ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๓
๕. ปัญญาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. สัตตาวาสวรรค ๕. ปัญญาสูตร ๕. ปัญญาสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้อบรมจิตดีด้วยปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุอบรมจิตดีด้วยปัญญา เมื่อนั้น ภิกษุนั้น ควรกล่าวดังนี้ว่า ‘เรารู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำ เสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ภิกษุอบรมจิตดีด้วยปัญญา เป็นอย่างไร คือ ภิกษุอบรมจิตดีด้วยปัญญาว่า ๑. จิตของเราปราศจากราคะแล้ว ๒. จิตของเราปราศจากโทสะแล้ว ๓. จิตของเราปราศจากโมหะแล้ว ๔. จิตของเราไม่มีราคะเป็นธรรมดา ๕. จิตของเราไม่มีโทสะเป็นธรรมดา ๖. จิตของเราไม่มีโมหะเป็นธรรมดา ๗. จิตของเราไม่กลับมาในกามภพเป็นธรรมดา ๘. จิตของเราไม่กลับมาในรูปภพเป็นธรรมดา ๙. จิตของเราไม่กลับมาในอรูปภพเป็นธรรมดา ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุอบรมจิตดีด้วยปัญญา เมื่อนั้น ภิกษุนั้นควรกล่าว ดังนี้ว่า ‘เรารู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ปัญญาสูตรที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๘๓}