๖. ปราภวสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. ปราภวสูตร ว่าด้วยทางแห่งความเสื่อม ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ว่า สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น เมื่อราตรีผ่านไป เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างไปทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วย คาถาว่า
ข้าพระองค์มาทูลถามถึงคนผู้มีแต่ความเสื่อม กับพระผู้มีพระภาคผู้โคดมว่า อะไรเป็นทางแห่งความเสื่อม
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ผู้เสื่อมก็รู้ได้ง่าย ผู้เจริญใคร่ธรรม ผู้เสื่อมชังธรรม @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๔ ข้อ ๑ หน้า ๖ ในเล่มนี้ @ ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ในที่นี้หมายถึงผู้พัฒนาแล้ว ใครๆ ก็รู้ได้ง่ายเพราะได้เห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับการ @ประพฤติปฏิบัติของเขา (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๒/๑๗๑) @ ใคร่ธรรม หมายถึงปรารถนาที่จะฟังและปฏิบัติตามกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๒/๑๗๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๖. ปราภวสูตร
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๒ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนที่มีอสัตบุรุษเป็นที่รัก ไม่ทำสัตบุรุษให้เป็นที่รัก ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษ นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๒ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๓ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้ชอบหลับอยู่เสมอ ชอบสมาคม ไม่ขยันหมั่นเพียร เกียจคร้าน โกรธง่าย นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๓ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๔ ว่าเป็นอย่างไร @เชิงอรรถ : @ ชอบสมาคม หมายถึงชอบคลุกคลีและพูดคุยในเรื่องไร้สาระ (ขุ.สุ.อ. ๑/๙๖/๑๗๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๖. ปราภวสูตร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้มีความสามารถเลี้ยงตนและผู้อื่นได้ แต่ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่ชรา ผู้ผ่านวัยหนุ่มวัยสาวแล้ว นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๔ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๕ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้กล่าวมุสาวาท หลอกลวงสมณะหรือพราหมณ์ หรือแม้กระทั่งวณิพกยาจกอื่นๆ นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๕ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๖ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้มีทรัพย์มาก มีเงินทองของกินเหลือเฟือ กินของอร่อยเพียงคนเดียว นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม @เชิงอรรถ : @ กินของอร่อยเพียงคนเดียว ในที่นี้หมายถึงเป็นผู้ตระหนี่ลาภ กินโดยไม่แบ่งให้แม้กระทั่งบุตรและภรรยา @(ขุ.สุ.อ. ๑/๑๐๒/๑๗๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๖. ปราภวสูตร
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๖ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๗ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนกระด้างเพราะชาติ กระด้างเพราะทรัพย์ และกระด้างเพราะโคตร ชอบดูหมิ่นญาติของตน นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๗ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๘ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้เป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ชอบล้างผลาญทรัพย์สมบัติที่ตนหามาได้ นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๘ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๙ ว่าเป็นอย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๖. ปราภวสูตร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้ไม่ยินดีภรรยาของตน ชอบเที่ยวหญิงแพศยา ชอบคบชู้สู่สาวภรรยาคนอื่น นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๙ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๐ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ชายแก่ได้หญิงสาววัยรุ่น มีถันเท่าผลมะพลับมาเป็นภรรยา มักจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะความหึงหญิงสาวรุ่นนั้น นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๐ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๑ ว่าเป็นอย่างไร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนแต่งตั้งหญิงหรือชายผู้เป็นนักเลง ใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือย ไว้ในความเป็นใหญ่ นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
(เทวดาทูลถามดังนี้) ด้วยพระดำรัสที่ตรัสบอกนี้ ข้าพระองค์จึงทราบชัดว่า ข้อนี้นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๑ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทางแห่งความเสื่อมข้อที่ ๑๒ ว่าเป็นอย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๗. วสลสูตร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนผู้เกิดในขัตติยตระกูล มีโภคะน้อย แต่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง ปรารถนาจะครองราชย์ นั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม
บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะอันประเสริฐ พิจารณาเห็นทางแห่งความเสื่อมในโลก ดังกล่าวมานี้แล้ว ท่านย่อมคบโลกที่เจริญแน่นอน ปราภวสูตรที่ ๖ จบ