๕. อุจฉุเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๕. อุจฉุเปตวัตถุ ๕. อุจฉุเปตวัตถุ เรื่องเปรตเจ้าของไร่อ้อย (อุจฉุเปรตถามพระมหาโมคคัลลานเถระว่า)
ไร่อ้อยแปลงใหญ่นี้เกิดมีแก่ข้าพเจ้า เป็นผลบุญมิใช่น้อย เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ากินอ้อยนั้นไม่ได้ ท่านผู้เจริญ นิมนต์ท่านบอกด้วยเถิดว่า นี้เป็นผลกรรมอะไร
ข้าพเจ้าเดือดร้อน อยากจะกิน(อ้อย) พยายามตะเกียกตะกาย ทนทุกข์ จะกินสักหน่อยหนึ่ง ก็สิ้นเรี่ยวแรง พร่ำเพ้ออยู่ นี้เป็นผลกรรมอะไร
อนึ่ง ข้าพเจ้าหมดเรี่ยวแรงแล้ว ซวนเซล้มลง ดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้นดิน เหมือนปลาดิ้นรนอยู่บนบกที่ร้อนจัด ก็เมื่อข้าพเจ้าร้องไห้อยู่ สัตว์ทั้งหลายพากันมากินน้ำตาของข้าพเจ้า ท่านผู้เจริญ นี้เป็นผลกรรมอะไร
ข้าพเจ้าทั้งเหน็ดเหนื่อย ทั้งหิวกระหาย ปากคอแห้งผาก ไม่ประสบความสุขสำราญ ท่านผู้เจริญ อย่างไรหนอ ข้าพเจ้าจึงจะกินอ้อยได้ (พระมหาโมคคัลลานเถระกล่าวว่า)
เมื่อชาติก่อน ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำกรรมไว้ด้วยตนเอง เราจะบอก ท่านจงฟังให้เข้าใจ
ท่านเดินกินอ้อยไป บุรุษคนหนึ่งเดินตามหลังท่าน และเขาหวังจะกินอ้อย จึงขอท่าน ท่านมิได้พูดอะไรกับเขา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๖. กุมารเปตวัตถุ
และเขาได้วิงวอนท่านซึ่งไม่พูดด้วย ได้พูดกับท่านว่า ขอท่านให้อ้อยเถิดนาย ท่านได้ยื่นอ้อยให้แก่บุรุษนั้นข้างหลัง นี้เป็นผลกรรมนั้นแหละ
ขอเชิญท่านหันหลังไปหยิบเอา ครั้นรับแล้ว เชิญกินอ้อยนั้นตามต้องการเถิด เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจักเป็นผู้ดีใจ ร่าเริง เบิกบาน และบันเทิงใจ
เปรตนั้นได้หันหลังไปหยิบอ้อย ครั้นรับแล้ว กินอ้อยนั้นตามความต้องการ เพราะเหตุนั้นแหละ เปรตนั้นจึงดีใจ ร่าเริง เบิกบาน และบันเทิงใจ อุจฉุเปตวัตถุที่ ๕ จบ