คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๗. วสลสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๗ ข้อ๑ ฉบับ

๗. วสลสูตร ว่าด้วยลักษณะคนเลว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ว่า สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครอง อันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ที่บ้าน อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ มีการจุดไฟเตรียมทำพิธีบูชาไฟ พระผู้มีพระภาคเสด็จ เที่ยวบิณฑบาตมาตามลำดับตรอก ในกรุงสาวัตถี จนเสด็จเข้าไปถึงนิเวศน์ของ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกลทีเดียว จึงได้กล่าว ดังนี้ว่า “หยุดอยู่แค่นั้นแหละ คนหัวโล้น หยุดอยู่แค่นั้นแหละ สมณะ หยุดอยู่แค่นั้นแหละ คนเลว” เมื่อพราหมณ์กล่าวอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “พราหมณ์ ท่านรู้จัก คนเลว หรือธรรมที่ทำให้เป็นคนเลวหรือไม่” @เชิงอรรถ : @ เหตุที่อัคคิกภารทวาชพราหมณ์พูดคำหยาบเช่นนี้ เพราะมีความเชื่อว่าการเห็นสมณะในเวลาที่มีงานมงคล @ถือว่าเป็นอวมงคล และมีความเชื่อว่า คนที่มีศีรษะโล้น เป็นคนไม่บริสุทธิ์ (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๑๖/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๗. วสลสูตร อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ตอบว่า “ท่านพระโคดม ข้าพเจ้าไม่รู้จักคนเลวหรือ ธรรมที่ทำให้เป็นคนเลว ดีละ ถ้าท่านพระโคดมรู้ ก็จงแสดงธรรมให้ข้าพเจ้ารู้จัก คนเลวหรือธรรมที่ทำให้เป็นคนเลวบ้าง” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจะกล่าว” อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า

๑๑๖

คนมักโกรธ ชอบผูกอาฆาต ชอบลบหลู่ดูหมิ่น เห็นผิดเป็นชอบ มีมายา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๑๗

คนผู้ชอบเบียดเบียนสัตว์ทุกจำพวกในโลกนี้ ไม่มีความเอ็นดูในเพื่อนมนุษย์และสัตว์อื่น พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๑๘

คนผู้ชอบทำลายชีวิตผู้อื่น เที่ยวปล้นสะดม ถูกประณามว่าเป็นโจรปล้นฆ่าชาวบ้านร้านตลาด พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๑๙

คนเที่ยวลักขโมยทรัพย์สินเงินทอง ที่เจ้าของหวงแหนไม่ได้ให้ ในบ้านหรือในป่าก็ตาม พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๐

คนกู้หนี้ยืมสินเขามาแล้ว ถูกทวงกลับกล่าวว่า ไม่ได้ยืม หลบหนีไปเสีย พึงทราบว่าเป็นคนเลว @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.ป. (แปล) ๓๑/๑๕๐/๒๒๙ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๗. วสลสูตร

๑๒๑

คนดักฆ่าหรือทำร้ายคนเดินทาง ชิงเอาทรัพย์สมบัติ เพราะความอยากได้ทรัพย์สมบัติเพียงเล็กน้อยของเขา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๒

คนถูกเขาอ้างเป็นพยาน แล้วกล่าวคำเท็จ เพราะตนเป็นเหตุ เพราะผู้อื่นเป็นเหตุ หรือเพราะทรัพย์เป็นเหตุ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๓

คนที่ประพฤติล่วงเกินภรรยาของญาติ หรือของเพื่อน จะด้วยการข่มขืนหรือด้วยความยินยอมกันก็ตาม พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๔

คนผู้สามารถเลี้ยงตนเองและผู้อื่นได้ แต่ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาของตน ผู้แก่ชรา ผ่านวัยหนุ่มวัยสาวแล้ว พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๕

คนผู้ทุบตี ดุด่ามารดาบิดา พี่น้อง พ่อตา แม่ยาย หรือพ่อผัว แม่ผัว พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๖

คนที่ถูกถามถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ กลับบอกสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือพูดกลบเกลื่อนบอกไม่ชัดเจน พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๗

คนทำบาปกรรมไว้แล้ว ปรารถนาว่า คนอื่นอย่าพึงรู้ว่าเราทำ ปกปิดการกระทำไว้ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๒๘

คนไปบ้านผู้อื่น ถูกต้อนรับด้วยโภชนาหารอย่างดี แต่พอเขามาบ้านตนบ้าง กลับไม่ต้อนรับเขาเช่นนั้น พึงทราบว่าเป็นคนเลว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๗. วสลสูตร

๑๒๙

คนผู้กล่าวมุสาวาท หลอกลวงสมณะหรือพราหมณ์ หรือแม้กระทั่งวณิพกยาจกอื่นๆ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๐

คนที่เมื่อสมณะหรือพราหมณ์มาบิณฑบาตแต่เช้า ไม่ถวายอาหารบิณฑบาต กลับด่าว่าขับไล่ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๑

ในโลกนี้คนถูกโมหะครอบงำ อยากได้สิ่งของเล็กน้อยของผู้อื่น ก็พูดจาหลอกลวงเขาเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๒

คนผู้ชอบยกตน และดูหมิ่นคนอื่น ประพฤติเลวทราม เพราะความถือตัวจัดของตน พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๓

คนโหดร้าย มีจิตใจคับแคบ ปรารถนาชั่ว มีความตระหนี่ โอ้อวด ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๔

คนกล่าวร้ายพระพุทธเจ้าหรือพระสาวก ของพระพุทธเจ้าที่เป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

๑๓๕

คนไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ปฏิญญาว่าเป็นพระอรหันต์ ชื่อว่าเป็นดุจโจรในมนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลก พึงทราบว่าเป็นคนเลวทรามต่ำช้าที่สุด

๑๓๖

คนที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้ เราเรียกว่าเป็นคนเลว คนจะชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะชาติกำเนิดก็หามิได้ จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็หามิได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๗. วสลสูตร แต่ชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะกรรม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม

๑๓๗

ท่านจงรู้ข้อนั้นตามที่เราแสดงนี้ คือ บุตรคนจัณฑาลผู้ปรากฏชื่อว่ามาตังคะ ผู้ปิ้งสุนัขรับประทาน

๑๓๘

ต่อมา นายมาตังคะได้รับยศศักดิ์ใหญ่ซึ่งได้แสนยาก ทั้งกษัตริย์และพราหมณ์จำนวนมาก ต่างมาสู่ที่บำรุงของเขา

๑๓๙

เขาขึ้นยานอันประเสริฐ ไปตามทางใหญ่ ที่ไม่มีฝุ่นละออง ละกามราคะได้แล้ว ไปเกิดในพรหมโลก ชาติกำเนิดห้ามเขาไม่ให้ไปเกิดในพรหมโลกไม่ได้

๑๔๐

พวกพราหมณ์ที่เกิดในตระกูลสาธยายมนตร์ มีหน้าที่ร่ายมนตร์ แต่ปรากฏว่าพวกเขาทำบาปกรรมอยู่เป็นประจำ

๑๔๑

พราหมณ์พวกนั้นถูกตำหนิในชาติปัจจุบันตายแล้วก็ต้องไปทุคติ ชาติกำเนิดห้ามพวกเขาจากทุคติหรือจากการติเตียนไม่ได้

๑๔๒

คนจะชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะชาติกำเนิดก็หามิได้ จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็หามิได้ แต่ชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะกรรม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูลว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่ท่าน @เชิงอรรถ : @ ยานอันประเสริฐ ในที่นี้หมายถึงสมาบัติ ๘ (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๓๙/๑๙๒) @ ไปตามทางใหญ่ หมายถึงเป็นผู้ปฏิบัติตามทางที่พระพุทธเจ้าเป็นต้นดำเนินไปแล้ว (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๓๙/๑๙๒) @ ฝุ่นละออง หมายถึงกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๓๙/๑๙๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๘. เมตตสูตร พระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ท่านพระโคดมทรงประกาศ ธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด โดยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ข้าพระองค์นี้ขอถึงท่านพระโคดมพร้อมทั้งพระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่าน พระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” วสลสูตรที่ ๗ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๗. วสลสูตร