คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระนวกะ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๒๘๙–๒๙๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๑. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระนวกะ

ปญฺจมสิกฺขาปทํ

๒๘๙

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี ครั้งนั้น พวกอุบาสกพากันมาสู่อารามเพื่อฟังธรรม เมื่อพระธรรมกถึกแสดงธรรมจบแล้ว ภิกษุ ชั้นเถระกลับไปยังที่อยู่ ภิกษุชั้นนวกะสำเร็จการนอนร่วมกับพวกอุบาสกอยู่ในศาลาที่ฟังธรรม นั้นเอง เผลอสติ ไม่รู้สึกตัว เป็นผู้เปลือยกายละเมอ กรนอยู่. พวกอุบาสกต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลายจึงได้สำเร็จการ- *นอนเผลอสติ ไม่รู้สึกตัว เป็นผู้เปลือยกายละเมอ กรนอยู่เล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระภิกษุทั้งหลาย จึงได้สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่- *พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายสำเร็จการนอนร่วมกับ อนุปสัมบัน จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษเหล่านั้น จึงได้ สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันเล่า การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๕๔. ๕. ก. อนึ่ง ภิกษุใดสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องพระนวกะ จบ. เรื่องสามเณรราหุล

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ เตน โข ปน สมเยน อุปาสกา อารามํ อาคจฺฉนฺติ ธมฺมสฺสวนาย ฯ ธมฺเม ภาสิเต เถรา ภิกฺขู ยถาวิหารํ คจฺฉนฺติ ฯ นวกา ภิกฺขู ตตฺเถว อุปฏฺฐานสาลายํ อุปาสเกหิ สทฺธึ มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นคฺคา วิกุชฺชมานา กากจฺฉมานา เสยฺยํ กปฺเปนฺติ ฯ อุปาสกา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภทฺทนฺตา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นคฺคา วิกุชฺชมานา กากจฺฉมานา เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ อุปาสกานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๒๘๙.๑} โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ {๒๘๙.๒} เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ

๒๙๐

กาลต่อมา พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่เมืองอาฬวี ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกไปโดยมรรคาอันจะไปสู่พระนครโกสัมพี เสด็จจาริกโดยลำดับ, ถึงพระนครโกสัมพีแล้ว ข่าวว่า พระองค์ประทับอยู่พทริการาม เขตพระนครโกสัมพีนั้น. ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวคำนี้กะท่านสามเณรราหุลว่า อาวุโสราหุล พระผู้มีพระภาคทรง- *บัญญัติสิกขาบทไว้ว่า ภิกษุไม่พึงสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน อาวุโสราหุล ท่านจงรู้ สถานที่ควรนอน. วันนั้น ท่านสามเณรราหุลหาที่นอนไม่ได้ จึงสำเร็จการนอนในวัจจกุฎี. ครั้นปัจจุสสมัยแห่งราตรี พระผู้มีพระภาคทรงตื่นบรรทมแล้ว ได้เสด็จไปวัจจกุฎี, ครั้นถึง จึงทรงพระกาสะ แม้ท่านราหุลก็กระแอมรับ. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ใครอยู่ในวัจจกุฎีนี้ ท่านสามเณรราหุลทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าราหุล พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เหตุไรเธอจึงนอน ณ ที่นี้ จึงท่านสามเณรราหุล กราบทูลเรื่องนั้นให้ทรงทราบ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สำเร็จการนอน ร่วมกับอนุปสัมบันได้ ๒-๓ คืน ... ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๕๔. ๕. ข. อนึ่ง ภิกษุใดสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน, เป็นปาจิตตีย์. เรื่องสามเณรราหุล จบ. สิกขาบทวิภังค์

อถโข ภควา อาฬวิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน โกสมฺพี เตน จาริกํ ปกฺกามิ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน โกสมฺพี ตทวสริ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ พทริการาเม ฯ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ราหุลํ เอตทโวจุํ ภควตา อาวุโส ราหุล สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ น อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยา กปฺเปตพฺพาติ เสยฺยํ อาวุโส ราหุล ชานาหีติ ฯ อถโข อายสฺมา ราหุโล เสยฺยํ อลภมาโน วจฺจกุฏิยา เสยฺยํ กปฺเปสิ ฯ อถโข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน วจฺจกุฏี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อุกฺกาสิ ฯ อายสฺมาปิ ราหุโล อุกฺกาสิ ฯ โก เอตฺถาติ ฯ อหํ ภควา ราหุโลติ ฯ กิสฺส ตฺวํ ราหุล อิธ นิปนฺโนสีติ ฯ อถโข อายสฺมา ราหุโล ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว อนุปสมฺปนฺเนน ทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๒๙๐.๑} โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๒๙๑

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรง ประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า อนุปสัมบัน คือ ยกเว้นภิกษุ นอกนั้นชื่อว่าอนุปสัมบัน. บทว่า ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน คือเกินกว่า ๒-๓ คืน. บทว่า ร่วม คือด้วยกัน. ที่ชื่อว่า การนอน ได้แก่ภูมิสถานเป็นที่นอนอันเขามุงทั้งหมด บังทั้งหมด มุงโดยมาก บังโดยมาก. คำว่า สำเร็จการนอน ความว่า ในวันที่ ๔ เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว อนุปสัมบัน นอนแล้ว ภิกษุนอน, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ภิกษุนอนแล้ว อนุปสัมบันนอน, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. หรือนอนทั้งสอง, ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ลุกขึ้นแล้ว กลับนอนอีก, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์

โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ อนุปสมฺปนฺโน นาม ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโน นาม ฯ อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตนฺติ อติเรกทฺวิรตฺตติรตฺตํ ฯ สหาติ เอกโต ฯ เสยฺยา นาม สพฺพจฺฉนฺนา สพฺพปริจฺฉนฺนา เยภุยฺเยนจฺฉนฺนา เยภุยฺเยน ปริจฺฉนฺนา ฯ เสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ จตุตฺเถ ทิวเส อตฺถงฺคเต สุริเย อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิปชฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ภิกฺขุ นิปนฺเน อนุปสมฺปนฺโน นิปชฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุโภ วา นิปชฺชนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุฏฺฐหิตฺวา ปุนปฺปุนํ นิปชฺชนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๒๙๒

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนุปสัมบัน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน, ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. ติกทุกกฏ ในสถานที่มุงกึ่ง บังกึ่ง ภิกษุสำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติทุกกฏ. อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าอนุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติ ทุกกฏ. อุปสัมบัน ภิกษุสงสัย สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน สำเร็จการนอนร่วม ยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ไม่ต้อง อาบัติ อนาปัตติวาร

อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน เวมติโก อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปฑฺฒจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อนาปตฺติ ฯ

๒๙๓

ภิกษุอยู่ ๒-๓ คืน ๑ ภิกษุอยู่ไม่ถึง ๒-๓ คืน ๑ ภิกษุอยู่ ๒ คืนแล้ว คืนที่ ๓ ออกไปก่อนอรุณ แล้วอยู่ใหม่ ๑ อยู่ในสถานที่มุงทั้งหมด ไม่บังทั้งหมด ๑ อยู่ในสถานที่ บังทั้งหมด ไม่มุงทั้งหมด ๑ อยู่ในสถานที่ไม่มุงโดยมาก ไม่บังโดยมาก ๑ อนุปสัมบันนอน ภิกษุนั่ง ๑ ภิกษุนอน อนุปสัมบันนั่ง ๑ หรือนั่งทั้งสอง ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิ- *กัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ เทฺว ติสฺโส รตฺติโย วสติ อูนกเทฺวติสฺโส รตฺติโย วสติ เทฺว รตฺติโย วสิตฺวา ตติยาย รตฺติยา ปุรารุณา นิกฺขมิตฺวา ปุน วสติ สพฺพจฺฉนฺเน สพฺพอปริจฺฉนฺเน สพฺพปริจฺฉนฺเน สพฺพอจฺฉนฺเน เยภุยฺเยน อจฺฉนฺเน เยภุยฺเยน อปริจฺฉนฺเน อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิสีทติ ภิกฺขุ นิปนฺเน อนุปสมฺปนฺโน นิสีทติ อุโภ วา นิสีทนฺติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ปญฺจมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ -------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย