คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๓

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. ปฐมปิยสูตร๒. ทุติยปิยสูตร๓. สังขิตตพลสูตร๔. วิตถตพลสูตร๕. สังขิตตธนสูตร๖. วิตถตธนสูตร๗. อุคคสูตร๘. สัญโญชนสูตร๙. ปหานสูตร๑๐. มัจฉริยสูตร๑. ปฐมอนุสยสูตร๒. ทุติยอนุสยสูตร๓. กุลสูตร๔. ปุคคลสูตร๕. อุทกูปมาสูตร๖. อนิจจานุปัสสีสูตร๗. ทุกขานุปัสสีสูตร ๘. อนัตตานุปัสสีสูตร ๙. นิพพานสูตร๑๐. นิททสวัตถุสูตร๑. สารันททสูตร๒. วัสสการสูตร๓. ปฐมสัตตกสูตร๔. ทุติยสัตตกสูตร๕. ตติยสัตตกสูตร๖. โพชฌังคสูตร๗. สัญญาสูตร๘. ปฐมปริหานิสูตร๙. ทุติยปริหานิสูตร๑๐. วิปัตติสูตร ๑๑. ปราภวสูตร๑. อัปปมาทคารวสูตร๒. หิรีคารวสูตร๓. ปฐมโสวจัสสตาสูตร๔. ทุติยโสวจัสสตาสูตร๕. ปฐมมิตตสูตร๖. ทุติยมิตตสูตร๗. ปฐมปฏิสัมภิทาสูตร๘. ทุติยปฏิสัมภิทาสูตร๙. ปฐมวสสูตร๑๐. ทุติยวสสูตร๑๑. ปฐมนิททสสูตร๑๒. ทุติยนิททสสูตร๑. สัตตวิญญาณัฏฐิติสูตร๒. สมาธิปริกขารสูตร๓. ปฐมอัคคิสูตร๔. ทุติยอัคคิสูตร๕. ปฐมสัญญาสูตร๕. ปฐมสัญญาสูตร๗. เมถุนสูตร๘. สังโยคสูตร๙. ทานมหัปผลสูตร๑๐. นันทมาตาสูตร๑. อัพยากตสูตร๒. ปุริสคติสูตร๓. ติสสพรหมสูตร๔. สีหเสนาปติสูตร๕. อรักเขยยสูตร๖. กิมิลสูตร๗. สัตตธัมมสูตร๘. จปลายมานสูตร๙. เมตตสูตร๑๐. ภริยาสูตร๑๑. โกธนสูตร๑. หิริโอตตัปปสูตร๒. สัตตสุริยสูตร๓. นคโรปมสูตร๔. ธัมมัญญูสูตร๕. ปาริฉัตตกสูตร๖. สักกัจจสูตร๗. ภาวนาสูตร๘. อัคคิกขันโธปมสูตร๙. สุเนตตสูตร๑๐. อรกสูตร๘. วินยวรรค ๑. ปฐมวินยธรสูตร ๒. ทุติยวินยธรสูตร ๓. ตติยวินยธรสูตร ๔. จตุตถวินยธรสูตร ๕. ปฐมวินยธรโสภณสูตร ๖. ทุติยวินยธรโสภณสูตร ๗. ตติยวินยธรโสภณสูตร ๘. จตุตถวินยธรโสภณสูตร ๙. สัตถุสาสนสูตร ๑๐. อธิกรณสมถสูตร๙. สมณวรรค ๑. ภิกขุสูตร ๒. สมณสูตร ๓. พราหมณสูตร ๔. โสตติกสูตร ๕. นหาตกสูตร ๖. เวทคูสูตร ๗. อริโยสูตร ๘. อรหาสูตร ๙. อสัทธัมมสูตร ๑๐. สัทธัมมสูตร ๑๐. อาหุเนยยวรรค ราคเปยยาล๑. เมตตาสูตร๒. ปัญญาสูตร๓. ปฐมอัปปิยสูตร๔. ทุติยอัปปิยสูตร๕. ปฐมโลกธัมมสูตร๖. ทุติยโลกธัมมสูตร๗. เทวทัตตวิปัตติสูตร๘. อุตตรวิปัตติสูตร๙. นันทสูตร๑๐. การัณฑวสูตร๑. เวรัญชสูตร๒. สีหสูตร๓. อัสสาชานิยสูตร๔. อัสสขฬุงกสูตร๕. มลสูตร๖. ทูเตยยสูตร๗. ปฐมพันธนสูตร๘. ทุติยพันธนสูตร๙. ปหาราทสูตร๑๐. อุโปสถสูตร๑. ปฐมอุคคสูตร๒. ทุติยอุคคสูตร๓. ปฐมหัตถกสูตร๔. ทุติยหัตถกสูตร๕. มหานามสูตร๖. ชีวกสูตร๗. ปฐมพลสูตร๘. ทุติยพลสูตร๙. อักขณสูตร๑๐. อนุรุทธมหาวิตักกสูตร๑. ปฐมทานสูตร๒. ทุติยทานสูตร๓. ทานวัตถุสูตร๔. เขตตสูตร๕. ทานูปปัตติสูตร๖. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร๗. สัปปุริสทานสูตร๘. สัปปุริสสูตร๙. อภิสันทสูตร๑๐. ทุจจริตวิปากสูตร๑. สังขิตตุโปสถสูตร๒. วิตถตุโปสถสูตร๓. วิสาขาสูตร๔. วาเสฏฐสูตร๕. โพชฌาสูตร๖. อนุรุทธสูตร๗. ทุติยวิสาขาสูตร๘. นกุลมาตาสูตร๙. ปฐมอิธโลกิกสูตร๑๐. ทุติยอิธโลกิกสูตร๑. โคตมีสูตร๒. โอวาทสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. ทีฆชาณุสูตร๕. อุชชยสูตร๖. ภยสูตร๗. ปฐมอาหุเนยยสูตร๘. ทุติยอาหุเนยยสูตร๙. ปฐมปุคคลสูตร๑๐. ทุติยปุคคลสูตร๑. อิจฉาสูตร๒. อลังสูตร๓. สังขิตตสูตร๔. คยาสีสสูตร๕. อภิภายตนสูตร๖. วิโมกขสูตร๗. อนริยโวหารสูตร๘. อริยโวหารสูตร๙. ปริสาสูตร๑๐. ภูมิจาลสูตร๑. ปฐมสัทธาสูตร๒. ทุติยสัทธาสูตร๓. ปฐมมรณัสสติสูตร๔. ทุติยมรณัสสติสูตร๕. ปฐมสัมปทาสูตร๖. ทุติยสัมปทาสูตร๗. อิจฉาสูตร๘. อลังสูตร๙. ปริหานสูตร๑๐. กุสีตารัมภวัตถุสูตร๑. สติสัมปชัญญสูตร๒. ปุณณิยสูตร๓. มูลกสูตร๔. โจรสูตร๕. สมณสูตร๖. ยสสูตร๗. ปัตตนิกุชชนสูตร๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร๙. ปฏิสารณียสูตร๑๐. สัมมาวัตตนสูตร๑. สัมโพธิสูตร๒. นิสสยสูตร๓. เมฆิยสูตร๔. นันทกสูตร๕. พลสูตร๖. เสวนาสูตร๗. สุตวาสูตร๘. สัชฌสูตร๙. ปุคคลสูตร๑๐. อาหุเนยยสูตร๑. สีหนาทสูตร๒. สอุปาทิเสสสูตร๓. โกฏฐิตสูตร๔. สมิทธิสูตร๕. คัณฑสูตร๖. สัญญาสูตร๗. กุลสูตร๘. นวังคุโปสถสูตร๙. เทวตาสูตร๑๐. เวลามสูตร๑. ติฐานสูตร๒. อัสสขฬุงกสูตร๓. ตัณหามูลกสูตร๔. สัตตาวาสสูตร๕. ปัญญาสูตร๖. สิลายูปสูตร๗. ปฐมเวรสูตร๘. ทุติยเวรสูตร๙. อาฆาตวัตถุสูตร๑๐. อาฆาตปฏิวินยสูตร๑๑. อนุปุพพนิโรธสูตร๑. อนุปุพพวิหารสูตร๒. อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร๓. นิพพานสุขสูตร๔. คาวีอุปมาสูตร๕. ฌานสูตร๖. อานันทสูตร๗. โลกายติกสูตร๘. เทวาสุรสังคามสูตร๙. นาคสูตร๑๐. ตปุสสสูตร๑. สัมพาธสูตร๒. กายสักขีสูตร๓. ปัญญาวิมุตตสูตร๔. อุภโตภาควิมุตตสูตร๕. สันทิฏฐิกธัมมสูตร๖. สันทิฏฐิกนิพพานสูตร๗. นิพพานสูตร๘. ปรินิพพานสูตร๙. ตทังคนิพพานสูตร๑๐ . ทิฏฐธัมมนิพพานสูตร๑. เขมสูตร๒. เขมัปปัตตสูตร๓. อมตสูตร๔. อมตัปปัตตสูตร๕. อภยสูตร๖. อภยัปปัตตสูตร๗. ปัสสัทธิสูตร๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร๙. นิโรธสูตร๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร๑๑. อภัพพสูตร๑. สิกขาทุพพัลยสูตร๒. นีวรณสูตร๓. กามคุณสูตร๔. อุปาทานักขันธสูตร๕. โอรัมภาคิยสูตร๖. คติสูตร๗. มัจฉริยสูตร๘. อุทธัมภาคิยสูตร๙. เจโตขีลสูตร๑๐. เจตโสวินิพันธสูตร๓. สัมมัปปธานวรรค ๑. สิกขาสูตร ... ๑๐. เจตโสวินิพันธสูตร๔. อิทธิปาทวรรค ๑. สิกขาสูตร ... ๑๐. เจตโสวินิพันธสูตรราคเปยยาล

ศาสนา

๑๐. สัมมาวัตตนสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๔ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. สัมมาวัตตนสูตร ว่าด้วยการประพฤติชอบ

ข้อ ๙๐

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงตัสสปาปิยสิกากรรม แล้ว พึงประพฤติ ชอบในธรรม ๘ ประการ คือ ๑. ไม่พึงให้อุปสมบท ๒. ไม่พึงให้นิสสัย ๓. ไม่พึงใช้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่พึงรับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้วก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ สัตตกนิบาต ข้อ ๘๔ หน้า ๑๗๙-๑๘๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๑๙} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. สติวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๖. ไม่พึงรับสมมติอะไรๆ จากสงฆ์ ๗. ไม่พึงดำรงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าอะไรๆ ๘. ไม่พึงให้ประพฤติวุฏฐานวิธีเพราะตำแหน่งเดิมนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงตัสสปาปิยสิกากรรมแล้ว พึงประพฤติชอบ ในธรรม ๘ ประการนี้แล สัมมาวัตตนสูตรที่ ๑๐ จบ สติวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สติสัมปชัญญสูตร ๒. ปุณณิยสูตร ๓. มูลกสูตร ๔. โจรสูตร ๕. สมณสูตร ๖. ยสสูตร ๗. ปัตตนิกุชชนสูตร ๘. อัปปสาทปเวทนียสูตร ๙. ปฏิสารณียสูตร ๑๐. สัมมาวัตตนสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๒๐} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. สามัญญวรรค ๕. สามัญญวรรค หมวดว่าด้วยธรรมที่เหมือนกัน [๙๑-๑๑๖] โพชฌาอุบาสิกา สิริมาอุบาสิกา ปทุมาอุบาสิกา สุธัมมา อุบาสิกา มนุชาอุบาสิกา อุตตราอุบาสิกา มุตตาอุบาสิกา เขมาอุบาสิกา รุจีอุบาสิกา จุนทีราชกุมารี พิมพีอุบาสิกา สุมนาราชกุมารี มัลลิกาเทวี ติสสาอุบาสิกา ติสสมาตาอุบาสิกา โสณาอุบาสิกา โสณมาตาอุบาสิกา กาณาอุบาสิกา กาณมาตาอุบาสิกา อุตตรานันทมาตาอุบาสิกา วิสาขามิคาร- มาตาอุบาสิกา ขุชชุตตราอุบาสิกา สามาวดีอุบาสิกา สุปวาสาโกฬิยธิดา สุปปิยาอุบาสิกา นกุลมาตาคหปตานี (๑-๒๖) สามัญญวรรคที่ ๕ จบ ทุติยปัณณาสก์ จบ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงวรรคที่ว่าด้วยองค์อุโบสถ ๘ เหมือนกัน (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๙๑/๒๘๔) ดูความเต็มของแต่ละสูตรเทียบ @ในอัฏฐกนิบาต ข้อ ๔๓ (วิสาขาสูตร) หน้า ๓๐๙-๓๑๒ และข้อ ๔๕ (โพชฌาสูตร) หน้า ๓๑๔-๓๑๗ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๒๑} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ราคเปยยาล ราคเปยยาล

ข้อ ๑๑๗อรรถกถา

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการ เพื่อรู้ยิ่งราคะ (ความกำหนัด) ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) ๒. สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ) ๓. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) ๔. สัมมากัมมันตะ (กระทำชอบ) ๕. สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) ๖. สัมมาวายามะ (พยายามชอบ) ๗. สัมมาสติ (ระลึกชอบ) ๘. สัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ)

ข้อ ๑๑๘อรรถกถา

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการ เพื่อรู้ยิ่งราคะ (๑) ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ภิกษุรูปหนึ่งมีรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอก ขนาดเล็ก มีสีสัน ดีหรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๒. ภิกษุรูปหนึ่งมีรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอก ขนาดใหญ่ มีสีสัน ดีหรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๓. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอก ขนาดเล็ก มีสีสัน ดีหรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๔. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอก ขนาดใหญ่ มีสีสันดีหรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๕. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่เขียว มีสีเขียว เปรียบด้วยของเขียว มีสีเขียวเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๖. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่เหลือง มีสี เหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีสีเหลืองเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๒๒} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ราคเปยยาล ๗. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ๘. ภิกษุรูปหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ (๒)

ข้อ ๑๑๙อรรถกถา

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ภิกษุผู้มีรูป เห็นรูปทั้งหลาย ๒. ภิกษุผู้มีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอก ๓. ภิกษุเป็นผู้น้อมใจไปว่า ‘งาม’ เท่านั้น ๔. ภิกษุบรรลุอากาสานัญจายตนฌาน โดยกำหนดว่า ‘อากาศหา ที่สุดมิได้’ อยู่ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่กำหนด นานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง ๕. ภิกษุล่วงอากาสานัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ วิญญาณัญจายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้’ อยู่ ๖. ภิกษุล่วงวิญญาณัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ อากิญจัญญายตนฌาน โดยกำหนดว่า ‘ไม่มีอะไร’ อยู่ ๗. ภิกษุล่วงอากิญจัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวง บรรลุ เนวสัญญานาสัญญายตนฌานอยู่ ๘. ภิกษุล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ สัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ (๓) [๑๒๐-๑๔๖] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการ เพื่อกำหนดรู้ราคะ ... เพื่อความสิ้นราคะ ... เพื่อละราคะ ... เพื่อความสิ้นไปแห่งราคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๒๓} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ราคเปยยาล ... เพื่อความเสื่อมไปแห่งราคะ ... เพื่อความคลายไปแห่งราคะ ... เพื่อความดับไปแห่งราคะ ... เพื่อความสละราคะ ... เพื่อความสละคืนราคะ... ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการนี้ เพื่อความสละคืนราคะ ฯลฯ (๔-๓๐) [๑๔๗-๖๒๖] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการ เพื่อรู้ยิ่งโทสะ (ความคิดประทุษร้าย) ... เพื่อกำหนดรู้โทสะ ... เพื่อความสิ้นโทสะ ... เพื่อละโทสะ ... เพื่อความสิ้นไปแห่งโทสะ ... เพื่อความเสื่อมไปแห่งโทสะ ... เพื่อความคลายไปแห่งโทสะ ... เพื่อความดับไปแห่งโทสะ ... เพื่อความสละโทสะ ... เพื่อความสละคืนโทสะ ... โมหะ(ความหลง) ... โกธะ(ความโกรธ) ... อุปนาหะ(ความผูกโกรธ) ... มักขะ(ความลบหลู่คุณท่าน) ... ปลาสะ(ความตีเสมอ) ... อิสสา (ความริษยา) ... มัจฉริยะ(ความตระหนี่) ... มายา(มารยา) ... สาเถยยะ (ความโอ้อวด) ... ถัมภะ(ความหัวดื้อ) ... สารัมภะ(ความแข่งดี) ... มานะ(ความถือตัว) ... อติมานะ (ความดูหมิ่นเขา) ... มทะ(ความมัวเมา) ... ปมาทะ (ความประมาท) ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญธรรม ๘ ประการนี้ เพื่อความสละคืนปมาทะ (๓๑-๕๑๐) ราคเปยยาล จบ อัฏฐกนิบาต จบบริบูรณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๒๔}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้