑๑. ฌานาทิสูตร ๑๒. ปุพเพนิวาสสูตร ๑๓. ทิพพจักขุสูตร ๑๔. อาสวักขยสูตร๙. ฌานสังยุต๑. เอกธัมมสูตร๒. โพชฌังคสูตร๓. สุทธิกสูตร๔. ปฐมผลสูตร๕. ทุติยผลสูตร๖. อริฏฐสูตร๗. มหากัปปินสูตร๘. ปทีโปปมสูตร๙. เวสาลีสูตร๑๐. กิมิลสูตร๑. อิจฉานังคลสูตร๒. กังเขยยสูตร๓. ปฐมอานันทสูตร๔. ทุติยอานันทสูตร๕. ปฐมภิกขุสูตร๖. ทุติยภิกขุสูตร๗. สัญโญชนัปปหานสูตร๘. อนุสยสมุคฆาตสูตร๙. อัทธานปริญญาสูตร๑๐. อาสวักขยสูตร๑. จักกวัตติราชสูตร๒. พรหมจริโยคธสูตร๓. ทีฆาวุอุปาสกสูตร๔. ปฐมสารีปุตตสูตร๕. ทุติยสารีปุตตสูตร๖. ถปติสูตร๗. เวฬุทวาเรยยสูตร๘. ปฐมคิญชกาวสถสูตร๙. ทุติยคิญชกาวสถสูตร๑๐. ตติยคิญชกาวสถสูตร๑. สหัสสภิกขุนีสังฆสูตร๒. พราหมณสูตร๓. อานันทเถรสูตร๔. ทุคคติภยสูตร๕. ทุคคติวินิปาตภยสูตร๖. ปฐมมิตตามัจจสูตร๗. ทุติยมิตตามัจจสูตร๘. ปฐมเทวจาริกสูตร๙. ทุติยเทวจาริกสูตร๑๐. ตติยเทวจาริกสูตร๑. ปฐมมหานามสูตร๒. ทุติยมหานามสูตร๓. โคธสักกสูตร๔. ปฐมสรณานิสักกสูตร๕. ทุติยสรณานิสักกสูตร๖. ปฐมอนาถปิณฑิกสูตร๗. ทุติยอนาถปิณฑิกสูตร๘. ปฐมภยเวรูปสันตสูตร๙. ทุติยภยเวรูปสันตสูตร๑๐. นันทกลิจฉวิสูตร๑. ปฐมปุญญาภิสันทสูตร๒. ทุติยปุญญาภิสันทสูตร๓. ตติยปุญญาภิสันทสูตร๔. ปฐมเทวปทสูตร๕. ทุติยเทวปทสูตร๖. เทวสภาคสูตร๗. มหานามสูตร๘. วัสสสูตร๙. กาฬิโคธสูตร๑๐. นันทิยสักกสูตร๑. ปฐมอภิสันทสูตร๒. ทุติยอภิสันทสูตร๓. ตติยอภิสันทสูตร๔. ปฐมมหัทธนสูตร๕. ทุติยมหัทธนสูตร๖. สุทธกสูตร๗. นันทิยสูตร๘. ภัททิยสูตร๙. มหานามสูตร๑๐. อังคสูตร๑. สคาถกสูตร๒. วัสสังวุตถสูตร๓. ธัมมทินนสูตร๔. คิลานสูตร๕. โสตาปัตติผลสูตร๖. สกทาคามิผลสูตร๗. อนาคามิผลสูตร๘. อรหัตตผลสูตร๙. ปัญญาปฏิลาภสูตร๑๐. ปัญญาวุฑฒิสูตร๑๑. ปัญญาเวปุลลสูตร๑. มหาปัญญาสูตร ๒. ปุถุปัญญาสูตร ๓. วิปุลปัญญาสูตร ๔. คัมภีรปัญญาสูตร ๕. อัปปมัตตปัญญาสูตร ๖. ภูริปัญญาสูตร ๗. ปัญญาพาหุลสูตร ๘. สีฆปัญญาสูตร ๙. ลหุปัญญาสูตร ๑๐. หาสปัญญาสูตร ๑๑. ชวนปัญญาสูตร ๑๒. ติกขปัญญาสูตร ๑๓. นิพเพธิกปัญญาสูตร๑. สมาธิสูตร๒. ปฏิสัลลานสูตร๓. ปฐมกุลปุตตสูตร๔. ทุติยกุลปุตตสูตร๕. ปฐมสมณพราหมณสูตร๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร๗. วิตักกสูตร๘. จินตสูตร๙. วิคคาหิกกถาสูตร๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร๑. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร๒. ตถาคตสูตร๓. ขันธสูตร๔. อัชฌัตติกายตนสูตร๕. ปฐมธารณสูตร๖. ทุติยธารณสูตร๗. อวิชชาสูตร๘. วิชชาสูตร๙. สังกาสนสูตร๑๐. ตถสูตร๑. ปฐมโกฏิคามสูตร๒. ทุติยโกฏิคามสูตร๓. สัมมาสัมพุทธสูตร๔. อรหันตสูตร๕. อาสวักขยสูตร๖. มิตตสูตร๗. ตถสูตร๘. โลกสูตร๙. ปริญเญยยสูตร๑๐. ควัมปติสูตร๑. สีสปาวนสูตร๒. ขทิรปัตตสูตร๓. ทัณฑสูตร๔. เจลสูตร๕. สัตติสตสูตร๖. ปาณสูตร๗. ปฐมสุริยสูตร๘. ทุติยสุริยสูตร๙. อินทขีลสูตร๑๐. วาทัตถิกสูตร๑. โลกจินตาสูตร๒. ปปาตสูตร๓. มหาปริฬาหสูตร๔. กูฏาคารสูตร๕. วาลสูตร๖. อันธการสูตร๗. ปฐมฉิคคฬยุคสูตร๘. ทุติยฉิคคฬยุคสูตร๙. ปฐมสิเนรุปัพพตราชสูตร๑๐. ทุติยสิเนรุปัพพตราชสูตร๑. นขสิขสูตร๒. โปกขรณีสูตร๓. ปฐมสัมเภชชสูตร๔. ทุติยสัมเภชชสูตร๕. ปฐมมหาปฐวีสูตร๖. ทุติยมหาปฐวีสูตร๗. ปฐมมหาสมุททสูตร๘. ทุติยมหาสมุททสูตร๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร๑. อัญญตรสูตร ๒. ปัจจันตสูตร ๓. ปัญญาสูตร ๔. สุราเมรยสูตร ๕. โอทกสูตร ๖. มัตเตยยสูตร ๗. เปตเตยยสูตร ๘. สามัญญสูตร ๙. พรหมัญญสูตร ๑๐. ปจายิกสูตร๑. ปาณาติปาตสูตร ๒. อทินนาทานสูตร ๓. กาเมสุมิจฉาจารสูตร ๔. มุสาวาทสูตร ๕. เปสุญญสูตร ๖. ผรุสวาจาสูตร ๗. สัมผัปปลาปสูตร ๘. พีชคามสูตร ๙. วิกาลโภชนสูตร ๑๐. คันธวิเลปนสูตร๑. นัจจคีตสูตร ๒. อุจจาสยนสูตร ๓. ชาตรูปรชตสูตร ๔. อามกธัญญสูตร ๕. อามกมังสสูตร ๖. กุมาริกสูตร ๗. ทาสีทาสสูตร ๘. อเชฬกสูตร ๙. กุกกุฏสูกรสูตร ๑๐. หัตถิควัสสสูตร๑๐. จตุตถอามกธัญญเปยยาลวรรค

ศาสนา

๖. ปฐมอนาถปิณฑิกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. ปฐมอนาถปิณฑิกสูตร ว่าด้วยอนาถบิณฑิกคหบดี สูตรที่ ๑

ข้อ ๑๐๒๒

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้น ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีเรียกบุรุษคนหนึ่งมาสั่งว่า “มาเถิด พ่อมหาจำเริญ เจ้าจง เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ กราบเท้าทั้งสองของท่านด้วยเศียรเกล้าตามคำ ของเราว่า ‘พระคุณเจ้าผู้เจริญ ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ท่านขอกราบเท้าทั้งสองของพระคุณท่านด้วยเศียรเกล้า’ และเจ้าจงกราบเรียนอย่าง นี้ว่า ‘ขอท่านพระสารีบุตรโปรดอนุเคราะห์เข้าไปเยี่ยมท่านอนาถบิณฑิกคหบดีถึง นิเวศน์ด้วยเถิด” บุรุษนั้นรับคำแล้ว เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ อภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบเรียนท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า “พระคุณเจ้าผู้เจริญ ท่านอนาถ- บิณฑิกคหบดีป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ท่านขอกราบเท้าทั้งสองของพระคุณ ท่านด้วยเศียรเกล้า และฝากมากราบเรียนอย่างนี้ว่า ‘ขอท่านพระสารีบุตรโปรด อนุเคราะห์เข้าไปเยี่ยมท่านอนาถบิณฑิกคหบดีถึงนิเวศน์ด้วยเถิด” ท่านพระสารีบุตรรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ ครั้นในเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร มีท่านพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ เข้าไปยังนิเวศน์ของท่านอนาถบิณฑิกคหบดี นั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้แล้วถามท่านอนาถบิณฑิกคหบดีดังนี้ว่า “คหบดี ท่านยัง สบายดีหรือ ยังพอเป็นอยู่ได้หรือ ทุกขเวทนาทุเลาลง ไม่กำเริบขึ้นหรือ อาการ ทุเลาปรากฏ อาการกำเริบไม่ปรากฏหรือ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๓๖} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๓. สรณานิวรรค ๖. ปฐมอานาถปิณฑิกสูตร ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีตอบว่า “กระผมไม่สบาย จะเป็นอยู่ไม่ได้ ทุกขเวทนา มีแต่กำเริบหนักขึ้น ไม่ทุเลาลงเลย อาการกำเริบปรากฏ อาการทุเลาไม่ปรากฏ ขอรับ” “คหบดี ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ๑. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระพุทธเจ้า หลังจากตาย แล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใส เช่นนั้นในพระพุทธเจ้า ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีความ เลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มี พระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ ก็เมื่อท่าน พิจารณาเห็นความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้านั้นว่ามี อยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๒. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระธรรม หลังจากตาย แล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใส เช่นนั้นในพระธรรม ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า ‘พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระ ภาคตรัสไว้ดีแล้ว ฯลฯ อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ ก็เมื่อท่าน พิจารณาเห็นความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมนั้นว่ามีอยู่ ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๓. ประกอบด้วยความไม่เลื่อมใสเช่นใดในพระสงฆ์ หลังจากตาย แล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความไม่เลื่อมใส เช่นนั้นในพระสงฆ์ ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า ‘พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระ ภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี ฯลฯ เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ ก็ เมื่อท่านพิจารณาเห็นความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์นั้น ว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๔. ประกอบด้วยความเป็นผู้ทุศีลเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิด ในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ความเป็นผู้ทุศีลเช่นนั้น ย่อม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๓๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๓. สรณานิวรรค ๖. ปฐมอานาถปิณฑิกสูตร ไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีศีลที่พระอริยะชอบใจ ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อสมาธิ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นศีลที่พระอริยะชอบใจ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๕. ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิด ในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาทิฏฐิเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาทิฏฐิ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาทิฏฐินั้น ว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๖. ประกอบด้วยมิจฉาสังกัปปะเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิด ในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาสังกัปปะเช่นนั้น ย่อม ไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาสังกัปปะ ก็เมื่อท่านพิจารณา เห็นสัมมาสังกัปปะนั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไป โดยพลัน ๗. ประกอบด้วยมิจฉาวาจาเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิด ในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาวาจาเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาวาจา ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาวาจานั้นว่า มีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๘. ประกอบด้วยมิจฉากัมมันตะเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิด ในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉากัมมันตะเช่นนั้น ย่อมไม่ มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมากัมมันตะ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็น สัมมากัมมันตะนั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไป โดยพลัน ๙. ประกอบด้วยมิจฉาอาชีวะเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาอาชีวะเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาอาชีวะ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาอาชีวะ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๓๘} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๓. สรณานิวรรค ๖. ปฐมอานาถปิณฑิกสูตร ๑๐. ประกอบด้วยมิจฉาวายามะเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดใน อบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาวายามะเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาวายามะ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาวายามะ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๑๑. ประกอบด้วยมิจฉาสติเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาสติเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาสติ ก็ท่านพิจารณาเห็นสัมมาสตินั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๑๒. ประกอบด้วยมิจฉาสมาธิเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาสมาธิเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาสมาธิ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาสมาธิ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๑๓. ประกอบด้วยมิจฉาญาณะเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาญาณะเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่านมีสัมมาญาณะ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาญาณะ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน ๑๔. ประกอบด้วยมิจฉาวิมุตติเช่นใด หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก มิจฉาวิมุตติเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ท่าน เพราะท่าน มีสัมมาวิมุตติ ก็เมื่อท่านพิจารณาเห็นสัมมาวิมุตติ นั้นว่ามีอยู่ในตน เวทนาก็จะสงบระงับไปโดยพลัน” ขณะนั้น เวทนาของท่านอนาถบิณฑิกคหบดีได้สงบระงับไปโดยพลัน ท่าน อนาถบิณฑิกคหบดีอังคาสท่านพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ด้วยอาหารที่เขา จัดไว้สำหรับตนแล้ว จึงเลือกนั่ง ณ ที่สมควรที่ใดที่หนึ่งซึ่งต่ำกว่า เมื่อท่านพระ สารีบุตรฉันเสร็จวางมือจากบาตรแล้วจึงอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้ว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๓๙} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๓. สรณานิวรรค ๗. ทุติยอนาถปิณฑิกสูตร “ผู้ใดมีศรัทธาในพระตถาคตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว มีศีลอันงามที่พระอริยะชอบใจ(และ)สรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน ชีวิตของเขาก็ไม่สูญเปล่า เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญา เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ควรหมั่นประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และการเห็นธรรม” ครั้นท่านพระสารีบุตรอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้แล้ว ก็ลุกจากอาสนะจากไป ต่อมา ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท แล้ว นั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “อานนท์ เธอมาจากที่ไหนแต่ยังวัน” ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระสารีบุตรกล่าว สอนท่านอนาถบิณฑิกคหบดีด้วยโอวาทนี้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ สารีบุตร เป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ได้จำแนกองค์เครื่องบรรลุโสดาด้วยอาการ ๑๐ อย่าง” ปฐมอนาถปิณฑิกสูตรที่ ๖ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้